Title : Venus 1/2
Pairing : Christina x Chalida (IMG : KRIS x CHANYEOL / Thai girl ver.)
Note : คริสติน่า – คริส / ชาลิดา – ชานยอล
/ คิมหันต์ – จุนมยอน / ลลิตา – ลู่หาน / จีจี้ –
จื่อเทา
‘เทวีอโฟรไดท์ (Aphrodite) หรือ
วีนัส (Venus) ถือเป็นเทวีองค์สำคัญที่มีความสัมพันธ์กับมนุษย์มากที่สุด
เนื่องจากเทวีองค์นี้เป็นเจ้าแม่ผู้ครองความรักและความงาม
มีอำนาจในการสะกดให้เทพและมนุษย์ทั้งปวงเกิดความลุ่มหลง
รวมไปถึงสามารถลบเลือนสติปัญญาของบุคคลผู้ที่ฉลาดให้กลายเป็นคนโง่เขลาไปได้ในทันที
และเจ้าแม่ก็จะคอยดูถูกและหัวเราะเยาะเย้ยผู้คนที่ตกอยู่ในอำนาจของเจ้าแม่อยู่เสมอด้วย...’
หญิงสาววางนิตยสารลงเบาะข้างรถทันทีที่สัญญาณไฟเปลี่ยน
ซึ่งในหน้านั้นปรากฏรูปภาพเจ้าตัวหราอยู่บนหน้าปก
ดวงตาสวยที่ถูกตบแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพงปัดมองเส้นทางการจราจร
ก่อนจะกดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ติดกับใบหูพลันเอ่ยปากขึ้น
“ฮัลโหล พี่คิมอยากกินอะไรมั้ยคะ
ติ๊จะไปหาพี่ที่บริษัท”
((ติ๊จะมาเหรอ?..อ่า พี่กินข้าวกับลูกน้องร้านข้างออฟฟิศอยู่น่ะ))
“เฮ้อ..”หล่อนแสร้งถอนหายใจ “แปลว่าพี่จะไม่กินใช่มั้ยคะ?”
((อ่า..ติน่า...ไม่โมโหสิคะ))ปลายสายยังประโลมอย่างใจเย็น
((งั้นซื้อผลไม้มาให้พี่แทนได้มั้ย พี่อยากทานสับปะรดฉ่ำๆจังเลย))
“งั้นก็ได้ค่ะ..เดี๋ยวติ๊ซื้อไปให้ ไว้เจอกันค่ะ”กล่าวก่อนจะกดวางสาย
นิ้วมือเรียวงามบังคับพวงมาลัยไปยังตลาดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ก่อนจะจอดรถเทียบร้านขายผลไม้เจ้าประจำที่พอเห็นรถหรูคันเมมาเทียบจอดก็กุลีกุจอลงมารับออเดอร์ด้วยตนเองโดยที่คนในรถไม่ต้องเสียเวลาลงให้แดดแผดเผา
ชีวิตของคริสติน่านั้นนับว่าสมบูรณ์แบบอย่างยิ่งถาเทียบกับคนหลายๆคน
หล่อนเป็นลูกสาวคนสุดท้องจากครอบครัวตระกูลใหญ่ที่ถือครองหุ้นกับห้างดังซึ่งมีสาขาทั่วประเทศ
พ่วงด้วยกิจการด้าอสังหาริมทรัพย์กิจการดังๆที่เหล่าพี่ชายสร้างไว้ทำให้เธอเป็นไฮโซสาวที่น่าจับตามอง
อีกทั้งรูปทรัพย์ที่เป็นหญิงสาวลูกครึ่งรูปร่างสูงยาวเป็นนางแบบ
การศึกษาที่ไม่เป็นรองใคร ทำให้คริสติน่าเป็นหญิงสาวที่มั่นใจในตนเองพอสมควร
หากชายใดจะหวังรักจากเธอนั้นคงมีอันต้องทานแห้วไปตามระเบียบ
เพราะหล่อนเองนั้นได้คบหาดูใจกับคิมหันต์ชายหนุ่มลูกชายเจ้าของโรงงานใหญ่ที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังไปได้ดีกับการจับงานนิตยสาร
ชีวิตของคริสติน่านั้นช่างเป็นที่น่าอิจฉาเมื่อมีคนเปิดประเด็นในวงสนทนา ทั้งรูปสวย
รวยทรัพย์ คนรักก็อาชีพมั่นคง แถมยังเอาอกเอาใจไม่เคยทะเลาะกัน
รถสปอร์ตราคาแพงเทียบจอดในที่ๆดีที่สุดของลานจอด
ก่อนที่หล่อนจะก้าวเท้าลงมาพร้อมกับอภิสิทธิ์ไม่ต้องแลกบัตร หญิงสาวร่างสูงสง่าสวมแจ็กเกตสูทสีขาวทับเดรสพอดีตัวสีน้ำเงินขับผิวขาวให้ผุดผ่องไปกว่าเก่า
และรองเท้าส้นสูงห้านิ้วสีดำกับเครื่องประดับสีเงิน เส้นผมยาวสีน้ำตาลทองรับกับใบหน้างามสง่าที่ใครๆก็ตั้งฉายาว่าสวยราวกับวีนัส
แม้แต่งหน้าไม่จัดมากก็ยังดูราคาแพง ริมฝีปากที่ทาด้วยลิปสติกสีสวยขยับยิ้มก่อนจะส่งถุงสัปปะรดให้กับแม่บ้าน
“จัดจานให้คุณคิมด้วยนะคะ”
“ได้ค่ะคุณติ๊”
หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินย่างเท้าเข้าไปหาคนรักที่ออฟฟิศ
เป็นเรื่องประจำธรรมดาที่หญิงสาวจะแวะเวียนมาหาอีกฝ่ายที่ทำงานตามประสาคนรักที่ดี และสายตาของพนักงานต่างก็ไม่สามารถละไปจากหล่อนได้
และคำพูดตามซุบซิบกันก็คงจะเป็นความสวยจนน่าอิจฉาของเจ้าตัวอย่างเป็นหัวข้ออื่นไปไม่ได้
“พี่คิม ติ๊มาหาแล้วค่ะ”เอ่ยทักอย่างนุ่มนวลกับชายหนุ่มที่ละหน้าจากจอคอมพิวเตอร์
คิมหันต์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างกะทัดรัด แม้จะยืนเคียงข้างหญิงสาวอาจจะดูเตี้ยกว่า
เพราะคริสติน่าเองก็ยังขยันใส่ส้นสูงไม่หยุดหย่อน
ทว่าคิมหันต์ก็ไม่คิดว่ามันคือข้อเสียปมด้อยใดใด
เขายังปล่อยให้หญิงสาวเลือกซื้อรองเท้าไปตามปกติ ซึ่งใบหน้าอ่อนโยนนั้นเหมือนกับเป็นหลักฐานถึงความนุ่มนวลและใจดีมากพอ
“ไหนสัปปะรดของพี่คะ”
“พี่คิม...ติ๊มาหานะคะ ดันคิดถึงแต่สัปปะรด
พี่นี่จริงๆเลย”แสร้งทำหน้ากระเง้ากระงอดใส่คิมหันต์ที่หัวเราะเบาๆ
“ก็เราไม่มาหาพี่ตั้งนาน มีแต่พี่ชวนเราไปกินข้าว
อยู่ๆมาหาพี่ พี่ก็ทำตัวไม่ถูกสิคะ”
“วันนี้ติ๊มาชวนพี่ไปดูหนัง..จำได้ว่าวันนี้พี่ว่างตอนบ่ายใช่มั้ยล่ะคะ”เอียงหน้าถามชายคนรักที่สีหน้าเคร่งขึงเล็กน้อย
“อา..วันนี้คงไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะต้องปิดต้นฉบับ
ใกล้ช่วงเปลี่ยนซีซั่น ต้องตกลงกับสปอนเซอรี่จะส่งผลิตภัณฑ์ตัวอย่างแถมกับหนังสือด้วย”
“อย่างนั้นเหรอคะ...งั้นติ๊นั่งเล่นอยู่พักนึงแล้วกันค่ะ
ถ้ารับกลับเลยเดี๋ยวคุณแม่จะหาว่าเราทะเลาะกัน ลำบากใจพี่คิมอีก”
“พี่ขอโทษนะคะ”เอ่ยพลางถูหลังมือหญิงสาวอย่างนุ่มนวล
และเธอก็แย้มริมฝีปากกลับ
“ไม่เป็นไรค่ะ ติ๊มากะทันหันเอง
ไว้เรานัดวันกันจะดีกว่า”หล่อนลุกขึ้นยืนเตรียมไปนั่งเล่นในห้องรับรอง โดยที่คิมหันต์ก็กล่าวขึ้น
“ถ้ามีอะไรก็เรียกเลขาพี่ได้นะคะ
หรือพวกเด็กฝึกงานก็ได้”
“ได้ค่ะบอส”ใบหน้างามเอียงขยับยิ้มพลางรับคำล้อเลียนจนชายคนรักส่ายหน้ายิ้มๆตาม
ก่อนจะพากระเป๋าถือยี่ห้อระดับโลกไปหย่อนกายกับเก้าอี้กำมะหยี่ในห้องรับรองซึ่งเป็นกระจกใส
คริสติน่าไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์ไปตามปกติ จนกระทั่งน้ำเย็นถูกเสิร์ฟโดยเลขาของคนรักซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคน
“คุณติ๊รับของว่างเพิ่มมั้ยคะ”
“คุณเมย์ช่วยไปบอกแม่บ้านให้แบ่งสัปปะรดพี่คิมมาให้ติ๊ดีกว่าค่ะ
ช่วงนี้ติ๊ลดน้ำหนัก”
“คุณติ๊ผอมแล้วนะคะ”เลขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงรื่นหูจนรอยยิ้มประดับใบหน้างาม
“อ้วนแล้วล่ะค่ะ ว่าจะใส่กระโปรงที่เคยซื้อมาจากญี่ปุ่น
คับสะโพกไปแล้ว เลยต้องใส่ชุดนี้มา”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจัดการให้นะคะ”หล่อนกล่าวก่อนจะขอตัวออกไปจากห้อง
คริสติน่าก็นั่งเล่นต่อไปอย่างนั้น เหลือบตามองคนรักที่ยังจริงจังอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์
ก็ไม่ได้คิดจะไปวุ่นวายให้ชายรำคาญ
จนรู้สึกถึงสายตาหนึ่งที่มองมา...
“...”หญิงสาวมองกลับไปแต่ก็พบเพียงเด็กสาวสองคนกำลังนั่งคัดแยกเอกสารอยู่แถวๆโต๊ะเลขา
ชั่ววูบหนึ่งที่เธอสังเกตเห็นว่ามีดวงตากลมโตเหลือบขึ้นมามองเธอก่อนจะก้มหนี
หากเพียงครั้งสองครั้งหล่อนคงไม่เอาใจใส่ จนกระทั่งมากครั้งเข้า สีหน้าของไฮโซสาวจึงไม่สบอารมณ์จนกระทั่งสัปปะรดที่ตนเองขอไว้ถูกวาง
“ได้แล้วค่ะคุณติ๊”
“คุณเมย์ เด็กคนนั้นเป็นใคร ผมดำๆยาวๆน่ะ”หล่อนใช้ปลายคางชี้ไปทางสองสาวที่ก้มหน้าทำงานงุดๆ
สีหน้าประหลาดใจปรากฏกับเลขาก่อนคำอธิบายจะดังขึ้นอย่างนุ่มนวล
“เด็กฝึกงานน่ะค่ะ เพิ่งมาได้สองอาทิตย์
คนผมยาวชื่อชาลิดา คนที่ผมสั้นกว่าชื่อลลิตา คุณติ๊มีอะไรรึเปล่าคะ”
“อ๋อ...มิน่าล่ะ มองติ๊ใหญ่เลย”หล่อนกรีดยิ้ม “ไม่มีอะไรค่ะคุณเมย์
ติ๊แค่สงสัย ลืมไปว่าพี่คิมก็พูดถึงอยู่ คุณเมย์ทำงานต่อเถอะค่ะ”
“ค่ะคุณติ๊”เลขาสาวรับคำอย่างสุภาพ
ก่อนจะเดินไปหาสองสาวที่ก้มหน้าเหมือนกำลังถูกกล่าวตักเตือน
คริสติน่าจ้องมองไปที่ผู้หญิงผมดำยาว ผิวขาวนวล ดวงตากลมราวกับลูกแมวที่ชื่อชาลิดาคนนั้น
ก่อนที่เรียวนิ้วจะกดบีบสมาร์ทโฟนในมือแน่นขึ้น...
คงไม่ถูกต้องสำหรับตัวเธอเองนักกับคำว่าชีวิตของคริสติน่าช่างสมบูรณ์แบบ
เพราะความจริงหล่อนกำลังผจญกับปัญหาหนึ่งนั่นคือระยะนี้คิมหันต์เริ่มทำตัวแปลกไป อย่างที่เคยโทรอ้อนให้เธอมาหาที่ออฟฟิศบ่อยๆก็เริ่มไม่ค่อยจะโทร
ครั้นจะไปกินข้าวกันก็เพียงชั่วโมงสองชั่วโมงก่อนจะไปส่งเธอที่บ้าน
แม้ว่าจะเป็นคนรักกันแต่คริสติน่ากับคิมหันต์ก็ยังไม่มีอะไรกันลึกซึ้งด้วยเหตุผลส่วนตัวของฝ่ายหญิง
ภายใต้หน้ากากของวีนัส ในใจของหล่อนตอนนี้เหมือนกับคลื่นใต้มหาสมุทร และสังหรณ์ใจของเธอตอนนี้คือคิมหันต์กำลังรอเธอไม่ไหว..และคิดจะเล่นเกมกับเธอ
และหมากในเกมนี้นอกจากคิมหันต์และเธอก็คงต้องเป็นใครสักคนที่นี่...
“มีอะไรให้รับใช้คะคุณติ๊”เลขาที่เพิ่งออกไปกลับเข้ามาอีกครั้งหลังจากคริสติน่าเคาะผนังกระจกสองสามที
สายตาของคิมหันต์มองมาทางหญิงสาว แต่หล่อนกลับทำเป็นมองไม่เห็นและพูดคุยกับเลขาของอีกฝ่ายดังปกติ
“คุณเมย์ให้เด็กฝึกงานมาคุยกับติ๊ทีสิคะ”
“ถ้าเรื่องที่แอบมองคุณติ๊ดิฉันตักเตือนไปแล้ว...”
“เปล่าค่ะ..ติ๊เข้าใจ
ติ๊แค่อยากไต่ถามว่าทำงานที่นี่เป็นยังไง ดูหน่วยก้านหน้าตาดี ไม่แน่พี่คิมอาจไม่ต้องจ้างนางแบบมาขึ้นปกด้วยซ้ำ”หล่อนส่งยิ้มด้วยท่าทีใจกว้าง
และเลขาก็พยักหน้ารับอย่างคล้อยตาม ประโยครอสักครู่นะคะดังขึ้น
พร้อมกับปลายหางตาของไฮโซสาวก็สังเกตเห็นท่าทีกระอักกระอ่วนของชายคนรัก
ไม่ใครก็ใครล่ะ...
“ขออนุญาตค่ะ”เสียงเบาๆของเด็กสาวทั้งสองดังขึ้น
ปรากฏร่างคนหนึ่งผมประบ่ารูปร่างเล็กกะทัดรัดดวงตาโตใบหน้าหวาน กับอีกคนรูปร่างค่อนข้างสูงและโปร่งเพรียวแม้จะสวมสลิปเปอร์พื้นเตี้ยก็ตาม
“นั่งลงสิ ได้ข่าวเธอเป็นเด็กฝึกที่นี่
ชื่ออะไรกันล่ะ”คริสติน่าถามขึ้น และเด็กสาวตัวเล็กก็กล่าวตอบฉะฉาน
“หนูชื่อลลิตาค่ะ ชื่อเล่นว่าเหมยลี่
ส่วนเพื่อนหนูชื่อชาลิดา ชื่อเล่นว่าน้ำชา...พวกเราไม่ตั้งใจแอบมองคุณคริสติน่านะคะ..แต่พวกเราเคยเห็นแค่ในหนังสือ
ไม่คิดว่าตัวจริงคุณจะดูดีมาก..ก็เลย”คิ้วได้รูปขยับยกขึ้นพร้อมกับเด็กๆที่ก้มหน้างุดลงไปกว่าเดิม
“ช่างเถอะ...นานๆพี่คิมจะรับเด็กฝึกงานมา
ฉันก็เลยไม่ชิน”สาวงามกล่าวตอบ “เรียกฉันคุณติ๊ก็ได้...
แล้วทำงานที่นี่เป็นยังไงบ้าง”
“ดีค่ะ..พี่เมย์ก็ใจดี...หัวหน้าก็ใจดี”ลลิตาเอ่ยตอบ
พร้อมกับสายตาเฉี่ยวสวยก็ตวัดไปหยุดมองเด็กสาวรูปร่างเพรียวโปร่งที่นั่งก้มหน้ากุมมือตัวเอง
“เธอล่ะ...เป็นยังไง”
“...”อีกฝ่ายนิ่งไปพักหนึ่ง
ก่อนที่น้ำเสียงหวานใสจะดังขึ้น “ดีค่ะ...ดีมากเลย ทุกคนใจดี”
“...”ไฮโซสาวกวาดสายตาประเมินมองชาลิดาที่นั่งท่าทีประหม่า
ใบหน้าหวาน ดวงตากลมโต จมูกโด่งริมฝีปากอิ่มเอิบได้รูป แต่งหน้าเพียงบางๆก็ดูดี
ท่าทีหัวอ่อนซึ่งตรงข้ามกับเธอแทบจะทุกอย่าง จนกระทั่งลลิตากล่าวอีกครั้ง
“น้ำชาเป็นคนเงียบๆน่ะค่ะคุณติ๊...”
“เงียบแค่ไหนก็ต้องหัดถามตอบบ้างนะ จะทำงานออฟฟิศก็ต้องรู้จักประสานงานกับคนหมู่มาก”เธอสอน
“เอาล่ะ ไปทำงานต่อเถอะ ฉันก็เกรงใจคุณเมย์”
“อย่างนั้นพวกหนูขอตัวนะคะ”เด็กสาวทั้งสองกล่าวก่อนจะพากันออกไปจากห้อง
ซึ่งคริสติน่าก็นั่งเล่นอยู่สักพักก็ขอตัวกลับ หญิงสาวเดินไปล่ำลาคนรักหนุ่มก่อนจะออกไปในที่สุดโดยที่เลขาของคิมหันต์ก็เป็นฝ่ายไปส่ง
ทุกคนก็ทำงานต่อจนถึงเวลาเลิกงาน ลลิตาที่มาเอาของเก็บกลับบ้านก็บ่นขึ้น
“ตอนคุณติ๊เรียกเราไปคุยฉันกลัวจะแย่ เพราะแกเลยยัยชา
ไปแอบมองเขาทำไมน่ะ”
“ฉัน...เหมือนที่แกบอกเขาแหล่ะเหมยลี่
ฉันแค่ไม่เคยเห็นตัวจริง”ชาลิดากล่าวตอบ
“ทำเป็นพวกบ้าดาราไปได้”เพื่อนสาวบ่นอุบอิบ
จนทั้งคู่มาแยกกันหน้าออฟฟิศเพราะลลิตามีแฟนหนุ่มมารับ ชาลิดักทายคนรักของเพื่อนก่อนจะเดินเท้าไปยังป้ายรถเมล์
ทว่าเธอกลับไม่ได้ยืนรอรถ เธอข้ามทางม้าลายไปอีกฝั่ง
ชาลิดาย่างก้าวไปยังบริเวณที่ลับตาคน ไม่นานนักรถเก๋งคันหนึ่งก็ขับมาจอดเทียบ
ชาลิดาขึ้นรถก่อนที่รถคันนั้นจะออกตัวย้อนออกไปจากหน้าออฟฟิศ
“ติน่าพูดอะไรกับเรา..หืม?”เสียงของคิมหันต์ที่เป็นคนขับรถดังขึ้น
ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มด้วยสีหน้ายากลำบากพลันออกปากเบาๆ
“คุณติ๊ถามว่าทำงานเป็นยังไงบ้างน่ะค่ะ”
“แล้วเราตอบว่าไงครับ”
“ก็ดีค่ะ”ริมฝีปากสีชมพูเม้มนิ่งอยู่พัก
พลันเอ่ยออกมาอย่างระงับไม่ให้สั่น “คุณคิม...ชากลัว”
“...”
“ชากลัวคุณติ๊...”
“ฉันจะไม่ให้เขาทำอะไรเธอได้หรอก”ชายหนุ่มยื่นมือไปจับฝ่ามือชื้นเหงื่อของชาลิดาอย่างนุ่มนวล
“ฉันรักเธอ...อีกไม่นานฉันก็จะเลิกกับเขาแล้วล่ะ แต่พ่อแม่ฉันกับเขารู้จักกัน..เขาไม่เคยทำให้ฉันมีความสุขได้เท่าเธอเลยนะ”
“...”
“เธอจะไม่สู้เพื่อใจของฉันหน่อยหรือ”ทอดเสียงนุ่มนวลปนตัดพ้อหัวใจหญิงสาวก็อ่อนยวบราวขี้ผึ้งลนไฟ
ชาลิดาพยักหน้าช้าๆหลังจากนิ่งอยู่นาน และคิมหันต์ก็ถือว่ามันคือคำตอบที่ดี
เขาพบชาลิดาอย่างบังเอิญขณะที่ชายหนุ่มไปดื่มกาแฟร้านที่อีกฝ่ายกับเพื่อนไปนั่งอ่านหนังสือประจำ
ก่อนจะพบกันอีกครั้งก็ตอนที่มีเอกสารขอฝึกงานส่งมาที่บริษัทของเขา ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ชาลิดาเป็นคนอ่อนโยนและเรียบง่ายราวกับน้ำชาอุ่นๆสมชื่อ พอให้เขาสร่างจากคริสติน่าที่เหมือนไวน์รสเลิศที่กว่าจะได้คว้ามาดื่มยากเย็น
คิมหันต์ขับรถไปจอดในที่ลับตาคน ก่อนจะขยับเข็มขัดนิรภัยเล็กน้อย
“ชา...เรามาทำเหมือนเดิมกันเถอะ”
“...”พวงแก้มนวลนั้นขึ้นสีเล็กน้อย
ก่อนจะพยักหน้าอย่างว่าง่าย
ชายหนุ่มคลายเข็มขัดหลวมๆพลันรูดซิปลงคว้าความเป็นชายออกมา
ก่อนที่ร่างเพรียวลมในชุดนักศึกษาจะขยับกายหันหน้าไปหา
เรือนผมสีนิลตลบลงพาดไหล่ไปข้าง ก่อนที่ใบหน้าของชาลิดาจะก้มลง
ริมฝีปากเล็กอ้าออกบำเรอให้กับชายหนุ่มที่สูดริมฝีปากอย่างพออกพอใจ
“ชา..เลียตรงปลายหน่อย..ดี...อ่า...คนเก่ง”ลูบศีรษะเด็กสาวที่บำเรอกามารมณ์ที่พอได้รับคำชมก็ยิ่งเอาอกเอาใจ
ก่อนจะคว้าทิชชู่มาซับส่วนปลายของตนทั้งที่ปลดปล่อยเข้าไปในโพรงปากเล็กๆนั่น
ชาลิดาคายน้ำคาวขุ่นใส่ทิชชู่ที่คิมหันต์เป็นคนส่งให้และทิ้งมันลงกับถุงพลาสติกสีเข้ม
รับน้ำมากลั้วคอดื่มก่อนจะเช็ดใบหน้าให้เรียบร้อยและอีกคนก็เก็บอวัยวะของตนกลับที่เดิม
คิมหันต์โน้มหน้าไปจูบริมฝีปากอิ่มนั้น ปลุกเร้าเด็กสาวอย่างมีชั้นเชิงจนร่างโปร่งบางอ่อนระทวย
พลันกระซิบเบาๆที่ริมหู
“เมื่อไหร่จะยอมเป็นของฉันสักที..หืม?”
“ชายังไม่พร้อมค่ะ..ชา...กลัวเจ็บ”ถ้อยคำซื่อๆนั่นทำให้ใบหน้าหล่อคมอมยิ้ม
ก่อนจะกดจูบหน้าผากของชาลิดาเบาๆ
“แค่นี้ฉันก็สุขแล้วล่ะ..ขอโทษที่ฉันอดไม่ไหว...เราไปต่อที่ห้องดีกว่า”คิมหันต์ทิ้งน้ำเสียงบางเบา
“ฉันก็อยากทำให้เธอมีความสุขเหมือนกัน”
ชาลิดาไม่ได้ตอบ...แต่ใบหน้าหวานที่ก้มงุดก็เป็นท่าทีตอบรับที่คิมหันต์พอใจเสมอ
ชายหนุ่มหันซ้ายขวาอย่างระวังก่อนจะค่อยๆถอยรถออกไปจากตรงนั้น คิมหันต์ขับรถออกไปโดยไม่ได้สังเกตว่ามีรถคันหนึ่งจอดซุ่มอยู่โดยมีรั้วต้นไม้บัง
ก่อนที่คนขับซึ่งเป็นนางแบบสาวผิวแทนจะกล่าวออกมาอย่างหงุดหงิด
“ก็ฉันบอกแล้วไงยัยติ๊..ว่าแฟนแกน่ะมันร้าย..นังเด็กนั่นก็หน้าด้าน..อย่างนี้แหล่ะพวกเงียบๆฟาดเรียบตลอด”
“ฉันไม่อยากฟังแล้วจีจี้...แกออกรถเถอะ”
“แกก็แบบนี้”กระแทกลมหายใจแต่ก็ยอมออกรถแต่โดยดี หลังจากที่คริสติน่าออกมาจากออฟฟิศ
เธอก็โทรหาเพื่อนสาว พูดคุยเรื่องที่เธอไปปรึกษาก่อนหน้า ก่อนจะให้เพื่อนขับรถตามคนรักโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว
จนกระทั่งรถคันนั้นไปจอดซุ่มอยู่ที่แห่งหนึ่ง จึงได้วนรถเพื่อหามุมมองภาพด้านในให้ชัดเจน..และภาพเหล่านั้นแม้จะไม่ชัดมากแต่ก็มองออกอยู่ดีว่าเกิดอะไร
มันเจ็บปวดจนหล่อนอยากจะควักดวงตาตัวเองทิ้งเพื่อจะได้ไม่เห็นภาพเหล่านั้น
ตอนนี้ใบหน้าที่ผู้คนชื่นชมว่างามราวกับเทพีวีนัสชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตา
ดวงตาสวยวาวโรจน์ไปด้วยคับแค้น ใจของเธอร้อนเหมือนไฟแผดเผา หากนี่คือเกมจริงๆเธอเองก็เหมือนโดนศัตรูลอบโจมตี
คนรักของเธอกำลังหักหลัง... และเด็กนั่นก็ไม่น่าจะไม่รู้ว่าอีกคนมีเจ้าของ...แต่ก็ยังอยากได้อยากเอาราวกับไม่มีสามัญสำนึก
หญิงสาวกำมือนั่นจนเล็บที่สีดำด้านอย่างดีกำลังจิกเข้าเนื้อ
สมองกำลังคิดหาทางหยุดความสัมพันธ์น่าขยะแขยงนั่นให้เร็วที่สุด
ราวกับสิ่งที่เรียกว่าคลื่นใต้ทะเลในใจของเธอนั้นค่อยๆก่อตัว
น้ำทะเลถูกดูดลงจนเป็นหาดโล่งให้มนุษย์ตายใจ...
ก่อนจะเริ่มด้วยเกลียวคลื่นขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าคาดเดา
****************
#aphbKY คับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น