ในห้องที่เงียบสงัดจนเหลือเพียงเสียงการทำงานของแอร์คอนดิชันเนอร์
ชานยอลที่เอนตัวลงไปบนเบาะนั่งก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
ริมฝีปากบดเบียดถูไถไปพร้อมกับปลายลิ้นที่ซึมซับรสชาติของกันและกัน
ชานยอลรู้สึกถึงกลิ่นหมากฝรั่งเปบเปอร์มิ้นต์ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ความนุ่มของปลายลิ้นและความลื่นฉ่ำของน้ำลายราวกับวิปครีม
เขาไม่อยากยอมรับนักว่าตัวเองกำลังละลายกองลงกับเบาะ มีหลายเรื่องที่อี้ฝานไม่รู้และชานยอลไม่ได้บอก
คือชานยอลไม่จูบกับคนที่วันไนท์ฯด้วย และชานยอลไม่เคยนอนกับคนๆเดิมซ้ำครั้ง
แม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามติดต่อมาแค่ไหน
อู๋อี้ฝานอาจจะไม่ใช่คนแรกที่มีอะไรด้วย...แต่อาจจะเป็นคนแรกที่ชานยอลให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งขนาดนี้
“อา...”เสียงครางเบาๆในลำคอพร้อมกับปลายลิ้นอีกฝ่ายเกี่ยวรัดปลายลิ้นด้วยกัน
เสียงจูบฉ่ำชื้นท่ามกลางอากาศเย็นๆแต่กลับก่อเกิดเหงื่อผุดซึมออกมาตามผิวเนื้อ ริมฝีปากของเด็กหนุ่มยังคงเม้มไปตามกลีบปากนุ่มนวลอย่างเนิบนาบ
สลับกับกดริมฝีปากแรงๆแล้วปล่อยออกเป็นจังหวะ
ทว่าจู่ๆอี้ฝานก็ผงกศีรษะขึ้นเสียดื้อ ปล่อยให้อีกคนเผลอปากค้างอย่างงุนงง
จนกระทั่งอี้ฝานแกะเนคไทที่ปิดตาชานยอลออก ดวงตาสวยกะพริบช้าๆเพื่อปรับแสงสายตา
ก่อนจะพบว่าอีกคนกำลังสีหน้ายุ่ง
“หือ?”
“เผื่อคุณจินตนาการถึงคนอื่น”เจ้าตัวพึมพำปากขมุบขมิบ
“มันแย่นะถ้าเป็นอย่างนั้น”
“ฉันก็นอนกับเด็กแค่นายคนเดียว”
“ว้าว”
“นอกนั้นก็คนโตกว่า..ฉันชอบคนแก่กว่าอะ”
“ไม่ต้องพูดเลย”เสียงฮึดฮัดดังมาจากอี้ฝานที่เหมือนจะไม่ค่อยทันเกมของชานยอลตลอด
แค่ประโยคไม่กี่ประโยคก็เหมือนปั่นอารมณ์เด็กให้บ้าตามง่ายๆทั้งที่ความหมายอาจไม่ใช่แบบนั้น
อี้ฝานกดจูบลงกับต้นคอของชานยอล เม้มเบาๆจนเสียงครางดังขึ้น
ฝ่ามือลากไล้ลงไปตามสีข้าง เลื่อนลงมาถึงต้นขา ชานยอลหรี่ตาลงเมื่อนิ้วของอี้ฝานไต่เบาๆเข้าไปยังต้นขาด้านใน
พวกเขาสบตากัน
เซนเซย์ก็เผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากเมื่อเห็นนักเรียนกัดริมฝีปากของเจ้าตัวเล็กน้อย
“มองอะไร”ถามห้วนพลางหรี่ตาลงนิดหน่อยเมื่อนิ้วของอี้ฝานยังลากเบาๆที่ขาหนีบ
“ผมพูดจริงนะ”
“หืม?”
“คืนแรกน่ะ”
“ที่ว่าพ่อนายเส้นใหญ่น่ะนะ”เอ่ยถามพร้อมกับอี้ฝานที่เบ้ปากหัวเราะหึ
“ผม...”
“...”
“ตกหลุมรักคุณ”ชานยอลหุบปากฉับเสตาไปข้างๆทันที
อี้ฝานยิ้มน้อยๆก่อนจรดใบหน้าลงกับแผ่นอกอีกฝ่าย
เม้มไปยังบริเวณติ่งเนื้อที่นูนขึ้นแทบจะทันทีที่สัมผัสเพียงผะแผ่ว ริมฝีปากนั้นสัมผัสอย่างนุ่มนวลพร้อมกับใช้ลิ้นสะกิดแตะผ่านเนื้อผ้า
ชานยอลผ่อนลมหายใจยาวเมื่ออี้ฝานเริ่มคร่อมเขาไปครึ่งตัว นิ้วของเด็กบ้ากำลังไถไปยังติ่งเนื้อนูนเด่นผ่านเชิ้ต
อยากจะฟาดกกหูสักทีข้อหาแก่แดดแก่ลม
แต่ที่เขาทำได้ในตอนนี้คือเลื่อนมือไปยังกลุ่มผมของอี้ฝานพร้อมกับสัมผัสมันอย่างแผ่วเบา
“อ่ะ...อา...”
“แค่นี้ก็แข็งแล้ว..ทะลึ่ง”อี้ฝานพูดกับไตแข็งที่เปียกชื้น
คิ้วเข้มเลิกเล็กน้อยเมื่อชานยอลเลื่อนมือลงมาจับมือเขาไว้
ก่อนจะพาลากลงไปแตะที่กลางลำตัวของเซนเซย์
ใบหน้าติดหวานที่นอนปรือตาแก้มสองข้างเป็นสีแดงจางในความสลัวขยับยิ้มออกมานิดๆ
“ตรงนี้...ก็แข็งแล้ว”
“...”อี้ฝานกลืนน้ำลาย และคงไม่ใช่แค่ชานยอลคนเดียวแล้วที่รู้สึกแบบนั้น
ทว่าอีกคนกลับเลื่อนมือมาประคองใบหน้าของเด็กหนุ่มพร้อมกับบดจูบอีกครั้ง
รสฉ่ำชื้นของริมฝีปากดุนดันจนเกิดเสียง ชานยอลละริมฝีปากออกเม้มริมฝีปากเบาๆไปตามแนวสันคางคม
ก่อนจะหยุดที่ใบหูของอี้ฝานที่พยายามซ่อนสีหน้า
เพียงลมหายใจปัดผ่านผะแผ่วร่างสูงก็แทบทรุด ก่อนที่อีกคนจะผละใบหน้าออกมาแล้วกดจูบลงไปอีกครั้งหนึ่ง
“ทำกันเถอะ”
“...”
“เมคเลิฟ”คำพูดของประธานนักเรียนที่ไม่ได้ประโยคอะไรกลับมาจากเซนเซย์
ดวงตาของชานยอลไม่สามารถลืมได้เต็มตาดังปกติ เบี่ยงไปมองข้างๆพลันแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อย
เพียงแค่นั้นเด็กหนุ่มก็รู้สึกปวดเป้ากางเกงไปหมด คิ้วของอี้ฝานขมวดมุ่นเมื่อต้องรอคำตอบอีกครั้ง
และพบว่าชานยอลก้มหน้าลงก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
“อื้อ”
“เขิน?”
“ชาร์จอัลติอีกมั้ย”
“ไม่ช้งไม่ชาร์จแล้ว”ว่าพลางแนบริมฝีปากลงพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆของชานยอล
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงครางอือผะแผ่ว สองแขนขยับปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตโดยที่เด็กหนุ่มก็ยกตัวขึ้นมองอีกฝ่ายที่ค่อยๆขยับกระดุมออกทีละเม็ด
ลิ้นชื้นแลบเลียริมฝีปากจนอี้ฝานเผลอหายใจแรง จมูกโด่งกดลงกับซอกคอ
สูดกลิ่นหอมจางจากร่างกายอีกฝ่าย สัมผัสที่ถ่ายทอดให้กันนั้นทำเอาชานยอลคิดว่าที่เขาทำอยู่มันเพื่อวอชเชอร์ช็อปน้ำหอมโง่ๆจริงๆหรือเปล่า...หรือเป็นเพราะลึกๆแล้วเขาต้องการอีกฝ่ายกันแน่
“อ่า...”เสียงครางสั่นดังขึ้นพร้อมกับกายโปร่งที่งอขึ้น
เมื่ออี้ฝานทั้งจูบทั้งเลียไปยังปลายถัน เสียงลมหายใจหอบแรงทั้งคู่พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏใบหน้าเหมือนกับคนประเภทเดียวกันที่หากันจนเจอ
ริมฝีปากของเด็กหนุ่มรูดรวบพร้อมกับใช้ปลายลิ้นสะกิดเล่นเหมือนกับสนุกไปพร้อมกับเสียงครางสยิว
ชานยอลไม่อยากโกหกตัวเองว่ามันโอเค ถ้าตัดเรื่องปากคอ และความคิดว่าอีกคนเด็กกว่า
อี้ฝานเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างใช้ได้คนหนึ่ง
“กางเกงถอดยากชะมัด”นักเรียนเริ่มบ่นเมื่อแกะตะขอกางเกงของเซนเซย์
หัวมือกับนิ้วชี้หนีบตัวซิปดึงลงและนิ้วกลางก็ไม่ยอมไร้ประโยชน์ด้วยการเกี่ยวชั้นในลงมาพร้อมกัน
ชานยอลกัดปากก่อนจะมองอี้ฝานที่ยักคิ้วให้สองจึก
“แก่แดด”
“ขอบคุณ”ไหล่กว้างขยับไหวพร้อมกับลอกคราบล่างจนเห็นท่อนขาเล็กๆยาวๆ
อี้ฝานหรี่ตาพร้อมกับพูดขึ้น “ขาโก่งอะ”
“ฟาดก้านคอได้นะ”
“จริง?”เด็กหนุ่มทำท่าจะจูบฝ่าเท้า
แต่ชานยอลก็ร้องขึ้นทันที
“อย่า!”
“?”
“มัน..สกปรก...”
“ไม่เป็นไรน่า”
“ไม่เอา...”คิ้วสองข้างโค้งลงพร้อมกับสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่พร้อมทำให้อี้ฝานไม่เซ้าซี้
เขาปล่อยให้ถุงเท้าคาท่อนขาของชานยอลอยู่อย่างนั้น
(และเด็กหนุ่มก็แอบขำเล็กน้อยเพราะมันเป็นถุงน่องสั้นสีขาวเหมือนถุงเท้าพยาบาล) เขากดจูบแรงๆที่หัวเข่าของชานยอล
พลันขยับคลานตัวขึ้น ซึ่งท่อนขายาวก็พาดขึ้นบนบ่าทั้งสองข้าง อี้ฝานแตะมือลงกับส่วนกลางลำตัวที่ค่อนข้างอุ่นๆและแข็งตัวขึ้นมาเล็กน้อย
“ผมอยากเห็นคุณ”
“...”
“สีหน้าของคุณ”
“มันเมคเลิฟเหรอ?”ย้อนถามเพราะดูเหมือนจะไม่ใช่
และนักเรียนก็เบ้ปากทันที
“ไม่รู้ซี ผมก็ไม่เคยเมคเลิฟ”
“นายนี่นะ...อืม...”เม้มปากส่งเสียงในลำคอพร้อมกับฝ่ามือที่เริ่มขยับรูด
ชานยอลจิกแขนเสื้อของอี้ฝานข้างหนึ่ง อีกข้างยกขึ้นกัดกับปลายนิ้ว
ดวงตาปรือเยิ้มลงพร้อมกับสองแก้มที่แดงปลั่งขึ้นมา
เสียงครางดังลอดออกจากริมฝีปากทันทีที่หัวแม่มือของอี้ฝานจิกลงปลายเบาๆ
“อื้อ...อ่าห์...เร็ว..เร็วหน่อย”
“ทำยังไงก่อน”
“ทำไงล่ะ..อิ๊..อืออ”
“คุณรู้”อี้ฝานพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นและดูหมกมุ่นไปมากกว่านี้
ชานยอลแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อย แววตาฉ่ำฉายแววสับสนเล็กน้อย
คิ้วขยับยกเมื่อเห็นว่าอี้ฝานวาดยิ้มออกมาบางๆราวกับปลอบใจ
“อะ...อี้..อี้ฝาน...แรงหน่อย”
“...”
“อี้ฝานครับ...อา...”เสียงเบาเรียกปนกระเส่าทำเอาคนด้านบนขบกรามกรอด
ฝ่ามือขยับรูดพร้อมกับร่างโปร่งที่แทบเขยื้อนไถไปตามแรง
เบาะโขยกเบาจนเสียงลั่นออกมาเล็กน้อย ท่อนขาที่เริ่มเปื้อนเหงื่อขยับแยกออกเล็กน้อย
กล้ามเนื้อเกร็งขึ้นไปตามธรรมชาติ ชานยอลทั้งปรือตาหลับตาอยู่หลายครั้ง
ฝ่ามือของอี้ฝานก็เริ่มขยับแรงขึ้นพร้อมกับเกร็งบีบจนเจ้าของร่าบิดเกร็ง
“อ๊า! อ๊ะ!! ..อา...จะไหลแล้ว..อื้ออ”
“ก็ทะลึ่ง”เสียงพึมพำของอี้ฝานดังขึ้นมา
ก่อนจะยกมือขึ้นเล็กน้อย
นิ้วยาวที่เปื้อนคาวน้ำที่ปริ่มออกมาจากส่วนปลายแยกยกจนเห็นว่ามันยืดออก กับคนที่นอนอยู่ซึ่งบิดตัวไปมาเพราะออกไม่หมด
เด็กหนุ่มดันนิ้วสอดเข้าไปที่ช่องทางซึ่งรออยู่หลังจากเอาความเปียกชื้นไปถูไถอยู่พัก
“ใส่...มาเลยไม่ได้เหรอ”เอ่ยถามอย่างเอาแต่ใจกับอีกคนที่ยกคิ้วขึ้น
“นิ้วมันเล็ก”
“กระบอกน้ำมั้ย”
“ยันหน้านายแน่”ชานยอลเบ้ปากทั้งที่สีหน้ายังสะท้านอยู่
และก็เป็นอี้ฝานที่พูดประโยคเดิม
“ทำยังไงก่อน”
“...”
“เร็ว”
“ฮื่อ...”ครางในลำคออย่างหงุดหงิด
แต่สุดท้ายก็ยอมพูดขึ้นเบาๆ “อี้ฝานครับ...ใส่เข้ามาเลย..ได้มั้ย”
“...”
“เค้า...อยากได้แล้วอ่ะ..เค้าอยากโดน”ประโยคตามหลังที่ฟังแล้วแปลกๆทำเอาเจ้าของชื่อถึงกับก้มหน้าหัวเราะ
ชานยอลชี้มือไปที่ซิปข้างเป้
และเด็กหนุ่มก็เปิดตามพิกัดก่อนจะได้ถุงยางอนามัยมาซองหนึ่ง
พวกเขามองหน้ากันอยู่พักและอี้ฝานก็เริ่มปลดกางเกงทั้งที่ขายาวๆยังพาดบ่า
(และอีกสักพักก็เริ่มพาดหัวเพราะช้าไม่ได้ดั่งใจ) อี้ฝานแกะซองถุงยางอนามัยออก
ก่อนจะบีบเอาสารหล่อลื่นในถุงออกมาถูท่อนเนื้อของตนเพียงเท่านั้นก่อนจะโยนถุงไปข้างๆ
“ตกพื้นอะ ใช้ไม่ได้แล้ว”
“...”ชานยอลเบ้ปากใส่
ก่อนจะยกมือขึ้นจิกช่วงบนของเบาะเหนือศีรษะเมื่ออี้ฝานจัดการถูเข้ากับช่องทางแล้วค่อยๆชำแรกเข้า
ดวงตาสวยหรี่ลงเล็กน้อยพร้อมกับกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง ก่อนจะกอบลมหายใจเข้าให้อี้ฝานขยับตัวเข้ามาได้ค่อนหนึ่ง
ก่อนที่เด็กเวรจะฉวยเอวเล็กทั้งสองมือสาวตัวออกสั้นๆแล้วกระแทกลงไปใหม่จนมิด
“โอ๊ย! ไอ้บ้า!”
“ดีอะ”อี้ฝานหัวเราะในขณะที่ร่องก้นก็สัมผัสกับไรขนหยาบที่เสียดไถเข้า
ชานยอลจุกไปพักหนึ่ง ดีนะที่สวนทุกวัน... ดูเหมือนว่าการเหวี่ยงใส่ไม่ทำให้เด็กสลด
เซนเซย์เลยตัดใจไปไล่ต้อนด้วยวิธีอื่นอีก
“เจ็บนะ...”แสร้งทำเสียงเครือพร้อมกับกัดปากน้ำตาคลอ
แต่ทันทีที่เห็นสีหน้าตื่นเต้นของอี้ฝานก็เลยนึกออกว่าไอ้เด็กนี่มันซาดิสม์...
ที่ทำไปยิ่งไปทำให้มันชอบ
“ร้องไห้ได้นะ...แกล้งทำก็ได้ ผมชอบแบบขัดขืนเหมือนกัน”...พูดกระเส่าไม่พอมีเสียงแฮ่กด้วย
“ไหนเราจะเมคเลิฟกันไง”
“คุณก็รู้...ว่าเมคเลิฟของเรามันเป็นยังไง”อี้ฝานปลดกระดุมชุดนักเรียนออกลวกๆ
“ถ้าคุณชอบ ให้ร้องว่าไม่ ผมจะโอเคมากๆ”
“ถ้าจะให้แรงอีกล่ะ”เอ่ยถามขณะที่รอให้ผนังปรับตัว
และอี้ฝานก็เอ่ยขึ้นเบา
“ถ้าอยากได้แรงๆ ก็พูดว่าอย่า ถ้าพูดได้โปรดผมจะเร่งเครื่อง
แต่ถ้าไม่ชอบ หรือเจ็บจริงๆคุณก็แค่ดันผมออก”
“พจนานุกรมของนายนี่มัน”ชานยอลกลอกตา ก่อนจะเริ่มปลุกอารมณ์กันใหม่เพราะโดนซะจุกจนเกือบหมดมู้ด
อี้ฝานเริ่มขยับกายเข้าออกช้าๆ นิ้วมือของเซนเซย์ก็จิกเข้ากับต้นแขนเด็กก่อนจะเริ่มส่งเสียงแผ่ว
“อ่ะ...อา...ไม่...ไม่...อา..อย่า...”
“อืม...แบบนั้นแหล่ะ..ฮึ่ม”คำรามพร้อมกับโยกตัวไปข้างๆ
ร่างโปร่งสะบัดเร่า เสียงครางแข่งกับเสียงเบาะเอี๊ยดอ๊าดพร้อมกับใบหน้าของชานยอลที่ขมวดเกร็ง
“อ๊า..อ่ะอ่ะอ่ะอาา...ไม่..ไม่...อย่า..อย่า..พอแล้ว..อย่า!”
“อา..ใช่เลย....แบบนี้แหล่ะ แบบนี้เลย!”อี้ฝานเม้มปากสาวกายเข้าถี่พลันกดข้อมือของชานยอลตรึงไม่ให้ขยับไหว
แสงสลัวในห้องสะท้อนน้ำตาที่ไหลพรูพร้อมกับเสียงหอบ
และแน่นอนไม่ใช่น้ำตาแห่งความเจ็บปวดอะไร แต่มันก็เร้าอารมณ์ไปอีกแบบ
“อ้า..อื้อ..ไม่..ไม่...อูย...อิ๊...อ๋า..อย่า..อย่า!..ได้โปรด!!”เหมือนเซนเซย์จะเริ่มสนุกกับการเล่นบทถูกข่มขืนไม่น้อย
ร่างโปร่งถูกยกขึ้นให้หันหลังคลานบนเบาะเก้าอี้ ก่อนจะสอดใส่เข้าไปใหม่โดยที่ชานยอลก็กอดพนักหลังเบาะเอาไว้
ปลายถันอกไถกับพนักหลังจนขนลุกไปทั้งตัว เสียงครางลั่นดังออกมาจากทั้งคู่อย่างพึงใจจนไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของคนขับรถที่รออยู่ด้านล่างอาคาร
“อา...ดีชะมัด...มันคงดีกว่านี้..อื้ม..ถ้าเราทำกัน...ในห้องเรียน...ซึ..”เสียงพึมพำของอี้ฝานยิ่งทำให้ชานยอลขบริมฝีปาก...มันก็ดีนะ..แต่...เขาว่าเขาคงจะทนจนไปหาห้องเรียนสักห้องตอนนี้ไม่ไหวหรอก
เด็กหนุ่มคว้าข้อมือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไพล่หลังพร้อมกับกระแทกตัวใส่จนเสียงร้องครางลั่น
“อ๊า!!...อ้า..อาอาอา...โอย...อื๊อ..ไม่...อย่า...อย่า!”คีย์เวิร์ดที่รู้กันแค่สองคนเหมือนจะปลุกปั่นอารมณ์ให้ลุกโชน
อี้ฝานขยับเปลี่ยนลงเป็นฝ่ายนอนไปกับเบาะ โดยที่ร่างโปรงซึ่งชุ่มเหงื่อก็นั่งเบียดคร่อมพร้อมกับขยับรับตัวตนเข้าไป
เขาจับข้อมือของอีกคนเอาไว้และขยับตัวสวนขึ้น ซึ่งพอมองเห็นเรือนร่างขาวเนียนที่เป็นเงาปลาบไปด้วยเหงื่อ
รวมทั้งใบหน้าที่เปียกทั้งเหงื่อและน้ำตาไหลพรูก็รู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“อึ่ก...ช้า...”สบถพร้อมกับดึงมือของชานยอลไปไว้ที่แกนเนื้อเจ้าของพร้อมกับมืออีกข้างรั้งเอวกระแทกลงจนเสียงตบเนื้อดังลั่น
ร่างของชานยอลบิดเกร็งเมื่อเหมือนถูกบังคับขยับรูดช่วยตัวเองไปด้วย
“อูย..ซี๊ด..อ้า...อย่า..พอแล้ว...อ๊า...อาอาอา!..ได้โปรด...จะออก..จะออกแล้ว!”
“เดี๋ยว..เดี๋ยว”อี้ฝานขยับตัวขึ้นดึงมือของชานยอลให้ยกขึ้นไพล่ไปข้างหลังและใช้ฝ่ามือข้างเดียวเกี่ยวเอาไว้ให้จับ
ส่วนอีกข้างก็บีบสะโพกให้ขย่มกายลงเช่นเดิม
เม็ดไตหน้าอกชูหราเมื่อกล้ามเนื้อถูกดึงไปข้างหลัง
ก็ถูกริมฝีปากดูดดึงแรงๆพร้อมกับขยับถี่รัว ตอนนี้ทั้งเสียงคราง
เสียงเนื้อกระทบกันปนเปกับเสียงเบาะจนแทบจะแยกไม่ออก
“อ๊ะ..อ๊า...ฉัน...โอ้ย...อย่า..อย่า!!...อา!!”
“อ่า..อาอา...อ้า...อ่าห์!!”คาวน้ำพุ่งเลอะขึ้นมาถึงหน้าท้องเรียบพร้อมกับของเหลวที่พ่นฉีดเข้าไปภายใน
ทุกอย่างหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไหว ก่อนที่ต่างคนจะต่างทิ้งแขนตัวเองลงอย่างหมดแรง
อี้ฝานเอนตัวลงแผ่กับเบาะที่เอนลงและชานยอลก็ยังคร่อมกายอยู่ด้านบน
ริมฝีปากและปลายลิ้นยังแตะต้องกันราวแทะเล็ม พร้อมกับสะโพกมนที่ยังขยับร่อนลงอย่างซุกซน
“แอคติ้งเต็มสิบเลย”อี้ฝานพูดอย่างหอบๆก่อนจะส่งยิ้มให้ชานยอลที่แลบลิ้นเลียริมฝีปาก
“ฉันมีอะไรจะบอก”
“?”
“ฉันไม่เคยสดกับใครเลย...มีแต่นายเนี่ย...ทั้งสามครั้งเลย...กี่ทีก็ไม่รู้”ใบหน้าติดหวานที่ฉ่ำเหงื่อขยับยิ้มเล็กน้อย
“แต่มันดีมากเลย..เวลามันพ่นเข้ามา มันร้อนวาบไปหมด
มันเหมือนประโยคที่ฉันเคยได้ยินและฉันไม่คิดว่าฉันจะรู้สึกถึงมัน”
“หืม?”
“Orgasm, awesome”
“นี่มันวลีของนางเอกเอวีในฝันเลย”มือใหญ่แนบเข้าใบหน้าของชานยอล
สายตาของพวกเขามันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่พวกเขาเริ่มรู้กันดี
แต่แล้วชานยอลก็หน้าบึ้งทำปากคว่ำทันทุบลงแผงอกของอี้ฝานทันทีที่เจ้าตัวพูดอีกประโยคหลังจากนั้น“ผมพร้อมเป็นคุณพ่อวัยใสแล้วล่ะ”
“ไอ้บ้านี่! ฉันเป็นผู้ชายโว้ย!”
“โอ๊ย!”
“ช่วงโปรโมชั่นลดเหลือสองพันสามร้อยวอนครับ”
ชานยอลจ่ายเงินให้พนักงานสะดวกซื้อคนเดิมพร้อมกับวิตามินมาเปิดดื่มอีกครั้งพร้อมกับทำท่าทางเหมือนคนแก่
ในชีวิตสีม่วงของเขานั้นไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะแพ้ทางเด็ก
และจะถูกคนที่เด็กกว่าเกือบหกปีทำให้รู้สึกแบบนั้น
เขาไม่รู้ว่าที่อี้ฝานพูดว่าตกหลุมรักมันจริงหรือเปล่า แต่มันก็เขินนิดๆเหมือนกันเพราะไม่เคยมีใครพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน
ถ้าไม่ตั้งหน้าตั้งตาจะเอาก็พูดกับเขาว่าอยากได้...ใครจะบ้าให้
คิดเท่านั้นก่อนจะเริ่มยกมือขึ้นมาอังแก้มเมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองพูดว่าอยากได้กับอีกคนขึ้นมา
ก็สมกับเด็กบ้าแหล่ะ...
“ชานยอลเซนเซย์...อาจารย์คิมให้มารับไปทานมื้อเช้าครับ”จงอินส่งยิ้มทักทายให้กับอาจารย์สอนญี่ปุ่นที่เอามือพัดหน้าตัวเองไปมา
ชานยอลเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ
“อาจารย์มินซอกไปสัมมนาอีกเหรอครับ?”
“เปล่าครับ
เห็นว่าไปติดเด็กที่ชื่อจงแดที่เป็นลูกบาทหลวงอยู่ที่โบสถ์
คงจะมาไม่ทันทานข้าวเช้า”
“อ้าว”
“ทานข้าวกันครับ”จงอินเอ่ยชวนและชานยอลก็ขยับขึ้นนั่งมอเตอร์ไซค์ไปตามปกติ
และอาจารย์สอนสังคมก็เปิดปากอีกครั้ง “เหมือนเซนเซย์มีความรักเลยนะครับ”
“เอ๊ะ...ไม่นี่ครับ
แค่ได้วอชเชอร์แอนนาซุยมาฟรีน่ะ ฮ่าฮ่า”
“อ๋อ..ยี่ห้อนี้ แฟนผมซื้อให้เหมือนกันครับ
แต่ผมไม่ใช้เท่าไหร่
มันน้ำหอมผู้หญิงน่ะ”จงอินหัวเราะพร้อมกับชานยอลที่สัมผัสได้ว่ากำลังเจอนกตัวที่สอง
“อาจารย์จงอินมีแฟนแล้วเหรอครับเนี่ย
ใครโชคดีกันน้า”เอ่ยถามพร้อมกับหัวเราะแก้เก้อ
ก่อนจะริบเสียงหัวเราะลงอย่างรวดเร็วเมื่อจงอินดับเครื่องเมื่อมาถึงโรงอาหารก่อนจะก้มหน้ายกมือปิดปากเล็กน้อย
“โชคไม่ดีหรอกครับ...อาจารย์เอดิสันชอบพูดบ่อยๆว่าซวยที่คบกับผม
สังคมเราค่อนข้างต่างกันน่ะครับ แต่มันก็โอเคดี”
นกตัวที่สองไม่พอ..สามด้วย เป้าหมายได้กันเอง...
ชานยอลทอดสายตาว่างเปล่ามองจงอินที่เอียงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มมาให้พร้อมกับแก้มที่แดงเล็กน้อย
“ไปครับ ทานข้าวกัน
เซนเซย์ปวดหนักเหรอครับนั่งนิ่งเลย”
ชะนี...นี่มันชะนี...นี่มันลูกสาว...
ขุ่นแม่จะเป็นลม....
“ประ..ประธานนักเรียนครับ นั่นมันเก้าอี้ของผม”
ในขณะเดียวกันช่วงประชุมเช้าที่ห้องโดมบนดาดฟ้าอาคารเรียน
นักเรียนปีหนึ่งกำลังหน้าซีดพูดตะกุกตะกักเมื่อตัวเองกำลังนั่งเก้าอี้ของประธานนักเรียนอยู่บนเวทีพื้นเตี้ยๆด้านหน้าในขณะที่ปรานนักเรียนคนเดิมก็นั่งไขว่ห้างตรวจเอกสารอยู่บนเก้าอี้กรรมการนักเรียนตัวหนึ่งท่ามกลางสายตาของนักเรียนในห้อง
อี้ฝานขยับแว่นก่อนจะส่งเสียงออกมา
“พอดีผมชอบเก้าอี้ตัวนี้ มันนิ่มดี”
“แต่ว่า..”
“มีปัญหาเหรอครับ คุณกรรมการชเว”อี้ฝานเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“จากนี้ไปทุกคนผลัดกันขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานนักเรียนตัวนั้นได้
พรุ่งนี้เริ่มจากคุณ ที่นั่งถัดไป ส่วนตรงนี้ห้ามใครนั่ง ผมถือว่าเป็นที่ของผม
เพราะนโยบายของผมคือนักเรียนทุกคนคือประธานนักเรียน
มีสิทธิ์ที่จะคิดและตัดสินใจเทียบเท่ากันหมด
ทุกคนสามารถเป็นประธานนักเรียนได้ทั้งนั้น เข้าใจผมใช่ไหมครับ?”
“ประธานอี้ฝานช่างลึกซึ้ง”เสียงชื่นชมดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือที่ลั่นพร้อมกัน
บางคนถึงกับน้ำตาคลอกับวาจาศักดิ์สิทธิ์ของประธานนักเรียนที่ยังนั่งไขว่ห้างตรวจงานไม่เคลื่อนไหว
ทั้งที่ในใจอยากจะเบ้ปากแล้วหัวเราะแรงๆ
จะให้คนอื่นมานั่งทับรอยของเซนเซย์คนดีได้ยังไงล่ะ
จริงมั้ย...
////////////////////////
“เซนเซย์ครับ”
“ว่าไง ไม่เข้าใจตรงไหน”
“เซนเซย์เคยทำช็อคโกแลตให้แฟนมั้ยครับ”
“...”ชานยอลเงยหน้ามองนักเรียนลู่หานที่ทำตาแป๋วแหววใส่จนอยากจะดึงขนตายาวๆนั่นออกมาสักสองสามกระจุก ข้อหาถามไร้สาระในขณะที่เขากำลังสอนพิเศษให้เด็กคนนี้ในช่วงวันที่ไม่มีสอน
“นี่วิชาฉันมันน่าเบื่อเหรอ”
“ไม่ใช่นะครับ..แต่มันจะวาเลนไทน์แล้วนี่นา”เทรนนี่หน้าหวานก้มหน้างุด
“ผมทำช็อคโกแลตทุกแบบแล้ว...จนคิดไม่ออกแล้วครับว่าจะทำอะไรให้เขาดี”
คิดไม่ออกก็ส่งมาทางนี้มา...อยากรู้ว่าไอ้ตุงๆน่ะมันตุงจริงหรือทิชชู่...ชานยอลบ่นในใจ
“รักกันดีนะ”
“ก็..ประมาณนึงครับ แต่เซนเซย์มีแฟนแล้วก็น่าจะเข้าใจนี่นา”ลู่หานย่นปากให้กับอาจารย์ที่แสร้งทำตัววุ่นวายด้วยการยกชีทมาอ่าน
“ใครว่าฉันมีแฟน”
“เขาลือกันทั้งนั้นแหล่ะครับ”
“ใคร ฉันจะไปไล่ตบปากทีละคน”แกล้งทำหน้าหงุดหงิดทั้งที่ในใจอยากจะม้วนตัวแล้วลงไปดิ้นๆกับพื้น...
คือมันก็ไม่เชิงแฟนนะ...แต่หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของเขากับอี้ฝานก็ดีขึ้นมาก
(หลังจากนกมาทุกอย่าง)
“เซนเซย์อย่าดุสิครับ คิ้วขมวดหมดแล้ว
หน้าผากย่นนะ”
“อุ่นช็อคโกแลตเอาไว้ ทำเป็นช็อคโกแลตท็อปปิ้ง”
“เอ๋?”
“พอจะให้ก็แก้ผ้าให้หมด บีบช็อคโกแลตใส่ตัว
เดี๋ยวอาจารย์เซฮุนก็รู้เองแหล่ะว่าต้องกินยังไง
จะให้ดีกินในอ่างน้ำแบบใส่นมเอาไว้สักสี่แกลลอน กินบนเตียงได้นะ
แต่ต้องปูผ้าพลาสติกหน่อยเดี๋ยวมดขึ้นหัว”ชานยอลว่าในขณะที่นักเรียนได้ฟังก็หน้าแดงจัดไปถึงใบหูเหมือนมีควันฟู่ลอยขึ้นมา
“เซนเซย์...”
“หรือไม่ก็ลองผลัดกันผูกตาแล้วป้อนพวกครีมกับผลไม้ดูสิ
แค่อย่าป้อนองุ่นปอกเปลือกแล้วบอกว่ามันคือลูกตาคนตายก็พอ”แนะนำหน้าตาเฉยพร้อมกับลู่หานที่ยกมือโบกไปมา
“ผม..ผมไม่เคยทำแบบนั้นหรอกครับ...คือ...”ร่างโปร่งทอดสายตามองนักเรียนที่ยกมืออังแก้มไปมา...ยัยทิงกี้วิงกี้ดิปซี่ลาล่าและโพ...ทำเป็นอินโนเซนท์ไปได้
“อย่าบอกนะว่าไม่เคยออรัล?”
“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ”
“ไม่เคยทำใช่มั้ย ทำซะสิ
ลองบีบใส่ไอ้นั่นแล้วก็กินดู”
“เซนเซย์ทะลึ่งเหมือนกันนะครับเนี่ย”นักเรียนกอดอกแก้มป่องมองคนสอนที่เลิกคิ้วเล็กน้อย
ก่อนจะยกนิ้วขึ้นเกาแก้มเบาๆ
“เขา...ก็ชอบบอกฉันแบบนั้นแหล่ะ”
“ทะลึ่งชะมัด”
อี้ฝานเปรยขณะที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องประธานนักเรียนในขณะที่ชานยอลก็นั่งอ่านการ์ตูนอยู่ข้างๆ
ทว่าที่ดูแปลกๆสักหน่อยก็คือมือของเซนเซย์กำลังล้วงเข้ากางเกงของเด็กหนุ่มแล้วก็ไล้อุ้งนิ้วไปมาทั้งที่ยังอ่านการ์ตูนมือเดียวสีหน้าเรียบเฉย
“มันเสียวนะ อย่าสะกิดหัวแบบนั้นสิ”
“คืนนี้”ชานยอลเอ่ยปากขึ้น “ว่างมั้ย”
“ผมเหมือนคนยุ่งเหรอ”อี้ฝานตอบน้ำเสียงเรียบๆ
“โรงแรมเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองพวกเราไปแล้วนะ”
“...”ชานยอลนิ่งไป ก็นั่นแหล่ะ
ระยะหลังเขาก็เลิกเที่ยว เลิกวันไนท์ แล้วก็ฟัดกันนัวกับเด็กเวรนี่ที่โรงแรมตลอด
เพราะชานยอลไม่อยากไปบ้านของเด็กคนนั้น
ชานยอลไม่มีข้ออ้างและพอรู้ว่าบรรยากาศครอบครัวของอี้ฝานไม่ค่อยดีเท่าไหร่ “ไปห้องฉันไง”
“หืม?”
“ห้องเช่าถูกๆ ห้องซ้ายผัวเมียตีกัน ห้องขวาเลี้ยงหมาที่กำลังติดสัดหอนทั้งคืน
นายอาจจะชอบ”
“ไม่โรแมนติกเอาซะเลยแฮะ..อ่ะ!”หลุดครางเมื่อโดนบีบส่วนสำคัญไม่แรงนัก
“ที่มาล้วงนี่บังคับสินะ”
“...”
“คืนนี้แหล่ะ...ผมสั่งถุงน่องมาใหม่”
“ฉันเป็นเล็บขบ”
“เลิกพูดเถอะน่า”อี้ฝานพูด
บทสนทนาของทั้งคู่ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบและไมได้มองหน้ากัน จนชานยอลดึงมือออกมาดูดนิ้วเบาๆ
และอี้ฝานก็โน้มหน้าไปจูบแก้ม
“คิดถึง”
“อือ”ดวงตาสวยเสไปข้างๆ “คิดถึงด้วยคน”
“ผมมีประชุมเย็น รอผมที่หน้าซูเปอร์นะ
เราควรซื้อพวกช็อคโกแลตท็อปปิ้ง”อี้ฝานกระซิบเบาๆก่อนจะกอดชานยอลที่คว่ำปากแต่ก็โอบไหล่กว้างเอาคางเกยพยักหน้าหงึกหงัก
กอดซบร่ำไรกันอยู่พัก เซนเซย์ก็ขยับชุดแต่งกายเรียบร้อยถือเอกสารเดินออกมาจากห้องประธานนักเรียนสวนกับพวกกรรมการนักเรียนที่เดินมาทำความเคารพตามปกติ
ชีวิตของชานยอลจะบอกว่าปกติก็ไม่ใช่
จะผิดปกติก็ไม่เชิง มันก็ดีหรอกนะที่เขาลัคกี้อินเกม งานสอนไปได้ดี
เริ่มมีเงินเดือนและมีงานพิเศษคือสอนพวกเทรนนี่ในวันเว้นสอนพอส่งคืนให้พี่สาวและเจียดโอนให้แม่ไปแบบเนียนๆบ้าง
และลัคกี้อินเลิฟพอสมควรกับประธานนักเรียนที่ทำตัวเคร่งขรึมเวลาทำหน้าที่
และเล่นบทซาดิสม์ไปจนกระทั่งใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเล่นตีหมอน
สูบบุหรี่หรือนั่งดื่มกัน รวมทั้งเซ็กซ์แบบสุดเหวี่ยงในตอนกลางคืน แต่เพราะอี้ฝานยังเป็นเด็กแม้จะตัวใหญ่และมีความเป็นผู้ใหญ่แค่ไหนก็ตาม
รวมทั้งภาพลักษณ์น่าชื่นชมของคนในโรงเรียน (โดยเฉพาะผู้อำนวยการ)
ทำให้เขาหวั่นใจเล็กน้อยถ้าเกิดมีคนรู้ว่าพวกเขาคบกัน
และเขาเป็นพวกชอบวันไนท์มาก่อน
“ยังไม่มาอีกเหรอ”
บ่นพลางดูเวลาขณะที่ยืนจมโค้ทอยู่หน้าซูเปอร์ท่ามกลางคู่รักเดินไปเดินมาในวันวาเลนไทน์
วันที่น่าเบื่อสำหรับชานยอลมาตลอดจนปีนี้... ทั้งที่นอนกับคนอื่นมากประมาณหนึ่ง
แต่เขาไม่เคยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมีรักแรกขนาดนี้
แล้วถ้าเด็กบ้ามาถึงซื้อของแล้วไปไหนต่อ เขาควรจะอ้อนหมอนั่นกว่านี้สักหน่อยดีไหม
หรือจะทำตัวยังไงดี...
เต้นอนาคอนด้าของนิกกี้มินาจให้อู๋อี้ฝานชมเป็นขวัญตาดีมั้ยน้อ...
“ไม่รับสายด้วยนะ...เดี๋ยวเถอะ”เริ่มหงุดหงิดเพราะชักจะนาน
ชานยอลยืนกอดอกคว่ำปากเนื่องจากอากาศเริ่มเย็นจนแก้มเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง
อากาศเริ่มมืดลงเรื่อยๆจนชานยอลนึกเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเกิดเหตุร้ายอะไรรึเปล่า
จึงได้คว้าโทรศัพท์เตรียมโทรหาอีกครั้ง
“...”
ทว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าแม้จะอยู่ไกลไปสักหน่อยทำให้ชานยอลชะงักมือ
เมื่อเห็นหญิงสาวผมยาวสลวยกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนหนุ่มสาว แต่ที่เขามองจริงๆกลับไม่ใช่เจ้าหล่อน
แต่เป็นอู๋อี้ฝานที่เดินล้วงกระเป๋าโค้ทพูดคุยไปกับหล่อนต่างหาก...
“ว่าแล้วเชียว...ว่าเด็กไว้ใจไม่ได้”ชานยอลพึมพำก่อนจะผ่อนลมหายใจหนักๆพลันสาวเท้าออกไปจากตรงนั้น
แต่พอเดินไปได้สี่ก้าวเขาก็รู้สึกว่าขอบตาเขาร้อนๆขึ้นมา..โอเค..เขาจะเป็นผู้ใหญ่
จะไม่งี่เง่า จะรอถามตอนเจอกันก็แล้วกัน
แม้จะคิดอย่างนั้นแต่ริมฝีปากได้รูปก็บ่นไปตามทางไม่หยุดราวกับบทสวด...
“หึ...ตกหลุมรักเหรอ หลุมรักของนายมันหลุมกอล์ฟ*รึไง”
“ถ้าเจอจะเตะไข่ให้ร่วงเลย”
“ไอ้เด็กซังกะบ๊วยเอ๊ย”
“จะเลิกก็ไม่ได้..ยิ่งเหงาๆ..เอาดีซะด้วย”
“จะตบให้วิ๊งเลยคอยดู”
**********************
*โดยทั่วไปตามสนามกอล์ฟจะมีหลุมกอล์ฟสิบแปดหลุมจ้ะ
#aphbKY

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น