เวลาผ่านไปก็ยังเป็นคริสที่นั่งช่วยแม่บ้านเล็กๆน้อยๆไปตามเรื่อง
(แม้ทุกคนจะพยายามห้าม) และคอยแอบมองไปยังชานยอลที่ยังนั่งคุยกับแขกที่สวนจากข้างหน้าต่างชั้นล่างอยู่อย่างนั้น
และบทสนทนาจากชุดรับแขกข้างบ้านดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ ดวงตาคมทอดมองใบหน้าหวานกำลังส่งยิ้มให้กับคู่สนทนา
ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อรู้สึกเหมือนมีใครมาใกล้ๆ
“มองคุณหนูใหญ่เลยนะคะคุณคริส”เยริมากับตะกร้าผักที่แม่บ้านให้มาเด็ดใบ
ชายหนุ่มหมายจะช่วยแต่เด็กสาวกลับยกตะกร้าหนีไปก่อน “อ่ะ ไม่ได้นะคะ แม่บ้านสั่งห้ามคุณคริสช่วยงานจนกว่าแผลจะหาย”
“ฉันไม่ได้แขนขาดสักหน่อย
พินอบพิเทาฉันกันไปทำไมนักนะ”ชายหนุ่มบ่นอุบ
ก่อนจะหันไปมองชานยอลและดงอุคนั่งคุยกันอีกครั้ง
เยริก็เลิกคิ้วก่อนจะมองตามพลันส่งยิ้มขำขันมาให้
“คุณคริสหวงคุณหนูเหรอคะ”
“เอ๊ะ...เปล่า..ไม่ได้หวง”รีบกล่าวพลางนั่งหลังตรง
โดยที่เด็กสาวก็จัดการงานพลางพูดไปด้วย
“ตั้งแต่แม่บ้านลีรับหนูมาจากพ่อ
ท่านเล่าเรื่องคุณคริสกับคุณหนูให้ฟังบ่อยๆ แม่บ้านลีบอกว่า ที่บ้านเรากินมีใช้
ไม่ใช่แค่สมบัติคุณท่าน แต่เป็นเพราะคุณคริสที่ทำให้กิจการเจริญเติบโต
เพราะอย่างนั้น ให้เคารพและนึกถึงคุณคริสให้มากๆ”เยริยิ้มยิงฟันเป็นเด็กเล็กกับชายหนุ่ม
“แล้วแม่บ้านลีก็บอกว่า คุณท่านบอกแม่บ้านลีมาว่า มีแค่คุณคริสที่คุณท่านอยากให้ดูแลคุณหนู”
“เขาคงไม่อยากให้ฉันดูแลหรอก”คริสพูดเบา “สายตาของเขา...ฉันก็แค่ลูกคนใช้”
“แต่ทุกคนในบ้านไม่คิดแบบนั้นหรอกนะคะ
คุณหนูอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้นก็ได้น้า”เธอว่า ในขณะที่คริสก็พยักหน้าช้าๆเป็นเชิงรับรู้
ในขณะที่ชานยอลซึ่งเหลือบไปเห็นอีกฝ่ายกำลังคุยกับสาวใช้ในบ้านก็หน้างอ
พลอยทำให้ดงอุคสงสัยตามไปด้วย
“มีอะไรเปล่าครับ อยู่ๆก็หน้าบึ้งเชียว”
“อ๋อ...อากาศมันแห้งน่ะค่ะ เลยรู้สึกคันแขนคัขาไม่ค่อยสบายตัวขึ้นมา”หล่อนพูดและอีกคนก็พยักหน้าตาม
“หน้านี้ลมแรง ไว้พี่มาคราวหน้าจะซื้อครีมบำรุงมาฝากนะ
แม่พี่ใช้ตัวนึงดีมากๆเลยล่ะ พวกดาราบางคนยังไม่มีปัญญาซื้อด้วยซ้ำ”
“ขอบคุณนะคะ”ชานยอลส่งยิ้มเจื่อนๆให้
พอเหลือบมองอีกทีทั้งคู่ก็หายไปจากข้างหน้าต่างตรงนั้นแล้ว อีดงอุคพูดคุยด้วยสักพักก็ขอตัวกลับเพราะทางบ้านโทรตาม
อดทานข้าวเย็นกับคุณหนูคนสวยของบ้านไปอย่างน่าเสียดาย ชานยอลกลับมาที่เรือน
ก็พบว่าบิดานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร เธอจึงต้องทานข้าวด้วยอย่างเสียไม่ได้
เพราะถึงเธอกับพ่อจะทะเลาะกันหนักแค่ไหนก็ไม่เคยหนีหน้ากันไปนานๆ
และเธอก็ไม่เห็นคริสอีกเลยตั้งแต่ตอนนั้น...
*
“ขอโทษด้วยนะครับ
ที่ผมมือเจ็บอยู่ อาจจะล้างเท้าให้ท่านคืนนี้ไม่ได้”
คริสกล่าวเบาๆหลังจากวางหนังสือลง
บนเตียงหลังใหญ่ในห้องพักผ่อนของเจ้าของคฤหาสน์ในขณะค่อนข้างจะมืดเป็นปกติ ชายหนุ่มมาดูแลคุณท่านเป็นประจำทุกวันก่อนนอนไม่ใช่เรื่องแปลกนัก
เพราะคริสทำมาตั้งแต่ตัวเขายังเล็ก
ตั้งแต่มารดาของเขาเสียและภรรยาคุณท่านก็เสียอีกประมาณสี่ปีให้หลัง ใบหน้าคมส่งยิ้มอย่างเกรงใจ
โดยที่ชายวัยเกษียรก็ส่งยิ้มให้อย่างไม่คิดถือสาอะไรนัก
“ไม่ต้องล้างเท้าให้ฉันทุกคืนก็ได้นะ”
“ไม่ได้หรอกครับ ท่านเป็นผู้มีพระคุณของผม”ชายหนุ่มยืนยัน
ซึ่งอีกฝ่ายก็แค่ส่งยิ้มบางๆกลับมา
“ได้ข่าวว่าผู้ชายคนนั้นมาหาชานยอลเหรอ”
“ครับ?”
“ชื่ออีดงอุคใช่มั้ย ฉันไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่
ฉันไม่ชอบผู้ชายอวดรวยน่ะ”
“แต่คุณดงอุคก็ซื้อของฝากมาให้คุณท่านนะครับ”
“เดี๋ยวฉันก็ยกให้คนดูแลฉันเองล่ะ”คุณท่านหัวเราะเบาๆ
“เห็นแบบนี้แล้วฉันจะวางใจไม่ได้แล้วล่ะ”
“วางใจไม่ได้เหรอครับ?”คิ้วเข้มเลิกขึ้น
“ใช่...ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องสมควรแล้วถ้าชานยอลจะแต่งกับเธอ”คริสหลบตาก้มหน้าลง
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น หรือเธอไม่ชอบลูกสาวของฉัน”
“ผมไม่คู่ควรกับคุณหนูหรอกครับ
ผมไม่ใช่ชายตระกูลดังที่เหมาะสม ผมแค่ลูกคนใช้เหมือนที่คุณหนูว่า”ชายหนุ่มตอบเบาๆ
และนั่นก็ทำให้รอยยิ้มปรากฏที่ริมฝีปากของคุณท่านอีกครั้ง
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ เธอไม่ใช่คนใช้บ้านฉันแล้วนะ
เธอเป็นเหมือนญาติคนหนึ่ง..เธอดูแลกิจการ เธอนำรายได้มาเลี้ยงคนที่นี่ทุกคน
เรื่องนี้คนรับใช้ที่นี่รู้ดี มีแต่ลูกสาวฉันที่อคติจนไม่รู้ละมั้ง...
แต่ถ้าเธอไม่ชอบลูกสาวของฉันจริงๆ บอกฉัน และฉันจะไม่บังคับใจของเธอ”
“...”คริสนิ่งไปพักหนึ่ง “ผม...กลัวแค่คุณหนูจะไม่มีความสุข
คุณท่านเองก็รู้ว่าคุณหนูไม่ชอบผมมาตลอด หากจะไปบังคับใจเธอ
ทุกอย่างอาจจะแย่ลงกว่าเก่า”
“ชานยอลก็อย่างนั้นล่ะ..เอาเถอะ ฉันไม่คาดคั้น
แต่ในเมื่อไม่ปฏิเสธ นั่นแปลว่าก็ยังเต็มใจอยู่ล่ะนะ”อีกฝ่ายพูด “แต่ฉันอยากบอกอยู่อย่าง...เธอสามารถโต้ตอบชานยอลได้เสมอในเรื่องที่เกินเลยไป
สำหรับฉัน..เธอสามารถดุลูกฉันได้เหมือนญาติผู้ใหญ่คนนึง”
“ผมไม่กล้าหรอกครับท่าน”
“ดื้อจริง..อย่างนั้นฉันจะนอนแล้วล่ะ”
“ราตรีสวัสดิ์ครับ”เอ่ยอย่างสุภาพก่อนจะเก็บหนังสือพร้อมกับคนรับใช้ที่เข้ามาดูแล
คริสออกมาจากห้องพักของคุณท่านพลันทอดสายตามองชานยอลที่มายืนคอยท่าอยู่
“ไปประจบอะไรพ่อฉันอีกล่ะ?”
“...”
“ยืนทำอะไรอีก มานี่สิ
ฉันจะทำแผลให้”ปากอิ่มว่าขึ้นในขณะที่คริสเองพอเจอคำพูดถากถางมากๆเข้าก็เริ่มอ่อนใจ
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมทำเองดีกว่า”
“เป็นอะไรไปอีก เมื่อกลางวันยังตกลงอยู่เลยนี่
อยากให้เยริทำแผลให้มากนักรึไง หึ..คงชอบแบบสาวใช้สินะ...แบบแม่ของนายน่ะ”ถ้อยความของสตรีตรงหน้าทำให้คริสชายตาลง
เขาผ่อนลมหายใจเล็กน้อยเมื่อคิดได้ว่าเห็นทีต้องมีการกล่าวต่อกันเสียหน่อย เมื่ออีกฝ่ายเริ่มจะลามไปถึงมารดาที่เสียไป
“ต่อให้คุณหนูทำแผลให้
ถ้าคุณหนูยังพูดกับผมแบบนี้อยู่ แผลมันก็ไม่หายหรอกครับ”
“ว่าไงนะ”
“ต่อให้ผมเผลอทำอะไรให้คุณหนูไม่ชอบใจ
แต่ผมก็ไม่เคยพูดจาทำร้ายใจคุณหนูสักครั้งเลยนะครับ ตัวผมเอง หากเก็บหอมรอมริบเงินเดือนได้สักก้อนหนึ่ง..ผมสัญญาว่าผมจะไป
ผมจะไม่ก้าวก่ายสมบัติคุณท่านในอนาคตอย่างแน่นอน”
“...”
“แต่ได้โปรดเถอะครับ ระหว่างนี้ อย่าทำให้ความรู้สึกเป็นแผลไปมากกว่านี้อีกเลย”คริสค้อมศีรษะก่อนจะเดินเบี่ยงออกไปอีกทาง
ปล่อยให้ชานยอลมองตามเหมือนไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรผิด จนนึกได้สักพักก็ขยุ้มศีรษะตัวเองกับความปากไว
ในขณะที่ชายหนุ่มก็ก้าวยาวๆลงบันใดสู่ชั้นล่าง
แม้ว่าเขาจะพยายามไม่ถือสาชานยอลแค่ไหน
แต่คำพูดถึงพ่อแม่ของเขานั้นมันยากที่จะระงับอารมณ์
“เดี๋ยว!”เสียงของชานยอลดังขึ้นและคริสก็ขมวดคิ้วหลับตาเพราะนึกไว้แล้วว่าอีกคนคงไม่ยอมให้ชาวบ้านมาพูดใส่แล้วเดินหนีไปฟรีๆ
มือเรียวเข้าไปดึงเสื้อของอีกฝ่ายไว้พลางว่าห้วนๆ “ฉันยังไม่อนุญาตให้ไปนะ”
“...”ใบหน้าคมหันไปมอง
แววตาที่ไม่ค่อยจะดีนั้นทำให้ชานยอลเม้มปากพลันเอ่ยเสียงอ่อย
“ฉันจะทำแผลให้...จริงๆ แล้วนายจะงอนฉันต่อก็ได้ เพราะฉันเองก็ไม่ทันคิด...
ฉันน่าจะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าพูด”
“...”
“ขอโทษนะ...ทำแผลก่อนเถอะ”หญิงสาวพูด
และร่างสูงก็พยักหน้าให้เล็กน้อย ชานยอลพาคริสมานั่งที่โต๊ะทานข้าว
(ด้วยการกดไหล่ให้นั่ง) ก่อนจะไปหยิบกล่องพยาบาล ผ้ากอซถูกคลายออกแม้มันจะค่อนข้างเจ็บเพราะติดเลือด
แต่ชานยอลก็พยายามแกะอย่างระมัดระวัง ก่อนจะล้างแผลให้อย่างเบามือ
“โอ๊ะ!”เสียงทุ้มอุทานขึ้นจนคนทำแผลห่อไหล่ตามไปด้วย
“เจ็บเหรอ ฉันจะระวัง”
“ไม่เป็นไรครับ”
“ร้องซะลั่นยังบอกไม่เป็นไรอีก”เอ็ดขึ้นพร้อมกับเริ่มทายาให้
ตบท้ายด้วยพันผ้ากอซอย่างระมัดระวัง คริสนั่งเงียบไปพักสักก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ
“คุณหนูครับ”
“อืม ว่าไง”
“ผมยังไม่ได้อาบน้ำนะ”คำพูดของชายหนุ่มทำเอาคิ้วเรียวขมวดมุ่น
ชานยอลเบะปากก่อนจะตีต้นแขนอีกคนเบาๆไปที
“ทำไมไม่บอกฉันล่ะ”
“ก็ผม..ไม่ทันจะบอก”
“ขึ้นไปหาพ่อฉันทั้งที่ไม่อาบน้ำอย่างนั้นเหรอ?”
“เอ่อ...คุณท่านก็ไม่ได้เคร่งเรื่องนั้น”
“แล้วคนตั้งใจทำให้ ดูซิ!”เอ็ดขึ้นมาอีกที
ก่อนจะนิ่งไปพักหนึ่งเมื่อพบว่าอีกคนส่งยิ้มมาให้พร้อมกับแววตาที่กลับไปอ่อนโยนดังเก่า
“ขอบคุณนะครับ”
“...”ชานยอลพยักหน้าหงึกหงัก บรรยากาศเงียบงันลงจนกระทั่งหญิงสาวกล่าวขึ้นอีกหน
“พี่ดงอุค...เป็นคนแบบนั้นแหล่ะ ฉันเล่าเรื่องนายให้เขาฟังก็จริง
แต่ฉันไม่เคยบอกให้เขามาทำท่าอวดดีใส่นายได้
ครั้นฉันจะไปด่าว่าเขามันก็ไม่ใช่เรื่อง”
“ผมเข้าใจครับ”คริสตอบ
“ก็...เท่านี้แหล่ะ”หญิงสาวเก็บยาเข้ากล่อง
ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ “ไม่ต้องไปสนใจคำพูดเขาหรอกนะ”
“นอกจากคุณหนู...ผมก็ไม่สนใจคำพูดของใครเลยครับ”ประโยคจากอีกฝ่ายทำให้หญิงสาวหันมามองพลางเลิกคิ้ว
“ทุกคำพูดของคุณหนู...มีผลต่อความรู้สึกของผมเสมอ”
“...”
“ขอโทษครับ..ที่พูดอะไรไม่สมควร”ชายหนุ่มขยับตัว
และคุณหนูคนสวยก็ทอดน้ำเสียง
“ถ้านายชอบเยริ”
“?”
“ก็บอกฉัน...ฉันจะคุยกับพ่อให้”ริมฝีปากสวยขยับเบา
พร้อมกับคริสที่เปล่งเสียงขึ้นมาอีกหน
“ผมเห็นเยริเป็นเหมือนน้อง...แต่ตอนที่เรายังเล็ก...คุณหนูอยากทานแอปเปิ้ล
ผมเลยปีนต้นไม้ไปเก็บให้ทั้งที่ผมปีนต้นไม้ไม่เป็น สุดท้ายก็เกาะต้นไม้ลงไม่ได้
คุณหนูก็เอาแต่ร้องไห้จนพ่อบ้านมาพาผมลง”
“ก็นายน่ะอวดเก่ง”
“ตอนที่คุณหนูพาผมไปที่ห้องคุณหญิง
จับผมทาลิปสติก จนโดนตีทั้งคู่ ตอนที่พวกเราทำอะไรด้วยกันมากมาย...
คุณหนูอาจจะจำไม่ได้ แต่ผมจำได้ทุกอย่าง ผมจำได้ทุกคำที่คุณหนูเคยพูดกับผมตอนเด็กๆ”
“...”
“แค่นี้ยังไม่ชัดเจนพอเหรอครับ”คำพูดของคริสทำเอาสีแดงจางประดับสองข้างแก้มของหญิงสาว
ชานยอลก้มหน้าก่อนจะลุกขึ้นอย่างทำตัวไม่ถูก
สุดท้ายก็คว้ากล่องปฐมพยาบาลไปเก็บและขึ้นห้องไปอย่างไม่ได้กล่าวอะไรกับชายหนุ่มอีก
ในขณะที่คริสก็มองตามอยู่พักก่อนจะปลอบใจตนว่าหากไม่มีคำต่อว่าทันควันจากคุณหนู...เขาก็น่าจะมีโอกาสอยู่บ้าง
โอกาสที่จะได้เป็นที่รัก...
อาจเป็นเรื่องแปลกที่ระยะนี้คุณหนูของบ้านไม่ได้ออกไปจับจ่ายใช้สอยอะไรให้เป็นปากเสียงกับคุณท่าน
ซึ่งออกไปได้ออกไปประชุมร่วมกับคริสบ้างบางครั้งคราว
หญิงสาวได้แต่เดินไปเดินมาอย่างไม่รู้จะทำอะไร นั่งนอนคุยกับเพื่อน
เล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยจนไปเจอสูตรอาหารในอินเตอร์เน็ต นึกสนุกก็ลุกขึ้นมารวบผมหัดทำขนมจนเหล่าคนรับใช้แปลกใจ
ชานยอลเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงอยากทำแบบนี้
เธอแค่ไม่อยากไปไหนทันทีที่รู้ว่าค่าใช้จ่ายของบ้านส่วนหนึ่งเป็นเงินของคริส
และสุขภาพของพ่อเธอก็ไม่ค่อยดีนัก หากมีปากเสียงกันไปก็พาลจะย่ำแย่เอาเปล่าๆ
“คุณคริสกลับมาแล้วค่ะ”เสียงของแม่บ้านดังขึ้นและชานยอลก็แค่เหล่ตาไปมองเล็กน้อยก่อนจะทำท่าไม่สนใจ เพียงหางตาที่ลอบมองชายหนุ่มร่างสูงที่มากับเลขาก็ทำให้รู้ว่าเจ้าตัวนั้นไม่ใช่เด็กชายที่คอยตามรับใช้เธอราวกับเจ้าหญิงอีกต่อไปแล้ว
แต่เรียวคิ้วงามก็ขยับย่นนิดหน่อยว่าเลขาคิมจงแดที่มีที่พักคนละที่ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่
“สวัสดีครับคุณหนูปาร์ค
พอดีวันนี้คุณท่านให้ผมมาทานข้าวที่นี่ ผมเลยติดรถคุณคริสมาด้วย”
“คุณพ่อเหรอ?”ดวงตากลมโตกะพริบปริบ
พร้อมกับคุณท่านที่ลงมาจากชั้นสอง ไม่นานอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดลงบนโต๊ะ
คริสที่ถูกเรียกให้นั่งบนโต๊ะทานข้าวเป็นทางการครั้งแรกก็ต้องยอมนั่งอยู่ฝั่งขวา
โดยมีจงแดนั่งอยู่ข้างกัน ส่วนตรงข้ามก็เป็นชานยอลที่นั่งฝั่งซ้ายของคุณท่านที่นั่งหัวโต๊ะ
เมื่อมื้ออาหารเริ่มต้นไปอย่างเงียบๆ คุณท่านของบ้านก็เปิดปากออกมาเรียบๆ
“ที่ฉันเชิญเลขาคิมมาทานข้าววันนี้
อยากจะให้เลขาคิมช่วยจัดการงานของคริสให้เรียบร้อย ฉันอยากจะจัดงานวันมะรืนนี้”
“ครับ?”
“งานแต่งงานน่ะ”คุณท่านกล่าวขึ้นพร้อมกับหญิงสาวที่อุทานเบา
“พ่อ?!”
“แค่งานประกาศเฉยๆ...ต้องเตรียมอะไรอีกเยอะล่ะถ้าจะแต่งจริงๆ”คุณท่านวางช้อนพลางยกน้ำขึ้นดื่ม
“พักนี้ก็ดูสนิทกันเหมือนเดิมแล้วไม่ใช่เหรอ?”
...สนิทเหรอ...หนุ่มสาวมองหน้ากัน
หรือเพราะเรื่องทำแผลกันนะ...
“ยังไงก็เถอะ ควรมีการประกาศไว้สักหน่อย
จะได้ไม่มีใครมาอวดดีใส่คริสอีก”คุณท่านกล่าวซ้ำ โดยที่ชายหนุ่มก็รีบก้มหน้าลง
“ผมว่ามันอาจจะเร็วไปนะครับ
บางทีคุณหนูอาจยังไม่พร้อม”
“เธอล่ะพร้อมรึยัง”
“...”
“มันเร่งด่วนเกินไปนะคะพ่อ...อีกอย่าง
พวกเราก็....”
“ฉันจะแก่ตายตามแม่เธอไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
กำพงกำแพงที่ก่อๆกันก็รีบพังซะที...เลขาคิม พ่อบ้าน เป็นพยานที่ฉันจะพูดด้วยนะ
ว่าฉันสมัครใจจะให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
คริส..เธอเองก็เลิกคิดว่าตัวเองไม่เหมาะไมควรได้แล้ว
ฉันบอกเธอเป็นพันรอบแล้วว่าเธอไม่ใช่คนใช้...เธอคือคนดูแลครอบครัวเรา
ชานยอล...ทรัพย์สมบัติพ่อไม่ได้หน้ามืดตามัว สมบัติเราก็เป็นของเรา แต่สิ่งที่คริสทำก็เป็นสิ่งที่เขาควรจะได้”
“หนูพอเข้าใจค่ะ...”หญิงสาวกล่าวเสียงอ่อย
“นั่นแหล่ะ ฉันว่าเวลามันเหมาะสมแล้ว
เพราะอย่างนั้นมันควรจะมีงานเริ่มขึ้น เลขาคิมติดต่อพวกออแกไนเซอร์ไว้เลยนะ
ส่วนสถานที่พ่อบ้านก็ช่วยจัดการแล้วกัน”
“ครับคุณท่าน”
“วันนี้มื้อเย็นของฉันอร่อยขึ้นกว่าเดิมแปลกๆ
อาจเพราะฉันมีความสุข”คุณท่านกล่าวเท่านั้นโดยทำเป็นมองไม่เห็นสีหน้าของสองหนุ่มสาว
ชานยอลหน้าม่อยไปถนัดใจและคริสเองก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตา เมื่อมื้ออาหารและข่าวพิเศษจบลง
คริสจึงไปส่งจงแดที่ขึ้นรถของทางคฤหาสน์ขับไปส่ง
ก่อนจะหันกลับมาเจอชานยอลที่ยืนมองอยู่
“จะทำแผลเลยมั้ย...ดีขึ้นแล้วนี่”
“ผมอยากกลับห้องก่อนน่ะครับ ผมต้องเอากระเป๋าไปเก็บ
อีกอย่างผมยังไม่ได้อาบน้ำเลย”ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับแม่บ้านลีที่มากับกล่องยา
“คุณหนูไปทำแผลที่เรือนคุณคริสก่อนก็ได้นะคะ
เพราะเด็กๆยังไม่ติดพรมปูห้องให้คุณหนูใหม่เลยค่ะ ที่ห้องอาหารก็ยังเก็บสำรับกันอยู่
ห้องนั่งเล่นก็ยังไม่ว่าง”
“เอ๊ะ...ยังไม่ทำอะไรกันอีกเหรอ เย็นมากแล้วนะ
ไม่ไหวเลย”บ่นพึมพำแต่ก็รับกล่องยามาแต่โดยดี
ดวงตาสวยมองชายหนุ่มตัวสูงที่ยังคอยท่า “มองอะไรล่ะ..ก็..นำไปสิ”
“ครับ”กล่าวพลางยื่นมือจะรับกล่องยามาถือ
แต่ใบหน้าหวานก็สั่นไปมาก่อนจะใช้คางเป็นสัญญาณให้คนตัวสูงเดินนำออกมาจากเรือนใหญ่ไปทางด้านซ้ายซึ่งเป็นทิศใต้
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เด็กชายตัวเล็กๆที่คอยเล่นกับเธอเสมอกลายเป็นชายหนุ่มแผ่นหลังกว้างดูภูมิฐานและสง่างามมากๆขนาดนี้
และบางทีมันอาจไม่ดีนักถ้าเธออยู่กับผู้ชายคนนี้สองต่อสอง
ชานยอลเม้มปากเล็กน้อยทันทีที่ดวงตาคมนั้นหันมามอง
ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เชิญครับคุณหนู”
*******************
#aphbky

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น