วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558

JUST YOU 2/2
















หลังจากคำสั่งของคุณท่านมีผลออกไป สวนข้างบ้านก็ถูกจัดแต่งให้เป็นงานเลี้ยงเล็กๆ สำรับของคาวของหวานถูกจัดเตรียมโดยไม่ต้องพึ่งพ่อครัวที่ไหน เพราะแม่บ้านลีกับเหล่าแม่ครัวก็เป็นตัวตั้งตัวตีที่ดีอยู่แล้ว ส่วนเยริก็ช่วยแม่บ้านลีกับทีมออแกไนเซอร์ตระเตรียมของใช้ในงานไปเรื่อยๆ เมื่ออากาศเริ่มเย็นลง คนในงานก็หลั่งไหลเข้ามาตามเทียบเชิญพร้อมกับผู้สื่อข่าวมากหน้าหลายตา ประสาเก็บสกู๊ปทำข่าวไฮโซไฮซ้อทั่วไป

ชานยอลสวมเดรสสีฟองสีโอล์ดโรส เน้นชายระบายประสางานเลี้ยงไม่เป็นทางการ เส้นผมของหญิงสาวเกล้าขึ้นหลวมๆประดับด้วยดอกไม้แบบสบายๆ ใบหน้าตบแต่งโทนน้ำตาลชมพูไม่จัดมากนัก ริมฝีปากสีโรสโกลด์ยิ่งทำให้หญิงสาวดูทั้งสวยงามและสูงค่าไปพร้อมกัน เครื่องประดับทั้งสร้อยและต่างหูเป็นมุก ส่วนข้อมือเป็นสวารอฟกี้เส้นเล็ก รองเท้าจิมมี่ชูสีแดงเนื้อกำมะหยี่รุ่นLilly120 ซึ่งมีสายรัดข้อเท้าประดับด้วยโบว์ผ้าทูลเล ทำให้เรียวขาของคุณหนูของบ้านยิ่งดูสวยสง่า ทว่ากว่าหญิงสาวออกมาสมทบบริเวณงานก็ปาไปตอนหัวค่ำเพราะมัวแต่แต่งเนื้อแต่งตัว

ผู้คนมากหน้าหลายตาได้เข้าทักทายหญิงสาวสูงศักดิ์ที่ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเสียงชื่นชมของคนทั้งงาน ในขณะที่คุณท่านยังนั่งจิบชาอุ่นๆอยู่ในส่วนรับแขกพร้อมกับแขกที่เข้ามาร่วมพูดคุย ดวงตาของชายมากอายุมองไปยังลูกสาวคนเดียวของตน ก่อนจะเรียกชายหนุ่มที่อยู่ไม่ไกลนัก

“คริส ไปรับชานยอลมาหาฉันหน่อย”

“ครับ”ชายหนุ่มใบหน้าคมคายรับคำ ก่อนจะเดินไปหาหญิงสาวที่ยังอยู่กับพวกนักข่าวที่กลางงาน ชายหนุ่มร่างสูงสง่าผมส้นสีดำ สวมเชิ้ตและกางเกงรวมทั้งรองเท้าสีดำตลอดตัว ใบหน้าคมจดจ้องคุณหนูคนสวยที่ยังรายล้อมไปด้วยผู้คน พร้อมกับนักข่าวที่เริ่มเข้ามาขอถ่ายรูปของคริสบ้าง ดวงตาคมหันไปมองชานยอลอีกครั้ง ก่อนที่หญิงสาวจะหันกลับมามองเช่นกัน เธอผงกศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเดินฝ่าผู้คนออกมาหา

“คุณพ่อล่ะ”

“ท่านให้มารับไปหาท่านครับ”หนุ่มสาวสองคนที่งดงามราวกับเจ้าหญิงเจ้าชยทำเอาช่างภาพทั้งหลายรัวชัตเตอร์กันไม่ยอมหยุด ใบหน้างามพยักให้เล็กน้อย ซึ่งคริสก็หงายฝ่ามือตนขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่วางลงไปอย่างสนิทใจ

“น้องชานยอลครับ ขอโทษนะครับที่พี่มาช้า”อีดงอุคปรากฏตัวขึ้นด้วยรอยยิ้ม ทำให้คริสเผลอกุมมือของหญิงสาวเอาไว้ แม้จะหลับไปก่อนในคืนนั้น แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจำไม่ได้ว่าเขาพูดอะไรออกไป และดีใจด้วยซ้ำที่พูดออกไปแล้วชานยอลรับฟัง ไม่ขับไสไล่ส่งในวันรุ่งขึ้น แม้จะดูไม่ค่อยสะดวกใจถ้าจะพูดถึงอีกครั้ง

“สวัสดีค่ะ คิดว่าพี่จะไม่มาแล้วซะอีก”

“ทำไมจะไม่มาล่ะครับ งานเลี้ยงบ้านเราทั้งที”ดวงตาของดงอุคมองมือของคริสก่อนจะมองหน้าเจ้าของฝ่ามือเป็นเชิงให้อีกคนถอยไป ทว่าอีกฝ่ายก็ยังยืนนิ่งๆอยู่อย่างนั้น “มายืนทำอะไร”

“...”

“ไปเอาน้ำมาเสิร์ฟสิ”ดงอุคเอ่ยปากสั่ง และชายตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าจะขยับตัว อีกฝ่ายเขม่นหน้าพร้อมกับชานยอลที่แก้สถานการณ์

“พี่อยากดื่มอะไรคะ จะได้สั่งเด็กมาให้”

“พี่จะให้มันเอามาให้...เป็นแค่คนใช้ เชิดหน้าชูคอจับมือเราแบบนี่ว่าไม่ถูก”แขกหนุ่มกล่าวจนเป็นที่จับตามองของสื่อคนดังหวังจะมีสกู๊ปเด็ด เพราะคุณท่านไม่ได้ประกาศว่างานในวันนี้จัดขึ้นเพื่ออะไร ใจของคริสอยากจะตอบโต้ผู้ชายถือดีคนนั้น แต่ก็เกรงว่าชานยอลจะมีปัญหาไม่สะดวกใจในอนาคต จึงได้แต่มองนิ่งๆแล้วเบนหน้าลงประสาคนรู้จุดยืนตัวเอง ท่าทีเจียมตัวนั้นทำให้ดงอุคพ่นลมหายใจเหอะอย่างรู้สึกชนะ

แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อชานยอลสอดนิ้วกุมมือของคริสเอาไว้จนชายข้างกายกันมามองเธอ ดวงตาสวยนั้นจ้องอย่างหมายมั่น คิ้วเริ่มขมวดหากันนิดๆเมื่ออยู่ในอารมณ์ไม่พอใจ

“คริสไม่ใช่คนใช้นะคะ...เกรงว่าพี่จะเข้าใจผิด”

“ว่าไงนะ...”

“จริงอยู่ว่าคริสเป็นคนของที่นี่ แต่ไม่ได้เป็นญาติพี่น้อง เป็นลูกคนเก่าแก่ที่มาดูแลคุณแม่”ชานยอลกล่าวต่อหน้านักข่าว “แต่หนูกับเขา...อยู่มาด้วยกัน โตมาด้วยกัน พวกเราลึกซึ้งกันมากกว่านั้น บ้านเรามีความสุขมาทุกวันนี้ได้เพราะเขา เรารู้จักกันในวันที่หนูมีคนรู้จัก แต่คริสเราอยู่ด้วยกันตั้งแต่วันที่หนูไม่รู้จักใครนะคะ”

“ชานยอล..แต่ตอนนั้น...”

“หนูเคยน้อยใจเขาจริงๆค่ะ...แต่ตอนนี้พวกเราไม่มีอะไรติดค้างในใจกันแล้ว ขอบคุณพี่นะคะที่ช่วยให้คำปรึกษาหนูในช่วงเวลานั้น... แต่หนูแค่ไม่อยากให้พี่ทำกับคริสแบบนี้อีก”

“เดี๋ยว..ชานยอล ทำไมล่ะ? ทำไมพี่จะทำแบบนั้นไม่ได้?”

“เราจะแต่งงานกันครับ”คริสเปล่งเสียงออกมาเรียบๆท่ามกลางสายตาไม่อยากเชื่อของดงอุครวมทั้งคนรอบๆ และชานยอลก็มองผู้ชายที่ดูเจียมตัวเจียมใจคนนั้นลุกขึ้นมามีปากเสียงอย่างประหลาดใจนิดๆเช่นกัน “หากจะใช้ผมเหมือนที่เคยใช้...ผมไม่ว่าหรอกนะครับ แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นของผม”

“...”

“และผมจะเป็นของเธอแค่คนเดียว”ความหนักแน่นในน้ำเสียงนั้นทำให้เหล่านักข่าวนิ่งไปพักก่อนจะรีบสะกิดกันให้ถ่ายรูปผู้ชายร่างสูงที่กอบกุมมือหญิงสาวไม่ห่าง ดงอุคอ้าปากค้าง มองมาที่ชานยอลที่ขยับตัวชิดคริสพลางส่งสายตาผิดหวังมาให้ ก่อนจะเม้มปากพยักหน้าพลันแค่นหัวเราะเหอะ

“อ๋อ...ที่จัดงานกันเพราะจะบอกแค่นี้สินะ? อย่างนั้นก็ยินดีด้วยแล้วกันนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”หญิงสาวกล่าว

“หึ..เรือล่มในหนอง...”

“เชิญครับ”คริสตัดบทก่อนจะพาชานยอลออกมาหาคุณท่านที่นั่งยิ้มอย่างพอใจ โดยที่ดงอุคแม้จะเคืองโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากฮึดฮัดขัดใจ สะบัดแขนการ์ดที่เข้ามาดูแลก่อนจะกระชับสูทออกงานไปอย่างเสียอารมณ์ ใบหน้าหวานมองชายข้างกายที่กระชับมือเธออย่างมุ่งมั่น และหันมายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน

“ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ”

“จริงๆนายไม่ควรให้ฉันพูดก่อนนะเรื่องแบบนี้น่ะ”ทำหน้ายุ่งกลบเกลื่อนพลันชกต้นแขนอีกฝ่ายเบาๆไปทีหนึ่ง แต่รอยยิ้มหวานบนใบหน้าคมคายนั้นก็ไม่ได้ริบลงแต่อย่างใด เขาและเธอเข้าไปหาคุณท่านที่นั่งรออยู่ พร้อมกับเจ้าของคฤหาสน์ก็เอ่ยปากขึ้น

“แบบนี้คงไม่ต้องพูดแล้วมั้ง”

“พ่อคะ...”

“หึหึ...เอาล่ะ...สำหรับงานในวันนี้ เราแค่อยากจะประกาศถึงข่าวดีของคฤหาสน์เราที่เงียบเหงามานาน... คริส...เขาเป็นคนดูแลกิจการช่วยเหลือฉันอยู่ตอนนี้ กำลังจะแต่งงานกับชานยอล ลูกสาวคนเดียวของฉัน..”

เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง แต่ชายวัยเกษียณก็ยังกล่าวต่อไป

“แม้จะมีเรื่องขัดเคืองใจกันบ้าง...แต่ฉันสัมผัสได้ว่าทั้งคู่มีความรักให้กันมานานมากนัก... จนฉันไม่อยากให้มุมมองที่เปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาโตขึ้นทำลายความรู้สึกตอนที่ยังบริสุทธิ์ของพวกเขาไป คริสเองก็รักลูกสาวของฉัน... และฉันก็จะทำคำขอของลูกสาวของฉันที่เคยขอไว้เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนให้เป็นจริง”

“พ่อ...”ชานยอลหันไปมองบิดาที่ส่งยิ้มบางๆกลับมาให้

“เธอขอให้เธอกับคริสอยู่ด้วยกันตลอดไป...ลูกสาวฉันขอไว้อย่างนั้น และนี่เป็นโอกาสเหมาะแล้ว ที่ฉันจะทำตามที่เธอขอเอาไว้”

ชานยอลขบริมฝีปาก ก่อนจะโผกอดคนเป็นพ่อเอาไว้แนบแน่น แม้ระยะเวลาที่ผ่านมาเอกับพ่อจะไม่ค่อยเข้าหากัน ทั้งตัวเธอที่พยายามเรียกร้องอะไรหลายอย่างด้วยวิธีของเธอ และคนเป็นพ่อที่แสดงออกแบบคนเป็นพ่อ แต่ในตอนนี้เธอไม่สนใจที่ผ่านมาแล้ว ทันทีที่ได้รับรู้ว่าพ่อของเธอยังจำคำพูดของเธอได้เสมอ..และเธอเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่พ่อให้เธอนั้น คือสิ่งที่ดีที่สุด

คริสส่งยิ้มจางๆออกมา...พร้อมกับคนในงานที่ส่งเสียงปรบมือดังกึกก้อง....






“พ่อนะพ่อ...เครื่องสำอางหลุดหมด”

ชานยอลพึมพำอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยตามประสา ในขณะที่งานยังคงดำเนินต่อด้านล่าง คุณท่านไปพักผ่อนแล้ว และคริสก็อาสามาส่งคุณหนูที่ไม่อยากนอนดึก (และเขาก็ไม่ได้ยืนยันกับเลขาคิมนักว่าเขาจะได้ลงไป...) หญิงสาวนั่งพักเหนื่อยที่เตียงเมื่อกลับมาถึงห้อง มองคริสที่เปิดไฟในห้องให้และดับดวงที่ไม่จำเป็นลง ชานยอลนึกถึงวันนั้น วันที่ทำให้อีกคนเป็นแผลทั้งคำพูดและการกระทำ จึงได้ออกปากขึ้นอีกครั้งเสียงเบาลง

“นี่...แผลที่มือหายแล้วใช่มั้ย”

“ครับ...หายดีแล้ว”ร่างสูงขยับมือไปมาเหมือนกำลังขยำอะไรสักอย่างให้ดู

“ฉันโดนตัดคอนเนคชั่นกับพี่ดงอุคแน่เลย”

“ขอโทษนะครับ...”

“แค่รุ่นพี่ขี้โม้น่ะ...เขาก็ดีกับฉันหรอกนะ แต่บางทีคนเราก็ต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่กับอะไรที่ไม่ใช่”ชานยอลลุกไปหยิบคลีนซิ่งมาเช็ดหน้า คริสยืนนิ่งไปพักหนึ่งจึงได้เอ่ยปาก

“ขอใช้ห้องน้ำหน่อยนะครับ”

“อื้อ”ชายหนุ่มเข้าห้องน้ำสีหวานแหววไปสักพัก ก่อนจะออกมาพร้อมกับอ่างน้ำและผ้าขนหนู ชานยอลเลิกคิ้วเมื่อคริสถอดรองเท้าที่เธอซื้อมาด้วยความดื้อรั้นนั้นออกแล้วจับเท้าของเธอแช่ลงกับน้ำอุ่น

“ส้นเข็มแบบนั้นกลัวคุณหนูจะทรมานเอา...อย่าใส่นานเลยนะครับ”

“ตอนนั้นฉันคิดว่านายจะเหวี่ยงที่ฉันซื้อรองเท้ามาถมที่ซะอีก”

“ถ้ามันเป็นความสุขของคุณหนู... ผมไม่ว่าหรอกครับ”ใบหน้าคมส่งยิ้มให้ พร้อมกับเลิกคิ้วเมื่อชานยอลออกปากนิ่งๆ

“นี่ใจคอจะเรียกฉันคุณหนูจนกว่าเราจะแก่เลยเหรอ”

“ผม...ชินปากแล้วน่ะครับ เวลาเรียกคุณหนู...ผมจะรู้สึกว่าน่าทะนุถนอม และผมจะทำทุกทางเพื่อไม่ทำร้ายความรู้สึกเหล่านั้น”คริสส่งยิ้มให้ “ผมก็รักแบบของผม”

“เลี่ยนน่ะ”

“ผมพูดความจริงนะ”

“เชื่อดีมั้ยนะ”

“อย่าทำแบบนี้ตอนที่เราอยู่กันแบบนี้เลยนะครับ”ชายหนุ่มกล่าว “ผมกลัวว่าผมจะทำให้ความตั้งใจคุณท่านเสียเอา”

“?”

“เราไม่ควรข้าหอกันก่อนแต่ง”

“คนอื่นทำเยอะแยะไป”หญิงสาวว่าและคิ้วเข้มก็เลิกสูง

“อย่าพูดเชิญชวนแบบนั้นสิครับ”

“ก็ฉันโอเคนี่นา..ตอนนั้นนายก็ซื่อบื้อ เมาหลับ จะให้ฉันปลุกรึไง”คุณหนูโวยวายขึ้นพร้อมกับพวงแก้มสองข้างเป็นสีแดง “ฉัน...นายบอกว่ารักฉันถึงแม้จะเมามาก แถมยังพูดแบบนั้นกับพี่ดงอุคไปแล้ว”

“...”

“ฉันก็รักของฉันเหมือนกัน...เพราะอย่างนั้นมันก็ต้องโอเคไม่ใช่รึไง”ชานยอลพูดแม้จะม้วนหน้าลงทันทีที่ประโยคกล่าวจบ หญิงสาวรู้สึกน้ำหนักที่ยวบลงข้างๆต้นขา เธอเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบว่าคริสก้มตัวลงมาเท้าแขนลงขอบเตียงข้างๆต้นขาเธอ ดวงตาโตจ้องมองดวงตาคมกริบที่จ้องลงลึกเหมือนอยากจะรู้ทุกอย่างในก้นบึ้งของหัวใจ

“คืนนี้ผมไม่ได้เมา”

“...”

“คืนนี้พวกเราจะเริ่มต้น”คริสกระซิบเบาๆและชานยอลก็ไม่รู้ความหมายของประโยคเหล่านั้นนัก ปลายเท้าของเธอสะบัดขึ้นจากอ่างโดยที่ยังไม่ทันจะได้เช็ดให้แห้ง ความรู้สึกที่อกซ้ายยามที่ริมฝีปากแตะต้องกันนั้นมันช่างพิเศษ ถึงจะทำปากเก่งอย่างนั้นแต่ชานยอลก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เธอได้แต่โอนอ่อนผ่อนตามไปตามการชักชวนของอีกฝ่าย ริมฝีปากแนบสนิทชิดเชื้อพร้อมกับปลายลิ้นที่บดเบียดกันนั้นช่างนิยามลำบาก ชานยอลถูกจับขยับตัวขึ้นนั่งทั้งที่เท้ายังเปียกไปกับผืนเตียง รับรู้ถึงลมหายใจที่แตะเข้าต้นคอ รับรู้ถึงฝ่ามือชายหนุ่มที่สั่นราวระมัดระวังยามแตะต้องร่างกาย เขาและเธอผละใบหน้ามองกันอยู่ครู่ ชานยอลทอดสายตามองคริสที่ไม่มีแม้แต่เครื่องประทินบนใบหน้า คริสเองก้มองใบหน้ายามไร้เครื่องสำอางของชานยอลเช่นกัน

“อื้ม...”เสียงครางในลำคอดังขึ้นแต่ก็แผ่วเบา ซิปเดรสด้านหลังถูกรูดลงพร้อมกับเนื้อผ้าเบาบางที่ขยับลงจนเห็นบราผ้าซาตินอัดพลีทสีเดียวกับชุด คริสพยายามข่มเสียงลมหายใจของตนเอง นิ้วมือของชายหนุ่มแตะหลังที่ด้านหลังของหญิงสาว และเสียงของชานยอลก็เปล่งออกผะแผ่ว

“ตะขอมันอยู่ข้างหน้า...”

“...”คริสยิ้ม ตามด้วยตะขอบราก็ถูกปลดออกไม่นานนัก ใบหน้าหวานก้มลงต่ำเมื่อรู้สึกถึงสายตาที่กำลังจดจ้องเรือนร่างของเธอ แต่คริสก็โอบกอดเธอเอาไว้พร้อมกับลูบหลังปลอบใจ ชานยอลหลับตาผ่อนลมหายใจบางเบา รับรู้ถึงยวงเนื้อเปล่าเปลือยเสียดไถไปกับเชิ้ตสีดำสนิทตัวนั้น ร่างของหญิงสาวถูกวางลงที่นอนอย่างทะนุถนอม ตามด้วยริมฝีปากอุ่นกดจูบตีตราลงแทบทุกตารางนิ้ว นิ้วเรียวจิกลงที่นอน เปล่งเสียงครางเบาๆเมื่อจมูกโด่งคมของชายหนุ่มพ่นรดเนินเนื้อ ริมฝีปากแตะแต้มอย่างเนิบนาบระมัดระวัง หญิงสาวตัวสั่นสะท้าน ทว่าเพียงไม่นาน ก็รับรู้ถึงสัมผัสของอีกฝ่ายกระซิบริมหูเบาๆ

“ขอโทษนะครับ”

“?”ยังไม่ทันที่ชานยอลจะตอบ ก็รับรู้ถึงมือข้างที่อีกคนเคยขยับให้ดูว่าหายดีจากบาดแผลกำลังขยำเนินหน้าอกเธอไม่แรงไม่เบานัก เรียวขาถูกแทรกด้วยกายของคนตัวสูงที่ลุกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตนออก ภาพที่เห็นนั้นทำให้ชานยอลรับรู้ว่าเด็กชายที่คอยเป็นคนรับใช้ของเธอได้กลายเป็นเจ้าชายที่เธอตามหาไปแล้ว เรือนร่างอรชรผมเผ้าที่เกล้าไว้หลุดลุ่ยหลวมหลวมแต่ก็ไม่ได้ดูกระเซอะกระเซิงจนเกินไป เครื่องประดับยังคงอยู่บนกายที่ขาวเนียนราวกับภาพวาดยิ่งทำให้คุณหนูองบ้านสูงค่าขึ้นไปอีก คริสสัมผัสร่างกายนุ่มนวลนั้นด้วยอารามไม่สามารถผ่อนเรี่ยวแรงที่พยายามกักกั้นเอาไว้ ดูดดุนเชยชิมปลายถันของหญิงสาว สูดกลิ่นกายอย่างลึกซึ้งพร้อมกับร่างบอบบางที่กระดอนกายขึ้นอย่างผวาเกร็ง

ชานยอลผ่อนลมหายใจพลางหลับตาลงอย่างไม่รู้ว่าเป็นรอบที่เท่าไหร่ เธอหลับตาแน่นเมื่อรู้สึกถึงเดรสที่ถูกถอดออกไปจากตัว มือเรียวยกขึ้นขบหลังนิ้วอย่างนึกหวั่น ท่อนขาถูกขยับแยก เนินเนื้อถูกเปิดเผยออกทีละน้อย แต่ทว่าชายหนุ่มไม่คิดจะใช้นิ้วมือขยับแยกให้บอบช้ำ เขาไล้ลูบกับขาอ่อนของหญิงสาวพร้อมกับปลายลิ้นที่ขยับลงลึก เอวคอดแอ่นเกร็งขึ้นอัตโนมัติ เรือนราวบิดเร่าทุกครั้งที่ไตเนื้อแดงสดถูกดูดดึงพร้อมกับเก็บเกี่ยวความหวานเข้าคอจนหมดสิ้น

“อ๊ะ..อา...อ๊า..เบาๆสิ..ฉัน..อื้อ”ใบหน้างามสะบัดไปมาไม่รู้เหนือใต้ ฟันขบเข้ากับริมฝีปากอย่างไม่รู้สึกตัว เส้นผมสีเข้มปรกอยู่ที่ท้องน้อยของเธอ ทุกครั้งที่ปลายลิ้นนั้นดันเข้ามาก็เหมือนจะเอาตัวตนเธออกไปด้วยทุกครั้งที่ถอยกลับ ชานยอลครางสะท้าน รับรู้ถึงความเนิบช้าและหนักหน่วงตามนิสัยอีกฝ่าย เรียวขาขาวขยับเกร็ง ก่อนจะกระตุกตัวพร้อมกับของเหลวที่หลั่งไหลออกมาไม่มากนัก

“จะทำแบบนั้น..อีกนานมั้ย...ฉัน..ฉันอายนะ”เอ่ยเบากับคนที่ยังเล่นสนุกกับช่วงล่างของตัวเอง คริสขยับตัวขึ้นพลางเลียริมฝีปากของตัวเองทำให้หญิงสาวเขินขึ้นมาแปลกๆ และชายหนุ่มก็กล่าวเบา

“พวกเราไม่ได้ป้องกันนะ ผมว่าผมควรจะหลั่งข้างนอก”

“ต้องบอกฉันด้วยเหรอ”บ่นอุบอิบใบหน้าแดงก่ำ พลางหันหน้าหนีเมื่อได้ยินเสียงซิปกางเกงรูดลง เธอไม่อยากจินตนาการนักว่าเธอกำลังอยู่ในท่าทีแบบไหน ดวงตาสวยหลับแน่น รับรู้ถึงความคับแน่นบดเบียดเข้ามาในตัว ชายหนุ่มดันกายเข้าไปอย่างนิ่มนวล ก่อนจะอยู่นิ่งๆให้อีกฝ่ายปรับตัว เสียงคำรามเบาๆนั้นยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้เตลิด หญิงสาวทอดสายตามองเมื่อพบว่าคริสโน้มใบหน้าเข้ามาหา ก่อนจะกดจูบที่หางตาของเธอเบาๆ

“ผมไม่ควรถามใช่มั้ยว่าเจ็บรึเปล่า”

“มัน..ฮึ่ก..อึดอัดนะ”ชานยอลหอบหายใจ  “รีบๆทำสิ..อ๊ะ!

หญิงสาวหลุดร้องเมื่อสะโพกสอบขยับเคลื่อนเข้าหาอย่างเนิบนาบ ชานยอลกัดปากตัวสั่นสะเทิ้นก่อนจะรู้สึกได้ว่าชายหนุ่มชะงักนิ่งไป และคริสก็พูดขึ้นเบาๆ “ผมเจ็บ”

“ฉันต่างหากที่เจ็บ...”

“คุณรัด”พูดเบาๆก็พอเข้าใจความหมายได้ ชานยอลเบี่ยงหน้าออกไปทางอื่นให้อีกฝ่ายค่อยๆไล้มือกับสะโพก วนเวียนปรับให้ผ่อนคลาย เขาเริ่มขยับตัวอีกครั้งพร้อมกับเสียงครางเบาๆดังออกจากหญิงสาว ความรู้สึกแสบร้อนและของเหลวอุ่นที่คั่งค้างเหมือนว่าเลือดจะออก ดวงตาสวยปรือไม่เต็มตา ขณะที่ร่างก็เคลื่อนเขยื้อนไถไปตามที่นอน ชานยอลกัดริมฝีปาก กายบิดสะท้าน ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มอยู่เหนือการควบคุมเมื่อคริสเริ่มจิกสะโพกของเธอพลางสาวกายเข้าออก ดวงตาปรือฉ่ำพร่าเบลอ สติสัมปชัญญะเริ่มหลุดลอยหาย

ความคิดของเธอกลายเป็นสีขาวโพลน แรงขยับโยกโยนนั้นทำให้เธอได้แต่ปล่อยกายไปตามความรู้สึก เธอได้ยินเสียงครางแผ่วๆจากคริส เขาโน้มหน้าลงมาหาเธอ จูบเบาๆที่ริมฝีปาก แตะแต้มจูบที่หน้าผาก เลื่อนหน้าซบกับหน้าอกของเธอ มือข้างหนึ่งตะปบเข้ากับสะโพกอิ่ม อีกข้างเลื่อนสอดร่องนิ้วมือกดลงกับที่นอน ทุกอย่างเร่งเร้ากระชั้นชิดจนเกือบถึงจุดหมาย ชายหนุ่มจึงพยายามดึงตัวเองออกแต่ก็ถูกหญิงสาวกอดเอาไว้

“อย่า...อา..อย่าเอาออกไป”

“อ่า..คุณจะท้องได้นะ...”เสียงพูดปนหอบพลางขยับกายให้ช้าลงทำให้ชานยอลเม้มปากไปพัก

“ไม่เป็นไร”เธอกระซิบ “ลูกของเรา”

คริสส่งยิ้มเล็กน้อยก่อนจะประกบปากแนบแน่น แขนเรียวโอบแผ่นหลังกว้างพร้อมกับเสียงครางกระเส่า ชานยอลเกร็งตัวด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยพานพบ และไม่นานความรู้สึกร้อนวาบก็ไหลเข้ามาในกาย เด็กชายที่ตามใจเธอทุกอย่างในตอนนั้นกลายเป็นชายหนุ่มที่จูบริมฝีปากของเธอ ไล้ไปตามพวงแก้ว แต้มริมฝีปากที่ขมับ ดูแลเธออย่างดีที่สุดจนกระทั่งถอยกายออกลงนอนข้างๆพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้น

“ผมว่าเราควรจะอาบน้ำ”

“ฉันไม่ไหว...”หญิงสาวหอบหายใจ “ฉันแค่ขยับตัวก็ดูยากลำบากไปหมด...”

“คุณท่านอาจจะเฉ่งผมก็ได้ถ้าคืนนี้ผมนอนที่นี่”คริสเปรย

“แคร์เหรอ”คุณหนูย้อน

“ก็ไม่นะ”รอยยิ้มมุมปากและคำพูดที่ไม่ต้องอดทน ไม่ต้องเจียมตัว ไม่ต้องตีกรอบความรู้สึกทำให้ชานยอลส่งยิ้มกลับมาแม้จะเหนื่อยอ่อน เขาและเธอไม่รู้ว่าพวกคนใช้จะพูดยังไงสำหรับเช้าวันพรุ่งนี้ หรือจะถูกคุณท่านเรียกไปอบรมข้อหาฉลองประกาศแต่ง แต่ในตอนนี้ ความรู้สึกที่กั้นเขาและเธอเอาไว้ตามกาลเวลามันทลายลงจนเหลือความรู้สึกที่ตอนเด็กที่เด่นชัดขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มโอบกอดคุณหนูคนรักในอ้อมกอดของตนเองและพบว่าอีกฝ่ายเบียดตัวเข้าหาเล็กน้อย

“สักพักปลุกฉันไปอาบน้ำนะ ฉันว่าฉันควรถอดสร้อยกับต่างหูหลังจากนอนพักสักหน่อย”

“ได้ครับ”

“ฮื่อ..รักนายจัง รู้สึกแบบนี้มาตั้งแต่เด็กเลย...มันตลกมั้ยถ้าฉันจะบอกว่าตอนนี้ฉันก็อายที่จะบอกมันอยู่”ดวงตาโตเชยมองสันกรามคมนั้น ก่อนจะเป็นคริสที่โน้มใบหน้าลงจุมพิตกลางหน้าผากของเธอเบาๆ




และตอนนี้ชานยอลก็คิดว่า ความเป็นจริงของเธอไม่มีเจ้าชาย ไม่มีพระราชา มีแต่ผู้ชายคนนี้ และถ้อยคำของผู้ชายคนนี้ดีต่อหัวใจของเธออย่างที่สุด




“ผมรักคุณนะ...รักแค่คุณ”



*****************
#aphbKY


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น