Title: APPLE 1/2
Pairing: KRIS x CHANYEOL
Author: RUNAWAY05
Note: แอปเปิ้ล เป็นเพื่อนบ้านแอนดรอยด์(?)
นับเป็นเรื่องที่น่าตระหนกตกใจสำหรับวงศ์สังคมชั้นสูงเมื่อมีข่าวการเสียชีวิตของเจ้าสัวปาร์คซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีคนดังของเกาหลีใต้ ซึ่งเจ้าตัวเสียลงด้วยโรคมะเร็งปอดหลังจากที่เสียภรรยาคู่ชีวิตไปก่อนหน้าได้เกือบหก-เจ็ดปีจากอุบัติเหตุทางเรือ และสิ่งที่ทิ้งไว้คือสมบัตินับพันล้านที่เรียกว่ากินทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด ข่าวนี้ทำให้สื่อหลายสำนักตระหนกตกใจพอสมควร เพราะไม่คิดว่าเจ้าสัวปาร์คที่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องจนเกือบปกติจะจากไปไวเช่นนี้
ทว่าที่น่าจับตามองไม่แพ้กันหลังจากที่พิธีศพของเจ้าสัวปาร์คสำเร็จเสร็จสิ้น นั่นคือพินัยกรรมเกี่ยวกับมรดกมหาศาลเหล่านั้น และผู้ที่มีสิทธิ์กับมรดกนี้นั่นคือปาร์คชานยอล ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวปาร์คและคิมโบคยอง หรือสเตฟานี่ คิม ภรรยาคนปัจจุบันและคนสุดท้ายของเจ้าสัวปาร์คเช่นกัน ผลพินัยกรรมไม่ได้หักปากกาเซียนสังคมเมื่อปาร์คชานยอล เด็กหนุ่มอายุยี่สิบเป็นเจ้าของมรดกหลักทั้งหมดแปดสิบเปอร์เซ็นต์ อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เกี่ยวกับบริษัทซึ่งเป็นส่วนที่ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวดูแลไม่ถึงเป็นของภรรยาคนปัจจุบัน โดยมีเงื่อนไขเดียวที่สเตฟานี่คิมจะได้ทุกอย่างนั่นคือปาร์คชานยอลเสียชีวิตลงเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่น่าพอใจสำหรับเธอ...
มรดกนับพันล้านเปรียบเสมือนกับแอปเปิ้ลรสหวานฉ่ำที่หญิงสาวมีสิทธิ์ทานเพียงเสี้ยวของลูกมันเท่านั้น...
“เด็กง่อยๆนั่นจะมาเอาทุกอย่างแบบนี้ไปไม่ได้! ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!”ร่างระหงส่งเสียงหงุดหงิดก่อนจะเดินหุนหันไปมาอย่างขัดอกขัดใจ ท่าทางฟึดฟัดของเธอทำให้ชายที่นั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟาเดี่ยวถอนใจออกมาเบาๆ
“ผมรู้สเตฟี่...แต่นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องไปเป็นคนดูแลเขาใช่ไหม?”
“คริส..ฉันรู้ว่ามันยากลำบาก แต่เด็กนั่นไม่อะไรกับฉันเลย...แต่ฉันเชื่อว่าคุณทำได้”หล่อนเปลี่ยนมาฉอเลาะชายที่นั่งอยู่นิ่งๆก่อนจะกระตุกยิ้มพลางควงวิสกี้เบาๆ ไม่มีอะไรน่าแปลกใจสำหรับสถานะของเขากับสเตฟานี่ คริสเป็นชายชู้ของหล่อนแม้จะแบบลับๆ และเขาก็มีความสุขดีจนเลิกทำงานเป็นบุรุษพยาบาลเงินเดือนต่ำเพื่อให้เมียเจ้าสัวส่งเงินเลี้ยงสบายๆไปวันๆ ใครจะกล่าวหาเขาว่าแมงดาแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ ในเมื่อเขายังสุขสบายและคนที่ว่าเขายังหากินลำบากก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนา
และคราวนี้..ภรรยาเจ้าสัวที่เลี้ยงดูเขามาหลายเดือนก็ยื่นข้อเสนอให้เขาไปเป็นคนดูแลปาร์คชานยอล ลูกชายของท่านเจ้าสัวที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน แน่นอนว่าไม่ใช่การบรรณาการเอาอกเอาใจใดใด แต่เป้าหมายคือการลอบสังหารเพื่อมรดกพันล้านจะได้ตกเป็นของสเตฟานี่ และเขาก็จะได้ผลพลอยได้งามๆไปด้วยนั่นเอง
“นานเท่าไหร่”
“อาทิตย์เดียวค่ะ คุณแค่ตีสนิทกับเด็กนั่น ที่เหลือฉันจัดการเอง รับรองว่าคุณจะยังขาวสะอาดแม้เด็กนั่นจะตายไปแล้ว”หญิงสาวกล่าวนุ่มหวาน “แล้วพอถึงตอนนั้น เราก็จะได้อยู่ด้วยกัน”
“ผมจะรอวันนั้น”
“ฉันรอแทบไม่ไหวแล้วค่ะ”หล่อนจูบริมฝีปากเขาเบาๆและก็สานต่อเรื่องที่คั่งค้างกันและกันอย่างไม่มีปัญหาใด
เหมือนเป็นสัญญาถึงแผนการและผลประโยชน์ที่จะได้รับ...
สุดท้ายในเช้าวันต่อมา คริสก็ได้สวมเชิ้ตสีขาวกางเกงแสลคสีเทายืนอยู่อย่างสุภาพต่อหน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งบนวีลแชร์ เด็กคนนั้นชื่อปาร์คชานยอล เป็นเด็กร่างสูงเพรียวท่าทางอ่อนแอสวมชุดสีครีมนวล เส้นผมสีเข้มตัดเป็นระเบียบ ดวงตากลมโตนั้นมีแววหม่นๆไม่สดใสนัก จมูกได้รูป ริมฝีปากอิ่มเอิบ สีหน้าเหมือนคนไม่ไว้ใจใครเท่าใด แต่ก็ยังคงนิ่งเงียบคงความสง่าฉบับผู้ดีเอาไว้ขณะที่ฟังเสียงแนะนำของหัวหน้าแม่บ้าน
“คุณหนูคะ..นี่คุณคริส เป็นบุรุษพยาบาล จะมาคอยดูแลคุณหนู เพราะคุณหนูมีหลายเรื่องที่รับผิดชอบ ต้องเดินทางหลายที่ ต้องมีคนช่วยดูแลนะคะ”
“แต่คนอื่นก็ยังดูแลผมไหวนะครับ”
“อย่าปฏิเสธน้ำใจคุณสเตฟานี่เลยค่ะคุณหนู”ทันทีที่ได้ยินชื่อคนส่งมา คริสก็สังเกตว่าสีหน้าของอีกฝ่ายเรียบเฉยลง ก่อนที่ชานยอลจะเอ่ยขึ้นมาแผ่วๆ
“วันนี้ผมไม่ไปไหน ไม่ต้องมาดูแลหรอกครับ”
“...”
ว่าเท่านั้นก็เข็นวีลแชร์ของตนเองกลับเข้าห้องนอนไป เหลือแต่คริสที่มากับกระเป๋าเดินทางใส่เสื้อผ้าหนึ่งใบมองหัวหน้าแม่บ้านพลางค้อมศีรษะเล็กน้อย
“ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ลำบาก”
“ไม่หรอกค่ะ ใครที่คุณสเตฟานี่ส่งมา คุณหนูเธอก็ปฏิเสธอ้อมๆแบบนี้ทั้งนั้น หลายคนถอดใจไป แต่ฉันไม่อยากให้คุณรีบถอดใจที่จะดูแลคุณหนูหรอกนะคะ”
“ผมแค่...ถูกแนะนำงานมาครับ ไม่รู้เรื่องอะไรสักนิดเดียว”เขาแสร้งถอนหายใจนิดหน่อย “ว่าแต่...เล่าให้ผมฟังได้มั้ยครับ ว่าทำไมคุณชานยอลถึงนั่งวีลแชร์ เผื่อจะได้รู้วิธีดูแลให้ถูกต้องน่ะครับ”
“คุณสเตฟานี่ไม่ได้เล่าเลยหรือคะ..อ่า...เป็นอุบัติเหตุน่ะคะ อย่าได้ใส่ใจเลย”
“ครับ”
“เด็กๆ พาคุณคริสไปห้องพักก่อนเถอะ”หัวหน้าแม่บ้านสั่งสาวใช้คนหนึ่งที่ยืนรับคำสั่งให้นำทางชายหนุ่มไปที่ห้องๆหนึ่งซึ่งไม่ห่างจากห้องนอนของชานยอลนัก โดยที่สาวใช้คนนั้นก็พูดขึ้น
“อย่าไปถามอะไรหัวหน้าแม่บ้านเลยค่ะ เธอรักคุณหนูจะตาย เธอไม่พูดหรอก”
“ครับ?”
“อย่าเล่าไปนะคะ”หล่อนป้องปากลางกระซิบเบา “ที่คุณหนูเป็นแบบนั้นเพราะถูกเจ้าสัวทำร้ายเอาตอนไปเที่ยวพักผ่อนน่ะค่ะ แต่สาเหตุฉันก็ไม่แน่ใจ”
“อ่า..ครับผม”คริสรับคำก่อนจะที่สาวใช้คนนั้นจะขอตัวออกไป เขาวางกระเป๋าลงและมองไปยังห้องขนาดเล็กที่มีเตียงกับโต๊ะทำงานให้พร้อมกับห้องน้ำในตัวและตู้เสื้อที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ ชายหนุ่มจัดวางเสื้อผ้าก่อนจะออกจากห้องมาสำรวจรอบบ้านซึ่งเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ คริสเท้ามือตรงระเบียงก่อนจะเห็นอีกฝ่ายกำลังชมสวนอยู่กับสาวใช้ ดวงตาคมก็หรี่ลงพร้อมกับรีบลงไปหาทันที
“สวัสดีครับ”
“...”
“อ่า..สวนที่นี่สวยดีนะครับ”คริสพยายามชวนคุย แต่เหมือนชานยอลจะไม่ตอบสนองอะไรเขานัก ทว่าชายหนุ่มก็ไม่คิดย่อท้อแต่อย่างใด เขายังคงชวนชานยอลคุยไปเรื่อยๆแบบนั้น “คุณชานยอลชอบดอกไม้แบบไหนเหรอครับ”
“...”
“ผมชอบกล้วยไม้มากๆเลยครับ ที่ตึกเรียนผมปลูกประดับไว้ แต่ก็เลี้ยงยากมาก”
“...”
“คุณชานยอล...”
“ผมจะกลับห้องแล้ว”กล่าวปัดเป็นคำสั่งให้สาวใช้เข็นตนกลับไปที่คฤหาสน์ปล่อยให้อีกคนยืนค้าง คริสถอนหายใจเล็กๆกับความใจแข็งของอีกฝ่ายก่อนจะยอมกลับไปห้องของตัวเองเงียบๆท่ามกลางสายตาเห็นใจของสาวใช้ แต่ถ้าพวกเธอรู้จักผู้ชายอย่างเขาดีกว่านี้สักน้อย พวกเธอจะไม่สงสารเขาเพราะเขาไม่รู้สึกอะไรกับการถูกเมิน คริสคิดแบบนั้น
.
บุรุษพยาบาลหนุ่มใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่เพื่อดูแลเจ้านายที่ไม่ค่อยแยแสได้อาทิตย์กว่าๆ และเขากับสเตฟานี่ก็ยังลอบเจอกันอยู่เรื่อยๆ ความสัมพันธ์นี้ช่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก แต่คริสคิดว่ามันเป็นไปในทางที่ดีเมื่อคุณหนูของบ้านเริ่มไม่ออกปากหรือแสดงท่าทีขับไล่เขาเหมือนคราแรกๆ และนานเข้าแม้จะไม่ได้คุยกัน แต่เขาก็สามารถเป็นคนเข็นวีลแชร์ให้กับคุณหนูไปตามที่ต่างๆของบ้าน ชายหนุ่มคิดว่ามันไม่น่าแปลกอะไร ถ้าคนที่นั่งบนกองเงินพันล้านจะไม่ไว้ใจใครสักคน หากเป็นเขาก็เช่นกัน
“หน้าหนาว”เสียงเบาๆของคุณหนูดังขึ้นขณะที่คริสกำลังเข็นคุณหนูมาดูสวนดอกไม้ เขาเห็นชานยอลทอดสายตาไปอย่างไม่มีจุดหมาย ก่อนจะเอ่ยต่อเบาๆ “หน้าหนาวมาถึง...คุณได้กลิ่นมันมั้ย?”
“ครับ?”
“กลิ่นหวานๆเหมือนองุ่น...กลิ่นแห้งๆ...ความรู้สึกเวิ้งว้างว่างเปล่า...”ดวงตาสวยนั้นหันมามองบุรุษพยาบาลหนุ่มที่นิ่งไป “ผมเกิดเดือนพฤศจิกา.. เดือนหน้า ความรู้สึกเวิ้งว้างนี่ก็ยังคงอยู่”
“ผม..ก็เกิดเดือนพฤศจิกานะครับ..แต่ผมเกิดต้นเดือน”คริสทอดเสียงไปและใบหน้าของเด็กหนุ่มก็ประหลาดใจเล็กน้อย
“ผม..ปลายเดือน ดีจัง”ริมฝีปากอิ่มนั้นแย้มเล็กน้อย “อย่างน้อย..ผมก็ไม่เวิ้งว้างอยู่คนเดียว”
“...”
“วันเกิดปีนี้ที่ไม่มีคุณพ่อ...เหมือนกับโลกทั้งใบราบเป็นหน้ากลอง..เหลือแค่ท้องฟ้าที่ผมไปไม่ถึง”ริมฝีปานั้นขยับยิ้มเล็กน้อย “ผมหนาวแล้ว...”
เป็นสัญญาณให้เข็นรถกลับไปที่คฤหาสน์ และในตอนนั้นคริสก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน... เขาเองที่ย้ายมาจากบ้านนอกติดทะเลที่จีนเพราความทะเยอทะยานสอบติด แต่อะไรหลายๆอย่างไม่สามารถทำให้คริสได้เป็นหมออย่างที่หวัง แต่ตัวเขาที่คว้าอะไรได้ก็คว้าจึงเลือกเรียนบุรุษพยาบาล เด็กคนนั้นเหมือนตอบโจทย์ที่อยู่ในใจเขามาตลอด...ความรู้สึกเวิ้งว้างเหมือนท้องฟ้าหน้าหนาว...ความรู้สึกที่โดดเดี่ยวลำพัง...
เหยื่อของเขาเป็นเด็กหนุ่มที่ชอบเหม่อมองไปบนท้องฟ้า...
“นี่มัน...”
คริสพึมพำเบาๆเมื่อสเตฟานี่ส่งกล่องบางอย่างให้ซึ่งด้านในบรรจุเข็มฉีดยาซึ่งมีตัวยาบางอย่างในนั้น ในค่ำคืนดึกสงัดและพวกเขาก็เพิ่งพักเหนื่อยจากกิจกรรมเหล่านั้นมา คริสมองหญิงสาวที่ขยับยิ้มพลันเอ่ยอธิบายง่ายๆ
“ได้ข่าวว่าเด็กนั่นสนิทสนมกับคุณดี มันก็ได้เวลาที่จะจัดการทุกอย่างแล้วล่ะค่ะ”
“...”
“ฉีดให้เด็กนั่นซะ...แล้วทุกอย่างก็จะจบค่ะ”
คริสรับเข็มฉีดยานั่นมาอย่างพินิจอย่างไม่แน่ใจนัก และก็ได้แต่รับปากไปแกนๆ เขาชักไม่แน่ใจกับอะไรหลายๆอย่างในหลายๆวันที่ผ่านมานี้ จู่ๆเขาก็เสียดายเด็กที่เกิดเดือนเดียวกันกับเขาขึ้นมา เมื่อนอนพักอีกสักหน่อยเขาก็อาบน้ำแต่งตัวโดยที่สเตฟานี่ก็กำชับกำชาหนักหนาก่อนจะออกจากห้องไป คริสสวมชุดนอนสีสุภาพ ถือกล่องยาไว้กับตัวก่อนจะบิดลูกบิดออกอย่างระมัดระวัง เพราะเขามีหน้าที่ดูแลชานยอล จึงไม่มีใครแปลกใจและวางใจให้เขาถือกุญแจห้องอีกคนไว้ ทุกอย่างช่างดูง่ายดายมากนัก
เขาเปิดประตูห้องนอนของคุณหนูปาร์คก็พบว่าอีกคนกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงใหญ่ ในห้องที่แม้จะไม่สว่างมากนักแต่หน้าต่างกระจกขนาดใหญ่นั้นก็เหมือนตัวส่องแสงชั้นดี คริสเดินแทบจะย่องฝีเท้าเข้าไปหาอย่างแผ่วเบา เขาแตะลงปลายเท้าลงข้างๆเตียงติดโต๊ะโคมไฟ ชานยอลนอนคุดคู้ห่มผ้าอยู่อย่างไม่ได้ระแวดระวัง ราวกับสโนว์ไวท์ที่ไม่รู้การมาของนายพรานผู้รับคำสั่งมาจากราชินีใจร้าย... คริสทอดสายตามองอีกคนที่หลับสนิทเหมือนเด็ก เหมือนกับว่าเขาเคยเห็นคนๆนี้มาก่อนที่ไหนสักที่หนึ่ง... เขาตัดความรู้สึกทุกอย่างพลางหยิบกล่องเข็มฉีดยาออกมา เพียงไม่นาน....ทุกอย่างก็จะตกอยู่ในมือเขาเช่นกัน...
“คริสเหรอ?”
“!?”เสียงของปาร์คชานยอลทำให้เขาผงะสะดุ้งเล็กน้อย คริสกะพริบตาช้าๆก่อนจะรีบซ่อนกล่องยานั่นแล้วทอดเสียงให้กับคนที่เอื้อมมือเปิดไฟหัวเตียงพลางขยี้ตายิกๆ
“หนาว... ได้กลิ่นตัวของคุณพอดี”
“ขอโทษที่รบกวนครับ..ผมแค่จะมาดูว่าคุณหนูนอนหลับสบายดีมั้ย...คืนนี้อากาศเย็น”เขาแก้ตัว พร้อมกับดวงตากลมสวยที่เชยมองเขาอยู่ครู่ ชานยอลพยักหน้าเล็กน้อยพลางขยับตัวนิดหน่อย
“ผมหนาว.. คริสนอนเป็นเพื่อนผมได้มั้ย”
“เอ้อ...”ชายหนุ่มลากเสียงค้าง “เกรงว่า..จะดูไม่ดีนะครับ”
“ไม่เป็นไรสักหน่อย...ช่วยเปิดฮีทเตอร์แล้วนอนเป็นเพื่อนผมที...ปกติแม่บ้านจะมานอนข้างล่าง แต่พอมีคุณพวกหล่อนก็ไม่มาแล้ว”
“ได้..ได้ครับ”เขาอึกอักเล็กน้อย “อย่างนั้นที่นอน”
“นอนกับผมบนนี้แหล่ะ”ชานยอลกล่าวเนิบๆ “ผมยอมรับว่าแรกๆผมไม่ไว้ใจคุณ...เพราะผู้หญิงคนนั้นส่งมา แต่คุณก็พยายามแสดงความจริงใจให้เห็น”
“...”
“ผมไว้ใจคุณ...หากผมจะตายด้วยคนที่จริงใจกับผมสักครั้งหนึ่งบ้าง ผมก็คิดว่าชีวิตของผมสมบูรณ์พอแล้ว”แววตานั้นหม่นลงเล็กน้อย และคริสก็พยักหน้าโดยดี เขาซ่อนกล่องเข็มเหน็บไว้ให้ยางยืดหนีบกับเอว เขาขยับกายลงเตียงขนาดใหญ่นั้นและพบว่ามันอยู่ในสัดส่วนที่ไม่ว่างเปล่าเหมือนตอนแรก
“ตอนผมยังเด็ก...คุณพ่อชอบให้ผมหนุนแขน แล้วก็ลูบหัวผมเบาๆ”
“อย่างนี้เหรอครับ..”คริสพยายามทำตามเก้ๆกังๆ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนที่มาเพ่อเอาชีวิตอย่างเขาจะได้มาทำอะไรแบบนี้ เขาไม่อยากเชื่อว่าเขาใจอ่อนให้กับอีกคนได้มากขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่อยากเสียสมบัติที่เขาควรได้เช่นกัน...
“ใช่...นอนกันเถอะ..ฝันดีนะคริส”
แต่ทันทีที่เสียงแผ่วเบาพร้อมใบหน้าที่เขาเพิ่งพินิจว่ามันช่างหวานกำลังหลับพริ้ม... เขาก็คิดว่าเขาไม่ควรทำลายความสวยงามของโลกใบนี้ที่มันยิ่งเหลือน้อยลงไป...
.
“ผมทำไม่ได้”
ชายหนุ่มกล่าวพลางคืนกล่องยาให้กับสเตฟานี่ที่สีหน้าไม่อยากเชื่อในวันต่อมา ใบหน้างามที่ตบแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพงนั้นยับยู่อย่างเสียอารมณ์อย่างถึงที่สุดทันทีที่คริสเอ่ยปากออกมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“คริส... คุณล้อเล่นรึเปล่า? เมื่อคืนมันจังหวะดีแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“...”
“เกิดอะไรขึ้น..คริส เด็กนั่นจับได้เหรอคะ?”
“ไม่ครับ”เขาตอบ “ผม...แค่รู้สึกเวิ้งว้าง..”
“อะไรนะ?”
“ผมอยากกลับบ้าน....ผมไม่อยากทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว”เขาตอบไปตามตรงจนสีหน้าโทโสปรากฏกับสเตฟานี่ หล่อนกัดฟันกรอดแต่สุดท้ายก็รับกล่องยาไปอย่างช้าๆ พลันส่งเสียงปรามาสเขาลอดไรฟัน
“คุณมันขี้ขลาด...คริส”
“อาจจะแบบนั้น”เขาพูดพลางลุกขึ้น เดินออกจากห้องของหญิงสาวไป เขาตั้งใจจะไปเก้บของเพื่อกลับบ้านที่จีน... จู่ๆเขาก็คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่และอยากกลับไปเริ่มต้นอะไรใหม่ๆเสียที แต่นึกขึ้นได้อยู่อย่างคือเช็คมัดจำของสเตฟานี่ที่เธอยังไม่ได้ให้ แม้ว่าเขาจะสังหารปาร์คชานยอลไม่สำเร็จ แต่สิ่งที่เขาดำเนินการมาหลายวันนี้ควรมีค่าตอบแทนเช่นกัน เขาเดินกลับไปที่ห้องของหล่อนก่อนจะได้ยินเสียงบางอย่าง
“ใช่..ขี้ขลาดชะมัด ฉันต้องหาทางอื่นแล้วล่ะ”
“...”
“ทั้งที่กะจะให้เด็กนั่นตายแล้วก็ส่งมันเข้าคุกไปซะ..ฉันไม่ยอมให้มันมาปอกลอกฉันตลอดไปแบบนี้หรอก”คริสเบิกตาเล็กน้อยเมื่อที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังพูดถึงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขา คริสยืนอยู่หน้าห้องพร้อมกับเสียงของสเตฟานี่ยังคงแว่วมา
“แต่ฉันก็คิดไว้แล้ว...เอามือปืนที่คุณเสนอมาได้เลย หาโอกาสยิงปาร์คชานยอลซะ แล้วก็จัดการเขาไปด้วยกันเลย!”
“...”
ร่างสูงสีหน้าตระหนก เมื่อแม่มดใจร้ายกำลังวางแอปเปิ้ลลูกใหม่ให้กับสโนว์ไวท์และนายพรานที่ทำงานล้มเหลว เขาคิดว่านี่มันไม่ถูกต้อง แม้จะต้องสารภาพเขาก็คงต้องทำ...เขาต้องบอกชานยอลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าอันตรายจะมาถึง ชายหนุ่มรีบสาวเท้าไปที่ห้องของชานยอลก่อนจะเคาะประตู
“คุณหนูครับ..ผมเองนะ..คริส”
“มีอะไรเหรอ”เสียงตอบกลับบางเบานั้นลอดประตูออกมา เขาขบฟันเล็กน้อยก่อนจะส่งเสียงตอบกลับ
“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ ให้ผมเข้าไปเถอะ”
ไม่มีคำตอบรับจากชานยอลนอกจากเสียงเลื่อนล้อของวีลแชร์ พร้อมกับเสียงประตูปลดล็อคชั่วอึดใจ คริสรีบเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก่อนจะได้ยินเสียงของแข็งฟาดลงกับบางอย่าง เขารู้สึกเจ็บแปลบบริเวณศีรษะเหมือนมีบางสิ่งกระทบเข้า ชายหนุ่มกุมศีรษะพร้อมกับทรุดตัวลงกับพื้นห้องดวงตาพร่ามัว ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดไปในที่สุด..
*
to be continue...
#appleky

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น