วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

JUST YOU 1.5/2














เวลาผ่านไปก็ยังเป็นคริสที่นั่งช่วยแม่บ้านเล็กๆน้อยๆไปตามเรื่อง (แม้ทุกคนจะพยายามห้าม) และคอยแอบมองไปยังชานยอลที่ยังนั่งคุยกับแขกที่สวนจากข้างหน้าต่างชั้นล่างอยู่อย่างนั้น และบทสนทนาจากชุดรับแขกข้างบ้านดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ ดวงตาคมทอดมองใบหน้าหวานกำลังส่งยิ้มให้กับคู่สนทนา ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อรู้สึกเหมือนมีใครมาใกล้ๆ

“มองคุณหนูใหญ่เลยนะคะคุณคริส”เยริมากับตะกร้าผักที่แม่บ้านให้มาเด็ดใบ ชายหนุ่มหมายจะช่วยแต่เด็กสาวกลับยกตะกร้าหนีไปก่อน “อ่ะ ไม่ได้นะคะ แม่บ้านสั่งห้ามคุณคริสช่วยงานจนกว่าแผลจะหาย”

“ฉันไม่ได้แขนขาดสักหน่อย พินอบพิเทาฉันกันไปทำไมนักนะ”ชายหนุ่มบ่นอุบ ก่อนจะหันไปมองชานยอลและดงอุคนั่งคุยกันอีกครั้ง เยริก็เลิกคิ้วก่อนจะมองตามพลันส่งยิ้มขำขันมาให้

“คุณคริสหวงคุณหนูเหรอคะ”

“เอ๊ะ...เปล่า..ไม่ได้หวง”รีบกล่าวพลางนั่งหลังตรง โดยที่เด็กสาวก็จัดการงานพลางพูดไปด้วย

“ตั้งแต่แม่บ้านลีรับหนูมาจากพ่อ ท่านเล่าเรื่องคุณคริสกับคุณหนูให้ฟังบ่อยๆ แม่บ้านลีบอกว่า ที่บ้านเรากินมีใช้ ไม่ใช่แค่สมบัติคุณท่าน แต่เป็นเพราะคุณคริสที่ทำให้กิจการเจริญเติบโต เพราะอย่างนั้น ให้เคารพและนึกถึงคุณคริสให้มากๆ”เยริยิ้มยิงฟันเป็นเด็กเล็กกับชายหนุ่ม “แล้วแม่บ้านลีก็บอกว่า คุณท่านบอกแม่บ้านลีมาว่า มีแค่คุณคริสที่คุณท่านอยากให้ดูแลคุณหนู”

“เขาคงไม่อยากให้ฉันดูแลหรอก”คริสพูดเบา “สายตาของเขา...ฉันก็แค่ลูกคนใช้”

“แต่ทุกคนในบ้านไม่คิดแบบนั้นหรอกนะคะ คุณหนูอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้นก็ได้น้า”เธอว่า ในขณะที่คริสก็พยักหน้าช้าๆเป็นเชิงรับรู้ ในขณะที่ชานยอลซึ่งเหลือบไปเห็นอีกฝ่ายกำลังคุยกับสาวใช้ในบ้านก็หน้างอ พลอยทำให้ดงอุคสงสัยตามไปด้วย

“มีอะไรเปล่าครับ อยู่ๆก็หน้าบึ้งเชียว”

“อ๋อ...อากาศมันแห้งน่ะค่ะ เลยรู้สึกคันแขนคัขาไม่ค่อยสบายตัวขึ้นมา”หล่อนพูดและอีกคนก็พยักหน้าตาม

“หน้านี้ลมแรง ไว้พี่มาคราวหน้าจะซื้อครีมบำรุงมาฝากนะ แม่พี่ใช้ตัวนึงดีมากๆเลยล่ะ พวกดาราบางคนยังไม่มีปัญญาซื้อด้วยซ้ำ”

“ขอบคุณนะคะ”ชานยอลส่งยิ้มเจื่อนๆให้ พอเหลือบมองอีกทีทั้งคู่ก็หายไปจากข้างหน้าต่างตรงนั้นแล้ว อีดงอุคพูดคุยด้วยสักพักก็ขอตัวกลับเพราะทางบ้านโทรตาม อดทานข้าวเย็นกับคุณหนูคนสวยของบ้านไปอย่างน่าเสียดาย ชานยอลกลับมาที่เรือน ก็พบว่าบิดานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร เธอจึงต้องทานข้าวด้วยอย่างเสียไม่ได้ เพราะถึงเธอกับพ่อจะทะเลาะกันหนักแค่ไหนก็ไม่เคยหนีหน้ากันไปนานๆ

และเธอก็ไม่เห็นคริสอีกเลยตั้งแต่ตอนนั้น...


*

 “ขอโทษด้วยนะครับ ที่ผมมือเจ็บอยู่ อาจจะล้างเท้าให้ท่านคืนนี้ไม่ได้”

คริสกล่าวเบาๆหลังจากวางหนังสือลง บนเตียงหลังใหญ่ในห้องพักผ่อนของเจ้าของคฤหาสน์ในขณะค่อนข้างจะมืดเป็นปกติ ชายหนุ่มมาดูแลคุณท่านเป็นประจำทุกวันก่อนนอนไม่ใช่เรื่องแปลกนัก เพราะคริสทำมาตั้งแต่ตัวเขายังเล็ก ตั้งแต่มารดาของเขาเสียและภรรยาคุณท่านก็เสียอีกประมาณสี่ปีให้หลัง ใบหน้าคมส่งยิ้มอย่างเกรงใจ โดยที่ชายวัยเกษียรก็ส่งยิ้มให้อย่างไม่คิดถือสาอะไรนัก

“ไม่ต้องล้างเท้าให้ฉันทุกคืนก็ได้นะ”

“ไม่ได้หรอกครับ ท่านเป็นผู้มีพระคุณของผม”ชายหนุ่มยืนยัน ซึ่งอีกฝ่ายก็แค่ส่งยิ้มบางๆกลับมา

“ได้ข่าวว่าผู้ชายคนนั้นมาหาชานยอลเหรอ”

“ครับ?”

“ชื่ออีดงอุคใช่มั้ย ฉันไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ฉันไม่ชอบผู้ชายอวดรวยน่ะ”

“แต่คุณดงอุคก็ซื้อของฝากมาให้คุณท่านนะครับ”

“เดี๋ยวฉันก็ยกให้คนดูแลฉันเองล่ะ”คุณท่านหัวเราะเบาๆ “เห็นแบบนี้แล้วฉันจะวางใจไม่ได้แล้วล่ะ”

“วางใจไม่ได้เหรอครับ?”คิ้วเข้มเลิกขึ้น

“ใช่...ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องสมควรแล้วถ้าชานยอลจะแต่งกับเธอ”คริสหลบตาก้มหน้าลง “ทำไมทำหน้าแบบนั้น หรือเธอไม่ชอบลูกสาวของฉัน”

“ผมไม่คู่ควรกับคุณหนูหรอกครับ ผมไม่ใช่ชายตระกูลดังที่เหมาะสม ผมแค่ลูกคนใช้เหมือนที่คุณหนูว่า”ชายหนุ่มตอบเบาๆ และนั่นก็ทำให้รอยยิ้มปรากฏที่ริมฝีปากของคุณท่านอีกครั้ง

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ เธอไม่ใช่คนใช้บ้านฉันแล้วนะ เธอเป็นเหมือนญาติคนหนึ่ง..เธอดูแลกิจการ เธอนำรายได้มาเลี้ยงคนที่นี่ทุกคน เรื่องนี้คนรับใช้ที่นี่รู้ดี มีแต่ลูกสาวฉันที่อคติจนไม่รู้ละมั้ง... แต่ถ้าเธอไม่ชอบลูกสาวของฉันจริงๆ บอกฉัน และฉันจะไม่บังคับใจของเธอ”

“...”คริสนิ่งไปพักหนึ่ง “ผม...กลัวแค่คุณหนูจะไม่มีความสุข คุณท่านเองก็รู้ว่าคุณหนูไม่ชอบผมมาตลอด หากจะไปบังคับใจเธอ ทุกอย่างอาจจะแย่ลงกว่าเก่า”

“ชานยอลก็อย่างนั้นล่ะ..เอาเถอะ ฉันไม่คาดคั้น แต่ในเมื่อไม่ปฏิเสธ นั่นแปลว่าก็ยังเต็มใจอยู่ล่ะนะ”อีกฝ่ายพูด “แต่ฉันอยากบอกอยู่อย่าง...เธอสามารถโต้ตอบชานยอลได้เสมอในเรื่องที่เกินเลยไป สำหรับฉัน..เธอสามารถดุลูกฉันได้เหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึง”

“ผมไม่กล้าหรอกครับท่าน”

“ดื้อจริง..อย่างนั้นฉันจะนอนแล้วล่ะ”

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”เอ่ยอย่างสุภาพก่อนจะเก็บหนังสือพร้อมกับคนรับใช้ที่เข้ามาดูแล คริสออกมาจากห้องพักของคุณท่านพลันทอดสายตามองชานยอลที่มายืนคอยท่าอยู่

“ไปประจบอะไรพ่อฉันอีกล่ะ?”

“...”

“ยืนทำอะไรอีก มานี่สิ ฉันจะทำแผลให้”ปากอิ่มว่าขึ้นในขณะที่คริสเองพอเจอคำพูดถากถางมากๆเข้าก็เริ่มอ่อนใจ

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมทำเองดีกว่า”

“เป็นอะไรไปอีก เมื่อกลางวันยังตกลงอยู่เลยนี่ อยากให้เยริทำแผลให้มากนักรึไง หึ..คงชอบแบบสาวใช้สินะ...แบบแม่ของนายน่ะ”ถ้อยความของสตรีตรงหน้าทำให้คริสชายตาลง เขาผ่อนลมหายใจเล็กน้อยเมื่อคิดได้ว่าเห็นทีต้องมีการกล่าวต่อกันเสียหน่อย เมื่ออีกฝ่ายเริ่มจะลามไปถึงมารดาที่เสียไป

“ต่อให้คุณหนูทำแผลให้ ถ้าคุณหนูยังพูดกับผมแบบนี้อยู่ แผลมันก็ไม่หายหรอกครับ”

“ว่าไงนะ”

“ต่อให้ผมเผลอทำอะไรให้คุณหนูไม่ชอบใจ แต่ผมก็ไม่เคยพูดจาทำร้ายใจคุณหนูสักครั้งเลยนะครับ ตัวผมเอง หากเก็บหอมรอมริบเงินเดือนได้สักก้อนหนึ่ง..ผมสัญญาว่าผมจะไป ผมจะไม่ก้าวก่ายสมบัติคุณท่านในอนาคตอย่างแน่นอน”

“...”

“แต่ได้โปรดเถอะครับ ระหว่างนี้ อย่าทำให้ความรู้สึกเป็นแผลไปมากกว่านี้อีกเลย”คริสค้อมศีรษะก่อนจะเดินเบี่ยงออกไปอีกทาง ปล่อยให้ชานยอลมองตามเหมือนไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรผิด จนนึกได้สักพักก็ขยุ้มศีรษะตัวเองกับความปากไว ในขณะที่ชายหนุ่มก็ก้าวยาวๆลงบันใดสู่ชั้นล่าง แม้ว่าเขาจะพยายามไม่ถือสาชานยอลแค่ไหน แต่คำพูดถึงพ่อแม่ของเขานั้นมันยากที่จะระงับอารมณ์

“เดี๋ยว!”เสียงของชานยอลดังขึ้นและคริสก็ขมวดคิ้วหลับตาเพราะนึกไว้แล้วว่าอีกคนคงไม่ยอมให้ชาวบ้านมาพูดใส่แล้วเดินหนีไปฟรีๆ มือเรียวเข้าไปดึงเสื้อของอีกฝ่ายไว้พลางว่าห้วนๆ “ฉันยังไม่อนุญาตให้ไปนะ”

“...”ใบหน้าคมหันไปมอง แววตาที่ไม่ค่อยจะดีนั้นทำให้ชานยอลเม้มปากพลันเอ่ยเสียงอ่อย

“ฉันจะทำแผลให้...จริงๆ แล้วนายจะงอนฉันต่อก็ได้ เพราะฉันเองก็ไม่ทันคิด... ฉันน่าจะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าพูด”

“...”

“ขอโทษนะ...ทำแผลก่อนเถอะ”หญิงสาวพูด และร่างสูงก็พยักหน้าให้เล็กน้อย ชานยอลพาคริสมานั่งที่โต๊ะทานข้าว (ด้วยการกดไหล่ให้นั่ง) ก่อนจะไปหยิบกล่องพยาบาล ผ้ากอซถูกคลายออกแม้มันจะค่อนข้างเจ็บเพราะติดเลือด แต่ชานยอลก็พยายามแกะอย่างระมัดระวัง ก่อนจะล้างแผลให้อย่างเบามือ

“โอ๊ะ!”เสียงทุ้มอุทานขึ้นจนคนทำแผลห่อไหล่ตามไปด้วย

“เจ็บเหรอ ฉันจะระวัง”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ร้องซะลั่นยังบอกไม่เป็นไรอีก”เอ็ดขึ้นพร้อมกับเริ่มทายาให้ ตบท้ายด้วยพันผ้ากอซอย่างระมัดระวัง คริสนั่งเงียบไปพักสักก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ

“คุณหนูครับ”

“อืม ว่าไง”

“ผมยังไม่ได้อาบน้ำนะ”คำพูดของชายหนุ่มทำเอาคิ้วเรียวขมวดมุ่น ชานยอลเบะปากก่อนจะตีต้นแขนอีกคนเบาๆไปที

“ทำไมไม่บอกฉันล่ะ”

“ก็ผม..ไม่ทันจะบอก”

“ขึ้นไปหาพ่อฉันทั้งที่ไม่อาบน้ำอย่างนั้นเหรอ?”

“เอ่อ...คุณท่านก็ไม่ได้เคร่งเรื่องนั้น”

“แล้วคนตั้งใจทำให้ ดูซิ!”เอ็ดขึ้นมาอีกที ก่อนจะนิ่งไปพักหนึ่งเมื่อพบว่าอีกคนส่งยิ้มมาให้พร้อมกับแววตาที่กลับไปอ่อนโยนดังเก่า

“ขอบคุณนะครับ”

“...”ชานยอลพยักหน้าหงึกหงัก  บรรยากาศเงียบงันลงจนกระทั่งหญิงสาวกล่าวขึ้นอีกหน “พี่ดงอุค...เป็นคนแบบนั้นแหล่ะ ฉันเล่าเรื่องนายให้เขาฟังก็จริง แต่ฉันไม่เคยบอกให้เขามาทำท่าอวดดีใส่นายได้ ครั้นฉันจะไปด่าว่าเขามันก็ไม่ใช่เรื่อง”

“ผมเข้าใจครับ”คริสตอบ

“ก็...เท่านี้แหล่ะ”หญิงสาวเก็บยาเข้ากล่อง ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ “ไม่ต้องไปสนใจคำพูดเขาหรอกนะ”

“นอกจากคุณหนู...ผมก็ไม่สนใจคำพูดของใครเลยครับ”ประโยคจากอีกฝ่ายทำให้หญิงสาวหันมามองพลางเลิกคิ้ว “ทุกคำพูดของคุณหนู...มีผลต่อความรู้สึกของผมเสมอ”

“...”

“ขอโทษครับ..ที่พูดอะไรไม่สมควร”ชายหนุ่มขยับตัว และคุณหนูคนสวยก็ทอดน้ำเสียง

“ถ้านายชอบเยริ”

“?”

“ก็บอกฉัน...ฉันจะคุยกับพ่อให้”ริมฝีปากสวยขยับเบา พร้อมกับคริสที่เปล่งเสียงขึ้นมาอีกหน

“ผมเห็นเยริเป็นเหมือนน้อง...แต่ตอนที่เรายังเล็ก...คุณหนูอยากทานแอปเปิ้ล ผมเลยปีนต้นไม้ไปเก็บให้ทั้งที่ผมปีนต้นไม้ไม่เป็น สุดท้ายก็เกาะต้นไม้ลงไม่ได้ คุณหนูก็เอาแต่ร้องไห้จนพ่อบ้านมาพาผมลง”

“ก็นายน่ะอวดเก่ง”

“ตอนที่คุณหนูพาผมไปที่ห้องคุณหญิง จับผมทาลิปสติก จนโดนตีทั้งคู่ ตอนที่พวกเราทำอะไรด้วยกันมากมาย... คุณหนูอาจจะจำไม่ได้ แต่ผมจำได้ทุกอย่าง ผมจำได้ทุกคำที่คุณหนูเคยพูดกับผมตอนเด็กๆ”

“...”

“แค่นี้ยังไม่ชัดเจนพอเหรอครับ”คำพูดของคริสทำเอาสีแดงจางประดับสองข้างแก้มของหญิงสาว ชานยอลก้มหน้าก่อนจะลุกขึ้นอย่างทำตัวไม่ถูก สุดท้ายก็คว้ากล่องปฐมพยาบาลไปเก็บและขึ้นห้องไปอย่างไม่ได้กล่าวอะไรกับชายหนุ่มอีก ในขณะที่คริสก็มองตามอยู่พักก่อนจะปลอบใจตนว่าหากไม่มีคำต่อว่าทันควันจากคุณหนู...เขาก็น่าจะมีโอกาสอยู่บ้าง

โอกาสที่จะได้เป็นที่รัก...









อาจเป็นเรื่องแปลกที่ระยะนี้คุณหนูของบ้านไม่ได้ออกไปจับจ่ายใช้สอยอะไรให้เป็นปากเสียงกับคุณท่าน ซึ่งออกไปได้ออกไปประชุมร่วมกับคริสบ้างบางครั้งคราว หญิงสาวได้แต่เดินไปเดินมาอย่างไม่รู้จะทำอะไร นั่งนอนคุยกับเพื่อน เล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยจนไปเจอสูตรอาหารในอินเตอร์เน็ต นึกสนุกก็ลุกขึ้นมารวบผมหัดทำขนมจนเหล่าคนรับใช้แปลกใจ ชานยอลเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงอยากทำแบบนี้ เธอแค่ไม่อยากไปไหนทันทีที่รู้ว่าค่าใช้จ่ายของบ้านส่วนหนึ่งเป็นเงินของคริส และสุขภาพของพ่อเธอก็ไม่ค่อยดีนัก หากมีปากเสียงกันไปก็พาลจะย่ำแย่เอาเปล่าๆ

“คุณคริสกลับมาแล้วค่ะ”เสียงของแม่บ้านดังขึ้นและชานยอลก็แค่เหล่ตาไปมองเล็กน้อยก่อนจะทำท่าไม่สนใจ เพียงหางตาที่ลอบมองชายหนุ่มร่างสูงที่มากับเลขาก็ทำให้รู้ว่าเจ้าตัวนั้นไม่ใช่เด็กชายที่คอยตามรับใช้เธอราวกับเจ้าหญิงอีกต่อไปแล้ว แต่เรียวคิ้วงามก็ขยับย่นนิดหน่อยว่าเลขาคิมจงแดที่มีที่พักคนละที่ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่

“สวัสดีครับคุณหนูปาร์ค พอดีวันนี้คุณท่านให้ผมมาทานข้าวที่นี่ ผมเลยติดรถคุณคริสมาด้วย”

“คุณพ่อเหรอ?”ดวงตากลมโตกะพริบปริบ พร้อมกับคุณท่านที่ลงมาจากชั้นสอง ไม่นานอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดลงบนโต๊ะ คริสที่ถูกเรียกให้นั่งบนโต๊ะทานข้าวเป็นทางการครั้งแรกก็ต้องยอมนั่งอยู่ฝั่งขวา โดยมีจงแดนั่งอยู่ข้างกัน ส่วนตรงข้ามก็เป็นชานยอลที่นั่งฝั่งซ้ายของคุณท่านที่นั่งหัวโต๊ะ เมื่อมื้ออาหารเริ่มต้นไปอย่างเงียบๆ คุณท่านของบ้านก็เปิดปากออกมาเรียบๆ

“ที่ฉันเชิญเลขาคิมมาทานข้าววันนี้ อยากจะให้เลขาคิมช่วยจัดการงานของคริสให้เรียบร้อย ฉันอยากจะจัดงานวันมะรืนนี้”

“ครับ?”

“งานแต่งงานน่ะ”คุณท่านกล่าวขึ้นพร้อมกับหญิงสาวที่อุทานเบา

“พ่อ?!

“แค่งานประกาศเฉยๆ...ต้องเตรียมอะไรอีกเยอะล่ะถ้าจะแต่งจริงๆ”คุณท่านวางช้อนพลางยกน้ำขึ้นดื่ม “พักนี้ก็ดูสนิทกันเหมือนเดิมแล้วไม่ใช่เหรอ?”

...สนิทเหรอ...หนุ่มสาวมองหน้ากัน หรือเพราะเรื่องทำแผลกันนะ...

“ยังไงก็เถอะ ควรมีการประกาศไว้สักหน่อย จะได้ไม่มีใครมาอวดดีใส่คริสอีก”คุณท่านกล่าวซ้ำ โดยที่ชายหนุ่มก็รีบก้มหน้าลง

“ผมว่ามันอาจจะเร็วไปนะครับ บางทีคุณหนูอาจยังไม่พร้อม”

“เธอล่ะพร้อมรึยัง”

“...”

“มันเร่งด่วนเกินไปนะคะพ่อ...อีกอย่าง พวกเราก็....”

“ฉันจะแก่ตายตามแม่เธอไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กำพงกำแพงที่ก่อๆกันก็รีบพังซะที...เลขาคิม พ่อบ้าน เป็นพยานที่ฉันจะพูดด้วยนะ ว่าฉันสมัครใจจะให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน คริส..เธอเองก็เลิกคิดว่าตัวเองไม่เหมาะไมควรได้แล้ว ฉันบอกเธอเป็นพันรอบแล้วว่าเธอไม่ใช่คนใช้...เธอคือคนดูแลครอบครัวเรา ชานยอล...ทรัพย์สมบัติพ่อไม่ได้หน้ามืดตามัว สมบัติเราก็เป็นของเรา แต่สิ่งที่คริสทำก็เป็นสิ่งที่เขาควรจะได้”

“หนูพอเข้าใจค่ะ...”หญิงสาวกล่าวเสียงอ่อย

“นั่นแหล่ะ ฉันว่าเวลามันเหมาะสมแล้ว เพราะอย่างนั้นมันควรจะมีงานเริ่มขึ้น เลขาคิมติดต่อพวกออแกไนเซอร์ไว้เลยนะ ส่วนสถานที่พ่อบ้านก็ช่วยจัดการแล้วกัน”

“ครับคุณท่าน”

“วันนี้มื้อเย็นของฉันอร่อยขึ้นกว่าเดิมแปลกๆ อาจเพราะฉันมีความสุข”คุณท่านกล่าวเท่านั้นโดยทำเป็นมองไม่เห็นสีหน้าของสองหนุ่มสาว ชานยอลหน้าม่อยไปถนัดใจและคริสเองก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตา เมื่อมื้ออาหารและข่าวพิเศษจบลง คริสจึงไปส่งจงแดที่ขึ้นรถของทางคฤหาสน์ขับไปส่ง ก่อนจะหันกลับมาเจอชานยอลที่ยืนมองอยู่

“จะทำแผลเลยมั้ย...ดีขึ้นแล้วนี่”

“ผมอยากกลับห้องก่อนน่ะครับ ผมต้องเอากระเป๋าไปเก็บ อีกอย่างผมยังไม่ได้อาบน้ำเลย”ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับแม่บ้านลีที่มากับกล่องยา

“คุณหนูไปทำแผลที่เรือนคุณคริสก่อนก็ได้นะคะ เพราะเด็กๆยังไม่ติดพรมปูห้องให้คุณหนูใหม่เลยค่ะ ที่ห้องอาหารก็ยังเก็บสำรับกันอยู่ ห้องนั่งเล่นก็ยังไม่ว่าง”

“เอ๊ะ...ยังไม่ทำอะไรกันอีกเหรอ เย็นมากแล้วนะ ไม่ไหวเลย”บ่นพึมพำแต่ก็รับกล่องยามาแต่โดยดี ดวงตาสวยมองชายหนุ่มตัวสูงที่ยังคอยท่า “มองอะไรล่ะ..ก็..นำไปสิ”

“ครับ”กล่าวพลางยื่นมือจะรับกล่องยามาถือ แต่ใบหน้าหวานก็สั่นไปมาก่อนจะใช้คางเป็นสัญญาณให้คนตัวสูงเดินนำออกมาจากเรือนใหญ่ไปทางด้านซ้ายซึ่งเป็นทิศใต้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เด็กชายตัวเล็กๆที่คอยเล่นกับเธอเสมอกลายเป็นชายหนุ่มแผ่นหลังกว้างดูภูมิฐานและสง่างามมากๆขนาดนี้ และบางทีมันอาจไม่ดีนักถ้าเธออยู่กับผู้ชายคนนี้สองต่อสอง ชานยอลเม้มปากเล็กน้อยทันทีที่ดวงตาคมนั้นหันมามอง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“เชิญครับคุณหนู”





*******************
#aphbky


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น