วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Orgasm 1.75/2











ในห้องที่เงียบสงัดจนเหลือเพียงเสียงการทำงานของแอร์คอนดิชันเนอร์ ชานยอลที่เอนตัวลงไปบนเบาะนั่งก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากบดเบียดถูไถไปพร้อมกับปลายลิ้นที่ซึมซับรสชาติของกันและกัน ชานยอลรู้สึกถึงกลิ่นหมากฝรั่งเปบเปอร์มิ้นต์ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ความนุ่มของปลายลิ้นและความลื่นฉ่ำของน้ำลายราวกับวิปครีม เขาไม่อยากยอมรับนักว่าตัวเองกำลังละลายกองลงกับเบาะ มีหลายเรื่องที่อี้ฝานไม่รู้และชานยอลไม่ได้บอก คือชานยอลไม่จูบกับคนที่วันไนท์ฯด้วย และชานยอลไม่เคยนอนกับคนๆเดิมซ้ำครั้ง แม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามติดต่อมาแค่ไหน

อู๋อี้ฝานอาจจะไม่ใช่คนแรกที่มีอะไรด้วย...แต่อาจจะเป็นคนแรกที่ชานยอลให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งขนาดนี้

“อา...”เสียงครางเบาๆในลำคอพร้อมกับปลายลิ้นอีกฝ่ายเกี่ยวรัดปลายลิ้นด้วยกัน เสียงจูบฉ่ำชื้นท่ามกลางอากาศเย็นๆแต่กลับก่อเกิดเหงื่อผุดซึมออกมาตามผิวเนื้อ ริมฝีปากของเด็กหนุ่มยังคงเม้มไปตามกลีบปากนุ่มนวลอย่างเนิบนาบ สลับกับกดริมฝีปากแรงๆแล้วปล่อยออกเป็นจังหวะ ทว่าจู่ๆอี้ฝานก็ผงกศีรษะขึ้นเสียดื้อ ปล่อยให้อีกคนเผลอปากค้างอย่างงุนงง จนกระทั่งอี้ฝานแกะเนคไทที่ปิดตาชานยอลออก ดวงตาสวยกะพริบช้าๆเพื่อปรับแสงสายตา ก่อนจะพบว่าอีกคนกำลังสีหน้ายุ่ง

“หือ?”

“เผื่อคุณจินตนาการถึงคนอื่น”เจ้าตัวพึมพำปากขมุบขมิบ “มันแย่นะถ้าเป็นอย่างนั้น”

“ฉันก็นอนกับเด็กแค่นายคนเดียว”

“ว้าว”

“นอกนั้นก็คนโตกว่า..ฉันชอบคนแก่กว่าอะ”

“ไม่ต้องพูดเลย”เสียงฮึดฮัดดังมาจากอี้ฝานที่เหมือนจะไม่ค่อยทันเกมของชานยอลตลอด แค่ประโยคไม่กี่ประโยคก็เหมือนปั่นอารมณ์เด็กให้บ้าตามง่ายๆทั้งที่ความหมายอาจไม่ใช่แบบนั้น อี้ฝานกดจูบลงกับต้นคอของชานยอล เม้มเบาๆจนเสียงครางดังขึ้น ฝ่ามือลากไล้ลงไปตามสีข้าง เลื่อนลงมาถึงต้นขา ชานยอลหรี่ตาลงเมื่อนิ้วของอี้ฝานไต่เบาๆเข้าไปยังต้นขาด้านใน พวกเขาสบตากัน เซนเซย์ก็เผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากเมื่อเห็นนักเรียนกัดริมฝีปากของเจ้าตัวเล็กน้อย

“มองอะไร”ถามห้วนพลางหรี่ตาลงนิดหน่อยเมื่อนิ้วของอี้ฝานยังลากเบาๆที่ขาหนีบ

“ผมพูดจริงนะ”

“หืม?”

“คืนแรกน่ะ”

“ที่ว่าพ่อนายเส้นใหญ่น่ะนะ”เอ่ยถามพร้อมกับอี้ฝานที่เบ้ปากหัวเราะหึ

“ผม...”

“...”

“ตกหลุมรักคุณ”ชานยอลหุบปากฉับเสตาไปข้างๆทันที อี้ฝานยิ้มน้อยๆก่อนจรดใบหน้าลงกับแผ่นอกอีกฝ่าย เม้มไปยังบริเวณติ่งเนื้อที่นูนขึ้นแทบจะทันทีที่สัมผัสเพียงผะแผ่ว ริมฝีปากนั้นสัมผัสอย่างนุ่มนวลพร้อมกับใช้ลิ้นสะกิดแตะผ่านเนื้อผ้า ชานยอลผ่อนลมหายใจยาวเมื่ออี้ฝานเริ่มคร่อมเขาไปครึ่งตัว นิ้วของเด็กบ้ากำลังไถไปยังติ่งเนื้อนูนเด่นผ่านเชิ้ต อยากจะฟาดกกหูสักทีข้อหาแก่แดดแก่ลม แต่ที่เขาทำได้ในตอนนี้คือเลื่อนมือไปยังกลุ่มผมของอี้ฝานพร้อมกับสัมผัสมันอย่างแผ่วเบา

“อ่ะ...อา...”

“แค่นี้ก็แข็งแล้ว..ทะลึ่ง”อี้ฝานพูดกับไตแข็งที่เปียกชื้น คิ้วเข้มเลิกเล็กน้อยเมื่อชานยอลเลื่อนมือลงมาจับมือเขาไว้ ก่อนจะพาลากลงไปแตะที่กลางลำตัวของเซนเซย์ ใบหน้าติดหวานที่นอนปรือตาแก้มสองข้างเป็นสีแดงจางในความสลัวขยับยิ้มออกมานิดๆ

“ตรงนี้...ก็แข็งแล้ว”

“...”อี้ฝานกลืนน้ำลาย และคงไม่ใช่แค่ชานยอลคนเดียวแล้วที่รู้สึกแบบนั้น ทว่าอีกคนกลับเลื่อนมือมาประคองใบหน้าของเด็กหนุ่มพร้อมกับบดจูบอีกครั้ง รสฉ่ำชื้นของริมฝีปากดุนดันจนเกิดเสียง ชานยอลละริมฝีปากออกเม้มริมฝีปากเบาๆไปตามแนวสันคางคม ก่อนจะหยุดที่ใบหูของอี้ฝานที่พยายามซ่อนสีหน้า เพียงลมหายใจปัดผ่านผะแผ่วร่างสูงก็แทบทรุด ก่อนที่อีกคนจะผละใบหน้าออกมาแล้วกดจูบลงไปอีกครั้งหนึ่ง

“ทำกันเถอะ”

“...”

“เมคเลิฟ”คำพูดของประธานนักเรียนที่ไม่ได้ประโยคอะไรกลับมาจากเซนเซย์ ดวงตาของชานยอลไม่สามารถลืมได้เต็มตาดังปกติ เบี่ยงไปมองข้างๆพลันแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อย เพียงแค่นั้นเด็กหนุ่มก็รู้สึกปวดเป้ากางเกงไปหมด คิ้วของอี้ฝานขมวดมุ่นเมื่อต้องรอคำตอบอีกครั้ง และพบว่าชานยอลก้มหน้าลงก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

“อื้อ”

“เขิน?”

“ชาร์จอัลติอีกมั้ย”

“ไม่ช้งไม่ชาร์จแล้ว”ว่าพลางแนบริมฝีปากลงพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆของชานยอล ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงครางอือผะแผ่ว สองแขนขยับปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตโดยที่เด็กหนุ่มก็ยกตัวขึ้นมองอีกฝ่ายที่ค่อยๆขยับกระดุมออกทีละเม็ด ลิ้นชื้นแลบเลียริมฝีปากจนอี้ฝานเผลอหายใจแรง จมูกโด่งกดลงกับซอกคอ สูดกลิ่นหอมจางจากร่างกายอีกฝ่าย สัมผัสที่ถ่ายทอดให้กันนั้นทำเอาชานยอลคิดว่าที่เขาทำอยู่มันเพื่อวอชเชอร์ช็อปน้ำหอมโง่ๆจริงๆหรือเปล่า...หรือเป็นเพราะลึกๆแล้วเขาต้องการอีกฝ่ายกันแน่

“อ่า...”เสียงครางสั่นดังขึ้นพร้อมกับกายโปร่งที่งอขึ้น เมื่ออี้ฝานทั้งจูบทั้งเลียไปยังปลายถัน เสียงลมหายใจหอบแรงทั้งคู่พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏใบหน้าเหมือนกับคนประเภทเดียวกันที่หากันจนเจอ ริมฝีปากของเด็กหนุ่มรูดรวบพร้อมกับใช้ปลายลิ้นสะกิดเล่นเหมือนกับสนุกไปพร้อมกับเสียงครางสยิว ชานยอลไม่อยากโกหกตัวเองว่ามันโอเค ถ้าตัดเรื่องปากคอ และความคิดว่าอีกคนเด็กกว่า อี้ฝานเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างใช้ได้คนหนึ่ง

“กางเกงถอดยากชะมัด”นักเรียนเริ่มบ่นเมื่อแกะตะขอกางเกงของเซนเซย์ หัวมือกับนิ้วชี้หนีบตัวซิปดึงลงและนิ้วกลางก็ไม่ยอมไร้ประโยชน์ด้วยการเกี่ยวชั้นในลงมาพร้อมกัน ชานยอลกัดปากก่อนจะมองอี้ฝานที่ยักคิ้วให้สองจึก

“แก่แดด”

“ขอบคุณ”ไหล่กว้างขยับไหวพร้อมกับลอกคราบล่างจนเห็นท่อนขาเล็กๆยาวๆ อี้ฝานหรี่ตาพร้อมกับพูดขึ้น “ขาโก่งอะ”

“ฟาดก้านคอได้นะ”

“จริง?”เด็กหนุ่มทำท่าจะจูบฝ่าเท้า แต่ชานยอลก็ร้องขึ้นทันที

“อย่า!

“?”

“มัน..สกปรก...”

“ไม่เป็นไรน่า”

“ไม่เอา...”คิ้วสองข้างโค้งลงพร้อมกับสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่พร้อมทำให้อี้ฝานไม่เซ้าซี้ เขาปล่อยให้ถุงเท้าคาท่อนขาของชานยอลอยู่อย่างนั้น (และเด็กหนุ่มก็แอบขำเล็กน้อยเพราะมันเป็นถุงน่องสั้นสีขาวเหมือนถุงเท้าพยาบาล) เขากดจูบแรงๆที่หัวเข่าของชานยอล พลันขยับคลานตัวขึ้น ซึ่งท่อนขายาวก็พาดขึ้นบนบ่าทั้งสองข้าง อี้ฝานแตะมือลงกับส่วนกลางลำตัวที่ค่อนข้างอุ่นๆและแข็งตัวขึ้นมาเล็กน้อย

“ผมอยากเห็นคุณ”

“...”

“สีหน้าของคุณ”

“มันเมคเลิฟเหรอ?”ย้อนถามเพราะดูเหมือนจะไม่ใช่ และนักเรียนก็เบ้ปากทันที

“ไม่รู้ซี ผมก็ไม่เคยเมคเลิฟ”

“นายนี่นะ...อืม...”เม้มปากส่งเสียงในลำคอพร้อมกับฝ่ามือที่เริ่มขยับรูด ชานยอลจิกแขนเสื้อของอี้ฝานข้างหนึ่ง อีกข้างยกขึ้นกัดกับปลายนิ้ว ดวงตาปรือเยิ้มลงพร้อมกับสองแก้มที่แดงปลั่งขึ้นมา เสียงครางดังลอดออกจากริมฝีปากทันทีที่หัวแม่มือของอี้ฝานจิกลงปลายเบาๆ

“อื้อ...อ่าห์...เร็ว..เร็วหน่อย”

“ทำยังไงก่อน”

“ทำไงล่ะ..อิ๊..อืออ”

“คุณรู้”อี้ฝานพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นและดูหมกมุ่นไปมากกว่านี้ ชานยอลแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อย แววตาฉ่ำฉายแววสับสนเล็กน้อย คิ้วขยับยกเมื่อเห็นว่าอี้ฝานวาดยิ้มออกมาบางๆราวกับปลอบใจ

“อะ...อี้..อี้ฝาน...แรงหน่อย”

“...”

“อี้ฝานครับ...อา...”เสียงเบาเรียกปนกระเส่าทำเอาคนด้านบนขบกรามกรอด ฝ่ามือขยับรูดพร้อมกับร่างโปร่งที่แทบเขยื้อนไถไปตามแรง เบาะโขยกเบาจนเสียงลั่นออกมาเล็กน้อย ท่อนขาที่เริ่มเปื้อนเหงื่อขยับแยกออกเล็กน้อย กล้ามเนื้อเกร็งขึ้นไปตามธรรมชาติ ชานยอลทั้งปรือตาหลับตาอยู่หลายครั้ง ฝ่ามือของอี้ฝานก็เริ่มขยับแรงขึ้นพร้อมกับเกร็งบีบจนเจ้าของร่าบิดเกร็ง

“อ๊า! อ๊ะ!! ..อา...จะไหลแล้ว..อื้ออ”

“ก็ทะลึ่ง”เสียงพึมพำของอี้ฝานดังขึ้นมา ก่อนจะยกมือขึ้นเล็กน้อย นิ้วยาวที่เปื้อนคาวน้ำที่ปริ่มออกมาจากส่วนปลายแยกยกจนเห็นว่ามันยืดออก กับคนที่นอนอยู่ซึ่งบิดตัวไปมาเพราะออกไม่หมด เด็กหนุ่มดันนิ้วสอดเข้าไปที่ช่องทางซึ่งรออยู่หลังจากเอาความเปียกชื้นไปถูไถอยู่พัก

“ใส่...มาเลยไม่ได้เหรอ”เอ่ยถามอย่างเอาแต่ใจกับอีกคนที่ยกคิ้วขึ้น “นิ้วมันเล็ก”

“กระบอกน้ำมั้ย”

“ยันหน้านายแน่”ชานยอลเบ้ปากทั้งที่สีหน้ายังสะท้านอยู่ และก็เป็นอี้ฝานที่พูดประโยคเดิม

“ทำยังไงก่อน”

“...”

“เร็ว”

“ฮื่อ...”ครางในลำคออย่างหงุดหงิด แต่สุดท้ายก็ยอมพูดขึ้นเบาๆ “อี้ฝานครับ...ใส่เข้ามาเลย..ได้มั้ย”

“...”

“เค้า...อยากได้แล้วอ่ะ..เค้าอยากโดน”ประโยคตามหลังที่ฟังแล้วแปลกๆทำเอาเจ้าของชื่อถึงกับก้มหน้าหัวเราะ ชานยอลชี้มือไปที่ซิปข้างเป้ และเด็กหนุ่มก็เปิดตามพิกัดก่อนจะได้ถุงยางอนามัยมาซองหนึ่ง พวกเขามองหน้ากันอยู่พักและอี้ฝานก็เริ่มปลดกางเกงทั้งที่ขายาวๆยังพาดบ่า (และอีกสักพักก็เริ่มพาดหัวเพราะช้าไม่ได้ดั่งใจ) อี้ฝานแกะซองถุงยางอนามัยออก ก่อนจะบีบเอาสารหล่อลื่นในถุงออกมาถูท่อนเนื้อของตนเพียงเท่านั้นก่อนจะโยนถุงไปข้างๆ

“ตกพื้นอะ ใช้ไม่ได้แล้ว”

“...”ชานยอลเบ้ปากใส่ ก่อนจะยกมือขึ้นจิกช่วงบนของเบาะเหนือศีรษะเมื่ออี้ฝานจัดการถูเข้ากับช่องทางแล้วค่อยๆชำแรกเข้า ดวงตาสวยหรี่ลงเล็กน้อยพร้อมกับกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง ก่อนจะกอบลมหายใจเข้าให้อี้ฝานขยับตัวเข้ามาได้ค่อนหนึ่ง ก่อนที่เด็กเวรจะฉวยเอวเล็กทั้งสองมือสาวตัวออกสั้นๆแล้วกระแทกลงไปใหม่จนมิด

“โอ๊ย! ไอ้บ้า!

“ดีอะ”อี้ฝานหัวเราะในขณะที่ร่องก้นก็สัมผัสกับไรขนหยาบที่เสียดไถเข้า ชานยอลจุกไปพักหนึ่ง ดีนะที่สวนทุกวัน... ดูเหมือนว่าการเหวี่ยงใส่ไม่ทำให้เด็กสลด เซนเซย์เลยตัดใจไปไล่ต้อนด้วยวิธีอื่นอีก

“เจ็บนะ...”แสร้งทำเสียงเครือพร้อมกับกัดปากน้ำตาคลอ แต่ทันทีที่เห็นสีหน้าตื่นเต้นของอี้ฝานก็เลยนึกออกว่าไอ้เด็กนี่มันซาดิสม์... ที่ทำไปยิ่งไปทำให้มันชอบ

“ร้องไห้ได้นะ...แกล้งทำก็ได้ ผมชอบแบบขัดขืนเหมือนกัน”...พูดกระเส่าไม่พอมีเสียงแฮ่กด้วย

“ไหนเราจะเมคเลิฟกันไง”

“คุณก็รู้...ว่าเมคเลิฟของเรามันเป็นยังไง”อี้ฝานปลดกระดุมชุดนักเรียนออกลวกๆ “ถ้าคุณชอบ ให้ร้องว่าไม่ ผมจะโอเคมากๆ”

“ถ้าจะให้แรงอีกล่ะ”เอ่ยถามขณะที่รอให้ผนังปรับตัว และอี้ฝานก็เอ่ยขึ้นเบา

“ถ้าอยากได้แรงๆ ก็พูดว่าอย่า ถ้าพูดได้โปรดผมจะเร่งเครื่อง แต่ถ้าไม่ชอบ หรือเจ็บจริงๆคุณก็แค่ดันผมออก”

“พจนานุกรมของนายนี่มัน”ชานยอลกลอกตา ก่อนจะเริ่มปลุกอารมณ์กันใหม่เพราะโดนซะจุกจนเกือบหมดมู้ด อี้ฝานเริ่มขยับกายเข้าออกช้าๆ นิ้วมือของเซนเซย์ก็จิกเข้ากับต้นแขนเด็กก่อนจะเริ่มส่งเสียงแผ่ว

“อ่ะ...อา...ไม่...ไม่...อา..อย่า...”

“อืม...แบบนั้นแหล่ะ..ฮึ่ม”คำรามพร้อมกับโยกตัวไปข้างๆ ร่างโปร่งสะบัดเร่า เสียงครางแข่งกับเสียงเบาะเอี๊ยดอ๊าดพร้อมกับใบหน้าของชานยอลที่ขมวดเกร็ง

“อ๊า..อ่ะอ่ะอ่ะอาา...ไม่..ไม่...อย่า..อย่า..พอแล้ว..อย่า!

“อา..ใช่เลย....แบบนี้แหล่ะ แบบนี้เลย!”อี้ฝานเม้มปากสาวกายเข้าถี่พลันกดข้อมือของชานยอลตรึงไม่ให้ขยับไหว แสงสลัวในห้องสะท้อนน้ำตาที่ไหลพรูพร้อมกับเสียงหอบ และแน่นอนไม่ใช่น้ำตาแห่งความเจ็บปวดอะไร แต่มันก็เร้าอารมณ์ไปอีกแบบ

“อ้า..อื้อ..ไม่..ไม่...อูย...อิ๊...อ๋า..อย่า..อย่า!..ได้โปรด!!”เหมือนเซนเซย์จะเริ่มสนุกกับการเล่นบทถูกข่มขืนไม่น้อย ร่างโปร่งถูกยกขึ้นให้หันหลังคลานบนเบาะเก้าอี้ ก่อนจะสอดใส่เข้าไปใหม่โดยที่ชานยอลก็กอดพนักหลังเบาะเอาไว้ ปลายถันอกไถกับพนักหลังจนขนลุกไปทั้งตัว เสียงครางลั่นดังออกมาจากทั้งคู่อย่างพึงใจจนไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของคนขับรถที่รออยู่ด้านล่างอาคาร

“อา...ดีชะมัด...มันคงดีกว่านี้..อื้ม..ถ้าเราทำกัน...ในห้องเรียน...ซึ..”เสียงพึมพำของอี้ฝานยิ่งทำให้ชานยอลขบริมฝีปาก...มันก็ดีนะ..แต่...เขาว่าเขาคงจะทนจนไปหาห้องเรียนสักห้องตอนนี้ไม่ไหวหรอก เด็กหนุ่มคว้าข้อมือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไพล่หลังพร้อมกับกระแทกตัวใส่จนเสียงร้องครางลั่น

“อ๊า!!...อ้า..อาอาอา...โอย...อื๊อ..ไม่...อย่า...อย่า!”คีย์เวิร์ดที่รู้กันแค่สองคนเหมือนจะปลุกปั่นอารมณ์ให้ลุกโชน อี้ฝานขยับเปลี่ยนลงเป็นฝ่ายนอนไปกับเบาะ โดยที่ร่างโปรงซึ่งชุ่มเหงื่อก็นั่งเบียดคร่อมพร้อมกับขยับรับตัวตนเข้าไป เขาจับข้อมือของอีกคนเอาไว้และขยับตัวสวนขึ้น ซึ่งพอมองเห็นเรือนร่างขาวเนียนที่เป็นเงาปลาบไปด้วยเหงื่อ รวมทั้งใบหน้าที่เปียกทั้งเหงื่อและน้ำตาไหลพรูก็รู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“อึ่ก...ช้า...”สบถพร้อมกับดึงมือของชานยอลไปไว้ที่แกนเนื้อเจ้าของพร้อมกับมืออีกข้างรั้งเอวกระแทกลงจนเสียงตบเนื้อดังลั่น ร่างของชานยอลบิดเกร็งเมื่อเหมือนถูกบังคับขยับรูดช่วยตัวเองไปด้วย

“อูย..ซี๊ด..อ้า...อย่า..พอแล้ว...อ๊า...อาอาอา!..ได้โปรด...จะออก..จะออกแล้ว!

“เดี๋ยว..เดี๋ยว”อี้ฝานขยับตัวขึ้นดึงมือของชานยอลให้ยกขึ้นไพล่ไปข้างหลังและใช้ฝ่ามือข้างเดียวเกี่ยวเอาไว้ให้จับ ส่วนอีกข้างก็บีบสะโพกให้ขย่มกายลงเช่นเดิม เม็ดไตหน้าอกชูหราเมื่อกล้ามเนื้อถูกดึงไปข้างหลัง ก็ถูกริมฝีปากดูดดึงแรงๆพร้อมกับขยับถี่รัว ตอนนี้ทั้งเสียงคราง เสียงเนื้อกระทบกันปนเปกับเสียงเบาะจนแทบจะแยกไม่ออก

“อ๊ะ..อ๊า...ฉัน...โอ้ย...อย่า..อย่า!!...อา!!

“อ่า..อาอา...อ้า...อ่าห์!!”คาวน้ำพุ่งเลอะขึ้นมาถึงหน้าท้องเรียบพร้อมกับของเหลวที่พ่นฉีดเข้าไปภายใน ทุกอย่างหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไหว ก่อนที่ต่างคนจะต่างทิ้งแขนตัวเองลงอย่างหมดแรง อี้ฝานเอนตัวลงแผ่กับเบาะที่เอนลงและชานยอลก็ยังคร่อมกายอยู่ด้านบน ริมฝีปากและปลายลิ้นยังแตะต้องกันราวแทะเล็ม พร้อมกับสะโพกมนที่ยังขยับร่อนลงอย่างซุกซน

“แอคติ้งเต็มสิบเลย”อี้ฝานพูดอย่างหอบๆก่อนจะส่งยิ้มให้ชานยอลที่แลบลิ้นเลียริมฝีปาก

“ฉันมีอะไรจะบอก”

“?”

“ฉันไม่เคยสดกับใครเลย...มีแต่นายเนี่ย...ทั้งสามครั้งเลย...กี่ทีก็ไม่รู้”ใบหน้าติดหวานที่ฉ่ำเหงื่อขยับยิ้มเล็กน้อย “แต่มันดีมากเลย..เวลามันพ่นเข้ามา มันร้อนวาบไปหมด มันเหมือนประโยคที่ฉันเคยได้ยินและฉันไม่คิดว่าฉันจะรู้สึกถึงมัน”

“หืม?”

Orgasm, awesome

“นี่มันวลีของนางเอกเอวีในฝันเลย”มือใหญ่แนบเข้าใบหน้าของชานยอล สายตาของพวกเขามันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่พวกเขาเริ่มรู้กันดี แต่แล้วชานยอลก็หน้าบึ้งทำปากคว่ำทันทุบลงแผงอกของอี้ฝานทันทีที่เจ้าตัวพูดอีกประโยคหลังจากนั้น“ผมพร้อมเป็นคุณพ่อวัยใสแล้วล่ะ”

“ไอ้บ้านี่! ฉันเป็นผู้ชายโว้ย!

“โอ๊ย!







“ช่วงโปรโมชั่นลดเหลือสองพันสามร้อยวอนครับ”

ชานยอลจ่ายเงินให้พนักงานสะดวกซื้อคนเดิมพร้อมกับวิตามินมาเปิดดื่มอีกครั้งพร้อมกับทำท่าทางเหมือนคนแก่ ในชีวิตสีม่วงของเขานั้นไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะแพ้ทางเด็ก และจะถูกคนที่เด็กกว่าเกือบหกปีทำให้รู้สึกแบบนั้น เขาไม่รู้ว่าที่อี้ฝานพูดว่าตกหลุมรักมันจริงหรือเปล่า แต่มันก็เขินนิดๆเหมือนกันเพราะไม่เคยมีใครพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน ถ้าไม่ตั้งหน้าตั้งตาจะเอาก็พูดกับเขาว่าอยากได้...ใครจะบ้าให้ คิดเท่านั้นก่อนจะเริ่มยกมือขึ้นมาอังแก้มเมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองพูดว่าอยากได้กับอีกคนขึ้นมา

ก็สมกับเด็กบ้าแหล่ะ...

“ชานยอลเซนเซย์...อาจารย์คิมให้มารับไปทานมื้อเช้าครับ”จงอินส่งยิ้มทักทายให้กับอาจารย์สอนญี่ปุ่นที่เอามือพัดหน้าตัวเองไปมา ชานยอลเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ

“อาจารย์มินซอกไปสัมมนาอีกเหรอครับ?”

“เปล่าครับ เห็นว่าไปติดเด็กที่ชื่อจงแดที่เป็นลูกบาทหลวงอยู่ที่โบสถ์ คงจะมาไม่ทันทานข้าวเช้า”

“อ้าว”

“ทานข้าวกันครับ”จงอินเอ่ยชวนและชานยอลก็ขยับขึ้นนั่งมอเตอร์ไซค์ไปตามปกติ และอาจารย์สอนสังคมก็เปิดปากอีกครั้ง “เหมือนเซนเซย์มีความรักเลยนะครับ”

“เอ๊ะ...ไม่นี่ครับ แค่ได้วอชเชอร์แอนนาซุยมาฟรีน่ะ ฮ่าฮ่า”

“อ๋อ..ยี่ห้อนี้ แฟนผมซื้อให้เหมือนกันครับ แต่ผมไม่ใช้เท่าไหร่ มันน้ำหอมผู้หญิงน่ะ”จงอินหัวเราะพร้อมกับชานยอลที่สัมผัสได้ว่ากำลังเจอนกตัวที่สอง

“อาจารย์จงอินมีแฟนแล้วเหรอครับเนี่ย ใครโชคดีกันน้า”เอ่ยถามพร้อมกับหัวเราะแก้เก้อ ก่อนจะริบเสียงหัวเราะลงอย่างรวดเร็วเมื่อจงอินดับเครื่องเมื่อมาถึงโรงอาหารก่อนจะก้มหน้ายกมือปิดปากเล็กน้อย

“โชคไม่ดีหรอกครับ...อาจารย์เอดิสันชอบพูดบ่อยๆว่าซวยที่คบกับผม สังคมเราค่อนข้างต่างกันน่ะครับ แต่มันก็โอเคดี”

นกตัวที่สองไม่พอ..สามด้วย เป้าหมายได้กันเอง... ชานยอลทอดสายตาว่างเปล่ามองจงอินที่เอียงหน้าพร้อมกับส่งยิ้มมาให้พร้อมกับแก้มที่แดงเล็กน้อย

“ไปครับ ทานข้าวกัน เซนเซย์ปวดหนักเหรอครับนั่งนิ่งเลย”

ชะนี...นี่มันชะนี...นี่มันลูกสาว...

ขุ่นแม่จะเป็นลม....







“ประ..ประธานนักเรียนครับ นั่นมันเก้าอี้ของผม”

ในขณะเดียวกันช่วงประชุมเช้าที่ห้องโดมบนดาดฟ้าอาคารเรียน นักเรียนปีหนึ่งกำลังหน้าซีดพูดตะกุกตะกักเมื่อตัวเองกำลังนั่งเก้าอี้ของประธานนักเรียนอยู่บนเวทีพื้นเตี้ยๆด้านหน้าในขณะที่ปรานนักเรียนคนเดิมก็นั่งไขว่ห้างตรวจเอกสารอยู่บนเก้าอี้กรรมการนักเรียนตัวหนึ่งท่ามกลางสายตาของนักเรียนในห้อง อี้ฝานขยับแว่นก่อนจะส่งเสียงออกมา

“พอดีผมชอบเก้าอี้ตัวนี้ มันนิ่มดี”

“แต่ว่า..”

“มีปัญหาเหรอครับ คุณกรรมการชเว”อี้ฝานเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “จากนี้ไปทุกคนผลัดกันขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานนักเรียนตัวนั้นได้ พรุ่งนี้เริ่มจากคุณ ที่นั่งถัดไป ส่วนตรงนี้ห้ามใครนั่ง ผมถือว่าเป็นที่ของผม เพราะนโยบายของผมคือนักเรียนทุกคนคือประธานนักเรียน มีสิทธิ์ที่จะคิดและตัดสินใจเทียบเท่ากันหมด ทุกคนสามารถเป็นประธานนักเรียนได้ทั้งนั้น เข้าใจผมใช่ไหมครับ?”

“ประธานอี้ฝานช่างลึกซึ้ง”เสียงชื่นชมดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือที่ลั่นพร้อมกัน บางคนถึงกับน้ำตาคลอกับวาจาศักดิ์สิทธิ์ของประธานนักเรียนที่ยังนั่งไขว่ห้างตรวจงานไม่เคลื่อนไหว ทั้งที่ในใจอยากจะเบ้ปากแล้วหัวเราะแรงๆ

 จะให้คนอื่นมานั่งทับรอยของเซนเซย์คนดีได้ยังไงล่ะ จริงมั้ย...





////////////////////////




“เซนเซย์ครับ”

“ว่าไง ไม่เข้าใจตรงไหน”

“เซนเซย์เคยทำช็อคโกแลตให้แฟนมั้ยครับ”

“...”ชานยอลเงยหน้ามองนักเรียนลู่หานที่ทำตาแป๋วแหววใส่จนอยากจะดึงขนตายาวๆนั่นออกมาสักสองสามกระจุก ข้อหาถามไร้สาระในขณะที่เขากำลังสอนพิเศษให้เด็กคนนี้ในช่วงวันที่ไม่มีสอน “นี่วิชาฉันมันน่าเบื่อเหรอ”

“ไม่ใช่นะครับ..แต่มันจะวาเลนไทน์แล้วนี่นา”เทรนนี่หน้าหวานก้มหน้างุด “ผมทำช็อคโกแลตทุกแบบแล้ว...จนคิดไม่ออกแล้วครับว่าจะทำอะไรให้เขาดี”

คิดไม่ออกก็ส่งมาทางนี้มา...อยากรู้ว่าไอ้ตุงๆน่ะมันตุงจริงหรือทิชชู่...ชานยอลบ่นในใจ

“รักกันดีนะ”

“ก็..ประมาณนึงครับ แต่เซนเซย์มีแฟนแล้วก็น่าจะเข้าใจนี่นา”ลู่หานย่นปากให้กับอาจารย์ที่แสร้งทำตัววุ่นวายด้วยการยกชีทมาอ่าน

“ใครว่าฉันมีแฟน”

“เขาลือกันทั้งนั้นแหล่ะครับ”

“ใคร ฉันจะไปไล่ตบปากทีละคน”แกล้งทำหน้าหงุดหงิดทั้งที่ในใจอยากจะม้วนตัวแล้วลงไปดิ้นๆกับพื้น... คือมันก็ไม่เชิงแฟนนะ...แต่หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของเขากับอี้ฝานก็ดีขึ้นมาก (หลังจากนกมาทุกอย่าง)

“เซนเซย์อย่าดุสิครับ คิ้วขมวดหมดแล้ว หน้าผากย่นนะ”

“อุ่นช็อคโกแลตเอาไว้ ทำเป็นช็อคโกแลตท็อปปิ้ง”

“เอ๋?”

“พอจะให้ก็แก้ผ้าให้หมด บีบช็อคโกแลตใส่ตัว เดี๋ยวอาจารย์เซฮุนก็รู้เองแหล่ะว่าต้องกินยังไง จะให้ดีกินในอ่างน้ำแบบใส่นมเอาไว้สักสี่แกลลอน กินบนเตียงได้นะ แต่ต้องปูผ้าพลาสติกหน่อยเดี๋ยวมดขึ้นหัว”ชานยอลว่าในขณะที่นักเรียนได้ฟังก็หน้าแดงจัดไปถึงใบหูเหมือนมีควันฟู่ลอยขึ้นมา

“เซนเซย์...”

“หรือไม่ก็ลองผลัดกันผูกตาแล้วป้อนพวกครีมกับผลไม้ดูสิ แค่อย่าป้อนองุ่นปอกเปลือกแล้วบอกว่ามันคือลูกตาคนตายก็พอ”แนะนำหน้าตาเฉยพร้อมกับลู่หานที่ยกมือโบกไปมา

“ผม..ผมไม่เคยทำแบบนั้นหรอกครับ...คือ...”ร่างโปร่งทอดสายตามองนักเรียนที่ยกมืออังแก้มไปมา...ยัยทิงกี้วิงกี้ดิปซี่ลาล่าและโพ...ทำเป็นอินโนเซนท์ไปได้

“อย่าบอกนะว่าไม่เคยออรัล?”

“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ”

“ไม่เคยทำใช่มั้ย ทำซะสิ ลองบีบใส่ไอ้นั่นแล้วก็กินดู”

“เซนเซย์ทะลึ่งเหมือนกันนะครับเนี่ย”นักเรียนกอดอกแก้มป่องมองคนสอนที่เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยกนิ้วขึ้นเกาแก้มเบาๆ

“เขา...ก็ชอบบอกฉันแบบนั้นแหล่ะ”






“ทะลึ่งชะมัด”

อี้ฝานเปรยขณะที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องประธานนักเรียนในขณะที่ชานยอลก็นั่งอ่านการ์ตูนอยู่ข้างๆ ทว่าที่ดูแปลกๆสักหน่อยก็คือมือของเซนเซย์กำลังล้วงเข้ากางเกงของเด็กหนุ่มแล้วก็ไล้อุ้งนิ้วไปมาทั้งที่ยังอ่านการ์ตูนมือเดียวสีหน้าเรียบเฉย “มันเสียวนะ อย่าสะกิดหัวแบบนั้นสิ”

“คืนนี้”ชานยอลเอ่ยปากขึ้น “ว่างมั้ย”

“ผมเหมือนคนยุ่งเหรอ”อี้ฝานตอบน้ำเสียงเรียบๆ “โรงแรมเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองพวกเราไปแล้วนะ”

“...”ชานยอลนิ่งไป ก็นั่นแหล่ะ ระยะหลังเขาก็เลิกเที่ยว เลิกวันไนท์ แล้วก็ฟัดกันนัวกับเด็กเวรนี่ที่โรงแรมตลอด เพราะชานยอลไม่อยากไปบ้านของเด็กคนนั้น ชานยอลไม่มีข้ออ้างและพอรู้ว่าบรรยากาศครอบครัวของอี้ฝานไม่ค่อยดีเท่าไหร่ “ไปห้องฉันไง”

“หืม?”

“ห้องเช่าถูกๆ ห้องซ้ายผัวเมียตีกัน ห้องขวาเลี้ยงหมาที่กำลังติดสัดหอนทั้งคืน นายอาจจะชอบ”

“ไม่โรแมนติกเอาซะเลยแฮะ..อ่ะ!”หลุดครางเมื่อโดนบีบส่วนสำคัญไม่แรงนัก “ที่มาล้วงนี่บังคับสินะ”

“...”

“คืนนี้แหล่ะ...ผมสั่งถุงน่องมาใหม่”

“ฉันเป็นเล็บขบ”

“เลิกพูดเถอะน่า”อี้ฝานพูด บทสนทนาของทั้งคู่ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบและไมได้มองหน้ากัน จนชานยอลดึงมือออกมาดูดนิ้วเบาๆ และอี้ฝานก็โน้มหน้าไปจูบแก้ม

“คิดถึง”

“อือ”ดวงตาสวยเสไปข้างๆ “คิดถึงด้วยคน”

“ผมมีประชุมเย็น รอผมที่หน้าซูเปอร์นะ เราควรซื้อพวกช็อคโกแลตท็อปปิ้ง”อี้ฝานกระซิบเบาๆก่อนจะกอดชานยอลที่คว่ำปากแต่ก็โอบไหล่กว้างเอาคางเกยพยักหน้าหงึกหงัก กอดซบร่ำไรกันอยู่พัก เซนเซย์ก็ขยับชุดแต่งกายเรียบร้อยถือเอกสารเดินออกมาจากห้องประธานนักเรียนสวนกับพวกกรรมการนักเรียนที่เดินมาทำความเคารพตามปกติ

ชีวิตของชานยอลจะบอกว่าปกติก็ไม่ใช่ จะผิดปกติก็ไม่เชิง มันก็ดีหรอกนะที่เขาลัคกี้อินเกม งานสอนไปได้ดี เริ่มมีเงินเดือนและมีงานพิเศษคือสอนพวกเทรนนี่ในวันเว้นสอนพอส่งคืนให้พี่สาวและเจียดโอนให้แม่ไปแบบเนียนๆบ้าง และลัคกี้อินเลิฟพอสมควรกับประธานนักเรียนที่ทำตัวเคร่งขรึมเวลาทำหน้าที่ และเล่นบทซาดิสม์ไปจนกระทั่งใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเล่นตีหมอน สูบบุหรี่หรือนั่งดื่มกัน รวมทั้งเซ็กซ์แบบสุดเหวี่ยงในตอนกลางคืน แต่เพราะอี้ฝานยังเป็นเด็กแม้จะตัวใหญ่และมีความเป็นผู้ใหญ่แค่ไหนก็ตาม รวมทั้งภาพลักษณ์น่าชื่นชมของคนในโรงเรียน (โดยเฉพาะผู้อำนวยการ) ทำให้เขาหวั่นใจเล็กน้อยถ้าเกิดมีคนรู้ว่าพวกเขาคบกัน และเขาเป็นพวกชอบวันไนท์มาก่อน

“ยังไม่มาอีกเหรอ”

บ่นพลางดูเวลาขณะที่ยืนจมโค้ทอยู่หน้าซูเปอร์ท่ามกลางคู่รักเดินไปเดินมาในวันวาเลนไทน์ วันที่น่าเบื่อสำหรับชานยอลมาตลอดจนปีนี้... ทั้งที่นอนกับคนอื่นมากประมาณหนึ่ง แต่เขาไม่เคยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมีรักแรกขนาดนี้ แล้วถ้าเด็กบ้ามาถึงซื้อของแล้วไปไหนต่อ เขาควรจะอ้อนหมอนั่นกว่านี้สักหน่อยดีไหม หรือจะทำตัวยังไงดี... เต้นอนาคอนด้าของนิกกี้มินาจให้อู๋อี้ฝานชมเป็นขวัญตาดีมั้ยน้อ...

“ไม่รับสายด้วยนะ...เดี๋ยวเถอะ”เริ่มหงุดหงิดเพราะชักจะนาน ชานยอลยืนกอดอกคว่ำปากเนื่องจากอากาศเริ่มเย็นจนแก้มเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง อากาศเริ่มมืดลงเรื่อยๆจนชานยอลนึกเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเกิดเหตุร้ายอะไรรึเปล่า จึงได้คว้าโทรศัพท์เตรียมโทรหาอีกครั้ง

“...”

ทว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าแม้จะอยู่ไกลไปสักหน่อยทำให้ชานยอลชะงักมือ เมื่อเห็นหญิงสาวผมยาวสลวยกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนหนุ่มสาว แต่ที่เขามองจริงๆกลับไม่ใช่เจ้าหล่อน แต่เป็นอู๋อี้ฝานที่เดินล้วงกระเป๋าโค้ทพูดคุยไปกับหล่อนต่างหาก...

“ว่าแล้วเชียว...ว่าเด็กไว้ใจไม่ได้”ชานยอลพึมพำก่อนจะผ่อนลมหายใจหนักๆพลันสาวเท้าออกไปจากตรงนั้น แต่พอเดินไปได้สี่ก้าวเขาก็รู้สึกว่าขอบตาเขาร้อนๆขึ้นมา..โอเค..เขาจะเป็นผู้ใหญ่ จะไม่งี่เง่า จะรอถามตอนเจอกันก็แล้วกัน

แม้จะคิดอย่างนั้นแต่ริมฝีปากได้รูปก็บ่นไปตามทางไม่หยุดราวกับบทสวด...



“หึ...ตกหลุมรักเหรอ หลุมรักของนายมันหลุมกอล์ฟ*รึไง”

“ถ้าเจอจะเตะไข่ให้ร่วงเลย”

“ไอ้เด็กซังกะบ๊วยเอ๊ย”

“จะเลิกก็ไม่ได้..ยิ่งเหงาๆ..เอาดีซะด้วย”

“จะตบให้วิ๊งเลยคอยดู”





**********************
*โดยทั่วไปตามสนามกอล์ฟจะมีหลุมกอล์ฟสิบแปดหลุมจ้ะ
#aphbKY



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น