หลังจากคำสั่งของคุณท่านมีผลออกไป สวนข้างบ้านก็ถูกจัดแต่งให้เป็นงานเลี้ยงเล็กๆ
สำรับของคาวของหวานถูกจัดเตรียมโดยไม่ต้องพึ่งพ่อครัวที่ไหน
เพราะแม่บ้านลีกับเหล่าแม่ครัวก็เป็นตัวตั้งตัวตีที่ดีอยู่แล้ว ส่วนเยริก็ช่วยแม่บ้านลีกับทีมออแกไนเซอร์ตระเตรียมของใช้ในงานไปเรื่อยๆ
เมื่ออากาศเริ่มเย็นลง
คนในงานก็หลั่งไหลเข้ามาตามเทียบเชิญพร้อมกับผู้สื่อข่าวมากหน้าหลายตา
ประสาเก็บสกู๊ปทำข่าวไฮโซไฮซ้อทั่วไป
ชานยอลสวมเดรสสีฟองสีโอล์ดโรส เน้นชายระบายประสางานเลี้ยงไม่เป็นทางการ
เส้นผมของหญิงสาวเกล้าขึ้นหลวมๆประดับด้วยดอกไม้แบบสบายๆ
ใบหน้าตบแต่งโทนน้ำตาลชมพูไม่จัดมากนัก
ริมฝีปากสีโรสโกลด์ยิ่งทำให้หญิงสาวดูทั้งสวยงามและสูงค่าไปพร้อมกัน
เครื่องประดับทั้งสร้อยและต่างหูเป็นมุก ส่วนข้อมือเป็นสวารอฟกี้เส้นเล็ก รองเท้าจิมมี่ชูสีแดงเนื้อกำมะหยี่รุ่นLilly120 ซึ่งมีสายรัดข้อเท้าประดับด้วยโบว์ผ้าทูลเล
ทำให้เรียวขาของคุณหนูของบ้านยิ่งดูสวยสง่า ทว่ากว่าหญิงสาวออกมาสมทบบริเวณงานก็ปาไปตอนหัวค่ำเพราะมัวแต่แต่งเนื้อแต่งตัว
ผู้คนมากหน้าหลายตาได้เข้าทักทายหญิงสาวสูงศักดิ์ที่ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเสียงชื่นชมของคนทั้งงาน
ในขณะที่คุณท่านยังนั่งจิบชาอุ่นๆอยู่ในส่วนรับแขกพร้อมกับแขกที่เข้ามาร่วมพูดคุย ดวงตาของชายมากอายุมองไปยังลูกสาวคนเดียวของตน
ก่อนจะเรียกชายหนุ่มที่อยู่ไม่ไกลนัก
“คริส ไปรับชานยอลมาหาฉันหน่อย”
“ครับ”ชายหนุ่มใบหน้าคมคายรับคำ
ก่อนจะเดินไปหาหญิงสาวที่ยังอยู่กับพวกนักข่าวที่กลางงาน ชายหนุ่มร่างสูงสง่าผมส้นสีดำ
สวมเชิ้ตและกางเกงรวมทั้งรองเท้าสีดำตลอดตัว ใบหน้าคมจดจ้องคุณหนูคนสวยที่ยังรายล้อมไปด้วยผู้คน
พร้อมกับนักข่าวที่เริ่มเข้ามาขอถ่ายรูปของคริสบ้าง ดวงตาคมหันไปมองชานยอลอีกครั้ง
ก่อนที่หญิงสาวจะหันกลับมามองเช่นกัน เธอผงกศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเดินฝ่าผู้คนออกมาหา
“คุณพ่อล่ะ”
“ท่านให้มารับไปหาท่านครับ”หนุ่มสาวสองคนที่งดงามราวกับเจ้าหญิงเจ้าชยทำเอาช่างภาพทั้งหลายรัวชัตเตอร์กันไม่ยอมหยุด
ใบหน้างามพยักให้เล็กน้อย ซึ่งคริสก็หงายฝ่ามือตนขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่วางลงไปอย่างสนิทใจ
“น้องชานยอลครับ ขอโทษนะครับที่พี่มาช้า”อีดงอุคปรากฏตัวขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ทำให้คริสเผลอกุมมือของหญิงสาวเอาไว้ แม้จะหลับไปก่อนในคืนนั้น
แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจำไม่ได้ว่าเขาพูดอะไรออกไป และดีใจด้วยซ้ำที่พูดออกไปแล้วชานยอลรับฟัง
ไม่ขับไสไล่ส่งในวันรุ่งขึ้น แม้จะดูไม่ค่อยสะดวกใจถ้าจะพูดถึงอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะ คิดว่าพี่จะไม่มาแล้วซะอีก”
“ทำไมจะไม่มาล่ะครับ งานเลี้ยงบ้านเราทั้งที”ดวงตาของดงอุคมองมือของคริสก่อนจะมองหน้าเจ้าของฝ่ามือเป็นเชิงให้อีกคนถอยไป
ทว่าอีกฝ่ายก็ยังยืนนิ่งๆอยู่อย่างนั้น “มายืนทำอะไร”
“...”
“ไปเอาน้ำมาเสิร์ฟสิ”ดงอุคเอ่ยปากสั่ง และชายตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าจะขยับตัว
อีกฝ่ายเขม่นหน้าพร้อมกับชานยอลที่แก้สถานการณ์
“พี่อยากดื่มอะไรคะ จะได้สั่งเด็กมาให้”
“พี่จะให้มันเอามาให้...เป็นแค่คนใช้
เชิดหน้าชูคอจับมือเราแบบนี่ว่าไม่ถูก”แขกหนุ่มกล่าวจนเป็นที่จับตามองของสื่อคนดังหวังจะมีสกู๊ปเด็ด
เพราะคุณท่านไม่ได้ประกาศว่างานในวันนี้จัดขึ้นเพื่ออะไร ใจของคริสอยากจะตอบโต้ผู้ชายถือดีคนนั้น
แต่ก็เกรงว่าชานยอลจะมีปัญหาไม่สะดวกใจในอนาคต จึงได้แต่มองนิ่งๆแล้วเบนหน้าลงประสาคนรู้จุดยืนตัวเอง
ท่าทีเจียมตัวนั้นทำให้ดงอุคพ่นลมหายใจเหอะอย่างรู้สึกชนะ
แต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อชานยอลสอดนิ้วกุมมือของคริสเอาไว้จนชายข้างกายกันมามองเธอ
ดวงตาสวยนั้นจ้องอย่างหมายมั่น คิ้วเริ่มขมวดหากันนิดๆเมื่ออยู่ในอารมณ์ไม่พอใจ
“คริสไม่ใช่คนใช้นะคะ...เกรงว่าพี่จะเข้าใจผิด”
“ว่าไงนะ...”
“จริงอยู่ว่าคริสเป็นคนของที่นี่ แต่ไม่ได้เป็นญาติพี่น้อง
เป็นลูกคนเก่าแก่ที่มาดูแลคุณแม่”ชานยอลกล่าวต่อหน้านักข่าว “แต่หนูกับเขา...อยู่มาด้วยกัน
โตมาด้วยกัน พวกเราลึกซึ้งกันมากกว่านั้น บ้านเรามีความสุขมาทุกวันนี้ได้เพราะเขา
เรารู้จักกันในวันที่หนูมีคนรู้จัก
แต่คริสเราอยู่ด้วยกันตั้งแต่วันที่หนูไม่รู้จักใครนะคะ”
“ชานยอล..แต่ตอนนั้น...”
“หนูเคยน้อยใจเขาจริงๆค่ะ...แต่ตอนนี้พวกเราไม่มีอะไรติดค้างในใจกันแล้ว
ขอบคุณพี่นะคะที่ช่วยให้คำปรึกษาหนูในช่วงเวลานั้น...
แต่หนูแค่ไม่อยากให้พี่ทำกับคริสแบบนี้อีก”
“เดี๋ยว..ชานยอล ทำไมล่ะ?
ทำไมพี่จะทำแบบนั้นไม่ได้?”
“เราจะแต่งงานกันครับ”คริสเปล่งเสียงออกมาเรียบๆท่ามกลางสายตาไม่อยากเชื่อของดงอุครวมทั้งคนรอบๆ
และชานยอลก็มองผู้ชายที่ดูเจียมตัวเจียมใจคนนั้นลุกขึ้นมามีปากเสียงอย่างประหลาดใจนิดๆเช่นกัน
“หากจะใช้ผมเหมือนที่เคยใช้...ผมไม่ว่าหรอกนะครับ แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นของผม”
“...”
“และผมจะเป็นของเธอแค่คนเดียว”ความหนักแน่นในน้ำเสียงนั้นทำให้เหล่านักข่าวนิ่งไปพักก่อนจะรีบสะกิดกันให้ถ่ายรูปผู้ชายร่างสูงที่กอบกุมมือหญิงสาวไม่ห่าง
ดงอุคอ้าปากค้าง มองมาที่ชานยอลที่ขยับตัวชิดคริสพลางส่งสายตาผิดหวังมาให้ ก่อนจะเม้มปากพยักหน้าพลันแค่นหัวเราะเหอะ
“อ๋อ...ที่จัดงานกันเพราะจะบอกแค่นี้สินะ?
อย่างนั้นก็ยินดีด้วยแล้วกันนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”หญิงสาวกล่าว
“หึ..เรือล่มในหนอง...”
“เชิญครับ”คริสตัดบทก่อนจะพาชานยอลออกมาหาคุณท่านที่นั่งยิ้มอย่างพอใจ
โดยที่ดงอุคแม้จะเคืองโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากฮึดฮัดขัดใจ
สะบัดแขนการ์ดที่เข้ามาดูแลก่อนจะกระชับสูทออกงานไปอย่างเสียอารมณ์ ใบหน้าหวานมองชายข้างกายที่กระชับมือเธออย่างมุ่งมั่น
และหันมายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน
“ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ”
“จริงๆนายไม่ควรให้ฉันพูดก่อนนะเรื่องแบบนี้น่ะ”ทำหน้ายุ่งกลบเกลื่อนพลันชกต้นแขนอีกฝ่ายเบาๆไปทีหนึ่ง
แต่รอยยิ้มหวานบนใบหน้าคมคายนั้นก็ไม่ได้ริบลงแต่อย่างใด
เขาและเธอเข้าไปหาคุณท่านที่นั่งรออยู่ พร้อมกับเจ้าของคฤหาสน์ก็เอ่ยปากขึ้น
“แบบนี้คงไม่ต้องพูดแล้วมั้ง”
“พ่อคะ...”
“หึหึ...เอาล่ะ...สำหรับงานในวันนี้ เราแค่อยากจะประกาศถึงข่าวดีของคฤหาสน์เราที่เงียบเหงามานาน...
คริส...เขาเป็นคนดูแลกิจการช่วยเหลือฉันอยู่ตอนนี้ กำลังจะแต่งงานกับชานยอล ลูกสาวคนเดียวของฉัน..”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง
แต่ชายวัยเกษียณก็ยังกล่าวต่อไป
“แม้จะมีเรื่องขัดเคืองใจกันบ้าง...แต่ฉันสัมผัสได้ว่าทั้งคู่มีความรักให้กันมานานมากนัก...
จนฉันไม่อยากให้มุมมองที่เปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาโตขึ้นทำลายความรู้สึกตอนที่ยังบริสุทธิ์ของพวกเขาไป
คริสเองก็รักลูกสาวของฉัน... และฉันก็จะทำคำขอของลูกสาวของฉันที่เคยขอไว้เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนให้เป็นจริง”
“พ่อ...”ชานยอลหันไปมองบิดาที่ส่งยิ้มบางๆกลับมาให้
“เธอขอให้เธอกับคริสอยู่ด้วยกันตลอดไป...ลูกสาวฉันขอไว้อย่างนั้น
และนี่เป็นโอกาสเหมาะแล้ว ที่ฉันจะทำตามที่เธอขอเอาไว้”
ชานยอลขบริมฝีปาก
ก่อนจะโผกอดคนเป็นพ่อเอาไว้แนบแน่น
แม้ระยะเวลาที่ผ่านมาเอกับพ่อจะไม่ค่อยเข้าหากัน
ทั้งตัวเธอที่พยายามเรียกร้องอะไรหลายอย่างด้วยวิธีของเธอ
และคนเป็นพ่อที่แสดงออกแบบคนเป็นพ่อ แต่ในตอนนี้เธอไม่สนใจที่ผ่านมาแล้ว
ทันทีที่ได้รับรู้ว่าพ่อของเธอยังจำคำพูดของเธอได้เสมอ..และเธอเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่พ่อให้เธอนั้น
คือสิ่งที่ดีที่สุด
คริสส่งยิ้มจางๆออกมา...พร้อมกับคนในงานที่ส่งเสียงปรบมือดังกึกก้อง....
“พ่อนะพ่อ...เครื่องสำอางหลุดหมด”
ชานยอลพึมพำอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยตามประสา
ในขณะที่งานยังคงดำเนินต่อด้านล่าง คุณท่านไปพักผ่อนแล้ว และคริสก็อาสามาส่งคุณหนูที่ไม่อยากนอนดึก
(และเขาก็ไม่ได้ยืนยันกับเลขาคิมนักว่าเขาจะได้ลงไป...) หญิงสาวนั่งพักเหนื่อยที่เตียงเมื่อกลับมาถึงห้อง
มองคริสที่เปิดไฟในห้องให้และดับดวงที่ไม่จำเป็นลง ชานยอลนึกถึงวันนั้น
วันที่ทำให้อีกคนเป็นแผลทั้งคำพูดและการกระทำ จึงได้ออกปากขึ้นอีกครั้งเสียงเบาลง
“นี่...แผลที่มือหายแล้วใช่มั้ย”
“ครับ...หายดีแล้ว”ร่างสูงขยับมือไปมาเหมือนกำลังขยำอะไรสักอย่างให้ดู
“ฉันโดนตัดคอนเนคชั่นกับพี่ดงอุคแน่เลย”
“ขอโทษนะครับ...”
“แค่รุ่นพี่ขี้โม้น่ะ...เขาก็ดีกับฉันหรอกนะ
แต่บางทีคนเราก็ต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่กับอะไรที่ไม่ใช่”ชานยอลลุกไปหยิบคลีนซิ่งมาเช็ดหน้า
คริสยืนนิ่งไปพักหนึ่งจึงได้เอ่ยปาก
“ขอใช้ห้องน้ำหน่อยนะครับ”
“อื้อ”ชายหนุ่มเข้าห้องน้ำสีหวานแหววไปสักพัก
ก่อนจะออกมาพร้อมกับอ่างน้ำและผ้าขนหนู
ชานยอลเลิกคิ้วเมื่อคริสถอดรองเท้าที่เธอซื้อมาด้วยความดื้อรั้นนั้นออกแล้วจับเท้าของเธอแช่ลงกับน้ำอุ่น
“ส้นเข็มแบบนั้นกลัวคุณหนูจะทรมานเอา...อย่าใส่นานเลยนะครับ”
“ตอนนั้นฉันคิดว่านายจะเหวี่ยงที่ฉันซื้อรองเท้ามาถมที่ซะอีก”
“ถ้ามันเป็นความสุขของคุณหนู... ผมไม่ว่าหรอกครับ”ใบหน้าคมส่งยิ้มให้
พร้อมกับเลิกคิ้วเมื่อชานยอลออกปากนิ่งๆ
“นี่ใจคอจะเรียกฉันคุณหนูจนกว่าเราจะแก่เลยเหรอ”
“ผม...ชินปากแล้วน่ะครับ เวลาเรียกคุณหนู...ผมจะรู้สึกว่าน่าทะนุถนอม
และผมจะทำทุกทางเพื่อไม่ทำร้ายความรู้สึกเหล่านั้น”คริสส่งยิ้มให้ “ผมก็รักแบบของผม”
“เลี่ยนน่ะ”
“ผมพูดความจริงนะ”
“เชื่อดีมั้ยนะ”
“อย่าทำแบบนี้ตอนที่เราอยู่กันแบบนี้เลยนะครับ”ชายหนุ่มกล่าว
“ผมกลัวว่าผมจะทำให้ความตั้งใจคุณท่านเสียเอา”
“?”
“เราไม่ควรข้าหอกันก่อนแต่ง”
“คนอื่นทำเยอะแยะไป”หญิงสาวว่าและคิ้วเข้มก็เลิกสูง
“อย่าพูดเชิญชวนแบบนั้นสิครับ”
“ก็ฉันโอเคนี่นา..ตอนนั้นนายก็ซื่อบื้อ เมาหลับ
จะให้ฉันปลุกรึไง”คุณหนูโวยวายขึ้นพร้อมกับพวงแก้มสองข้างเป็นสีแดง “ฉัน...นายบอกว่ารักฉันถึงแม้จะเมามาก
แถมยังพูดแบบนั้นกับพี่ดงอุคไปแล้ว”
“...”
“ฉันก็รักของฉันเหมือนกัน...เพราะอย่างนั้นมันก็ต้องโอเคไม่ใช่รึไง”ชานยอลพูดแม้จะม้วนหน้าลงทันทีที่ประโยคกล่าวจบ
หญิงสาวรู้สึกน้ำหนักที่ยวบลงข้างๆต้นขา
เธอเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบว่าคริสก้มตัวลงมาเท้าแขนลงขอบเตียงข้างๆต้นขาเธอ
ดวงตาโตจ้องมองดวงตาคมกริบที่จ้องลงลึกเหมือนอยากจะรู้ทุกอย่างในก้นบึ้งของหัวใจ
“คืนนี้ผมไม่ได้เมา”
“...”
“คืนนี้พวกเราจะเริ่มต้น”คริสกระซิบเบาๆและชานยอลก็ไม่รู้ความหมายของประโยคเหล่านั้นนัก
ปลายเท้าของเธอสะบัดขึ้นจากอ่างโดยที่ยังไม่ทันจะได้เช็ดให้แห้ง ความรู้สึกที่อกซ้ายยามที่ริมฝีปากแตะต้องกันนั้นมันช่างพิเศษ
ถึงจะทำปากเก่งอย่างนั้นแต่ชานยอลก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง
เธอได้แต่โอนอ่อนผ่อนตามไปตามการชักชวนของอีกฝ่าย
ริมฝีปากแนบสนิทชิดเชื้อพร้อมกับปลายลิ้นที่บดเบียดกันนั้นช่างนิยามลำบาก ชานยอลถูกจับขยับตัวขึ้นนั่งทั้งที่เท้ายังเปียกไปกับผืนเตียง
รับรู้ถึงลมหายใจที่แตะเข้าต้นคอ
รับรู้ถึงฝ่ามือชายหนุ่มที่สั่นราวระมัดระวังยามแตะต้องร่างกาย
เขาและเธอผละใบหน้ามองกันอยู่ครู่
ชานยอลทอดสายตามองคริสที่ไม่มีแม้แต่เครื่องประทินบนใบหน้า
คริสเองก้มองใบหน้ายามไร้เครื่องสำอางของชานยอลเช่นกัน
“อื้ม...”เสียงครางในลำคอดังขึ้นแต่ก็แผ่วเบา
ซิปเดรสด้านหลังถูกรูดลงพร้อมกับเนื้อผ้าเบาบางที่ขยับลงจนเห็นบราผ้าซาตินอัดพลีทสีเดียวกับชุด
คริสพยายามข่มเสียงลมหายใจของตนเอง นิ้วมือของชายหนุ่มแตะหลังที่ด้านหลังของหญิงสาว
และเสียงของชานยอลก็เปล่งออกผะแผ่ว
“ตะขอมันอยู่ข้างหน้า...”
“...”คริสยิ้ม
ตามด้วยตะขอบราก็ถูกปลดออกไม่นานนัก ใบหน้าหวานก้มลงต่ำเมื่อรู้สึกถึงสายตาที่กำลังจดจ้องเรือนร่างของเธอ
แต่คริสก็โอบกอดเธอเอาไว้พร้อมกับลูบหลังปลอบใจ ชานยอลหลับตาผ่อนลมหายใจบางเบา
รับรู้ถึงยวงเนื้อเปล่าเปลือยเสียดไถไปกับเชิ้ตสีดำสนิทตัวนั้น ร่างของหญิงสาวถูกวางลงที่นอนอย่างทะนุถนอม
ตามด้วยริมฝีปากอุ่นกดจูบตีตราลงแทบทุกตารางนิ้ว นิ้วเรียวจิกลงที่นอน
เปล่งเสียงครางเบาๆเมื่อจมูกโด่งคมของชายหนุ่มพ่นรดเนินเนื้อ ริมฝีปากแตะแต้มอย่างเนิบนาบระมัดระวัง
หญิงสาวตัวสั่นสะท้าน ทว่าเพียงไม่นาน ก็รับรู้ถึงสัมผัสของอีกฝ่ายกระซิบริมหูเบาๆ
“ขอโทษนะครับ”
“?”ยังไม่ทันที่ชานยอลจะตอบ
ก็รับรู้ถึงมือข้างที่อีกคนเคยขยับให้ดูว่าหายดีจากบาดแผลกำลังขยำเนินหน้าอกเธอไม่แรงไม่เบานัก
เรียวขาถูกแทรกด้วยกายของคนตัวสูงที่ลุกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตนออก ภาพที่เห็นนั้นทำให้ชานยอลรับรู้ว่าเด็กชายที่คอยเป็นคนรับใช้ของเธอได้กลายเป็นเจ้าชายที่เธอตามหาไปแล้ว
เรือนร่างอรชรผมเผ้าที่เกล้าไว้หลุดลุ่ยหลวมหลวมแต่ก็ไม่ได้ดูกระเซอะกระเซิงจนเกินไป
เครื่องประดับยังคงอยู่บนกายที่ขาวเนียนราวกับภาพวาดยิ่งทำให้คุณหนูองบ้านสูงค่าขึ้นไปอีก
คริสสัมผัสร่างกายนุ่มนวลนั้นด้วยอารามไม่สามารถผ่อนเรี่ยวแรงที่พยายามกักกั้นเอาไว้
ดูดดุนเชยชิมปลายถันของหญิงสาว สูดกลิ่นกายอย่างลึกซึ้งพร้อมกับร่างบอบบางที่กระดอนกายขึ้นอย่างผวาเกร็ง
ชานยอลผ่อนลมหายใจพลางหลับตาลงอย่างไม่รู้ว่าเป็นรอบที่เท่าไหร่
เธอหลับตาแน่นเมื่อรู้สึกถึงเดรสที่ถูกถอดออกไปจากตัว มือเรียวยกขึ้นขบหลังนิ้วอย่างนึกหวั่น
ท่อนขาถูกขยับแยก เนินเนื้อถูกเปิดเผยออกทีละน้อย
แต่ทว่าชายหนุ่มไม่คิดจะใช้นิ้วมือขยับแยกให้บอบช้ำ
เขาไล้ลูบกับขาอ่อนของหญิงสาวพร้อมกับปลายลิ้นที่ขยับลงลึก
เอวคอดแอ่นเกร็งขึ้นอัตโนมัติ เรือนราวบิดเร่าทุกครั้งที่ไตเนื้อแดงสดถูกดูดดึงพร้อมกับเก็บเกี่ยวความหวานเข้าคอจนหมดสิ้น
“อ๊ะ..อา...อ๊า..เบาๆสิ..ฉัน..อื้อ”ใบหน้างามสะบัดไปมาไม่รู้เหนือใต้
ฟันขบเข้ากับริมฝีปากอย่างไม่รู้สึกตัว เส้นผมสีเข้มปรกอยู่ที่ท้องน้อยของเธอ
ทุกครั้งที่ปลายลิ้นนั้นดันเข้ามาก็เหมือนจะเอาตัวตนเธออกไปด้วยทุกครั้งที่ถอยกลับ
ชานยอลครางสะท้าน รับรู้ถึงความเนิบช้าและหนักหน่วงตามนิสัยอีกฝ่าย
เรียวขาขาวขยับเกร็ง ก่อนจะกระตุกตัวพร้อมกับของเหลวที่หลั่งไหลออกมาไม่มากนัก
“จะทำแบบนั้น..อีกนานมั้ย...ฉัน..ฉันอายนะ”เอ่ยเบากับคนที่ยังเล่นสนุกกับช่วงล่างของตัวเอง
คริสขยับตัวขึ้นพลางเลียริมฝีปากของตัวเองทำให้หญิงสาวเขินขึ้นมาแปลกๆ
และชายหนุ่มก็กล่าวเบา
“พวกเราไม่ได้ป้องกันนะ ผมว่าผมควรจะหลั่งข้างนอก”
“ต้องบอกฉันด้วยเหรอ”บ่นอุบอิบใบหน้าแดงก่ำ
พลางหันหน้าหนีเมื่อได้ยินเสียงซิปกางเกงรูดลง เธอไม่อยากจินตนาการนักว่าเธอกำลังอยู่ในท่าทีแบบไหน
ดวงตาสวยหลับแน่น รับรู้ถึงความคับแน่นบดเบียดเข้ามาในตัว ชายหนุ่มดันกายเข้าไปอย่างนิ่มนวล
ก่อนจะอยู่นิ่งๆให้อีกฝ่ายปรับตัว เสียงคำรามเบาๆนั้นยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้เตลิด
หญิงสาวทอดสายตามองเมื่อพบว่าคริสโน้มใบหน้าเข้ามาหา
ก่อนจะกดจูบที่หางตาของเธอเบาๆ
“ผมไม่ควรถามใช่มั้ยว่าเจ็บรึเปล่า”
“มัน..ฮึ่ก..อึดอัดนะ”ชานยอลหอบหายใจ “รีบๆทำสิ..อ๊ะ!”
หญิงสาวหลุดร้องเมื่อสะโพกสอบขยับเคลื่อนเข้าหาอย่างเนิบนาบ
ชานยอลกัดปากตัวสั่นสะเทิ้นก่อนจะรู้สึกได้ว่าชายหนุ่มชะงักนิ่งไป
และคริสก็พูดขึ้นเบาๆ “ผมเจ็บ”
“ฉันต่างหากที่เจ็บ...”
“คุณรัด”พูดเบาๆก็พอเข้าใจความหมายได้
ชานยอลเบี่ยงหน้าออกไปทางอื่นให้อีกฝ่ายค่อยๆไล้มือกับสะโพก
วนเวียนปรับให้ผ่อนคลาย เขาเริ่มขยับตัวอีกครั้งพร้อมกับเสียงครางเบาๆดังออกจากหญิงสาว
ความรู้สึกแสบร้อนและของเหลวอุ่นที่คั่งค้างเหมือนว่าเลือดจะออก
ดวงตาสวยปรือไม่เต็มตา ขณะที่ร่างก็เคลื่อนเขยื้อนไถไปตามที่นอน ชานยอลกัดริมฝีปาก
กายบิดสะท้าน ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มอยู่เหนือการควบคุมเมื่อคริสเริ่มจิกสะโพกของเธอพลางสาวกายเข้าออก
ดวงตาปรือฉ่ำพร่าเบลอ สติสัมปชัญญะเริ่มหลุดลอยหาย
ความคิดของเธอกลายเป็นสีขาวโพลน แรงขยับโยกโยนนั้นทำให้เธอได้แต่ปล่อยกายไปตามความรู้สึก
เธอได้ยินเสียงครางแผ่วๆจากคริส เขาโน้มหน้าลงมาหาเธอ จูบเบาๆที่ริมฝีปาก แตะแต้มจูบที่หน้าผาก
เลื่อนหน้าซบกับหน้าอกของเธอ มือข้างหนึ่งตะปบเข้ากับสะโพกอิ่ม
อีกข้างเลื่อนสอดร่องนิ้วมือกดลงกับที่นอน ทุกอย่างเร่งเร้ากระชั้นชิดจนเกือบถึงจุดหมาย
ชายหนุ่มจึงพยายามดึงตัวเองออกแต่ก็ถูกหญิงสาวกอดเอาไว้
“อย่า...อา..อย่าเอาออกไป”
“อ่า..คุณจะท้องได้นะ...”เสียงพูดปนหอบพลางขยับกายให้ช้าลงทำให้ชานยอลเม้มปากไปพัก
“ไม่เป็นไร”เธอกระซิบ “ลูกของเรา”
คริสส่งยิ้มเล็กน้อยก่อนจะประกบปากแนบแน่น
แขนเรียวโอบแผ่นหลังกว้างพร้อมกับเสียงครางกระเส่า ชานยอลเกร็งตัวด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยพานพบ
และไม่นานความรู้สึกร้อนวาบก็ไหลเข้ามาในกาย
เด็กชายที่ตามใจเธอทุกอย่างในตอนนั้นกลายเป็นชายหนุ่มที่จูบริมฝีปากของเธอ
ไล้ไปตามพวงแก้ว แต้มริมฝีปากที่ขมับ ดูแลเธออย่างดีที่สุดจนกระทั่งถอยกายออกลงนอนข้างๆพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้น
“ผมว่าเราควรจะอาบน้ำ”
“ฉันไม่ไหว...”หญิงสาวหอบหายใจ “ฉันแค่ขยับตัวก็ดูยากลำบากไปหมด...”
“คุณท่านอาจจะเฉ่งผมก็ได้ถ้าคืนนี้ผมนอนที่นี่”คริสเปรย
“แคร์เหรอ”คุณหนูย้อน
“ก็ไม่นะ”รอยยิ้มมุมปากและคำพูดที่ไม่ต้องอดทน
ไม่ต้องเจียมตัว ไม่ต้องตีกรอบความรู้สึกทำให้ชานยอลส่งยิ้มกลับมาแม้จะเหนื่อยอ่อน
เขาและเธอไม่รู้ว่าพวกคนใช้จะพูดยังไงสำหรับเช้าวันพรุ่งนี้
หรือจะถูกคุณท่านเรียกไปอบรมข้อหาฉลองประกาศแต่ง แต่ในตอนนี้ ความรู้สึกที่กั้นเขาและเธอเอาไว้ตามกาลเวลามันทลายลงจนเหลือความรู้สึกที่ตอนเด็กที่เด่นชัดขึ้นอีกครั้ง
ชายหนุ่มโอบกอดคุณหนูคนรักในอ้อมกอดของตนเองและพบว่าอีกฝ่ายเบียดตัวเข้าหาเล็กน้อย
“สักพักปลุกฉันไปอาบน้ำนะ
ฉันว่าฉันควรถอดสร้อยกับต่างหูหลังจากนอนพักสักหน่อย”
“ได้ครับ”
“ฮื่อ..รักนายจัง
รู้สึกแบบนี้มาตั้งแต่เด็กเลย...มันตลกมั้ยถ้าฉันจะบอกว่าตอนนี้ฉันก็อายที่จะบอกมันอยู่”ดวงตาโตเชยมองสันกรามคมนั้น
ก่อนจะเป็นคริสที่โน้มใบหน้าลงจุมพิตกลางหน้าผากของเธอเบาๆ
และตอนนี้ชานยอลก็คิดว่า ความเป็นจริงของเธอไม่มีเจ้าชาย
ไม่มีพระราชา มีแต่ผู้ชายคนนี้ และถ้อยคำของผู้ชายคนนี้ดีต่อหัวใจของเธออย่างที่สุด
“ผมรักคุณนะ...รักแค่คุณ”
*****************
#aphbKY

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น