วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Brave 1/2










Title: Brave 1/2
Pairing: KRIS x CHANYEOL
Author: RUNAWAY05
Note: ไม่ใช่ชานคริส...

           











“ไอ้คนหน้าไม่อาย แย่งแฟนชาวบ้าน!!

หญิงสาวคนหนึ่งแผดร้องออกมาพร้อมกับผวาหมายจะเข้าทำร้ายอีกฝ่าย ทว่าก็ถูกผลักออกจนล้มลงไปกองกับพื้น โดยที่คู่กรณีซึ่งเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งก็แสยะยิ้มเย็นก่อนจะขยับริมฝีปากออกมาอย่างเยาะเย้ย

“คนๆเดียวไม่มีปัญญาดูแลก็ต้องถูกแย่งแบบนี้แหล่ะ จำไว้!




B r a v e .




เจ็ดเดือนก่อนหน้านี้...

ปาร์คชานยอลสูดลมหายใจสั้นๆก่อนจะเผยอริมฝีปากให้ควันล่องลอยไปบนอากาศ สายตาจ้องนิ่งๆไปยังเป้าหมายที่กำลังจัดเรียงหนังสืออยู่ในห้องสมุดผ่านหน้าตางกระจกใส ในเวลาแบบนี้นักศึกษามหาลัยต่างใช้เวลานอนเล่น กินขนม พูดเรื่องชาวบ้าน และสารพัดอย่าง แต่ไม่ใช่กับชานยอลที่มาเข้าเรียนตอนบ่ายสอง เช็คชื่อแล้วก็กลับ

ร่างสูงโปร่งสวมเชิ้ตสีขาวราคาแพงกับกางเกงยีนส์เนื้อดีแนบกับท่อนขาเล็กๆ และรองเท้าบู๊ทหุ้มข้อยืนพิงสปอร์ตคาร์ให้สาวๆที่เดินผ่านส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้ แต่ชานยอลกลับเลือกที่จะทำเป็นไม่เห็นและทำเป็นวุ่นวายกับการสูบบุหรี่อยู่ที่เดิม จนมวนของมันได้มอดหมด จึงได้เหยียบมันกับพื้นขยี้เล็กน้อย พลันหยิบถุงในรถแล้วสาวเท้ายาวๆตรงไปที่ห้องสมุด

“มาต่อวันยืมครับ”

ชานยอลเอ่ยพลางวาง1Q84ของฮารุกิ มูราคามิลงกับเคาน์เตอร์ไม้ขัดมันวาววับ โดยที่อาสาสมัครบรรณารักษ์ซึ่งเป็นชายหนุ่มร่างสูง เค้าหน้าตะวันตก เส้นผมสีเข้มเหมือนสีคิ้ว และดวงตาสีอเมริกาโน่ใต้แว่นสายตาก็หยิบบัตรนักศึกษาของชานยอลมากดยิงบาร์โค้ดและคีย์ข้อมูลพลันส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ยังอ่านไม่จบสินะครับ ตอนผมอ่านเรื่องนี้...มันซับซ้อนมากจริงๆ”น้ำเสียงนุ่มนวลที่ดูเป็นมิตรนั่นทำให้ชานยอลขยับยิ้มตามได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่ปกติแล้วชานยอลไม่ค่อยยิ้มบ่อยนัก

“ผมไม่มีเวลามากกว่าน่ะครับ”...แค่เที่ยวทุกคืนก็ตื่นเกือบเที่ยงแล้ว

“อ่า..นั่นสินะครับ ปีสองงานก็หนักแล้ว... โอ๊ะ ขอโทษที่เผลออ่านบัตรของคุณนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ”ชานยอลยิ้ม “เอาไว้ถ้ามีเรื่องไหนสนุกก็แนะนำผมได้นะ บางทีผมก็ปวดหัวนิดๆเหมือนกัน ผมเห็นเขาแนะนำว่าถ้าจะอ่านมูราคามิต้องอ่าน1Q84

“ดูเหมือนคุณจะเริ่มตามงานของมูราคามิซัง... ผมแนะนำคาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ (Kafka on the Shore) คุณน่าจะชอบนะครับ”

“แล้วคุณชอบ...”ชานยอลขยับริมฝีปากคาค้างเล็กน้อย “เรื่องไหนที่สุดครับ”

“นอร์วิเจี้ยน วู้ด ครับ ผมอ่านตั้งแต่ห้าหกปีที่แล้ว แต่ผมก็ยังชอบอยู่ เหมือนงานที่ค่อนข้างสด มีอิสระน่ะครับ แต่จะอ่านยากหน่อย”

“ขอบคุณนะครับ แล้วผมจะมาต่อวันยืมอีก”ร่างโปร่งหัวเราะน้อยๆกับคำกล่าวติดตลกของตนเอง พร้อมกับรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ส่งให้เช่นกัน ชานยอลรับหนังสือกลับมาก่อนจะกลับไปที่รถแล้วตรงกลับบ้าน เขาโยนหนังสือลงเบาะข้างๆอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ถ้าไม่มีมัน เขาก็คงไม่มีบทสนทนากับอีกฝ่าย เมื่อกลับไปที่ห้องคอนโดในตึกสูงระฟ้า เขาก็วางหนังสือลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะอุ้มเปอร์เซียสีดำดวงตาสีทองที่มันวิ่งส่ายตัวไปมาขึ้นบนอ้อมกอด

“เด็กดี...เหงามั้ย?”

ถามไปก็ไม่ได้คำตอบ..แต่ลิ้นเล็กๆของมันที่แลบเลียกลับมาทำให้รู้ได้ว่ามันกำลังแสดงความรักด้วยการทำความสะอาด ชายอลวางมันลงกับพรมหน้าทีวีปล่อยให้มันตะปบกองของเล่นของมันอยู่อย่างนั้น เขาเดินไปที่ห้องนอน ก่อนจะถอดเชิ้ตแขวน ร่างสูงโปร่งที่สวมเสื้อกล้ามสีดำนั่งเช็ดคราบฝุ่นออกจากใบหน้า พลันขยับกายลุกขึ้นถอดเสื้อกล้ามออก เผยท่อนบนขาวละเอียดสมส่วนมีมัดกล้ามเล็กน้อย ชานยอลคว้าเสื้อคลุมเข้าสวม ปลดกางเกงและถอดออกพร้อมกางเกงใน เท้าเปล่าย่างเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำใส่อ่างก่อนจะเทผงกลิ่นอโรมาลงไป

ทันทีที่ระดับน้ำเหมาะสม เสื้อคลุมก็ถูกออกวางกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจนัก ชานยอลแช่น้ำอุ่นนั้นนิ่งๆ ลูบน้ำถูตามเนื้อตัว ก่อนจะหลับตาลงเมื่อจินตนาการถึงวันที่ฝนตก เขากับผู้ชายคนนั้นตัวเปียกปอนกันทั้งคู่ พวกเขาสัมผัสเนื้อตัวกัน ทันทีที่ปลายนิ้วไถไปกับยอดอก สมองก็สร้างภาพผู้ชายคนเดิมกำลังละเลงปลายลิ้นลงไป ชานยอลหลับตาขบริมฝีปาก ก่อนที่มืออีกข้างจะไล้ลงไปใต้น้ำพร้อมกับความรู้สึกที่พลุ่งพล่านขึ้น

ไม่รู้เมื่อไหร่ที่สายตาของเขาเอาแต่ไล่ตามอู๋อี้ฝาน อาสาสมัครห้องสมุดคนนั้น ชานยอลไล่สืบตามประวัติของผู้ชายคนนี้จนหมดและรับรู้เกี่ยวกับความสนใจคร่าวๆของอีกคน จะเรียกว่าชอบก็ไม่ผิดนัก ชานยอลชอบอี้ฝานแม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เขาก็ไม่แคร์สักเท่าไหร่ ผู้หญิงคนนั้นเองก็เป็นสาวสวยเดือนมหาลัย และอย่างชานยอลใครที่ไม่รู้จักก็คงจะเห็นว่าเป็นลูกคนรวยที่เป็นชายหนุ่มเสเพลไปวันๆ ทั้งๆที่รสนิยมส่วนตัวของชานยอลไม่ใช่แบบนั้น

ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของชานยอลนั้นเพียบพร้อม แต่ละสิ่งอย่างของเขาถูกคัดสรรมาอย่างดีตั้งแต่แชมพูยันรองเท้าฟองน้ำ ไม่มีสิ่งใดที่ชานยอลขาดแคลนจนถึงขั้นลดตัวลงไปปรารถนาของคนอื่น แต่ทว่าอู๋อี้ฝานกลับเป็นข้อยกเว้น ชานยอลหยุดตัวเองไม่ได้ที่จะนึกถึงอู๋อี้ฝานแม้จะเป็นคืนที่นอนกับคนอื่นหลังจากเมาเต็มคราบ เขาอยากให้อี้ฝานมองมาที่เขา โอบกอดเขา ลงโทษเขา แน่นอนว่ามันต้องน่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้ชายที่ชอบผู้หญิง... แต่มันก็ดีตรงที่ว่าบางทีคนพวกนี้ก็มองไม่ออกว่าเขาชอบแบบไหนกันแน่ ซึ่งกับชานยอลไม่ถึงกับว่าต้องได้ผู้ชายเท่านั้น จะผู้หญิงบ้างเพื่อให้วันเวลาพ้นไปวันๆมันก็ไม่เป็นไร

เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนก็ได้เวลาที่ผีเสื้อราตรีจะสยายปีกได้เต็มที่ ชานยอลชูแก้วเหล้าตอบหญิงสาวโต๊ะอีกฝั่งร้านในขณะที่มีผู้ชายอีกคนเข้ามาลูบ สายตาของเขามองไปรอบๆก่อนจะปัดมือคนที่เอาแต่ลูบสะโพกจนรำคาญ เขาสาวเท้าไปช้าๆเข้าไปแอดอัดกับผู้คนกลางฟลอร์ ผ่านสาวสวยที่แม้จะดูหยิ่งแต่ท่าทีของเจ้าหล่อนก็พร้อมจะโอเคถ้าเขาไปหยุดอยู่ตรงหน้า เขาใช้เวลาไม่นานก็ได้ผู้หญิงคนหนึ่งติดมือมา เพราะคืนนี้เขาอยากได้ผู้หญิงแก้เบื่อมากกว่า เขาหยุดเรื่องผู้ชายไปสักพักตั้งแต่เริ่มชอบอู๋อี้ฝาน มันอาจจะน่าขำไปหน่อยที่เขาอยู่ๆก็อยากรักษาพื้นที่ด้านหลังเอาไว้ให้คนที่ชอบ






“...”

อู๋อี้ฝานควรรู้ตัวเสียสักหน่อยว่าแผ่นหลังของเจ้าตัวนั้นน่าซบแค่ไหน...

ชานยอลทอดสายตามองนิ่งๆอยู่ในร้านหนังสือ มองอู๋อี้ฝานที่กำลังเลือกหนังสืออย่างที่เคยมาประจำทุกวันศุกร์ ชานยอลจำได้... ไม่สิ ต้องให้พูดว่าชานยอลไม่เคยลืมคงเหมาะกว่า เพราะชานยอลก็จำไม่ได้แล้วว่ามายืนมองหลังของอีกคนกี่วันศุกร์ แล้วก็ต้องซื้อการ์ตูนโง่ๆกลับไปที่ห้องให้เพื่อนยืมไปแบบไม่คืนทุกที

“อ้าว คุณ”

“?”ชานยอลไหวกายเล็กน้อยเมื่ออี้ฝานหันมาทักพร้อมกับส่งยิ้มให้ เขาส่งยิ้มกลับไปก่อนจะทำตัวสบายๆไปหา “บังเอิญจังนะครับ”

“ไม่มั้งครับ”

“?”

“ผมเห็นคุณมาชอบซื้อการ์ตูนที่นี่บ่อยๆ แต่ผมไม่กล้าไปทัก”ความร้อนฉาบลงที่แก้มของชานยอลเล็กน้อย เพียงแค่รู้ว่าอีกฝ่ายก็มองตนอยู่เขาก็รู้สึกว่ามือไม้ช่างเกะกะขึ้นมา

“ก็...ครับ แต่เหมือนวันนี้มันยังไม่มา”

“ผมก็ยังไม่เจอเล่มใหม่ๆเลย คุณพักแถวนี้เหรอครับ?”อี้ฝานยังส่งยิ้มมาให้ และชานยอลก็สั่นหน้าไปเบาๆ

“ผมมาธุระแถวนี้บ่อยน่ะครับ”

“ผมรู้จักร้านวาฟเฟิลอร่อยๆด้วยนะ ทานกันมั้ยครับ ผมไม่มีหนังสือใหม่อ่าน เลยค่อนข้างเหวงๆ”

“อ๋อ ได้สิครับ ว่าแต่...แฟนคุณล่ะครับ”ชานยอลลองหยั่งเชิงอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะสังเกตว่าแววตาของอี้ฝานหม่นลงเล็กน้อย

“เขาไม่ว่างน่ะครับ”

“ผมขอโทษนะ”ชานยอลเผลอปากพูดออกไปทั้งที่เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องขอโทษก็ได้ และอี้ฝานก็ส่งยิ้มกลับมาให้เป็นเชิงไม่เป็นไร

ลงท้ายของวันหลังจากที่เขาไปทานวาฟเฟิลธรรมดาๆที่ร้านเบ็กๆในย่านถนนที่รสชาติไม่ได้น่าจดจำ แต่สิ่งที่ทำให้มันอร่อยมากคงเป็นเพราะอู๋อี้ฝานกับชาเขียวปั่น เขาเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ทานกาแฟ (และเขาก็เช่นกัน) พวกเขามีอะไรที่ตรงกันหลายอย่าง แนวคิด นิสัยบางจุด เดือนเกิด รสนิยมการแต่งตัว พวกเขาคุยกันจนมืดค่ำและชานยอลก็กลับมานอนที่ห้องพร้อมกับสั่งหนังสือออนไลน์มาอ่านเป็นครั้งแรกเพื่อที่จะได้มีเรื่องคุยกับอี้ฝาน ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ชานยอลลืมเรื่องเที่ยวกลางคืนไปจากสารระบบ




นานวันเขากับอี้ฝานสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น และไปไหนต่อไหนกันมากยิ่งขึ้น ระยะเวลานั้นชานยอลเองก็จำไม่ได้แน่นอนเท่าใด เขาเริ่มรับรู้ถึงปัญหาของอี้ฝานที่ว่าแฟนสาวของอีกคนไม่ค่อยมีเวลาให้นัก เพราะนอกจากดาวมหาวิทยาลัย หล่อนเป็นถึงนางแบบสาวสวยที่มีงานเข้ามาอยู่ตลอด อี้ฝานเป็นคนไม่มีเพื่อนมากนัก เพราะหาคนที่มีอะไรตรงกันนั้นยาก และชานยอลก็โชคดีที่ได้เป็นหนึ่งในนั้น

“นี่ลืมวิธีเดทไปแล้วมั้ง หล่อนหายหน้าไปขนาดนี้”แม้ชานยอลจะค่อนข้างยินดีที่เห็นความสัมพันธ์ของคนสองคนไม่ดีนัก แต่ก็อดจะโมโหผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ก็มีอยู่นะวันที่เธอมาเจอกับอี้ฝาน แต่มันก็วันสองวันในหนึ่งเดือน อีกฝ่ายโทรคุยกับเขาบ่อยกว่าผู้หญิงคนนั้นเสียอีก ซึ่งสำหรับชานยอลถ้าคนอยากจะเจอกันมันจะไม่มีคำว่าไม่ว่าง มันต้องหาทางได้ติดต่อกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และไม่ขาดหายกันไปนานๆแบบนี้

“ช่างเขาเถอะ ฉันก็เริ่มอยู่คนเดียวได้แล้วล่ะ”อี้ฝานหันมายิ้มให้ เนื่องจากพวกเขาเรียนปีเดียวกันแต่คนละคณะ ทำให้สรรพนามพูดคุยเป็นกันเองมากขึ้น วันนี้อี้ฝานจะมานอนค้างที่ห้องของเขา มันไม่ใช่คืนแรก แต่หลายๆคืนที่ผ่านมามันไม่มีอะไร บางทีชานยอลก็แปลกใจที่ตนเองสามารถสงบจิตใจได้กับคนที่ไม่คิดว่าจะสงบจิตใจได้ กับอี้ฝาน...บางครั้งแค่นอนข้างๆก็มีความสุขโดยไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง ชานยอลเองที่วิถีชีวิตเปลี่ยนไปก็ถูกทักอยู่บ่อยครั้งว่าดูสุขภาพดีขึ้น

“เราซื้อข้าวกล่องไปกินกันนะ”

“อย่าเลย เดี๋ยวฉันทำให้กินเอง”อี้ฝานว่า และชานยอลก็แย้มริมฝีปากเล็กน้อย

“งั้นฉันจะช่วยนายเอง”

“เยี่ยม”อี้ฝานยักคิ้วให้นิดหน่อย พวกเขาซื้อของทำอาหารเย็นและกลับไปที่คอนโดของชานยอล คาโบนาร่าที่ใช้เส้นมักกะโรนีแทนสปเก็ตตี้ ใส่เนื้อสัตว์ง่ายๆก็แทนมื้อหนึ่งได้ พวกเขานั่งกินมันพร้อมกับเปิดทีวีไป มองสาวน้อยดวงตาสีทองที่ตะแคงตัวกัดหนูไหมพรมอยู่ไม่ไกลนัก

“ชานยอล”

“หืม?”

“ไม่เหงาเหรอ?”อี้ฝานถามเขาพลางเอียงคอเล็กน้อย “แบบว่า...อยู่แบบนี้ไม่เหงาเหรอ?”

“ไม่หรอก แต่ก่อนฉันเที่ยวกลางคืนบ่อย หลังๆพอมาอ่านหนังสือก็เพลินแล้ว”

“อ่า..ตอนแรกที่รู้จักกันนายโทรมมากเลย จริงๆนะ”

“พูดจาแบบนี้นะ เดี๋ยวเถอะ”ยิงฟันใส่อีกฝ่ายก่อนจะสังเกตเห็นคราบซอสสีขาวเลอะริมฝีปากของอี้ฝาน นิ้วเรียวยาวก็คว้าทิชชู่เข้าเช็ดให้อย่างไม่ได้ลังเล ทิชชู่สีขาวเนื้อนุ่มนั้นไม่ได้นุ่มนวลไปกว่าสายตาของคนที่พยายามจะดูแล ชานยอลเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะวางทิชชู่เมื่ออี้ฝานจ้องมอง

“...”

“ขอโทษที...เห็นมันเปื้อนน่ะ”

“ไม่เป็นไร”อี้ฝานขยับตัวตรง “บางทีฉันก็เศร้าๆนะ”

“เอ๊ะ?”

“ยังไงล่ะ...ทั้งที่ฉันมีแฟนทั้งที แต่ฉันยังต้องทำอะไรคนเดียวอยู่เลย... ไม่ใช่เธอดูแลฉันไม่ดี แต่บางสิ่งบางอย่าง... ฉันก็ยอมรับว่าบางทีฉันก็อยากจะได้จากเธอ”

“...”

“มันเศร้านะ... มีเหมือนไม่มี มันเศร้าจริงๆ”เสียงหัวเราะเบาๆนั้นไม่ได้ฟังดูรื่นรมย์สักน้อย ชานยอลวางแก้วน้ำลงก่อนจะเอ่ยขึ้นบางเบา

เชื่อมั่นในฉัน แล้วทุกสิ่งจะกลายเป็นจริง”

“?”

“ใน1Q84 หนังสือที่ทำให้เรารู้จักกันไง”ชานยอลยิ้ม “อี้ฝาน...ฉันรู้ว่านายรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไร... ฉันเชื่อว่าหลายเดือนที่ผ่านมานายมองออกว่าฉันเป็นแบบไหน เหมือนที่ฉันมองออกว่านายเป็นคนยังไง”

“แต่ฉัน...”

“อย่าคิดมาก...ทำใจให้สบาย”ชานยอลโน้มหน้าลงกระซิบเบาๆ ดวงตากลมสวยนั้นสบเข้ากับดวงตาของอี้ฝาน ก่อนที่เรียวลิ้นแดงสดจะแลบเลียทับรอยครีมที่เพิ่งถูกเช็ดออกไป อี้ฝานนิ่งอึ้งไปพัก พลันส่งเสียงออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก

“ชานยอล...ฉันรู้ และฉันคิดว่ามันดีมากที่เรารู้จักกัน.. นายเติมเต็มเธอ...แต่...”

“?”

“คนจะมองนายยังไง... ฉันไม่อยากให้ใครมองว่านายแย่งของคนอื่น”อี้ฝานว่า ฉับพลันนั้นชานยอลก็กระตุกยิ้มเบาๆ

“ช่างหัวคนอื่นสิ”

“...”

“นายมีสิทธิ์เลือกคนที่ดีที่สุด โลกมันก็สีเทาๆแบบนี้แหล่ะ”ชานยอลแต้มจูบกับริมฝีปาก หัวใจเต้นระทึกเพระมันคือสิ่งที่เขาอยากจะทำมาตลอด อี้ฝานลังเลอยู่พักแต่ก็ตอบรับเขาโดยง่าย รสจูบเร่งร้อนนั่นทำเอาเชอรี่ แมวสาวที่นอนเล่นต้องกระโดดหนีไปทางอื่น ชานยอลมือสั่นเทาเมื่อได้ลูบไล้ไปที่ตัวของอี้ฝาน และอี้ฝานก็ดูเงอะงะยามสัมผัสกลับมา เขารู้ว่าอี้ฝานกำลังสับสน จึงได้ลูบแก้มอีกฝ่ายพลันส่งยิ้ม

“รู้มั้ยแมวมันแสดงความรักแบบไหน?”

“เดี๋ยว..เฮ้..”อี้ฝานร้องเบาๆเมื่อชานยอลเอื้อมมือลงแกะกระดุมกางเกงขาสามส่วนของอี้ฝาน มือเรียวดึงร่นกางเกงลง ลิ้นชื้นแลบเลียริมฝีปากตนเองพลันส่งนิ้วเกี่ยวชั้นในอีกคนลง ท่อนเนื้อนั้นยังซุกซ่อนอยู่อย่างเงียบสงบ มือขาวลากไล้ปลุกปั่นอารมณ์อยู่พักหนึ่งจนเสียงลมหายใจของอี้ฝานหนักหน่วง ชานยอลใช้เท้ากันโต๊ะเตี้ยออกไปด้านหน้า ก่อนจะคุกเข่าลงกลางระหว่างขาอี้ฝาน ลิ้นแดงฉ่ำลากเลียไปตามแนวยาวโดยที่อีกฝ่ายก็สะดุ้งตัวแทบจะทันที ริมฝีปากชื้นฉ่ำดูดลงกับกลางท่อนเนื้อแล้วครอบครองลงไปตั้งแต่ส่วนบน

 อี้ฝานเผลอขยุ้มกางเกงของตน มองคนที่คุกเข่าให้ที่ท่วงท่าราวกับแมวที่กำลังดูดดุนส่วนนั้นของตนเอง ริมฝีปากนุ่มนั่นซ่อนไว้ด้วยเรียวลิ้นที่บดเบียดส่วนปลายจนทำนบชายหนุ่มแทบพัง อี้ฝานครางในลำคอร้อมกับมือของชานยอลที่ลูบคลึงลงไปถึงก้อนเนื้อด้านล่าง โพรงปากฉ่ำเยิ้มขยับเข้าออก สมองของอีกฝ่ายก็โล่งไปหมด ชานยอลขยับริมฝีปากออกพร้อมกับสาวฝ่ามือไวๆคราบน้ำขุ่นร้อนก็พุ่งเข้าเลอะใบหน้า ทว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้สะทกสะท้านไปมากกว่าพยายามรีดคาวออกให้หมดพร้อมกับใช้ริมฝีปากดูดซับ

“ในเมื่อมันย้อนไปไม่ได้แล้ว...”

“...”

“ทำไมเราไม่ไปให้สุดทางล่ะ”ชานยอลว่าพลางใช้ทิชชู่เช็ดคาวน้ำที่ใบหน้าของตน รู้ดีในตอนนี้เส้นสำนึกชั่วดีของอี้ฝานกำลังขาดสะบั้น กางเกงผ้าร่มถอดลงกองกับพื้นพร้อมกับขึ้นคร่อมหน้าตักอีกฝ่าย รสจูบบดเบียดเร่าร้อนพร้อมกับสะโพกที่บดย้ำเข้าหา แผ่นหลังที่ชานยอลเฝ้ามองนั้น ตอนนี้เขาได้ลูบไล้ขูดขีดมันอย่างสมบูรณ์ อู๋อี้ฝานกำลังเป็นของเขา และเขาจะดูแลอย่างดี จะสาปแช่ง จะว่าบาป จะว่าผิดก็ช่าง ใครจะแคร์



จับมือกันไม่แน่นเอง...จะโทษใครได้...จริงมั้ย?




#aphbKY
  








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น