เรือนพักของคริสเป็นเรือนหลังเล็ก
ไม่ได้หรูหราเหมือนเรือนใหญ่ และไม่ได้ไกลจากเรือนคนใช้มากนัก
เวลาย่ำค่ำชานยอลก็กอดกล่องยาท่าทางระมัดระวัง
เพิ่งมานึกขึ้นได้ว่ามันไม่ถูกไม่ควรถ้าเธอจะขึ้นมายังที่พักผู้ชายแบบนี้
มือเรียวกระชับกล่องยาจนกระทั่งชายหนุ่มพาเธอมานั่งรอต้องส่วนที่นั่งเล่นก่อนจะกล่าวขึ้น
“เรียบร้อยแล้วผมจะพาไปส่งเรือนใหญ่นะครับ”
“ฉันเพิ่งรู้”
“?”
“ว่ามันอาจจะไม่ค่อยดีถ้าฉันมานั่งตรงนี้”ชานยอลกล่าวเบาๆ
และคริสก็สีหน้าเหมือนนึกขึ้นได้เช่นกัน
“อ่า...นั่นสินะครับ ผมจะรีบอาบน้ำนะ”ชายหนุ่มรีบลุกเข้าห้องนอนตนเองไป
ปล่อยให้ชานยอลนั่งนิ่งๆอยู่ตรงส่วนที่นั่งเล่นเหมือนเดิม
ดวงตาของหญิงสาวมองไปรอบๆ ไม่มีของหรูหราราคาแพงแต่อย่างใด
มิหนำซ้ำตรงชั้นหนังสือก็มีแต่ตำราบริหารจัดการมากมาย ของใช้ราคาถูกเรียบง่าย
บางชิ้นก็เหมือนของรีไซเคิลทำให้เธอรู้สึกผิดที่ซื้อรองเท้ามาหลายคู่แบบแปลกๆ
เด็กชายผู้ไม่เคยปฏิเสธคำขอร้องของเธอกลายเป็นชายหนุ่มที่ใช้ของถูกๆและทำงานงกๆให้เธอไปเที่ยวเล่นและซื้อของเกินความจำเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ
“เรียบร้อยแล้วครับ”สิบห้านาทีผ่านไป
คริสก็ออกมาโดยสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงนอนขายาว ศีรษะยังปรกด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก
ชานยอลนั่งมองอีกฝ่ายพยายามเอามือข้างเดียวเช็ดผมอยู่ข้างๆก่อนจะหันไปเช็ดผมให้
“นายนี่มันอวดเก่งจริงๆ”
“ผมแค่จะลองทำอะไรเอง อีกอย่างแผลก็ใกล้จะหายแล้ว
ผมไม่อยากรบกวนคุณหนูนานไปกว่านี้น่ะครับ”
“ทำไม ฉันทำแผลให้ไม่ดีเหรอไง”
“อ่า..ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ”อีกฝ่ายว่าเสียงอ่อน
ชานยอลจึงเช็ดผมให้อยู่อย่างนั้น...แต่หากจะหวังว่าจะเงยหน้ามาสบตาเหมือนฉากสวีทหวานแหววตามซีรี่ส์ยามดึกก็คงจะผิดถนัด
เพราะคริสก็เห็นแต่คุณหนูเบ้ปากใส่อยู่อย่างนั้น ไม่ได้ขัดเขินขวยอายแต่อย่างใด
“เริ่มแห้งแล้วล่ะนะ ทำแผลได้แล้วมั้ง
มันมืดแล้ว”ริมฝีปากสวยย่นยู่และชายหนุ่มก็พยักหน้าช้าๆ
ชานยอลทำแผลให้กับอีกฝ่ายไปตามปกติ
และคงมีแต่คริสที่ยังจดจ้องพวงแก้มนวลๆนั้นอย่างไม่คิดจะละสายตา
อาจเพราะเขายังนึกถึงเด็กหญิงตัวน้อยแก้มยุ้ยที่อยากได้นั่นได้นี่มาตลอดก็เป็นไปได้
“พ่อฉันชอบนายน่าดู
จะเอาฉันใส่พานถวายให้นายอยู่แล้ว”
“ผมเต็มใจครับ”ถ้อยคำบางเบานั้นทำให้ชานยอลชะงักมือไปเล็กน้อย
แต่ก็ขยับใส่ยาไปตามปกติ
“หวังว่าจะหายทันวันงานนะ”
“คุณหนูครับ”
“อื้ม”หญิงสาวครางในลำคอ โดยที่อีกคนก็พูดต่อไป
“ตอนเด็กๆคุณหนูบอกว่าสักวันคุณหนูจะแต่งงานกับเจ้าชาย
และกลายเป็นราชินีอยู่กับพระราชาอย่างมีความสุข”
“ฉันพูดอะไรเพ้อเจ้อแบบนั้นด้วยเหรอ”สาวสวยหัวเราะ
“ผมถามคุณหนูว่า แล้วผมล่ะ
คุณหนูก็บอกว่าผมต้องอยู่รับใช้คุณหนู ห้ามแต่งงาน อยู่กับคุณหนูไปจนแก่
เป็นพ่อบ้านให้คุณหนู”
“ไม่พอใจเหรอ”หญิงสาวเงยหน้าถาม
และพบใบหน้าของอีกฝ่ายทอดสายตาในระยะประชิด
“คุณหนูไม่ควรทำสีหน้าแบบนั้นตอนที่เราอยู่กันแบบนี้นะครับ
ผมเกรงว่าคุณหนูจะไม่ปลอดภัย”
“ฉัน..เปล่าสักหน่อย
นายน่ะทะลึ่งไปเองมากกว่า”ชานยอลหันหน้าหนี และคริสก็ถือโอกาสจับมือของคนที่พันผ้าให้เอาไว้
“นี่..อย่ามารุ่มร่ามกับฉันนะ เดี๋ยวก็บีบแผลซะหรอก”
“ถ้าอย่างนั้น...คุณหนูจะได้ทำแผลให้ผมต่อใช่มั้ยล่ะครับ”
“ทึกทัก”
“ผมแค่คาดเดา”
“นายเดาผิดแน่”ใบหน้าหวานงอง้ำก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นกับอีกฝ่าย
คริสยอมถอยมือออกจากคุณหนูคนสวยที่ทำหน้าที่พยาบาลให้
และปมหลังมือก็ถูกมัดอย่างแข็งแรงและเรียบร้อย
“เดี๋ยวก็หายแล้วล่ะ
ตอนนั้นแค่หลบก็สิ้นเรื่อง”หญิงสาวบ่น
“ผมกลัวห้องคุณหนูจะเลอะเอา”
“เหตุผลดีตลอดล่ะ เรียบร้อยแล้วนะ ฉันจะกลับห้อง
ถือกล่องยาตามมาแล้วกัน”ตั้งท่าจะลุกแต่ก็หันมาจับมือของคริสเอาไว้
ในขณะที่ชายหนุ่มไม่ทันจะตั้งตัว
ริมฝีปากได้รูปก็ขยับห่อพลางเป่าลมให้แผลของเขาเบาๆ และดันมือคืนเจ้าของก่อนจะลุกขึ้น
ไม่ทันหญิงสาวจะก้าวเดิน คริสก็ลุกขึ้นคว้าเอวคอดเอาไว้จนหญิงสาวหลุดร้องอย่างตกใจ
“เอ๊ะ จะ...จะทำอะไรน่ะ เดี๋ยวเถอะ”
“...”
“ออกไปนะ...นายทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ!”ชานยอลขึ้นเสียง
และคริสก็ทอดน้ำเสียงบางเบาออกมา
“ผมแค่อยากจะบอกว่า...ต่อให้ตอนนี้คุณหนูจะไม่ให้ผมแต่งงาน
คอยอยู่รับใช้คุณหนูไปจนแก่...ผมก็ยังเต็มใจที่จะทำแบบนั้นนะครับ”
“...”
“ผมอาจไม่ใช่เจ้าชาย หรือพระราชา แต่ผมจะอยู่...
ผมไม่มีเหตุผลว่าทำไมผมต้องอยู่
ผมเต็มใจจะอยู่”ดวงตาคมที่ทอดมองทำเอาหญิงสาวหน้าแทบไหม้
ชานยอลเบี่ยงใบหน้าหนีอีกครั้งพร้อมกับถอนลมหายใจยาว
“ถ้าจะเอาแต่เรียกฉันคุณหนูๆ
ก็เชิญรับตำแหน่งนั้นไปเถอะ”
“เอะ..”คิ้วเข้มเลิกเล็กน้อย “จะให้เรียกชื่อคุณหนูผมว่าไม่ควร”
“นั่นแหล่ะเหตุผลที่นายจะได้เป็นแค่คนรับใช้”ใบหน้าสวยงอง้ำปั้นปึ่งพลางขยับตัวให้หลุดจากอ้อมแขนชายหนุ่ม
แต่กลับถูกอีกคนรวบกายให้แนบแน่นไปยิ่งกว่าเดิม “เอ๊ะ!”
“อยากให้ผมเรียกชื่อเหรอครับ”
“อย่ามาก่ำกึ่งด้วยการพูดว่าไม่สมควรๆแต่กอดฉันซะแน่นจะได้มั้ย”
“ผมแค่หวัง...ว่าสักวันเราจะเข้าใจกันจริงๆ”คริสอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
และชานยอลก็พยักหน้ารับไปแกนๆ
“ฉัน..ฉันเข้าใจของฉันแล้วน่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“แต่...”หญิงสาวก้มหน้าลง
คริสถึงรู้สึกตัวว่าหน้าอกของคุณหนูกำลังเบียดเข้ากับช่วงตัวของเขาเต็มๆ ชายหนุ่มผงะตัวออกโดยที่หญิงสาวก็รีบกอดตัวเองไว้
“ทะลึ่งชะมัด!”
“คุณหนูครับ..อ่า..ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“ขนาดไม่ได้ตั้งใจ
ถ้าตั้งใจไม่ปล้ำฉันเลยเหรอ”อ้าปากประชดก่อนจะทำหน้าตื่นเมื่อใบหน้าหล่อนั่นทำท่าเหมือนสนใจ
“ฉันประชด ห้ามทำท่าแบบนั้นนะ!”
“ฮ่ะฮ่ะ”คริสหัวเราะ “ผมขอโทษนะครับ...แต่ผมอดไม่ได้...
จู่ๆผมก็นึกถึงลูกแมวที่ออฟฟิศขึ้นมา แม่บ้านเก็บมันได้ตอนเช้า
แรกๆมันชอบข่วนแล้วก็เอาแต่ร้องไม่หยุดเลย”
“นี่นายเปรียบเทียบฉันกับแมวจรจัดที่เก็บมาเลี้ยงรึไง!”ชานยอลร้อง
แต่คริสก็เริ่มรู้แล้วว่าหญิงสาวแค่ร้องกลบเกลื่อนใบหน้าที่กำลังแดงระเรื่อ
“ผมหมายถึง...น่ารักเหมือนกันน่ะครับ ถึงจะเอาแต่ร้องแล้วก็แจกรอยเล็บไปทั่วก็เถอะนะครับ”
“นี่! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
เสียงโวยวายของคุณหนูดังลั่นออกมาจากเรือนของชายหนุ่ม
ทำเอาเหล่าคนรับใช้ที่คอยสังเกตการณ์ต้องถอนหายใจ เพราะคุณหนูไม่คิดจะเบาเสียงโวยวายลงแม้แต่นิด
แม้จะไม่กลับไปเอาพูดจาเชือดเฉือนกันเหมือนก่อนแล้วก็ตาม
“คุณหนูนี่ปากไม่ตรงกับใจเลยนะคะ”เยริที่เกาะขอบหน้าต่างชั้นล่างแอบมองเหตุการณ์พูดขึ้น
โยที่พ่อบ้านก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ตอนเด็กๆน่ะ คุณหนูเธอบอกจะแต่งงานกับเจ้าชาย แล้วจะให้คุณคริสคอยอยู่รับใช้เธอจนแก่
แต่ตอนนั้นคุณผู้หญิงก็บอกว่า ไม่ได้หรอก เพราะโตไปคุณคริสก็ต้องมีครอบครัว
ตอนนั้นแม่บ้านลีก็อยู่ด้วยนี่”หันไปหาหัวหน้าแม่บ้านที่แอบซุ่มดูก่อนที่หล่อนจะกล่าวกลั้วหัวเราะ
“ตอนนั้นน่ะเหรอ ฮ่ะฮ่ะ
คุณหนูร้องไห้ร้องห่มวิ่งหนีไปฟ้องคุณท่านน่ะสิ
ยังไงก็ไม่ยอมให้คุณคริสแต่งงานไปที่อื่น
จนคุณท่านถามว่าระหว่างเจ้าชายกับคุณคริสจะเลือกใคร
สุดท้ายคุณหนูก็บอกว่าเลือกคุณคริสดีกว่า เพราะเจ้าชายเธอยังหาไม่เจอ
เธอเจอแต่คุณคริส ก็ตอบไปตามประสาเด็กล่ะ แต่คุณท่านก็ยังจำคำพูดของลูกสาวได้อยู่...
ยิ่งโตขึ้น คุณคริสกับคุณหนูก็ยิ่งเหมาะสมกันจริงๆเลยนะ”
“อย่างกับนิยายเลยค่ะ..ฮือ
เยริช้อบชอบ”เด็กสาวเกาะขอบหน้าตาสีหน้าพร่ำเพ้อก่อนจะรีบแยกตัวออกไปทำงานทำการทันทีที่คุณหนูซึ่งมาถึงเรือนใหญ่ก็เขม่นมองว่าพวกแม่บ้านทำอะไรกันอยู่
ชานยอลหันมาทำตาขวางใส่คริสที่ยังคงส่งยิ้มมาให้
พลันทำหน้าอิหลักอิเหลื่อเมื่อพบว่าคนใช้ก็ยังตั้งท่าแอบมองไม่ยอมวางตา หญิงสาวกลับมาที่ห้องพลางยกมือแตะหน้าอกเพราะเธอบอกไม่ถูกว่าตอนนี้ตัวเธอนั้นรู้สึกแบบไหนอยู่กันแน่
...
หรือแค่เธอไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึก...
วันต่อมาเหมือนจะไม่ใช่วันที่ดีสำหรับชานยอลนัก
เพราะวันรุ่งขึ้นก็เป็นวันเลี้ยงประกาศ ซึ่งเธอถือว่าเป็นวันสำคัญ
แต่ตอนนี้หญิงสาวที่รวบผมสวมชุดลำลองกอดอกหน้ามู่ทู่มองจงแดที่ประคองคริสซึ่งท่าทีเหมือนจะเดินไม่ไหวไปที่เรือนรับรอง
โดยที่แม่บ้านลีกับพ่อบ้านก็เข้าไปดูแลอีกฝ่ายที่วันนี้ดูท่าจะดื่มหนักไปไม่น้อย
ชานยอลมองคริสที่นอนพิงหัวเตียงโดยเลขาจงแดก็จัดแจงท่าทางให้พลันหันมากล่าวอย่างเกรงใจ
“ขอโทษด้วยนะครับคุณหนู...ลูกค้าเอาแต่คะยั้นคะยอคุณคริสไม่หยุดเลย”
“เจ้าตัวคงเต็มใจด้วยละมั้ง”เอ่ยวาจาคล้ายประชดประชันจนคุณเลขาต้องทำหน้าแหย
ก่อนจะขอปลีกตัวออกไปอย่างสงบ พ่อบ้านเดินไปส่งคุณเลขาข้างนอก
พร้อมกับแม่บ้านที่หยิบอ่างน้ำกับเครื่องดื่มมาไว้คอยท่า
“คนอื่นท่าจะไปพักผ่อนกันแล้ว
ดิฉันให้เยริดูแลครัวอยู่ค่ะ แต่เธอยังเด็ก ยังไงดิฉันขอตัวไปดูเยริก่อนนะคะ”
“อ้าว..แม่บ้านลีคะ
จะให้ฉันอยู่คนเดียวที่นี่เหรอ”หญิงสาวค้าน
“ไหนๆก็จะประกาศงานแต่งกันแล้ว
ไม่มีใครมองไม่ดีหรอกนะคะคุณหนู”
“แต่...”ริมฝีปากสวยอ้าค้างเมื่อแม่บ้านก็พูดเองเออเองเอาเสียอย่างนั้น
ดวงตาสวยกะพริบปริบๆมองแม่บ้านออกจากห้องไปก่อนจะหันกลับมาดูคริสที่นอนพิงหัวเตียง
เมื่อไม่มีทางเลือกเธอจึงได้เอาผ้าชุบน้ำเช็ดๆไปตามใบหน้าคมนั้นอย่างนุ่มนวล โดยที่คิ้วเข้มก็ขยับเล็กน้อยเมื่อความเย็นแตะเข้าข้างแก้ม
“คุณหนู..คุณหนูเหรอครับ”เอ่ยถามเบาๆโดยที่หญิงสาวก็ตอบกลับมา
“แม่บ้านลีมั้ง”
“อ่า...แม่บ้านครับ”..นี่เธอประชดนะ ชานยอลนึกแหวอยู่ในใจ
“นี่!”เอาผ้าตีเบาๆพร้อมกับมองดูคริสผ่อนลมหายใจยาว
ใบหน้าคมคายเปื้อนสีแดงจางไปทั้งใบหน้า
ท่าทีเหมือนอึดอัดพร้อมกับฝ่ามือที่พยายามแกะกระดุมชุดทำงานอย่างลำบาก
ทำให้ชานยอลอดไม่ได้ที่จะวางผ้าลงแล้วช่วยปลดกระดุมเชิ้ตตัวใน พลางพยุงชายหนุ่มให้ลุกขึ้นเพื่อถอดสูทตัวนอก
“ผม...อ่า..ผมมึนไปหมดเลย”
“อย่าเพิ่งพูดอะไรดีกว่าน่ะ นอนพักผ่อนก่อน”ชานยอลแนะนำและคริสก็หลับตาลง
สักพักหญิงสาวก็ผงะถอยกรูดเมื่อคนที่นอนพักกำลังขยับเข็มขัดกางเกงตนเอง
ก่อนจะผ่อนลมหายใจเฮ้อเมื่อพบว่าอีกฝ่ายแค่คลายความอึดอัดเท่านั้น
“นาย..อ่า...โอเคแล้วใช่มั้ย...งั้น..งั้นฉันไปหาแม่บ้านลีก่อน”ชานยอลรีบพูด
พลันเบิกตานิดหน่อยเมื่อคริสฉวยมือของเธอเอาไว้ แม้ชายคนนั้นจะมึนเมาไปตามระดับของแอลกอฮอล์
แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรี่ยวแรงน้อยลงแต่อย่างใด ชานยอลผุดใบหน้าขึ้นสีหน้าตื่นๆ
มองคริสที่ปรือตามองเธอกลับมาอย่างไม่รู้จะเรียบเรียงคำพูดใดออกไปก่อน
“คุณหนูจะไปไหนครับ”
“ฉันบอกว่า..บอกว่าไปหาแม่บ้านไง ไม่ได้ยินเหรอ”แกล้งทำเสียงหงุดหงิดใส่ก่อนจะอุทานเบาเมื่อถูกยกตัวขึ้นมาคร่อมเหนือคนที่ค่อยๆขยับกายเล็กน้อย
“อยู่ด้วยกันก่อนสิครับ”
“อย่ามาทำแบบนี้นะ”กำปั้นที่เงื้อจะทุบก็ถูกกอบกุมไว้ด้วยฝ่ามืออุ่น
ริมฝีปากร้อนแตะลงที่หลังนิ้วหญิงสาวซึ่งนั่งคร่อมอีกฝ่ายด้วยท่วงท่าที่ไม่งามนัก
ดวงตาสวยพยายามหรุบลงและดึงมือออก แต่ทว่าอีกฝ่ายก็ดูจะไม่ให้ความสะดวกแต่อย่างใด
“อย่าเพิ่งนะครับ”
“...”
“ถ้าผม..ถ้าผมเมาอยู่ คุณหนูอย่าโกรธผม...มันอาจจะทำให้ผมกล้ามากขึ้นก็ได้”ลมหายใจปนกลิ่นเหล้าปัดลงข้างใบหู
หากเป็นปกติชานยอลคงผลักชายตรงหน้ากระเด็นแถมตบซ้ำ แต่เพราะเป็นคริส...
เพราะเป็นอู๋อี้ฝาน ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
“นี่...หยุดนะ...ฉันบอกให้หยุดไง”
“ชานยอล”ชื่อของหญิงสาวที่เปล่งออกด้วยน้ำเสียงทุ้มทำเอาแก้มนวลร้อนผ่าวจนลามไปทั้งใบหน้า
เหมือนการเรียกชื่อนั้นเป็นมนตร์สะกดให้เธอขยับตัวไม่ได้ ริมฝีปากของชายหนุ่มร้อนระอุราวกับมีเตาหลอมด้านในจนเธอแทบละลายเพียงแค่กดจูบลงกับริมฝีปากเบาๆ
“อื้อ!”เสียงร้องประท้วงไม่ได้ทำให้อีกคนหยุด
มิหนำซ้ำยังคงย้ำริมฝีปากเข้าหาเรื่อยๆจนหัวใจของเธออ่อนยวบ ใบหน้าคมป้อนจูบอย่างนุ่มนวล
แต่แอลกอฮอล์กลับเพิ่มความร้อนให้ทุกอย่างดูลึกซึ้งไปกว่านั้น ชานยอลสะดุ้งตัวแข็งทื่อเมื่อรับรู้ว่าปลายลิ้นของอีกฝ่ายไล้ลงกับร่องริมฝีปาก
หญิงสาวหลับตาปี๋ พยายามจะขยับกายหนีไปจากอีกคน ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นตัวเธอลงไปนอนบนเตียงเสียอย่างนั้น
“อื้ม...อือ...”คุณหนูครางผะแผ่วในลำคอในขณะที่อีกคนก็ยังแต้มจูบราวกับต้องการเชยชิมริมฝีปากนุ่มหวานเหล่านั้น
ชานยอลหลับตาขมวดคิ้ว ลมหายใจสะดุดเมื่อฝ่ามือกว้างแตะลูบเข้ากับสีข้าง
ผู้ชายคนนี้กำลังจะทำเรื่องที่เจ้าตัวไม่เคยแสดงออกมาก่อน
และเธอก็กลัวเหลือเกินถ้าให้พูดตามความเป็นจริงแล้ว
“อ่า...นี่นายคริส...อ๊ะ..หยุดก่อน..เดี๋ยวคนมา...”คุณหนูพยายามผลักไหล่ให้คนที่จูบเบาๆกับพวงแก้มขยับออก
แต่ก็พลาดโนลมหายใจชายหนุ่มปัดลงใบหูจนหลุดร้องสะท้าน ชานยอลอ้าปากหอบหายใจเบาๆ
เธอทั้งขัดเขินแล้วก็กลัวขึ้นมานิดๆ เธอไม่เคย... เพราะอยู่ในตระกูลสูงค้างฟ้าเกินชายใดจะเอื้อม
และรสนิยมรวมทั้งถูกทะนุถนอมมาตลอดทำให้เธอไม่เคยผ่านมือใครมาทั้งสิ้น แม้จะไปเรียนในสังคมที่เปิดเรื่องเซ็กซ์อย่างเสรีก็ตาม
“ถ้าไม่มีคนมา...”เสียงแหบต่ำดังที่ริมหูซึ่งหญิงสาวก็ส่ายหน้ายิก
“ไม่ใช่แบบนั้น..ฉันหมายถึงเขาจะมองไม่ดี...นี่...หยุด...หยุดได้แล้ว”พูดเบาๆพลางหดคอเมื่อจมูกโด่งจรดลงสูดกลิ่นหวานๆที่ซอกคอ
ชานยอลคิดว่าบางทีเธออาจจะไม่รอดทันทีที่เธอรู้สึกถึงบางสิ่งที่แข็งตึงเบียดเข้ากับต้นขาของเธอ
...เธอไม่เคยเห็นด้านนี้จากผู้ชายที่สุภาพนุ่มนวลและดูเจียมตัวอย่างคริสมาก่อน
“ผมแค่อยากให้เรา..อยู่ด้วยกัน”
“...”
“จริงๆ...ตอนที่ผมมีสติกว่านี้...ผมอาจจะไม่กล้า ผมไม่อยากถูกเกลียด”
“ไม่ต้องพูดแล้ว...ฉันว่านายควรนอนพัก...”ดวงตาสวยเบิกนิดหน่อยเมื่อถูกอีกฝ่ายโอบกอดอีกครั้งอยู่บนเตียง..นี่มันช่างเสี่ยงและล่อแหลมสิ้นดี
ชานยอลคิดแบบนั้น แต่เมื่อสบตากับคริสแล้ว...เธอกลับเอ่ยปฏิเสธหรือวีนแตกไม่ออกเหมือนที่ผ่านมา
เหมือนกับว่าที่ผ่านมาเธอไม่ลงรอยกับคริสเพราะปมต่างๆในใจ แต่เมื่อมันถูกบรรเทาให้เบาบาง...
ความรู้สึกของชานยอลก็เหมือแต่เนื้อแท้ที่เธอเคยรู้สึกมาตลอดตั้งแต่ยังเด็ก
“ผมรักคุณนะ”
“...”ชานยอลตัดใจหลับตาลง...ในเมื่อเธอห้ามปรามความรู้สึกของอีกฝ่ายและตัวเธอเองไม่ได้
ทางเดียวของเธอนั่นก็คงเป็นการยอมรับมัน...
ว่าคริสยังเป็นคนสำคัญในความรู้สึกของเธอเสมอ
คำบอกรักที่แม้จะอวลไปด้วยกลิ่นของเหล้าแต่มันกลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกรังเกียจ
ทุกอย่างนิ่งเงียบไปจนชานยอลลืมตาตื่น ก่อนจะพบว่าคริสซบหน้าลงกับซอกคอระหงพร้อมกับหลับไปอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
ทิ้งไว้เพียงคุณหนูคนสวยทบทวนตัวเองด้วยการนอนมองเพดานอยู่อย่างนั้น...
**************
#aphbKY

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น