“แกเปลี่ยนตัวเองไม่ได้หรอกติ๊...
แกเห็นผลของความพยายามของแกรึยัง”
จีจี้วางเครื่องดื่มให้กับหญิงสาวที่เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้น
ตอนนี้ใบหน้าของผู้หญิงที่ถูกชื่นชมว่างดงามราวกับวีนัสเศร้าหมองและไร้เครื่องสำอาง
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความงดงามลดลงแต่อย่างใด คริสติน่าไม่ได้ฟูมฟายมากขนาดนั้น และจี้จี้รู้ดีว่าการที่เพื่อนสาวไม่ได้ระเบิดอารมณ์ออกมาโดยทันที
อีกไม่นานถ้าได้ระเบิดคงได้มีพังไปข้างอย่างแน่นอน
“ฉัน...”
“ไม่ใช่คนแรกนะที่นายคิมหันต์ทำแบบนี้
ยัยนีนี่เพื่อนพวกเราอีกคน ถ้านางไม่ไหวตัวมาบอกพวกเราก่อน แถมไปรับงานเมืองนอก
เขาก็คงทำแบบนี้แหล่ะ”หญิงสาวเจ้าของห้องที่อนุญาตให้เพื่อนสาวมาพักใจกอดอกสีหน้าโทโส
“ติ๊...แกรู้ดีว่ามันเพราะอะไร...เขาพยายามเอาชนะแก”
“...”หญิงสาวซบหน้ากับหมอนอย่างอ่อนล้า...ใช่
คิมหันต์รู้ดีว่าเพราะอะไรและกำลังจะท้าทายเธออีกครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก
แต่ครั้งนี้กลับหนักหนากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สาเหตุคือเพราะเธอไม่ยอมที่จะหลับนอนกับอีกฝ่าย
เธอเป็นเลสเบี้ยนที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับสังคม
เธอพยายามคิดว่าจุดนี้มันแค่เรื่องสนุกๆที่พอเธอมีแฟนแต่งงานก็คงหยุดไปได้
แต่ไม่ใช่เลย...ใจเธอไม่ได้รักผู้ชาย
แต่เพราะคิมหันต์รู้ดี ทว่าทำเป็นไม่รู้และพยายามที่จะดีกับเธอมาตลอด ทะนุถนอมเธอและรอคอยอย่างอดทนทำให้เธอคิดว่ามันคือความรักที่จริงใจ
แต่นานวันความอดทนนั้นก็คงเริ่มจืดจางและแทนที่ด้วยการเอาชนะ
ซึ่งเธอคาดไว้ว่าคิมหันต์พยายามหาเศษหาเลยกับผู้หญิงอื่นเพราะหนึ่งรอคอยไม่ไหว
และสองคือหวังให้เธอใช้ร่างกายผูกมัดเขา
“แกแน่ใจเหรอติ๊...ที่จะยอมให้ผู้ชายแบบนี้อยู่กับแกไปจนตาย
เป็นฉันไม่เอาด้วยหรอก”
“มันยากนะแก...พ่อแม่ฉันก็ชอบเขา
อีกแค่ปีสองปีเราก็จะแต่งกันแล้ว”
“ตั้งปีสองปีต่างหาก
เห็นลายสันดานมันซะตอนนี้นี่แหล่ะจะได้คิดว่าควรทำยังไงต่อไป”สาวผิวแทนออกปากอย่างเหนื่อยหน่าย
“เขาเปลี่ยนแกไม่ได้หรอก...ขนาดแกยังเปลี่ยนตัวเองไม่ได้เลย”
“...”
“แล้วยัยเด็กน้ำชานั่นจะเอายังไงต่อไป
ฉันบอกเสี่ยเฉินให้ได้นะ”ริมฝีปากสีนู้ดกล่าวถึงนักการเมืองใหญ่ที่อุปถัมภ์ผูกปิ่นโตกันอยู่
แต่คริสติน่ากลับแค่ส่ายหน้าน้อยๆ
“ฉันจัดการเอง”
“แกจะทำยังไง?”
“ฉันจะเตือนไม่ให้เขามายุ่งกับพี่คิม”คำตอบเบาๆนั้นทำเอาจีจี้ตบหน้าผากอย่างรู้สึกปวดกบาล
“แกยังอาลัยอาวรณ์ผู้ชายแบบนี้อีกเหรอ
แกควรเสียดายผู้ชายที่คว้าเด็กฝึกงานไปอมกันข้างถนนจริงๆน่ะนะ?
ก็ตามใจแกแล้วกัน”ว่าเท่านั้นก่อนจะเดินไปหยิบเครื่องดื่มในครัวท่าทางปลงๆ
ในขณะที่คริสติน่าก็พยายามทบทวนเรื่องราวทุกอย่างพร้อมกับหลับตาลงอย่างอ่อนล้า
ในขณะเดียวกันชาลิดาก็ลืมตาขึ้นหลังจากที่นอนหลับอยู่ในห้องโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง
เธอหันไปมองคิมหันต์ที่ลุกขึ้นใส่เสื้อ หลังจากที่มาถึงพวกเขาและเธอต่างก็ทำเรื่องไปตามอารมณ์ดังที่ตั้งใจ
และไม่ได้สอดใส่เพราะเธอยังกลัว
และอีกคนก็ไม่รีบร้อนเพราะเด็กสาวก็ยังปรนเปรอได้ดีอยู่
หล่อนชันตัวขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับชายหนุ่มที่หันมาลูบผมเบาๆ
“อาบน้ำซะนะ เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้าน”
“ค่ะ”เธอรับคำเบาๆอย่างว่าง่ายก่อนจะเข้ามาที่ห้องน้ำ
เปิดวาล์วจนสายน้ำรดร่างกายพลางถูสบู่ชำระคราบ ชาลิดารู้สึกค้างคาบางอย่าง...
เธอไม่เสร็จ ถึงแม้แรกๆเมื่อคิมหันต์ทำรักให้เธอเธอรู้สึกดีมาก ทว่านานๆไปอีกคนก็ดูเหนื่อยที่จะทำ
อย่างวันนี้แค่เสร็จส่วนตนก็ล้มตัวนอนหลับ และเธอก็อับอายเกินกว่าที่จะเรียกร้องขอ
จึงได้แต่เปิดน้ำกลบเสียงพร้อมกับช่วยเหลือตัวเองไปแบบนั้นโดยที่ชายหนุ่มนอกห้องไม่รู้
สำหรับชาลิดานั้น..ชีวิตของเธอเรียนอยู่โรงเรียนหญิงล้วน
เธอไม่สุงสิงกับใครเพราะพูดไม่เก่งเพื่อนก็มีน้อยแถมที่สนิทยังมีเพียงคนเดียว แม้คิมหันต์จะไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่ดีกับเธอ
แต่เขาเป็นคนแรกที่ดีกับเธอในเชิงของหัวใจ
เด็กสาวผู้ที่ทั้งชีวิตไม่เคยเจอชายที่ป้อยอด้วยคำรัก เพียงแค่คำหวาน
การกระทำอบอุ่นไม่กี่ครั้งก็หลวมตัวอย่างง่ายดาย แม้อีกฝ่ายจะมีเจ้าของ
แต่เมื่อเจ้าตัวเอ่ยปากว่ากำลังจะแยกทาง หล่อนก็เชื่อเสียสนิท เพราะเธอเชื่อไปแล้วว่ายังไงซะคิมหันต์ก็เป็นผู้ชายที่จริงจังกับเธอ
เรื่องบนเตียงแค่เพียงเล็กน้อยเธอจึงไม่คิดถือ
ใจเธอยังตำหนิคุณคริสติน่าเสียด้วยซ้ำที่ไม่ยอมเอาอกเอาใจผู้ชายที่ดีแบบนี้
วันต่อมาที่ออฟฟิศ
ร่างของคริสติน่าก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง หล่อนสวมชุดซีฟองสีชมพูอ่อน ใบหน้าและทรงผมตบแต่งอย่างอ่อนหวานเรียบง่าย
รองเท้าสีเบจอ่อนขับเรียวขาให้ดูสวยงาม
แม้ใจของชาลิดาจะไม่เห็นด้วยในด้านดูแลคนรัก แต่ถ้าเรื่องรูปทรัพย์เด็กสาวยอมรับว่าตนเองสู้อีกคนไม่ได้
ทั้งจืดชืด ไม่มั่นใจแม้จะออกปากสื่อสารกับใคร แถมสายตาของอีกคนที่ปรายมาทางเธออย่างเป็นพิเศษทำให้เธอรู้สึกอึดอัดขึ้นมา
“ชา..ไม่สบายเหรอ
หน้าแกซีดเลยนะ”ลลิตาเอ่ยทักเมื่อเห็นท่าทีเหมือนจับไข้ของเพื่อน
“ฉันไม่เป็นไร...”
“หน้าซีดขนาดนี้..พี่เมย์คะ
วันนี้เหมือนชาไม่สบายเลย”เอ่ยเรียกหาคนดูแลโดยที่เลขาของคิมหันต์ก็เข้ามาดูอาการ
“ไม่ค่อยดีเลยนะ เป็นไข้เหรอ”
“ชา..ชาไหวค่ะ”หล่อนพยายามตอบ
โดยที่คิมหันต์ก็ลุกขึ้นก้าวเท้ายาวๆมาหาทันที
“มีอะไรกัน น้ำชาเป็นอะไร”
“คงไม่สบายน่ะค่ะคุณคิม ดิฉันว่าให้น้ำชากลับไปพักดีกว่า”เลขากล่าวแนะนำ
ในขณะที่ชายหนุ่มก็มีท่าทีร้อนรนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และทุกอย่างก็ตกอยู่ในสายตาของคนในห้องรับแขกมาตลอด...
“แล้วใครจะไปส่ง อาการแบบนี้
ผมว่าผม...”คิมหันต์ตั้งท่าอาสา ทว่าเสียงของคริสติน่าก็ดังขึ้น
“ติ๊ไปส่งให้เองค่ะ”
“ติ๊...อ่า..พี่ว่า”เจ้าตัวอึกอักขึ้นมา
โดยดวงตาสวยก็เพ่งจดจ้อง
“พี่คิมบอกติ๊ว่างานยุ่งไม่ใช่เหรอคะ ทำไมคะ...หรือว่ามีอะไร”หล่อนกวาดสายตาไปมองชาลิดาที่ก้มหน้าคางแทบชิดอก
“ติ๊ก็จะกลับบ้านอยู่แล้ว...แค่นี้ติ๊ไปส่งให้ได้ หรือว่ามีหน้าที่อื่นอีก”
“ติน่า...”คิมหันต์กดน้ำเสียง ครั้นจะพูดก็พูดไม่ออกจนกระทั่งหญิงสาวเดินไปหาชาลิดาที่นั่งอยู่
คริสติน่าจึงทอดเสียงเบาๆกับเด็กสาวอีกคน
“เหมยลี่...พาเพื่อนเธอตามฉันมา”
“ค่ะคุณติ๊...”ได้แต่รับคำแผ่วๆพลางพยุงชาลิดาที่ส่ายหน้าไปอย่างจำยอม
ในขณะที่คิมหันต์ก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างนึกกังวล แต่จะให้โวยวายก็ไม่กล้าเพราะเขาก็ไม่รู้ว่าสาวคนรักรู้เรื่องจริงๆหรือเปล่า
หรือแค่หมันไส้ไม่ถูกชะตากันแน่
“ชาไม่เป็นไรจริงๆค่ะ...ชากลับเองได้นะคะ”
เจ้าตัวพยายามเอ่ยปากแม้ว่าจะถูกพามานั่งหน้ารถก่อนที่ลลิตาซึ่งเป็นคนบอกแผนที่แทนคนป่วยที่ปากสั่นจนพูดไม่ไหวจะกลับไปทำงาน
ชาลิดากำเข็มขัดนิรภัยมือสั่นเทาแม้ว่าอีกคนจะไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ
เธอกลัว...เธอรู้สึกได้ บางอย่างที่ผู้ชายไม่มีทางรู้ระหว่างผู้หญิง นั่นคือความไม่พอใจ
ไม่ถูกชะตา และความรู้สึกหลายหลากอย่างอื่นที่เธอไม่แน่ใจ แต่ไม่ใช่เรื่องดีนัก
“ทำงานหนักมากเหรอ ถึงเจ็บป่วยเอา”คริสติน่าทอดเสียงเนิบๆ
“หรือว่าทำอย่างอื่นหนัก”
“คุณ...”เธอพึมพำเสียงแผ่วเบาก่อนจะสังเกตว่านิ้วกลางและนิ้วชี้ข้างขวาของคนขับซึ่งตัดสั้นกำลังจิกพวงมาลัย
“ทำไม..ตอบไม่ได้เหรอ?”
“ชาจะลงค่ะ...ให้ชาลงเถอะนะคะ”ชาลิดาอ้อนวอนหญิงสาวอีกคนที่ท่าทางเย็นชาจนน่ากลัว
ราวกับเทพีวีนัสที่กำลังคิดหาทางสาปใครสักคนให้มอดไหม้
“ฉันถามไม่ยอมตอบเหรอ?...จะลงรถก็โดดลงไปสิ”
“คุณติ๊...”
“ทำไม? จำชื่อฉันได้ด้วยเหรอ?
มีชื่อของฉันในมโนสำนึกของเธอด้วยเหรอ? แล้วระหว่างที่ทำอะไรๆในรถกับพี่คิมเมื่อวานน่ะ
หัวเธอคิดชื่อฉันออกมารึเปล่า!”เด็กสาวสะดุ้งตัวชาวาบขณะที่อีกคนก็พยายามผ่อนลมหายใจออกลดความโทโส
“หึ...ผิวขาวๆ ขายาวๆ ตาโตๆ..พี่คิมเขาชอบแบบนี้นักล่ะ”
“...”ชาลิดาเม้มปากกำเข็มขัดนิรภัยแน่นด้วยความกลัวจับหัวใจ
เธอพยายามจะไม่สะอื้นออกมา ใจของเธอแทบหลุดลอยหายทุกครั้งที่อีกคนกระแทกคันเร่งความเร็วรถ
เด็กสาวกลัวจนตัวสั่นเพราะเธอไม่สามารถเดาได้เลยว่าอีกคนจะสามารถทำอะไรได้บ้าง
“ฉันอยากจะเตือนเธออีกครั้งนะ...อย่าคิดลองดีกับฉัน...อย่าเข้าใกล้พี่คิมอีก
เธอไม่รู้หรอกว่าฉันทำอะไรได้บ้างตอนที่ฉันโมโหจนหน้ามืด พี่คิมไม่มีทางจริงจังกับเธอหรอก”คริสติน่าพยายามพูด
แต่แล้วชาลิดาที่รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องก็ตัดสินใจว่าเธอจะไม่เงียบทันทีที่อีกคนชะลอรถจอดหน้าห้องพัก
“ชา...ชาไม่ได้คิดจะลองดีกับคุณ”
“...”
“ชาไม่ได้คิดจะแย่งคุณคิมมาจากคุณติ๊...แต่ชาแค่อยากมีพื้นที่ของชาก็เท่านั้นนะคะ”
“พื้นที่...พื้นที่เมียน้อยน่ะเหรอ?!”อีกคนตะเบ็งเสียงใส่จนเด็กสาวตัวสั่นด้วยความกลัว
แต่พอนึกถึงสีหน้าไม่สบายอกสบายใจของชายคนรักเธอก็เม้มปากแน่น “ฉันไม่คิดจริงๆน้ำชา...ว่าเธอจะเป็นคนที่หน้าด้านและความคิดไร้ยางอายแบบนี้!”
“...”คำผรุสวาทลั่นทำเอาเด็กสาวกอดกระเป๋าตัวสั่น
ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อมองเห็นว่าแววตาของไฮโซสาวผู้ทำหน้าที่คนขับวาวไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดและคับแค้น แต่แล้วชาลิดาก็ตัดสินใจรีบเปิดประตูวิ่งลงจากรถก่อนจะหมดโอกาส
เธอรีบก้าวเท้าเร็วๆกลับห้องในขณะที่หอพักของเธอนั้นเงียบสนิทเพราะผู้คนออกไปทำงาน
ชาลิดาไขกุญแจห้องมือสั่นอย่างหวาดกลัว
แต่ก็ขืนใจไข่ประตูห้องออกเพื่อเข้าไปอยู่ด้านใน
แต่ว่า...
“จะหนีไปไหน! เก่งมากไม่ใช่เหรอ?!”คริสติน่าที่จอดรถและไล่ตามหลังมากระชากเรือนผมสีดำสนิทของเด็กสาวเอาไว้จนชาลิดาต้องร้องด้วยความเจ็บปวด
“คุณติ๊! ชาเจ็บ!”
“เจ็บเป็นด้วยเหรอ? นึกว่าด้านจนไม่รู้สึกซะอีก!”ถ้อยคำรุนแรงยังกระทบใจอย่างต่อเนื่อง
ชาลิดากลัวจนตัวสั่น น้ำตาไหลอย่างน่าสงสารก่อนจะถูกผลักเข้าไปในห้อง
เสียงประตูห้องพักล็อคและไฟที่เปิดสว่างจนเห็นห้องพักเล็กๆตกแต่งของใช้หวานๆแบบเด็กสาวทั่วไป
ดวงตาคมสวยหรี่ลงก่อนจะย่างเท้าเข้าไปหาอีกคนที่คิดว่าตนเองอาจจะถูกฆ่าตายที่นี่ก็เป็นได้
“ฉันบอกเธอแล้ว...ว่าอย่าลองดีกับฉัน”
“ชา...ชาแค่...”ได้แต่ก้มหน้าน้ำตาร่วงเผาะแต่เหมือนอีกฝ่ายไม่ได้สนใจ
หล่อนดึงปลายคางเด็กสาวให้เงยขึ้นมองตัวเอง ก่อนจะแสยะยิ้มเล็กน้อย
“ใสซื่อ..หัวอ่อน...ดูโง่ๆ...แต่ก็แอบกินของชาวบ้าน
ไม่แปลกจริงๆ”
“ฮึ่ก...”
“พี่คิมทำยังไงกับเธอบ้างล่ะ ไหนลองบอกฉันซิ”ฉับพลันนั้นชาลิดารู้สึกว่าโลกหมุนโคลงเคลง
ร่างของเธอล้มลงไปบนเตียงก่อนจะถูกอีกฝ่ายคร่อมเอาไว้ เธอพยายามปัดป้องไม่ให้คริสติน่าเข้ามาบีบคอเธอ
แต่สิ่งที่ผิดคาดและน่าตกใจยิ่งกว่าคือสองมืออีกฝ่ายไม่ได้มุ่งไปที่ลำคอ
ทว่ากลับเคล้นเข้ากับหน้าอกเด็กสาวจนรู้สึกเจ็บ
“คุณติ๊..ฮือ..อย่าคะ..ฮึ่ก..ชาเจ็บ..ชา..เจ็บ..”
“ร้องไห้อ้อนวอนฉันเหรอ?
ปากเก่งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?!”ตะคอกจนเด็กสาวต้องรีบกลืนก้อนสะอื้นลงไป นิ้วยาวเรียวยาวสัมผัสเข้าความนุ่มนิ่มของหน้าอกเด็กสาว
ก่อนจะขยับดึงกระดุมชุดของชาลิดาออกจากกัน บราเซียลูกไม้สีขาวถูกดึงขึ้น นิ้วมือบดขยี้ปลายถันไม่คิดผ่อนปรนจนเด็กสาวได้แต่ร้องไห้กระซิกเบือนหน้าหนีอย่างอับอาย
“ชา..ชากลัวแล้ว..ฮือ..ชาจะไม่ยุ่งแล้วค่ะ..ฮึ่ก..อย่าทำ..อย่าทำชาเลย...”เสียงร้องสั่นและเบาอย่างเกรงกลัวดังมาจากอีกคน
ทว่าไม่ได้ทำให้ผู้ที่กำลังรังเกียจรังชังเปลี่ยนใจ ชาลิดากระตุกตัวเฮือกเมื่อรับรู้ว่ากำลังถูกปลายลิ้นสัมผัสเข้าหน้าอก
เด็กสาวบิดเร่าอย่างหวั่นกลัว...
อีกคนเป็นผู้หญิง..และกำลังทำกับเธอที่เป็นผู้หญิง...และเธอคิดว่ามันไม่ถูกไม่ควร
“คุณติ๊!..อย่าค่ะ..มัน..อ๊ะ..อา...อย่า...อ่า...”เด็กสาวเม้มปากไม่ให้เสียงครางน่าอายนั้นหลุดมาจาดริมฝีปาก
มันไม่ได้ต่างอะไรกับสัมผัสของคิมหันต์แม้แต่น้อย
และความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นกับเธอชาลิดาไม่อยากจะยอมรับนัก
ฝ่ามือเรียวที่พยายามผลักไสอีกคนออกเริ่มจิกขยุ้มผ้าซีฟองสีชมพู ความรู้สึกหุนหันพลันแล่นตบตีกันจนพวงแก้มร้อน
ร่างของเธอได้แต่ขยับอึกอักกับเตียงอย่างไม่สามารถปกป้องตัวเองได้
“ก็ชอบไม่ใช่เหรอ? แบบนี้”ถ้อยคำทำร้ายจิตใจยังคงตามมาไม่หยุด
ชาลิดาได้แต่สายตาพยายามยกมือปิดหน้าอกตนไว้
แต่แล้วก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อรู้สึกถึงเล็บที่กรีดเข้ากับร่องใต้กระโปรง
เด็กสาวพยายามหนีบขาเข้าหากัน แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นแม้แต่น้อย
“คุณติ๊!!”
“ยังไงซะ
ฉันกับพี่คิมก็เป็นแฟนกัน...ของเล่นของพี่คิมก็เหมือนของเล่นของฉันนั่นแหล่ะ!”ถ้อยคำแพ่งจะเอาชนะของคริสติน่ายังกระทบความรู้สึกคนฟัง
ชาลิดาพยายามห้ามแต่เหมือนจะสู้แรงอีกคนไม่ได้ ชั้นในสีขาวถูกถอดออกคาอยู่ข้อเท้า
และสิ่งที่เธอรู้สึกว่าน่าอัปยศที่สุดก็เกิดขึ้น
กระโปรงพลีทสีดำถลกขึ้นกองกับสะโพก ต้นขาถูกล็อคจนขยับไม่ได้ พร้อมกับความรู้สึกร้อนชื้นที่แม้แตะลากลงเพียงเบาๆ
กลับทำเด็กสาวสะดุ้งจนตัวโยน
“อะ!”
ทันทีที่ดอกไม้ของเธอถูกสำรวจด้วยการแหวกกลีบดอกจนเห็นเกสรเอ่อไปด้วยน้ำหวาน
น้ำตาหยดโตก็ไหลพรูทั้งกลัวทั้งสับสน พยายามทุบตีให้อีกฝ่ายออกไป ทว่าปลายลิ้นที่ขยับซับของเหลวก็ทำเอาชาลิดากระตุกตัว
เหมือนเรี่ยวแรงถูกดูดกลืนไปจนหมด
เสียงที่ดังขึ้นจากระหว่างขาของเธอนั้นมันทำให้เด็กสาวรู้สึกประหวั่น
ได้แต่นอนร้องไห้พลางอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง
“คุณ..คุณติ๊...อย่า...อย่าทำชาเลยค่ะ...คุณติ๊...อื้อ...อ๊า!”ปลายเสียงหลุดหวีดออกมาจนต้องตะครุบปากตนเองที่ไม่เชื่อฟังเมื่ออีกฝ่ายยังคงไม่ละไปจากพื้นที่ตรงนั้น
เกสรเต่งตึงถูกสำรวจไปมาอย่างดื้อรั้น แม้น้ำหวานจะซึมออกมา
ทว่าอีกฝ่ายก็เก็บกลืนลงคอไปหมด
ร่างของเด็กสาวสั่นกระตุกพร้อมกับความรู้สึกที่เธอคิดว่าขาดก็เริ่มเติมเต็ม
ชาลิดากรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนจะสะดุ้งกายอย่างจวนเจียนจะถึงที่หมาย
ทว่าคริสติน่าก็ผงกใบหน้าออก มองร่างเด็กสาวที่อยู่ในท่วงท่าที่ดูไม่ดีสำหรับเจ้าตัวนัก
ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากเข้ากับปากของคู่กรณี เด็กสาวดิ้นรนอยู่พักก็ยอมอยู่นิ่งๆอย่างเกรงกลัวเมื่อถูกบีบที่ต้นขาอย่างแรง
“เขาทำแบบนี้ใช่มั้ย?...ชอบใช่มั้ยล่ะ!”
“ฮึ่ก..ฮือ..ไม่ค่ะ! อย่า!”ชาลิดาหวีดห้ามอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงนิ้วทั้งสองข้างที่เธอเพิ่งสังเกตว่ามันจิกพวงมาลัยรถไปก่อนหน้านี้กำลังดึงดันเข้าไปในตัวของเธอ
เด็กสาวได้แต่ร้องไห้โฮออกมาอย่างทั้งกลัวและทั้งเจ็บ
เธอได้แต่ข่วนท่อนแขนของคริสติน่าที่ดันไหล่เธอลงกับเตียง
หน้าขาสอดเข้ากลางระหว่างขางัดสะโพกอีกฝ่ายขึ้น น้ำตาหยดไหลเต็มดวงตากลมโตอย่างเจ็บปวดทันทีที่อีกคนกระแทกนิ้วมือเข้าไปอย่างไม่คิดจะผ่อนปรน
โดยที่แม้แต่คิมหันต์ก็ไม่เคยหักหาญหัวใจเธอได้ขนาดนี้มาก่อน
“อ๊า!...อ๊ะอ่ะ..อา..อย่า...อึ่ก..อ้า”ปากอิ่มเผยอครางปนสะอื้นออกมา
และคริสติน่าเองก็พยายามข่มอารมณ์ของตัวเองอยู่เช่นกัน เธอขยับนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะพร้อมกับร่างที่สั่นเกร็ง
หมุนควานจนชาลิดาได้แต่กัดปาก ความรู้สึกกระสันซ่านกำลังดำเนินอยู่เหนือเหตุผล
และเธอก็อายที่จะยอมรับมันทันทีที่หัวแม่มืออีกคนสัมผัสไปบนไตเต่งขณะที่อีกสองนิ้วกำลังขยับวนอยู่ในกาย
ก่อนจะขยับไหวอย่างถี่รัวจนเด็กสาวกรีดร้องออกมาอย่างไม่สามารถเก็บมันเอาไว้ได้
“อ๊า! อาา อื้ออ! อ้า..อ่า..อ๊าย!..อ๊าย!!”ชาลิดากระตุกกายไหวโยน
ความร้อนพ่นเลอะออกมาจนเต็มนิ้วมือของเทพี
ทุกสิ่งหยุดชะงักไปชั่วครู่..คริสติน่ามองนิ้วมือของตนที่ค่อยๆดึงออกมาก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นเลือดจางปนอยู่กับของเหลวใส
“เธอ ... เธอยังไม่ได้มีอะไร..กับพี่คิม..?”
“ไม่มี...ชากลัว...คุณคิมก็เลยรอ...แต่คุณ...”เจ้าตัวรีบหุบขาเข้าหากันก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมโปง
“สมใจคุณแล้วใช่มั้ย?..ออกไป...”
“น้ำชา...”
“ออกไป! ชาไม่อยากเห็นคุณ..ออกไป๊!! ฮือ!!”เสียงกรีดร้องตามด้วยอาการร้องไห้โฮทำให้คริสติน่าได้แต่นั่งมึนไปหมด
สมองของเธอว่างเปล่าและแทนที่ด้วยความรู้สึกผิด
ได้แต่ล้างมือจัดเสื้อผ้าและออกมาจากห้องของชาลิดาด้วยความรู้สึกสับสน
แต่ไหนแต่ไรเธอไม่เคยลดตัวลงไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่คิมหันต์ทำ... แต่ในครั้งนี้...
แม้คิมหันต์กับเด็กน้ำชาจะทำร้ายใจเธอ แต่เธอก็ทำร้ายเด็กคนนั้นไม่ต่างกัน
ทั้งที่เธอสมควรจะสะใจที่ได้โต้ตอบชู้รักของชายคนรัก...แต่เธอกลับรู้สึกว่าทำอะไรบางอย่างผิดไปชนิดที่ว่าผิดมหันต์...
“ชา...ฉันเองนะ ฉันเข้าไปหาได้มั้ย?”
เสียงของคิมหันต์ดังขึ้นในตอนเย็น โดยชาลิดาซึ่งหลังจากที่คริสติน่ากลับไปก็เอาแต่นอนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดและอับอาย
ก่อนจะค่อยๆไปอาบน้ำแต่งตัวและหายามาทานเอง
เพราะการไม่มีใครทำให้เธอดูแลตัวเองได้ระดับหนึ่ง เด็กสาวค่อยๆเปิดประตูให้
ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าดวงตากลมโตนั้นบวมฉ่ำ
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมโทรมาไม่รับล่ะ
ติน่าทำอะไรเรา?”ชายหนุ่มร้องพลันจับต้นแขนของชาลิดาไว้ เพียงเท่านั้นความทรงจำเมื่อตอนกลางวันก็หลั่งไหลเข้ามาทันที
ชาลิดาตัวสั่นด้วยความกลัว แต่ก็ได้แต่เก็บอาการและสั่นศีรษะ
“ชาปวดหัวค่ะ...ชาแค่ปวดหัว”
“แล้วติน่า...”
“คุณติ๊..ไม่ได้ทำ..อะไรค่ะ”เธอตอบเบาๆและคิมหันต์ก็พาเธอมายังที่นอน
ชาลิดาปฏิเสธมื้อเย็นเพราเธอกินไม่ลง แต่ก็ถูกคะยั้นคะยอให้ทานอะไรเสียหน่อยเพื่อที่จะได้ทานยาอีก
ชายหนุ่มนั่งพิงหลังกับหัวเตียงพร้อมกับลูบศีรษะเด็กสาวที่นอนซบอยู่เช่นนั้น
“ชาอดทนไว้นะ...ติน่าก็แค่สงสัย...เขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก
ถ้าทุกอย่างลงตัวฉันจะเลิกกับเขาทันที...มันจะโอเค”
“ชา...”หล่อนได้แต่อ้าปากค้าง...สิ่งที่คิมหันต์พูดนั้นสำหรับเธอมันคงสายเกินไป
“เราจะอยู่ด้วยกัน...หรือถ้าเธอกลัวเขารู้ที่อยู่
ฉันจะเปิดคอนโดใหม่ให้เธอ ไม่ต้องกลัวนะ”
“ค่ะ...”ชาลิดาหลับตาเอียงแก้มซบตักชายหนุ่ม
ก่อนจะรู้สึกถึงฝ่ามือของชายหนุ่มที่ลูบไล้ไปตามลำตัว
“น้ำชา..ฉันว่า...”
“คุณคิม...ชาไม่ไหวจริงๆค่ะ”เธอเอ่ยเสียงระโหย
และชายหนุ่มที่เห็นท่าทีดังนั้นก็ไม่ได้เซ้าซี้ คิมหันต์พยักหน้าอย่างเข้าใจ
ก่อนจะจัดท่าทางให้ชาลิดาได้นอน
เขาเช็ดตัวให้กับอีกฝ่ายจนกระทั่งเจ้าตัวผล็อยหลับไปด้วยพิษไข้
คิมหันต์เห็นดังนั้นจึงเลื่อนเปิดประตูระเบียง ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาต่อสาย
“ติน่า..ทำอะไรอยู่ครับ คืนนี้เราไปดูหนังกันมั้ย”
((พี่คิม...ติ๊...ว่างค่ะ เราไปดูหนังกันก็ได้))ปลายสายตอบกลับมาเบาบางในเชิงไม่มีอารมณ์ขุ่นข้อง
เสียงทุ้มนุ่มจึงกรอกลงไปอีกครั้ง
“อยู่ที่บ้านหรือคอนโดคะ...คืนนี้พี่ค้างด้วยนะ
คิดถึงติน่าไงคะ... เดี๋ยวพี่เสร็จธุระพี่ไปหาค่ะ”เอ่ยเท่านั้นก็กดวางสาย
ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องและพบว่าเจ้าของห้องกำลังนอนอยู่
คิมหันต์จึงดึงผ้าห่มคลุมกายให้ก่อนจะออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ
ทันทีที่เสียงประตูปิดลง...ชาลิดาก็คู้กายปิดหน้าก่อนจะร้องไห้ออกมาไม่หยุด...
*******************
#aphbKY ต้ะ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น