Title: Brave 1/2
Pairing: KRIS x CHANYEOL
Author: RUNAWAY05
Note: ไม่ใช่ชานคริส...
“ไอ้คนหน้าไม่อาย แย่งแฟนชาวบ้าน!!”
หญิงสาวคนหนึ่งแผดร้องออกมาพร้อมกับผวาหมายจะเข้าทำร้ายอีกฝ่าย
ทว่าก็ถูกผลักออกจนล้มลงไปกองกับพื้น โดยที่คู่กรณีซึ่งเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งก็แสยะยิ้มเย็นก่อนจะขยับริมฝีปากออกมาอย่างเยาะเย้ย
“คนๆเดียวไม่มีปัญญาดูแลก็ต้องถูกแย่งแบบนี้แหล่ะ
จำไว้!”
B r a v e .
เจ็ดเดือนก่อนหน้านี้...
ปาร์คชานยอลสูดลมหายใจสั้นๆก่อนจะเผยอริมฝีปากให้ควันล่องลอยไปบนอากาศ
สายตาจ้องนิ่งๆไปยังเป้าหมายที่กำลังจัดเรียงหนังสืออยู่ในห้องสมุดผ่านหน้าตางกระจกใส
ในเวลาแบบนี้นักศึกษามหาลัยต่างใช้เวลานอนเล่น กินขนม พูดเรื่องชาวบ้าน
และสารพัดอย่าง แต่ไม่ใช่กับชานยอลที่มาเข้าเรียนตอนบ่ายสอง เช็คชื่อแล้วก็กลับ
ร่างสูงโปร่งสวมเชิ้ตสีขาวราคาแพงกับกางเกงยีนส์เนื้อดีแนบกับท่อนขาเล็กๆ
และรองเท้าบู๊ทหุ้มข้อยืนพิงสปอร์ตคาร์ให้สาวๆที่เดินผ่านส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้
แต่ชานยอลกลับเลือกที่จะทำเป็นไม่เห็นและทำเป็นวุ่นวายกับการสูบบุหรี่อยู่ที่เดิม
จนมวนของมันได้มอดหมด จึงได้เหยียบมันกับพื้นขยี้เล็กน้อย พลันหยิบถุงในรถแล้วสาวเท้ายาวๆตรงไปที่ห้องสมุด
“มาต่อวันยืมครับ”
ชานยอลเอ่ยพลางวาง1Q84ของฮารุกิ มูราคามิลงกับเคาน์เตอร์ไม้ขัดมันวาววับ
โดยที่อาสาสมัครบรรณารักษ์ซึ่งเป็นชายหนุ่มร่างสูง เค้าหน้าตะวันตก
เส้นผมสีเข้มเหมือนสีคิ้ว และดวงตาสีอเมริกาโน่ใต้แว่นสายตาก็หยิบบัตรนักศึกษาของชานยอลมากดยิงบาร์โค้ดและคีย์ข้อมูลพลันส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“ยังอ่านไม่จบสินะครับ ตอนผมอ่านเรื่องนี้...มันซับซ้อนมากจริงๆ”น้ำเสียงนุ่มนวลที่ดูเป็นมิตรนั่นทำให้ชานยอลขยับยิ้มตามได้อย่างง่ายดาย
ทั้งที่ปกติแล้วชานยอลไม่ค่อยยิ้มบ่อยนัก
“ผมไม่มีเวลามากกว่าน่ะครับ”...แค่เที่ยวทุกคืนก็ตื่นเกือบเที่ยงแล้ว
“อ่า..นั่นสินะครับ ปีสองงานก็หนักแล้ว... โอ๊ะ
ขอโทษที่เผลออ่านบัตรของคุณนะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ”ชานยอลยิ้ม “เอาไว้ถ้ามีเรื่องไหนสนุกก็แนะนำผมได้นะ
บางทีผมก็ปวดหัวนิดๆเหมือนกัน ผมเห็นเขาแนะนำว่าถ้าจะอ่านมูราคามิต้องอ่าน1Q84”
“ดูเหมือนคุณจะเริ่มตามงานของมูราคามิซัง...
ผมแนะนำคาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ (Kafka on the Shore) คุณน่าจะชอบนะครับ”
“แล้วคุณชอบ...”ชานยอลขยับริมฝีปากคาค้างเล็กน้อย
“เรื่องไหนที่สุดครับ”
“นอร์วิเจี้ยน วู้ด ครับ
ผมอ่านตั้งแต่ห้าหกปีที่แล้ว แต่ผมก็ยังชอบอยู่ เหมือนงานที่ค่อนข้างสด
มีอิสระน่ะครับ แต่จะอ่านยากหน่อย”
“ขอบคุณนะครับ แล้วผมจะมาต่อวันยืมอีก”ร่างโปร่งหัวเราะน้อยๆกับคำกล่าวติดตลกของตนเอง
พร้อมกับรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ส่งให้เช่นกัน ชานยอลรับหนังสือกลับมาก่อนจะกลับไปที่รถแล้วตรงกลับบ้าน
เขาโยนหนังสือลงเบาะข้างๆอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ถ้าไม่มีมัน เขาก็คงไม่มีบทสนทนากับอีกฝ่าย
เมื่อกลับไปที่ห้องคอนโดในตึกสูงระฟ้า เขาก็วางหนังสือลงบนโต๊ะทำงาน
ก่อนจะอุ้มเปอร์เซียสีดำดวงตาสีทองที่มันวิ่งส่ายตัวไปมาขึ้นบนอ้อมกอด
“เด็กดี...เหงามั้ย?”
ถามไปก็ไม่ได้คำตอบ..แต่ลิ้นเล็กๆของมันที่แลบเลียกลับมาทำให้รู้ได้ว่ามันกำลังแสดงความรักด้วยการทำความสะอาด
ชายอลวางมันลงกับพรมหน้าทีวีปล่อยให้มันตะปบกองของเล่นของมันอยู่อย่างนั้น
เขาเดินไปที่ห้องนอน ก่อนจะถอดเชิ้ตแขวน ร่างสูงโปร่งที่สวมเสื้อกล้ามสีดำนั่งเช็ดคราบฝุ่นออกจากใบหน้า
พลันขยับกายลุกขึ้นถอดเสื้อกล้ามออก เผยท่อนบนขาวละเอียดสมส่วนมีมัดกล้ามเล็กน้อย ชานยอลคว้าเสื้อคลุมเข้าสวม
ปลดกางเกงและถอดออกพร้อมกางเกงใน เท้าเปล่าย่างเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำใส่อ่างก่อนจะเทผงกลิ่นอโรมาลงไป
ทันทีที่ระดับน้ำเหมาะสม เสื้อคลุมก็ถูกออกวางกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจนัก
ชานยอลแช่น้ำอุ่นนั้นนิ่งๆ ลูบน้ำถูตามเนื้อตัว
ก่อนจะหลับตาลงเมื่อจินตนาการถึงวันที่ฝนตก
เขากับผู้ชายคนนั้นตัวเปียกปอนกันทั้งคู่ พวกเขาสัมผัสเนื้อตัวกัน ทันทีที่ปลายนิ้วไถไปกับยอดอก
สมองก็สร้างภาพผู้ชายคนเดิมกำลังละเลงปลายลิ้นลงไป ชานยอลหลับตาขบริมฝีปาก
ก่อนที่มืออีกข้างจะไล้ลงไปใต้น้ำพร้อมกับความรู้สึกที่พลุ่งพล่านขึ้น
ไม่รู้เมื่อไหร่ที่สายตาของเขาเอาแต่ไล่ตามอู๋อี้ฝาน
อาสาสมัครห้องสมุดคนนั้น ชานยอลไล่สืบตามประวัติของผู้ชายคนนี้จนหมดและรับรู้เกี่ยวกับความสนใจคร่าวๆของอีกคน
จะเรียกว่าชอบก็ไม่ผิดนัก ชานยอลชอบอี้ฝานแม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง
แต่เขาก็ไม่แคร์สักเท่าไหร่ ผู้หญิงคนนั้นเองก็เป็นสาวสวยเดือนมหาลัย
และอย่างชานยอลใครที่ไม่รู้จักก็คงจะเห็นว่าเป็นลูกคนรวยที่เป็นชายหนุ่มเสเพลไปวันๆ
ทั้งๆที่รสนิยมส่วนตัวของชานยอลไม่ใช่แบบนั้น
ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของชานยอลนั้นเพียบพร้อม
แต่ละสิ่งอย่างของเขาถูกคัดสรรมาอย่างดีตั้งแต่แชมพูยันรองเท้าฟองน้ำ
ไม่มีสิ่งใดที่ชานยอลขาดแคลนจนถึงขั้นลดตัวลงไปปรารถนาของคนอื่น
แต่ทว่าอู๋อี้ฝานกลับเป็นข้อยกเว้น
ชานยอลหยุดตัวเองไม่ได้ที่จะนึกถึงอู๋อี้ฝานแม้จะเป็นคืนที่นอนกับคนอื่นหลังจากเมาเต็มคราบ
เขาอยากให้อี้ฝานมองมาที่เขา โอบกอดเขา ลงโทษเขา
แน่นอนว่ามันต้องน่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้ชายที่ชอบผู้หญิง...
แต่มันก็ดีตรงที่ว่าบางทีคนพวกนี้ก็มองไม่ออกว่าเขาชอบแบบไหนกันแน่
ซึ่งกับชานยอลไม่ถึงกับว่าต้องได้ผู้ชายเท่านั้น จะผู้หญิงบ้างเพื่อให้วันเวลาพ้นไปวันๆมันก็ไม่เป็นไร
เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนก็ได้เวลาที่ผีเสื้อราตรีจะสยายปีกได้เต็มที่
ชานยอลชูแก้วเหล้าตอบหญิงสาวโต๊ะอีกฝั่งร้านในขณะที่มีผู้ชายอีกคนเข้ามาลูบ
สายตาของเขามองไปรอบๆก่อนจะปัดมือคนที่เอาแต่ลูบสะโพกจนรำคาญ เขาสาวเท้าไปช้าๆเข้าไปแอดอัดกับผู้คนกลางฟลอร์
ผ่านสาวสวยที่แม้จะดูหยิ่งแต่ท่าทีของเจ้าหล่อนก็พร้อมจะโอเคถ้าเขาไปหยุดอยู่ตรงหน้า
เขาใช้เวลาไม่นานก็ได้ผู้หญิงคนหนึ่งติดมือมา เพราะคืนนี้เขาอยากได้ผู้หญิงแก้เบื่อมากกว่า
เขาหยุดเรื่องผู้ชายไปสักพักตั้งแต่เริ่มชอบอู๋อี้ฝาน มันอาจจะน่าขำไปหน่อยที่เขาอยู่ๆก็อยากรักษาพื้นที่ด้านหลังเอาไว้ให้คนที่ชอบ
“...”
อู๋อี้ฝานควรรู้ตัวเสียสักหน่อยว่าแผ่นหลังของเจ้าตัวนั้นน่าซบแค่ไหน...
ชานยอลทอดสายตามองนิ่งๆอยู่ในร้านหนังสือ
มองอู๋อี้ฝานที่กำลังเลือกหนังสืออย่างที่เคยมาประจำทุกวันศุกร์ ชานยอลจำได้...
ไม่สิ ต้องให้พูดว่าชานยอลไม่เคยลืมคงเหมาะกว่า เพราะชานยอลก็จำไม่ได้แล้วว่ามายืนมองหลังของอีกคนกี่วันศุกร์
แล้วก็ต้องซื้อการ์ตูนโง่ๆกลับไปที่ห้องให้เพื่อนยืมไปแบบไม่คืนทุกที
“อ้าว คุณ”
“?”ชานยอลไหวกายเล็กน้อยเมื่ออี้ฝานหันมาทักพร้อมกับส่งยิ้มให้
เขาส่งยิ้มกลับไปก่อนจะทำตัวสบายๆไปหา “บังเอิญจังนะครับ”
“ไม่มั้งครับ”
“?”
“ผมเห็นคุณมาชอบซื้อการ์ตูนที่นี่บ่อยๆ แต่ผมไม่กล้าไปทัก”ความร้อนฉาบลงที่แก้มของชานยอลเล็กน้อย
เพียงแค่รู้ว่าอีกฝ่ายก็มองตนอยู่เขาก็รู้สึกว่ามือไม้ช่างเกะกะขึ้นมา
“ก็...ครับ แต่เหมือนวันนี้มันยังไม่มา”
“ผมก็ยังไม่เจอเล่มใหม่ๆเลย คุณพักแถวนี้เหรอครับ?”อี้ฝานยังส่งยิ้มมาให้
และชานยอลก็สั่นหน้าไปเบาๆ
“ผมมาธุระแถวนี้บ่อยน่ะครับ”
“ผมรู้จักร้านวาฟเฟิลอร่อยๆด้วยนะ ทานกันมั้ยครับ
ผมไม่มีหนังสือใหม่อ่าน เลยค่อนข้างเหวงๆ”
“อ๋อ ได้สิครับ ว่าแต่...แฟนคุณล่ะครับ”ชานยอลลองหยั่งเชิงอีกฝ่าย
ก่อนที่เขาจะสังเกตว่าแววตาของอี้ฝานหม่นลงเล็กน้อย
“เขาไม่ว่างน่ะครับ”
“ผมขอโทษนะ”ชานยอลเผลอปากพูดออกไปทั้งที่เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องขอโทษก็ได้
และอี้ฝานก็ส่งยิ้มกลับมาให้เป็นเชิงไม่เป็นไร
ลงท้ายของวันหลังจากที่เขาไปทานวาฟเฟิลธรรมดาๆที่ร้านเบ็กๆในย่านถนนที่รสชาติไม่ได้น่าจดจำ
แต่สิ่งที่ทำให้มันอร่อยมากคงเป็นเพราะอู๋อี้ฝานกับชาเขียวปั่น เขาเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ทานกาแฟ
(และเขาก็เช่นกัน) พวกเขามีอะไรที่ตรงกันหลายอย่าง แนวคิด นิสัยบางจุด เดือนเกิด
รสนิยมการแต่งตัว
พวกเขาคุยกันจนมืดค่ำและชานยอลก็กลับมานอนที่ห้องพร้อมกับสั่งหนังสือออนไลน์มาอ่านเป็นครั้งแรกเพื่อที่จะได้มีเรื่องคุยกับอี้ฝาน
ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ชานยอลลืมเรื่องเที่ยวกลางคืนไปจากสารระบบ
นานวันเขากับอี้ฝานสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น
และไปไหนต่อไหนกันมากยิ่งขึ้น ระยะเวลานั้นชานยอลเองก็จำไม่ได้แน่นอนเท่าใด เขาเริ่มรับรู้ถึงปัญหาของอี้ฝานที่ว่าแฟนสาวของอีกคนไม่ค่อยมีเวลาให้นัก
เพราะนอกจากดาวมหาวิทยาลัย หล่อนเป็นถึงนางแบบสาวสวยที่มีงานเข้ามาอยู่ตลอด อี้ฝานเป็นคนไม่มีเพื่อนมากนัก
เพราะหาคนที่มีอะไรตรงกันนั้นยาก และชานยอลก็โชคดีที่ได้เป็นหนึ่งในนั้น
“นี่ลืมวิธีเดทไปแล้วมั้ง หล่อนหายหน้าไปขนาดนี้”แม้ชานยอลจะค่อนข้างยินดีที่เห็นความสัมพันธ์ของคนสองคนไม่ดีนัก
แต่ก็อดจะโมโหผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ก็มีอยู่นะวันที่เธอมาเจอกับอี้ฝาน
แต่มันก็วันสองวันในหนึ่งเดือน อีกฝ่ายโทรคุยกับเขาบ่อยกว่าผู้หญิงคนนั้นเสียอีก ซึ่งสำหรับชานยอลถ้าคนอยากจะเจอกันมันจะไม่มีคำว่าไม่ว่าง
มันต้องหาทางได้ติดต่อกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และไม่ขาดหายกันไปนานๆแบบนี้
“ช่างเขาเถอะ ฉันก็เริ่มอยู่คนเดียวได้แล้วล่ะ”อี้ฝานหันมายิ้มให้
เนื่องจากพวกเขาเรียนปีเดียวกันแต่คนละคณะ ทำให้สรรพนามพูดคุยเป็นกันเองมากขึ้น วันนี้อี้ฝานจะมานอนค้างที่ห้องของเขา
มันไม่ใช่คืนแรก แต่หลายๆคืนที่ผ่านมามันไม่มีอะไร บางทีชานยอลก็แปลกใจที่ตนเองสามารถสงบจิตใจได้กับคนที่ไม่คิดว่าจะสงบจิตใจได้
กับอี้ฝาน...บางครั้งแค่นอนข้างๆก็มีความสุขโดยไม่มีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้อง ชานยอลเองที่วิถีชีวิตเปลี่ยนไปก็ถูกทักอยู่บ่อยครั้งว่าดูสุขภาพดีขึ้น
“เราซื้อข้าวกล่องไปกินกันนะ”
“อย่าเลย เดี๋ยวฉันทำให้กินเอง”อี้ฝานว่า
และชานยอลก็แย้มริมฝีปากเล็กน้อย
“งั้นฉันจะช่วยนายเอง”
“เยี่ยม”อี้ฝานยักคิ้วให้นิดหน่อย
พวกเขาซื้อของทำอาหารเย็นและกลับไปที่คอนโดของชานยอล คาโบนาร่าที่ใช้เส้นมักกะโรนีแทนสปเก็ตตี้
ใส่เนื้อสัตว์ง่ายๆก็แทนมื้อหนึ่งได้ พวกเขานั่งกินมันพร้อมกับเปิดทีวีไป
มองสาวน้อยดวงตาสีทองที่ตะแคงตัวกัดหนูไหมพรมอยู่ไม่ไกลนัก
“ชานยอล”
“หืม?”
“ไม่เหงาเหรอ?”อี้ฝานถามเขาพลางเอียงคอเล็กน้อย “แบบว่า...อยู่แบบนี้ไม่เหงาเหรอ?”
“ไม่หรอก แต่ก่อนฉันเที่ยวกลางคืนบ่อย
หลังๆพอมาอ่านหนังสือก็เพลินแล้ว”
“อ่า..ตอนแรกที่รู้จักกันนายโทรมมากเลย จริงๆนะ”
“พูดจาแบบนี้นะ เดี๋ยวเถอะ”ยิงฟันใส่อีกฝ่ายก่อนจะสังเกตเห็นคราบซอสสีขาวเลอะริมฝีปากของอี้ฝาน
นิ้วเรียวยาวก็คว้าทิชชู่เข้าเช็ดให้อย่างไม่ได้ลังเล
ทิชชู่สีขาวเนื้อนุ่มนั้นไม่ได้นุ่มนวลไปกว่าสายตาของคนที่พยายามจะดูแล
ชานยอลเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะวางทิชชู่เมื่ออี้ฝานจ้องมอง
“...”
“ขอโทษที...เห็นมันเปื้อนน่ะ”
“ไม่เป็นไร”อี้ฝานขยับตัวตรง “บางทีฉันก็เศร้าๆนะ”
“เอ๊ะ?”
“ยังไงล่ะ...ทั้งที่ฉันมีแฟนทั้งที
แต่ฉันยังต้องทำอะไรคนเดียวอยู่เลย... ไม่ใช่เธอดูแลฉันไม่ดี
แต่บางสิ่งบางอย่าง... ฉันก็ยอมรับว่าบางทีฉันก็อยากจะได้จากเธอ”
“...”
“มันเศร้านะ... มีเหมือนไม่มี มันเศร้าจริงๆ”เสียงหัวเราะเบาๆนั้นไม่ได้ฟังดูรื่นรมย์สักน้อย
ชานยอลวางแก้วน้ำลงก่อนจะเอ่ยขึ้นบางเบา
“เชื่อมั่นในฉัน
แล้วทุกสิ่งจะกลายเป็นจริง”
“?”
“ใน1Q84 หนังสือที่ทำให้เรารู้จักกันไง”ชานยอลยิ้ม
“อี้ฝาน...ฉันรู้ว่านายรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไร...
ฉันเชื่อว่าหลายเดือนที่ผ่านมานายมองออกว่าฉันเป็นแบบไหน เหมือนที่ฉันมองออกว่านายเป็นคนยังไง”
“แต่ฉัน...”
“อย่าคิดมาก...ทำใจให้สบาย”ชานยอลโน้มหน้าลงกระซิบเบาๆ
ดวงตากลมสวยนั้นสบเข้ากับดวงตาของอี้ฝาน
ก่อนที่เรียวลิ้นแดงสดจะแลบเลียทับรอยครีมที่เพิ่งถูกเช็ดออกไป อี้ฝานนิ่งอึ้งไปพัก
พลันส่งเสียงออกมาอย่างไม่มั่นใจนัก
“ชานยอล...ฉันรู้ และฉันคิดว่ามันดีมากที่เรารู้จักกัน..
นายเติมเต็มเธอ...แต่...”
“?”
“คนจะมองนายยังไง...
ฉันไม่อยากให้ใครมองว่านายแย่งของคนอื่น”อี้ฝานว่า ฉับพลันนั้นชานยอลก็กระตุกยิ้มเบาๆ
“ช่างหัวคนอื่นสิ”
“...”
“นายมีสิทธิ์เลือกคนที่ดีที่สุด
โลกมันก็สีเทาๆแบบนี้แหล่ะ”ชานยอลแต้มจูบกับริมฝีปาก
หัวใจเต้นระทึกเพระมันคือสิ่งที่เขาอยากจะทำมาตลอด
อี้ฝานลังเลอยู่พักแต่ก็ตอบรับเขาโดยง่าย รสจูบเร่งร้อนนั่นทำเอาเชอรี่
แมวสาวที่นอนเล่นต้องกระโดดหนีไปทางอื่น ชานยอลมือสั่นเทาเมื่อได้ลูบไล้ไปที่ตัวของอี้ฝาน
และอี้ฝานก็ดูเงอะงะยามสัมผัสกลับมา เขารู้ว่าอี้ฝานกำลังสับสน จึงได้ลูบแก้มอีกฝ่ายพลันส่งยิ้ม
“รู้มั้ยแมวมันแสดงความรักแบบไหน?”
“เดี๋ยว..เฮ้..”อี้ฝานร้องเบาๆเมื่อชานยอลเอื้อมมือลงแกะกระดุมกางเกงขาสามส่วนของอี้ฝาน
มือเรียวดึงร่นกางเกงลง ลิ้นชื้นแลบเลียริมฝีปากตนเองพลันส่งนิ้วเกี่ยวชั้นในอีกคนลง
ท่อนเนื้อนั้นยังซุกซ่อนอยู่อย่างเงียบสงบ
มือขาวลากไล้ปลุกปั่นอารมณ์อยู่พักหนึ่งจนเสียงลมหายใจของอี้ฝานหนักหน่วง
ชานยอลใช้เท้ากันโต๊ะเตี้ยออกไปด้านหน้า ก่อนจะคุกเข่าลงกลางระหว่างขาอี้ฝาน ลิ้นแดงฉ่ำลากเลียไปตามแนวยาวโดยที่อีกฝ่ายก็สะดุ้งตัวแทบจะทันที
ริมฝีปากชื้นฉ่ำดูดลงกับกลางท่อนเนื้อแล้วครอบครองลงไปตั้งแต่ส่วนบน
อี้ฝานเผลอขยุ้มกางเกงของตน
มองคนที่คุกเข่าให้ที่ท่วงท่าราวกับแมวที่กำลังดูดดุนส่วนนั้นของตนเอง
ริมฝีปากนุ่มนั่นซ่อนไว้ด้วยเรียวลิ้นที่บดเบียดส่วนปลายจนทำนบชายหนุ่มแทบพัง
อี้ฝานครางในลำคอร้อมกับมือของชานยอลที่ลูบคลึงลงไปถึงก้อนเนื้อด้านล่าง โพรงปากฉ่ำเยิ้มขยับเข้าออก
สมองของอีกฝ่ายก็โล่งไปหมด ชานยอลขยับริมฝีปากออกพร้อมกับสาวฝ่ามือไวๆคราบน้ำขุ่นร้อนก็พุ่งเข้าเลอะใบหน้า
ทว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้สะทกสะท้านไปมากกว่าพยายามรีดคาวออกให้หมดพร้อมกับใช้ริมฝีปากดูดซับ
“ในเมื่อมันย้อนไปไม่ได้แล้ว...”
“...”
“ทำไมเราไม่ไปให้สุดทางล่ะ”ชานยอลว่าพลางใช้ทิชชู่เช็ดคาวน้ำที่ใบหน้าของตน
รู้ดีในตอนนี้เส้นสำนึกชั่วดีของอี้ฝานกำลังขาดสะบั้น กางเกงผ้าร่มถอดลงกองกับพื้นพร้อมกับขึ้นคร่อมหน้าตักอีกฝ่าย
รสจูบบดเบียดเร่าร้อนพร้อมกับสะโพกที่บดย้ำเข้าหา แผ่นหลังที่ชานยอลเฝ้ามองนั้น ตอนนี้เขาได้ลูบไล้ขูดขีดมันอย่างสมบูรณ์
อู๋อี้ฝานกำลังเป็นของเขา และเขาจะดูแลอย่างดี จะสาปแช่ง จะว่าบาป จะว่าผิดก็ช่าง
ใครจะแคร์
จับมือกันไม่แน่นเอง...จะโทษใครได้...จริงมั้ย?
#aphbKY

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น