ชานยอลเดินเตะลมเตะฝุ่นมาตามทางปากบ่นไม่หยุดอย่างหงุดหงิดใจ
ตัวเองนัดเขามาเองแท้ๆกลับทิ้งไปเดินกับผู้หญิงหน้าตาเฉย ประชุมเย็นบ้าบออะไร
สับรางสิไม่ว่า บ่นไปบ่นมาพอให้หายเม้ง ชานยอลก็ได้แต่กอดตัวเองพลันผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย
“พลาดทุกอย่างเลยแฮะ”
ความจริงแล้วเป็นตัวเขาที่คิดไปเองละมังว่าตัวเขาโชคดี
คิดไปเองว่าทุกอย่างโอเค ..คิดไปเองว่าเด็กคนนั้นจะคิดเหมือนอย่างที่พูด
ชานยอลผ่อนลมหายใจหลับตาลง... เขาน่าจะฉุกคิดเสียบ้าง
เหมือนที่เขาเชื่อมาตลอดว่าไม่มีทางที่ใครจะมาจริงจังกับคนอย่างเขา คนที่ยังตามหาความพอใจที่หายไปของตัวเอง
คนที่ดีแต่ทำให้คนอื่นผิดหวัง...
และในวันนี้มารับบทคนที่ผิดหวังเสียบ้าง..มันจะเป็นไรไป
“ชานยอลเซนเซย์ครับ”
“?”ร่างโปร่งหันไปมองก็พบผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งส่งยิ้มมาให้
ชานยอลขมวดคิ้วนิดหน่อยพร้อมกับอีกฝ่ายที่แนะนำตัว
“ผมที่เรียนคลาสญี่ปุ่นของเซนเซย์ไงครับ”
“อ๋อ..อ่า ฉันจำคนได้ไม่เยอะเท่าไหร่
วันแบบนี้ไม่ไปไหนเหรอ?”ชานยอลถามเนือยๆพร้อมกับเด็กหนุ่มที่ขยับยิ้มเป็นมิตร
“พอดีผมมาซูเปอร์น่ะครับ
เซนเซย์ไม่ซื้ออะไรสักหน่อยเหรอครับ วันนี้ลดราคานะ”
“ห๋า...เอ้อ...เออ”ร่างโปร่งพยักหน้าก่อนจะยอมหมุนฝีเท้ากลับไปที่ซูเปอร์
ดีเลย ให้เด็กเวรนั่นมาเจอเลยจะได้รู้ว่าใครเจ๋งกว่ากันเหอะ...
ชานยอลซื้อของใช้เล็กน้อยก่อนจะมองอีกฝ่ายที่ซื้อวิปปิ้งครีมกับน้ำผึ้งพร้อมกับหันมายิ้มให้อีกที
“ผมว่าจะกินแพนเค้กเหงาๆน่ะครับคืนนี้”
“อ๋อ..แย่หน่อยนะ แต่ฉันก็คงแบบนั้นล่ะ”เซนเซย์กล่าวพร้อมกับเด็กหนุ่มที่รับช็อคโกแลตร้อนบรรจุแก้วกระดาษส่งให้
“ผมเลี้ยงครับ แฮปปี้วาเลนไทน์”
“ช็อกโกแลตร้อนนี่นับเป็นของสารภาพรักมั้ย?”ชานยอลเลิกคิ้วนิดๆให้กับอีกคนที่ส่งยิ้มเหมือนเดิม
“อาจจะอย่างนั้นก็ได้นะครับ”
“น่ารำคาญชะมัด”
อี้ฝานพึมพำเพราะหลังจากที่ประชุมตอนเย็นเสร็จ เขาก็ถูกพ่อเรียกตัวกะทันหันเพราะมีนัดคุยกับเพื่อนของพ่อที่อยากแนะนำครอบครัวตามจุดประสงค์ของผู้หญิงคนนั้น
ลงท้ายก็ต้องมาเดินกับลูกสาวของเพื่อนพ่อที่เหมือนจะให้ทำความรู้จักอย่างเนียนๆ
อี้ฝานเบื่อ เขาอยากไปหาชานยอล แต่เรื่องที่แย่กว่านั้นเขาดันลืมมือถือไว้ในรถของที่บ้านซะฉิบ
ไม่รู้ว่าคนขับรถจะมาถึงเมื่อไหร่
“อี้ฝาน...ชอบช็อกโกแลตแบบไหนเหรอ”
“ฉันไม่ชอบของหวาน”ร่างสูงตอบเรียบ
“ว้า..แต่ช็อคโกแลตกินแล้วหายเครียดนะ”
“ฉันมีวิธีคลายเครียดของฉันอยู่แล้ว”อู๋อี้ฝานกล่าวพร้อมกับทอดสายตาไปเจอกับคนคู่หนึ่งที่กำลังเดินด้วยกันแถวซูเปอร์...
อ่า นั่นมันลู่หานปีสามที่เป็นเทรนนี่กับอาจารย์เซฮุนที่สอนพลศึกษานี่นะ
“นายดูอะไรอยู่เหรอ?”หล่อนหันไปถาม
ก่อนจะเซไปเล็กน้อยเมื่อผู้ชายคนหนึ่งเดินมาชน “ว้าย!”
“เฮ้!”อี้ฝานสบถก่อนจะประคองเด็กสาวเอาไว้
โดยที่ชายคนนั้นก็หายลับไปกับฝูงคน “เธอเป็นอะไรมั้ย?”
“ไม่...ไม่ค่ะ”
“พวกนี้”สบถเบาในขณะที่ชายคนนั้นในสายตาอี้ฝานวิ่งกลับมาที่รถ
ในมือที่สั่นระริกปรากฏกล่องถุงยางอนามัยพร้อมกับเสียงหอบสั่น
สายตาทอดมองร่างของชานยอลที่นอนสลบที่บริเวณเบาะหลังรถ พลันแลบลิ้นเลียริมฝีปากและส่งเสียงอย่างบังคับไม่ให้สั่น
“คืนนี้...เป็นของเราแล้ว...ยินดีที่เจอกันอีกครั้งนะครับ...ชานยอล”
ฟากอี้ฝานที่พบว่าเวลาล่วงเลยไปนานมากก็ชักร้อนใจ
สังหรณ์ขึ้นมาทันทีว่าถ้าไปเจอเซนเซย์ต้องโดนทุบเอาสักอั้กอย่างแน่นอน ร่างสูงเริ่มเดินไปเดินมาอย่างเบื่อหน่าย
จนกระทั่งเด็กสาวพูดขึ้นในที่สุด
“นี่ รำคาญเหรอ เรากลับกันได้นะ”
“รอฟังเลย”
“คนอะไรไม่โรแมนติกเลย”
“นี่”อี้ฝานส่งเสียงขึ้นอีกครั้ง
“เธอชอบถูกมัดมั้ย?”
“เอ๋?”
“ฉัน...เปล่า ไม่มีอะไร”
“หมายความว่าไงน่ะ...ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย”
“ฉนแค่คิดว่าคำว่าโรแมนติกของเรามันก็ต่างกันะ
โรแมนติกของฉันคือ orgasm,
awesome ..เธอไม่รู้จักฉันดีมากพอหรอก”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับออกัสซั่มด้วยล่ะ...”เด็กสาวยังคงสีหน้าไม่เข้าใจโดยที่อี้ฝานก็เซไปเล็กน้อยเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาชน
คิ้วเข้มเลิกขึ้นเมื่อพบว่าใครคนนั้นคือลู่หานที่เขาเพิ่งเห็นลิบๆเมื่อกี้
“โอ๊ะ..ประธานนักเรียน?!”
“เกิดอะไรขึ้น?”เอ่ยถามท่าทางร้อนรนของลู่หานที่เอ่ยขึ้นหอบๆ
“คือเมื่อกี้
ฉันเห็นคนที่เรียนวิชาเดียวกับฉัน...ตอนแรกหมอนั่นมากับเซนเซย์ แต่จู่ๆเซนเซย์ก็หายไป
ผู้ชายคนนั้นวิ่งมาซื้อถุงยาง
ท่าทีลุกลี้ลุกลน”อี้ฝานตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น
“คือ..ฉันเอะใจเพราะหมอนั่นชอบตามเซนเซย์ไปทุกที่เลย
ฉันไม่รู้ว่าเซนเซย์รู้ตัวรึเปล่า...แต่...”
“ยืมมือถือหน่อย”อี้ฝานหันไปหาเด็กสาวที่ยังงุนงงก่อนจะรับมือถือมาต่อสาย
“เลขาประธานอิม ช่วยเช็คที่อยู่นักเรียนคนนี้ให้หน่อย พูดชื่อของหมอนั่นสิ”
“น่าจะชื่อ...คิมฮยอนบินนะ ตอนนี้เซฮุน..อ่า..อาจารย์เซฮุนกำลังติดต่อตำรวจอยู่”
“ได้ยินแล้วใช่มั้ย
ที่ไหนนะ”ดวงตาคมหรี่ลงพลางขยับแว่นเล็กน้อย “ขอบใจ”
พูดเสร็จก็ยัดมือถือคืนเจ้าของก่อนจะวิ่งออกไปเรียกแท็กซี่ทันที
ทิ้งไว้เพียงลู่หานกับเด็กสาวที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก.. ว่าแล้วเชียว...
ว่าแล้วต้องมีเรื่อง ถ้าเขาไม่ยอมมาตามคำเรียกของพ่อคงไม่เป็นแบบนี้
ในใจของอี้ฝานนึกโทษผู้หญิงของพ่อก่อนจะเร่งให้แท็กซี่ขับให้ไวขึ้น
หรือมันถึงเวลาที่เขาควรจะหยุดทุกอย่างกับครอบครัวนี้สักที...
“...”
ชานยอลขมวดคิ้วเมื่อลืมตาขึ้นช้าๆก่อนจะประติดประต่อเรื่องราวในสมอง
เขารับช็อกโกแลตร้อนมาดื่ม... เขารู้สึกว่าเขาอยากจะนอน แล้วก็...
ร่างโปร่งลืมตาโพลงก่อนจะเห็นทุกสิ่งในแนวตะแคงข้าง แต่ความจริงแล้วเป็นตัวเขาที่ถูกมัดทั้งแขนขานอนอยู่บนเตียง
รวมทั้งถูกคาดปากเอาไว้ด้วยผ้า ในขณะที่เจ้าตัวกำลังขยับตัวไปมาอย่างมึนงงและสับสน
เด็กนักเรียนคนเดิมที่สวมชุดคลุมอาบน้ำก็เปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม
“ตื่นแล้วเหรอครับ...”
“...”คิ้วได้รูปเขม็งเข้าหากันก่อนจะออกตัวดื้น
“ไอ่อ้า อั๊ดอั๊นอำไออ้ะ!!(ไอ้บ้า มัดฉันทำไมวะ)”
“ใจร้ายจังนะครับ...เมื่อหลายเดือนก่อน เรามีเวลาที่ดีมากแท้ๆ”เด็กหนุ่มทอดเสียงทำเอาชานยอลนิ่งไป
“พวกเรานอนด้วยกัน แล้วคุณก็จากผมไปโดยไม่ได้ถามไถ่ชื่อกันสักคำ
ผมเฝ้าคิดถึงคุณมาตลอด จนเห็นว่าคุณมาสอนที่โรงเรียน...ผมดีใจมาก...
ผมลงเรียนวิชาของคุณ เฝ้ามองคุณ...ไปรับไปส่งคุณทุกวันแม้ว่าคุณจะไม่เห็นผม...”
อะไรนะ....ชานยอลขมวดคิ้ว...งั้นวันก่อนโน้นที่เขายืมมอเตอร์ไซค์เจ้าของหอมาซื้อแว็กซ์ขนขาแล้วน้ำมันหมดจนต้องเข็นกลางทางมันก็เห็นแต่ไม่ช่วยสินะ..เลวมาก...
“คุณบอกผมก่อนที่เราจะจากกันว่าคุณไม่ชอบคนเด็กกว่า...แต่”
“?”
“คุณก็ไปนัวเนียกับไอ้ประธานนักเรียนจอมปลอมนั่น! คุณก็รู้ว่ามันซาดิสม์แต่คุณก็ยังไปให้มันย่ำยี!!
วันนั้นผมได้แต่ร้องไห้..ผมทำอะไรไม่ได้...คุณเปื้อน...ถูกมันข่มขืนอยู่ที่ห้องประธานนักเรียน!!” หมายถึงไม่/อย่า/ได้โปรดนั่นรึเปล่านะ...คือถ้าแอบฟังมันก็ต้องรู้สิว่ามันเป็นคีย์เวิร์ด...นี่โง่หรือโง่
“แต่ไม่เป็นไรนะครับ...ผมไม่สนใจหรอกว่าคุณจะผ่านอะไรมา ผมรู้ว่าคุณต้องชอบ...”
“...”ชานยอลทอดสายตาว่างเปล่ามองก่อนจะหยุดดีดดิ้นและนอนนิ่งๆไม่หือไม่อือ
ก่อนจะขยับใบหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงให้อีกฝ่ายมาดึงผ้าที่คาดปากเขาไว้ลง
ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ เซนเซย์ก็วาดยิ้มทันที “ฉัน..จำนายได้แล้ว”
“คุณจำผมได้...”
“ใช่..ไอ้เด็กที่จุ่มไปครึ่งหัวก็ล่มจนฉันต้องใช้ดิลโด้ช่วยตัวเองจนเสร็จแล้วนายก็นอนมีความสุขอยู่คนเดียวน่ะฉันไม่ลืมหรอก
ฉันจำแม่นมากเลยอะไรเฮงซวยๆน่ะ อู๋อี้ฝานก็เฮงซวยพอกัน นั่นฉันก็จำแม่น
จู่ๆก็ยัดมาจนมิดด้าม ดีไม่แหก...”ชานยอลเงยหน้าขึ้นมองท่าทีของเด็กคนนั้นที่เริ่มสีหน้าผิดปกติ
เหงื่อผุดพรายพร้อมกับปากสั่นมือสั่น
ร่างโปร่งขยับหนีพร้อมกับเสียงพึมพำของอีกฝ่ายที่ดังขึ้นมา
“ผม..ผมไม่ล่ม..ไม่..ผมไม่...แฮ่ก..ผม..ผมเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว!”เด็กคนนั้นเปิดชุดคลุมออกพร้อมกับส่วนกลางลำตัวที่ถูกห่วงรัดไว้จนแดงเพราะเลือดคั่งจนมันขยายเต็มที่
เด็กนั่นเลียปากพร้อมกับทำสีหน้าหื่นกระหายใส่เซนเซย์ที่ใบหน้าติดซีดเมื่อพบว่ายังไม่สามารถแก้มัดมือและเท้าได้
“ผมจะทำให้คุณมีความสุข..อยู่ที่นี่...ตลอดไป...”
“เฮ้ย! อย่าเข้ามานะเว้ย! ถีบจริงๆนะ!!”ส่งเสียงร้องก่อนจะรู้สึกจุกเมื่อถูกชกเข้าที่ท้องจนตัวงอ
ชานยอลสำลักไอก่อนจะเบือนหน้าหนีท่อนเนื้อน่ารังเกียจที่กวัดผ่านใบหน้า
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ..คุณชอบไม่ใช่เหรอ...คุณชอบมัน..”
“เอาออกไปนะ...”
“ลิ้นของคุณ..ดูดมันเข้าไป...”ชานยอลเบือนหน้าขยับหนีจนไปชนกับมุมหัวเตียงชิดผนัง
ตอนนี้เขารู้สึกกลัว... แม้จะเป็นการมัดแต่มันแย่.. แย่มาก เขาไม่ชอบ
ทุกอย่างต่อต้านและเขาอยากจะทำอะไรสักอย่างให้ออกไปจากตรงนี้
รู้งี้รออยู่ที่เดิมก็ดี...ไม่น่าออกมาเลย...
ป่านนี้อี้ฝานอาจจะรอเขาอยู่ก็ได้...
พลั่ก!!
เสียงวัตถุกระทบศีรษะดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กคนนั้นที่ทรุดลงไปนอนสลบกับพื้น
ชานยอลมองตามความน่าขยะแขยงนั้นก่อนจะมองอี้ฝานที่ผ่อนลมหายใจหอบก่อนจะโยนไม้เบสบอลลงบนเตียง
ไม่มีคำพูดออกมาจากแด็กบ้านอนจากกระทบเท้าลงไปกับร่างที่แต่งตัวน่าอุจาดลงไปนอนเคเก้ข้างล่างจนชานยอลชักใจไม่ดีว่าอี้ฝานจะกระทืบคนตายขึ้นมา
“นี่ พอ! พอได้แล้ว!!”
“...”
“มาแก้มัดฉันก่อนเว้ย! พอ!! หยุด!”เสียงร้องของคนที่อยู่บนเตียงทำให้อี้ฝานยอมหยุดกระทืบแต่โดยดี
เขาหันมาแก้มัดให้กับชานยอลพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำติดโมโห
“ถ้าผมมาไม่ทันจะทำยังไง!!
โตแล้วคุณก็น่าจะรู้ว่าอย่าไว้ใจใครง่ายๆน่ะ!!”
“ฉัน..”ชานยอลเอ่ยไม่เต็มเสียงก่อนจะเบิกตาเมื่อเจ้าเด็กโรคจิตคนนั้นลุกขึ้นมาตั้งท่าใส่อี้ฝานที่ยังหันหลังให้มันอยู่
“ข้างหลัง!!”
“โว้ย!”ร่างสูงร้องอย่างรำคาญก่อนจะตวัดศอกใส่หน้าของคนที่ตั้งท่าใส่จนล้มลงไปกอง
ก่อนจะกระทืบเท้าไปกับส่วนสำคัญของอีกฝ่ายที่รัดห่วงไว้ก่อนจะบดขยี้
“เจ็บ!! เจ็บ! อ๊าก!!”
“รู้มั้ยว่าทำไมรสนิยมของบางคนที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้ใครเดือดร้อนถึงได้ถูกมองว่าเป็นพวกโรคจิตวิตถาร
ก็เพราะคนอย่างแกมันเยอะไง!!
เมื่อไหร่จะแยกออกระหว่างรสนิยมกับการบังคับขืนใจคนอื่น!
คิดว่าทำแบบนี้แกจะมีความสุขจริงเหรอ หรือทำแค่พอให้น้ำมันออก
เซ็กซ์ที่มีความสุขอยู่ฝ่ายเดียวมันก็แค่เซ็กซ์
คนอย่างแกไม่มีวันรู้จักคำว่าเมคเลิฟด้วยซ้ำ!!
และไม่มีทางจะรู้จักด้วย จำเอาไว้!”
“อี้ฝานพอแล้ว!”ชานยอลผุดตัวลุกขึ้นก่อนจะคลานเข้าเกาะแขนของเด็กหนุ่มไว้
“ฉันอยากไปจากที่นี่...ไปกันเถอะ...”
“ฮึ่ม...”เสียงทุ้มคำราม แต่เมื่อมองเห็นว่าอีกคนกำลังสั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัวปนขยะแขยงก็ยอมรามือออกมา
อี้ฝานเข้าประคองชานยอลสวนกับตำรวจที่วิ่งเข้ามาที่เกิดเหตุตามการแจ้ง
ตามด้วยลู่หานที่เข้ามาหาและอาจารย์เซฮุนที่กอดอกรออยู่ด้านนอก
“ไม่เป็นไรกันใช่มั้ย? โล่งใจไปที”
“ไม่อะ..ไม่เป็นไร”ชานยอลจับข้อมือตนเองลูบไปมาเบาๆ
ก่อนจะเหลียวมองประตูห้องที่หลุดออกเป็นบานแล้วเหลียวมองหน้าอี้ฝาน...
ไม่น่าจะฝีมือใครนะ ก็เด็กนี่มันฮับกิโด้สายดำนี่นา ลู่หานพรูลมหายใจ
ก่อนจะเอ่ยผะแผ่วอีกรอบ
“เออ..ผู้หญิงคนนั้นน่ะ”
“หาเรื่องไม่จบไม่สิ้นจริงๆนะ”เสียงของผู้หญิงที่อี้ฝานไม่อยากจะเจอดังขึ้น
หล่อนมากับพ่อของเขาพร้อมกับอี้เฟิงที่คอยพยายามห้ามมารดา “ลูกสาวคุณฮันตอนนี้กลับไปแล้ว
รู้รึเปล่าทำให้คุณท่านขายหน้าแค่ไหน”
“...”
“เธอนี่มันดื้อรั้นจริงๆนะ...ฉันว่าจะยอมลดอคติลงถ้าเธอแต่งกับลูกสาวคุณฮันแท้ๆ
แต่ก็ยังทำตัวแหกคอกไม่หยุดหย่อน มาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้!!”
“นี่ป้า...ใครไร้สาระ”
“?”อี้ฝานที่ทำหน้านิ่งๆเลิกคิ้วไปมองชานยอลที่ยืนเท้าเอวสีหน้าบึ้งตึงอย่างแปลกใจ
“เธอเป็นใคร! กล้าดียังไงมาเรียกฉันป้า!”
“ป้ารู้มั้ยว่าผมเกือบตาย! ไอ้เด็กนั่นโรคจิตจะจับผมมาตุ๋ย!!
ถ้าเขาไม่มาช่วยผมก็คงเป็นเมียโรคจิตไปแล้ว
อ๋อ...นี่ที่นายไม่มาตามนัดเพราะไปกับลูกสาวอะไรนี่ใช่ไหม เต็มใจไหม”ชานยอลหันไปหาอี้ฝานที่ทำหน้าเหลอ
ก่อนที่เด็กหนุ่มจะสั่นหน้าไปมา
“ก็ไม่นะ..แต่พ่อฉันเรียกไง”
“นั่นไง! เด็กไม่เต็มใจ ยังขืนใจเด็กให้ไปเดินด้วยกันอีก
จิ้นอะไรไม่ทราบ แต่งงานอะไร ดีมากก็แต่งเองดิ!”ชานยอลพูดฉอดๆไม่ยอมหยุดจนหญิงวัยกลางคนวีนแตกขึ้นมาเช่นกัน
“นี่แกเป็นใครมาเสียงดังใส่ฉัน!! ใหญ่มาจากไหนไม่ทราบยะ!”
“คุณแม่พอเถอะครับ”อี้เฟิงปรามอีกครั้งและชานยอลก็ส่งเสียงขึ้นมาอีกหน
“เป็นหลายอย่าง... เป็นครู
เป็นเพื่อน เป็นเมียด้วย”
“...”
“ไม่ต้องให้อู๋อี้ฝานไปเดทบ้าบออะไรอีกนะ เห็นมั้ยวาเลนไทน์ปีนี้ป่นปี้หมดแล้ว!
วันดีๆทำไมไม่รู้จักหาอะไรดีๆใส่ตัวกันซะบ้าง ไม่ปลงซักทีนี่ไงเลยต้องมาแหกปากมือสั่นแบบนี้อ่ะ!”ชานยอลว่าขึ้นอีกครั้งโดยที่หญิงคนนั้นก็มองชานยอลตาตั้งก่อนจะเป็นลมล้มพับไป
ในขณะที่พ่อของอี้ฝานก็หันมามองลูกชาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นเนิบๆ
“แกทำให้วันนี้เสียหายมากนะ”
“...”
“เอาเถอะ..คอนโดที่แกขอก็ตกแต่งภายในเรียบร้อยแล้ว
แกคงโอเคกว่าจะอยู่ในบ้านสินะ จากนี้ไปจะดูแลตัวเองได้ใช่มั้ย?”ชายคนนั้นยิ้มนิดๆให้กับอี้ฝานที่เลิกคิ้วเล็กน้อย
“...ครับ”
“ค่าใช้จ่ายทุกเดือนฉันจะจัดการเอง..แล้วก็”ชายคนนั้นหันมายิ้มให้ชานยอล
“ขอบใจมากนะ...ที่พูดความรู้สึกทั้งหมดของฉันในวันนี้ออกมา”
“เห?”
“เพ่ยจีร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง
ฉันก็เลยไม่อยากจะระเบิดกับหล่อนแรงๆ แล้วก็...ฝากอี้ฝานด้วยนะ แต่เธอเป็นครู
ฉันเกรงว่าชื่อเสยงของอี้ฝานจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่”ทั้งคู่มองหน้ากันสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
จนกระทั่งชายคนเดิมกล่าวขึ้นในที่สุด “ถ้าอี้ฝานไปอยู่คอนโด ก็คงเรียนหนัก
ดูแลตัวเองทั้งหมดไม่ไหว..ถ้าฉันจะจ้างแม่บ้านสักคนไปดูแล เธอคิดว่าทำได้มั้ย
บอกฉันมาว่าเงินเดือนที่เธอได้เดือนเท่าไหร่ ฉันจะจ่ายให้เป็นสองเท่า”
“สองเท่า?!”ชานยอลอุทานโดยที่พ่อของอี้ฝานก็ยิ้ม
“อี้ฝานควรจะมีความสุขจริงๆสักที...และฉันเชื่อว่าเธอทำได้ดีกว่าฉัน
ไว้ยังไงฉันจะติดต่อมาอีกที”
“เอาเบอร์ผมไปเลยมั้ยครับ”ชานยอลว่าพร้อมกับอี้ฝานที่ลงมะเหงกจนอีกคนหันไปกุมศีรษะ
โดยที่พ่อของอี้ฝานก็ส่ายหน้ายิ้มๆพลันเดินออกไป “มันเจ็บนะ!”
“โดนซะบ้าง”อี้ฝานคว่ำปากพร้อมกับตำรวจที่เข้ามาเชิญชานยอลไปให้ปากคำและอี้ฝานกับลู่หานซึ่งเป็นพยาน
ซึ่งกว่าจะเรียบร้อยก็เกือบสี่ทุ่ม
ต่างคนต่างแยกย้ายไปใช้วาเลนไทน์อันน้อยนิดของตนเอง ชานยอลตามอี้ฝานไปที่โรงแรมอย่างเหนื่อยล้า
(เขาเพิ่งรู้ว่าห้องในโรงแรมนั้นระยะหลังอี้ฝานเปิดไว้เหมือนห้องพักปกติ)
สักพักอีกคนก็พูดขึ้น
“ผม..ไม่สิ แม่ของผมเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพ่อ...แต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นผู้หญิงที่มาก่อน
เหมือนกับการแต่งกับแม่เป็นหน้าที่ของพ่อ และผู้หญิงคนนั้นก็ราวีไม่หยุด จะเอาพ่อมาเป็นของเธอนเดียวให้ได้
จนแม่ผมทนไม่ไหว”
“...”
“จนปาร์ตี้อะไรสักอย่างคืนนึง...ผมเผลอไปนอนกับผู้หญิงคนนึงเข้า...มันก็ครั้งแรกล่ะนะ
แต่ผมกลับชอบที่จะผูกหล่อนไว้แล้วก็ทำอะไรก็ได้ มันเป็นอิสระ
มันเหมือนความรู้สึกโกรธแค้นที่ผมมีต่อผู้หญิงของพ่อมันทำให้ผมเป็นแบบนี้
ผมชอบที่จะคุมเกม”อี้ฝานหันมายิ้มหม่นๆให้พร้อมกับเปิดห้องเข้าไป
ชานยอลปิดประตูก่อนจะสวมกอดอีกคนจากด้านหลัง
“ไม่เป็นไร”
“...”
“ถ้าเป็นนาย...ฉันโอเค”เด็กหนุ่มหันมามองเซนเซย์ที่เหลือบมองหน้าเขาเล็กน้อยแล้วก็ก้มหน้าลง
“ฉันว่าเคมีพวกเรามันดีมากอยู่นะ แล้วฉันก็ชอบเวลาเราเล่นอะไรทะลึ่งๆกัน”
“ก็คุณมันคนทะลึ่งนี่”
“แต่..นายบอกว่าตกหลุมรักฉัน...ชาร์จอัลติฉันตั้งสองที”ริมฝีปากนั้นกล่าวขมุบขมิบ
“นี่เห็นว่าพ่อผมจะจ้างคุณรึเปล่า”
“ถ้าดีกับใจฉันขนาดนี้...มันก็ต้องชอบไม่ใช่เหรอ?”ร่างโปร่งกล่าวขึ้น
“ทำมาถึงขนาดนี้ พอฉันจะโอเคยังจะเล่นตัว เดี๋ยวก็ตบซะหรอก
ฉันยังไม่เฉ่งเรื่องที่ไปไม่ยอมบอกฉันเลยนะ!”
“ลืมมือถือไว้บนรถนี่นา”ว่าเสียงอ่อยก่อนจะโดนตีต้นแขนไปที
“โม้”
“แล้วที่ไม่ยอมอยู่รอจะโดนหลอกไปนี่ล่ะ”อี้ฝานพ่นลมหายใจออกมาบ้าง
ต่างคนต่างทำให้หน้านิ่วคิ้วขมวดใส่กันจนสุดท้ายก็หลุดหัวเราะและก้มหน้าไปคนละทาง...
ความรู้สึกขัดเขินราวกับรักวัยรุ่นนี้ชานยอลไม่ชินนัก แม้สิ่งที่เกิดนั้นเรียกได้ว่าพอกันทั้งคู่
จึงได้ประกบข้อมือยื่นไปหาอี้ฝานที่เลิกคิ้วเล็กน้อย
“ยอมก็ได้”
“...”นิ้วยาวยกขึ้นเกาแก้มเล็กน้อย “ผมคิดว่าคืนนี้ผมอยากมัดคุณไว้”
“?”
“ด้วยแขน”รอยยิ้มนิดๆของนักเรียนทำเอาเซนเซย์แทบจะเป็นลมล้มซบอก
จึงได้กางแขนทำหน้าอ้อนใส่ก่อนจะถูกอุ้มเอวยกขึ้นเล็กน้อย
ใบหน้าติดหวานโน้มลงจูบริมฝีปากของอีกฝ่าย
รู้สึกได้ถึงความไม่สมประกอบและความไม่ถูกต้องอะไรแม้แต่อย่าง
แต่ที่รู้อย่างเดียวคือเหมือนพวกเขาพบเจอส่วนที่ขาด และมันเต็มไปด้วยความพอใจ
ร่างโปร่งถูกวางลงบนเตียงพร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบเบาๆ
“ทำเหมือนเดิมมั้ย?”
“หืม?”
“ผมชอบเวลาคุณร้องว่าอย่า...”จมูกโด่งเคลียพวงแก้มนุ่มของคนเก่งที่ตอนนี้เอียงมองเล็กน้อย
พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“อยากเป็นครูมั้ย?”
“ห่ะ?”
“ฉันคิดมาตลอดเลยว่าถ้ามีอะไรกับคุณครูมันคงจะฟินน่าดู
ฉันอยากลองเป็นนายดูบ้างไง”ดวงตาสวยมองอย่างท้าทาย และอี้ฝานก็คร่อมเอวสอบนั่นไว้พลันส่งเสียงเรียบๆ
“ปาร์คชานยอล...ถ้าเธอยังไม่หยุดพูดจาแบบนั้น
เกรดของเธอจะแย่เอาได้นะ”
เซนเซย์หัวเราะร่วนทันทีที่บทมาถึงเร็วกว่าที่คิด
ใบหน้าคมโน้มลงแตะจูบอย่างบางเบาก่อนจะเปลี่ยนเป็นการจูบเหมือนที่เคยทำเพราะไม่ทันใจ
ไม่มีอะไรทันใจพวกเขาสักอย่างสำหรับบนเตียง และมันหาน..
มันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งจนถึงจุดสุดยอดชนิดที่ว่านอกจากอีกคนแล้วก็จะไม่มีใครทำให้เกิดความรู้สึกแบบนี้ได้อีก
“เออ...จริงสิ..ไอ้โรคจิตนั่นมันบอกฉัน...”ชานยอลพูดขึ้นขณะกำลังถูกปลดกระดุมออกทีละเม็ด
และอี้ฝานก็ขยับคิ้วเล็กน้อย
“หือ”
“ว่ามันตามฉันไปได้ยินเสียงพวกเราที่ห้องประธานนักเรียนน่ะ”
“อืม..สงสัยที่ผู้อำนวยการอยากคุยกับผมคงเรื่องนี้...
เพราะยามกะดึกมองผมแปลกๆ ท็อปปิคน่าจะเป็นผมข่มขืนคุณมั้ง”
“ก็ดีเลย พรุ่งนี้เราไปหาผู้อำนวยการกัน
ฉันทุ่มจริงนะ ปลายเดือนพอดี ฉันจะลาออกล่ะ”
“เฮ้...”
“ก็บอกแล้วว่าฉันไม่ชอบเด็ก ฉันพอรู้จักเพื่อนอยู่คนชื่อคยองซู
หมอนั่นกำลังหางานสอนชั่วคราวเหมือนกัน”แขนเรียวกระหวัดโอบรอบคอของเด็กหนุ่ม “ฉันพร้อมเป็นแม่บ้านเงินเดือนสองเท่าแล้วนะ”
“คุณนี่มัน...”อี้ฝานก้มหน้าหัวเราะ
แล้วจึงจรดริมฝีปากลงไปอีกครั้ง เขาก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง
อาจจะโนสายตาคนทั้งโรงเรียน มีเรื่องปวดหัวตามมา
แต่อี้ฝานก็คิดไว้แล้วว่าเขาจะไม่สนใจ
เขาพร้อมแล้วสำหรับวันพรุ่งนี้ที่มีชานยอล...ส่วนที่ขาดไปอยู่เคียงข้าง
“อ่ะ...อา...ไม่...อย่าครับ...อื้อ”
“อืม...อ่า...”
“ไม่...อ้า..อา...ที่รัก”เสียงกระซิบปนหอบเบาๆที่ริมหูขณะที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มทำเอาอี้ฝานคิดว่าคืนนี้คงไม่จบลงเพียงแค่หนึ่งครั้ง
รสจูบเริ่มต้นพร้อมกับการขยับไหวไปตามคำเอ่ยที่รู้กันเพียงสองคน บางสิ่งที่เข้าใจกันเพียงสองคน
ทั้งความดิบของประธานนักเรียนผู้เรียบร้อย หรือความหวานของเซนเซย์คนที่ดูจะผ่านโลกมามากจนไม่ถือเอาความสัมพันธ์ของใคร
รวมไปถึงความทะลึ่งตึงตังที่สรรหาจะทำกันต่อไปในแต่ละวัน
แค่มีคนที่พอดีกันมันก็มากเกินพอ...
*********
#AphbKY

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น