วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Venus 1.5/2












“แกเปลี่ยนตัวเองไม่ได้หรอกติ๊... แกเห็นผลของความพยายามของแกรึยัง”

จีจี้วางเครื่องดื่มให้กับหญิงสาวที่เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้น ตอนนี้ใบหน้าของผู้หญิงที่ถูกชื่นชมว่างดงามราวกับวีนัสเศร้าหมองและไร้เครื่องสำอาง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความงดงามลดลงแต่อย่างใด คริสติน่าไม่ได้ฟูมฟายมากขนาดนั้น และจี้จี้รู้ดีว่าการที่เพื่อนสาวไม่ได้ระเบิดอารมณ์ออกมาโดยทันที อีกไม่นานถ้าได้ระเบิดคงได้มีพังไปข้างอย่างแน่นอน

“ฉัน...”

“ไม่ใช่คนแรกนะที่นายคิมหันต์ทำแบบนี้ ยัยนีนี่เพื่อนพวกเราอีกคน ถ้านางไม่ไหวตัวมาบอกพวกเราก่อน แถมไปรับงานเมืองนอก เขาก็คงทำแบบนี้แหล่ะ”หญิงสาวเจ้าของห้องที่อนุญาตให้เพื่อนสาวมาพักใจกอดอกสีหน้าโทโส “ติ๊...แกรู้ดีว่ามันเพราะอะไร...เขาพยายามเอาชนะแก”

“...”หญิงสาวซบหน้ากับหมอนอย่างอ่อนล้า...ใช่ คิมหันต์รู้ดีว่าเพราะอะไรและกำลังจะท้าทายเธออีกครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ครั้งนี้กลับหนักหนากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สาเหตุคือเพราะเธอไม่ยอมที่จะหลับนอนกับอีกฝ่าย เธอเป็นเลสเบี้ยนที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับสังคม เธอพยายามคิดว่าจุดนี้มันแค่เรื่องสนุกๆที่พอเธอมีแฟนแต่งงานก็คงหยุดไปได้

แต่ไม่ใช่เลย...ใจเธอไม่ได้รักผู้ชาย แต่เพราะคิมหันต์รู้ดี ทว่าทำเป็นไม่รู้และพยายามที่จะดีกับเธอมาตลอด ทะนุถนอมเธอและรอคอยอย่างอดทนทำให้เธอคิดว่ามันคือความรักที่จริงใจ แต่นานวันความอดทนนั้นก็คงเริ่มจืดจางและแทนที่ด้วยการเอาชนะ ซึ่งเธอคาดไว้ว่าคิมหันต์พยายามหาเศษหาเลยกับผู้หญิงอื่นเพราะหนึ่งรอคอยไม่ไหว และสองคือหวังให้เธอใช้ร่างกายผูกมัดเขา

“แกแน่ใจเหรอติ๊...ที่จะยอมให้ผู้ชายแบบนี้อยู่กับแกไปจนตาย เป็นฉันไม่เอาด้วยหรอก”

“มันยากนะแก...พ่อแม่ฉันก็ชอบเขา อีกแค่ปีสองปีเราก็จะแต่งกันแล้ว”

“ตั้งปีสองปีต่างหาก เห็นลายสันดานมันซะตอนนี้นี่แหล่ะจะได้คิดว่าควรทำยังไงต่อไป”สาวผิวแทนออกปากอย่างเหนื่อยหน่าย “เขาเปลี่ยนแกไม่ได้หรอก...ขนาดแกยังเปลี่ยนตัวเองไม่ได้เลย”

“...”

“แล้วยัยเด็กน้ำชานั่นจะเอายังไงต่อไป ฉันบอกเสี่ยเฉินให้ได้นะ”ริมฝีปากสีนู้ดกล่าวถึงนักการเมืองใหญ่ที่อุปถัมภ์ผูกปิ่นโตกันอยู่ แต่คริสติน่ากลับแค่ส่ายหน้าน้อยๆ

“ฉันจัดการเอง”

“แกจะทำยังไง?”

“ฉันจะเตือนไม่ให้เขามายุ่งกับพี่คิม”คำตอบเบาๆนั้นทำเอาจีจี้ตบหน้าผากอย่างรู้สึกปวดกบาล

“แกยังอาลัยอาวรณ์ผู้ชายแบบนี้อีกเหรอ แกควรเสียดายผู้ชายที่คว้าเด็กฝึกงานไปอมกันข้างถนนจริงๆน่ะนะ? ก็ตามใจแกแล้วกัน”ว่าเท่านั้นก่อนจะเดินไปหยิบเครื่องดื่มในครัวท่าทางปลงๆ ในขณะที่คริสติน่าก็พยายามทบทวนเรื่องราวทุกอย่างพร้อมกับหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

ในขณะเดียวกันชาลิดาก็ลืมตาขึ้นหลังจากที่นอนหลับอยู่ในห้องโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง เธอหันไปมองคิมหันต์ที่ลุกขึ้นใส่เสื้อ หลังจากที่มาถึงพวกเขาและเธอต่างก็ทำเรื่องไปตามอารมณ์ดังที่ตั้งใจ และไม่ได้สอดใส่เพราะเธอยังกลัว และอีกคนก็ไม่รีบร้อนเพราะเด็กสาวก็ยังปรนเปรอได้ดีอยู่ หล่อนชันตัวขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับชายหนุ่มที่หันมาลูบผมเบาๆ

“อาบน้ำซะนะ เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้าน”

“ค่ะ”เธอรับคำเบาๆอย่างว่าง่ายก่อนจะเข้ามาที่ห้องน้ำ เปิดวาล์วจนสายน้ำรดร่างกายพลางถูสบู่ชำระคราบ ชาลิดารู้สึกค้างคาบางอย่าง... เธอไม่เสร็จ ถึงแม้แรกๆเมื่อคิมหันต์ทำรักให้เธอเธอรู้สึกดีมาก ทว่านานๆไปอีกคนก็ดูเหนื่อยที่จะทำ อย่างวันนี้แค่เสร็จส่วนตนก็ล้มตัวนอนหลับ และเธอก็อับอายเกินกว่าที่จะเรียกร้องขอ จึงได้แต่เปิดน้ำกลบเสียงพร้อมกับช่วยเหลือตัวเองไปแบบนั้นโดยที่ชายหนุ่มนอกห้องไม่รู้

สำหรับชาลิดานั้น..ชีวิตของเธอเรียนอยู่โรงเรียนหญิงล้วน เธอไม่สุงสิงกับใครเพราะพูดไม่เก่งเพื่อนก็มีน้อยแถมที่สนิทยังมีเพียงคนเดียว แม้คิมหันต์จะไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่ดีกับเธอ แต่เขาเป็นคนแรกที่ดีกับเธอในเชิงของหัวใจ เด็กสาวผู้ที่ทั้งชีวิตไม่เคยเจอชายที่ป้อยอด้วยคำรัก เพียงแค่คำหวาน การกระทำอบอุ่นไม่กี่ครั้งก็หลวมตัวอย่างง่ายดาย แม้อีกฝ่ายจะมีเจ้าของ แต่เมื่อเจ้าตัวเอ่ยปากว่ากำลังจะแยกทาง หล่อนก็เชื่อเสียสนิท เพราะเธอเชื่อไปแล้วว่ายังไงซะคิมหันต์ก็เป็นผู้ชายที่จริงจังกับเธอ เรื่องบนเตียงแค่เพียงเล็กน้อยเธอจึงไม่คิดถือ ใจเธอยังตำหนิคุณคริสติน่าเสียด้วยซ้ำที่ไม่ยอมเอาอกเอาใจผู้ชายที่ดีแบบนี้

วันต่อมาที่ออฟฟิศ ร่างของคริสติน่าก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง หล่อนสวมชุดซีฟองสีชมพูอ่อน ใบหน้าและทรงผมตบแต่งอย่างอ่อนหวานเรียบง่าย รองเท้าสีเบจอ่อนขับเรียวขาให้ดูสวยงาม แม้ใจของชาลิดาจะไม่เห็นด้วยในด้านดูแลคนรัก แต่ถ้าเรื่องรูปทรัพย์เด็กสาวยอมรับว่าตนเองสู้อีกคนไม่ได้ ทั้งจืดชืด ไม่มั่นใจแม้จะออกปากสื่อสารกับใคร แถมสายตาของอีกคนที่ปรายมาทางเธออย่างเป็นพิเศษทำให้เธอรู้สึกอึดอัดขึ้นมา

“ชา..ไม่สบายเหรอ หน้าแกซีดเลยนะ”ลลิตาเอ่ยทักเมื่อเห็นท่าทีเหมือนจับไข้ของเพื่อน

“ฉันไม่เป็นไร...”

“หน้าซีดขนาดนี้..พี่เมย์คะ วันนี้เหมือนชาไม่สบายเลย”เอ่ยเรียกหาคนดูแลโดยที่เลขาของคิมหันต์ก็เข้ามาดูอาการ

“ไม่ค่อยดีเลยนะ เป็นไข้เหรอ”

“ชา..ชาไหวค่ะ”หล่อนพยายามตอบ โดยที่คิมหันต์ก็ลุกขึ้นก้าวเท้ายาวๆมาหาทันที

“มีอะไรกัน น้ำชาเป็นอะไร”

“คงไม่สบายน่ะค่ะคุณคิม ดิฉันว่าให้น้ำชากลับไปพักดีกว่า”เลขากล่าวแนะนำ ในขณะที่ชายหนุ่มก็มีท่าทีร้อนรนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และทุกอย่างก็ตกอยู่ในสายตาของคนในห้องรับแขกมาตลอด...

“แล้วใครจะไปส่ง อาการแบบนี้ ผมว่าผม...”คิมหันต์ตั้งท่าอาสา ทว่าเสียงของคริสติน่าก็ดังขึ้น

“ติ๊ไปส่งให้เองค่ะ”

“ติ๊...อ่า..พี่ว่า”เจ้าตัวอึกอักขึ้นมา โดยดวงตาสวยก็เพ่งจดจ้อง

“พี่คิมบอกติ๊ว่างานยุ่งไม่ใช่เหรอคะ ทำไมคะ...หรือว่ามีอะไร”หล่อนกวาดสายตาไปมองชาลิดาที่ก้มหน้าคางแทบชิดอก “ติ๊ก็จะกลับบ้านอยู่แล้ว...แค่นี้ติ๊ไปส่งให้ได้ หรือว่ามีหน้าที่อื่นอีก”

“ติน่า...”คิมหันต์กดน้ำเสียง ครั้นจะพูดก็พูดไม่ออกจนกระทั่งหญิงสาวเดินไปหาชาลิดาที่นั่งอยู่ คริสติน่าจึงทอดเสียงเบาๆกับเด็กสาวอีกคน

“เหมยลี่...พาเพื่อนเธอตามฉันมา”

“ค่ะคุณติ๊...”ได้แต่รับคำแผ่วๆพลางพยุงชาลิดาที่ส่ายหน้าไปอย่างจำยอม ในขณะที่คิมหันต์ก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างนึกกังวล แต่จะให้โวยวายก็ไม่กล้าเพราะเขาก็ไม่รู้ว่าสาวคนรักรู้เรื่องจริงๆหรือเปล่า หรือแค่หมันไส้ไม่ถูกชะตากันแน่

“ชาไม่เป็นไรจริงๆค่ะ...ชากลับเองได้นะคะ”

เจ้าตัวพยายามเอ่ยปากแม้ว่าจะถูกพามานั่งหน้ารถก่อนที่ลลิตาซึ่งเป็นคนบอกแผนที่แทนคนป่วยที่ปากสั่นจนพูดไม่ไหวจะกลับไปทำงาน ชาลิดากำเข็มขัดนิรภัยมือสั่นเทาแม้ว่าอีกคนจะไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ เธอกลัว...เธอรู้สึกได้ บางอย่างที่ผู้ชายไม่มีทางรู้ระหว่างผู้หญิง นั่นคือความไม่พอใจ ไม่ถูกชะตา และความรู้สึกหลายหลากอย่างอื่นที่เธอไม่แน่ใจ แต่ไม่ใช่เรื่องดีนัก

“ทำงานหนักมากเหรอ ถึงเจ็บป่วยเอา”คริสติน่าทอดเสียงเนิบๆ “หรือว่าทำอย่างอื่นหนัก”

“คุณ...”เธอพึมพำเสียงแผ่วเบาก่อนจะสังเกตว่านิ้วกลางและนิ้วชี้ข้างขวาของคนขับซึ่งตัดสั้นกำลังจิกพวงมาลัย

“ทำไม..ตอบไม่ได้เหรอ?”

“ชาจะลงค่ะ...ให้ชาลงเถอะนะคะ”ชาลิดาอ้อนวอนหญิงสาวอีกคนที่ท่าทางเย็นชาจนน่ากลัว ราวกับเทพีวีนัสที่กำลังคิดหาทางสาปใครสักคนให้มอดไหม้

“ฉันถามไม่ยอมตอบเหรอ?...จะลงรถก็โดดลงไปสิ”

“คุณติ๊...”

“ทำไม? จำชื่อฉันได้ด้วยเหรอ? มีชื่อของฉันในมโนสำนึกของเธอด้วยเหรอ? แล้วระหว่างที่ทำอะไรๆในรถกับพี่คิมเมื่อวานน่ะ หัวเธอคิดชื่อฉันออกมารึเปล่า!เด็กสาวสะดุ้งตัวชาวาบขณะที่อีกคนก็พยายามผ่อนลมหายใจออกลดความโทโส “หึ...ผิวขาวๆ ขายาวๆ ตาโตๆ..พี่คิมเขาชอบแบบนี้นักล่ะ”

“...”ชาลิดาเม้มปากกำเข็มขัดนิรภัยแน่นด้วยความกลัวจับหัวใจ เธอพยายามจะไม่สะอื้นออกมา ใจของเธอแทบหลุดลอยหายทุกครั้งที่อีกคนกระแทกคันเร่งความเร็วรถ เด็กสาวกลัวจนตัวสั่นเพราะเธอไม่สามารถเดาได้เลยว่าอีกคนจะสามารถทำอะไรได้บ้าง

“ฉันอยากจะเตือนเธออีกครั้งนะ...อย่าคิดลองดีกับฉัน...อย่าเข้าใกล้พี่คิมอีก เธอไม่รู้หรอกว่าฉันทำอะไรได้บ้างตอนที่ฉันโมโหจนหน้ามืด พี่คิมไม่มีทางจริงจังกับเธอหรอก”คริสติน่าพยายามพูด แต่แล้วชาลิดาที่รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องก็ตัดสินใจว่าเธอจะไม่เงียบทันทีที่อีกคนชะลอรถจอดหน้าห้องพัก

“ชา...ชาไม่ได้คิดจะลองดีกับคุณ”

“...”

“ชาไม่ได้คิดจะแย่งคุณคิมมาจากคุณติ๊...แต่ชาแค่อยากมีพื้นที่ของชาก็เท่านั้นนะคะ”

“พื้นที่...พื้นที่เมียน้อยน่ะเหรอ?!”อีกคนตะเบ็งเสียงใส่จนเด็กสาวตัวสั่นด้วยความกลัว แต่พอนึกถึงสีหน้าไม่สบายอกสบายใจของชายคนรักเธอก็เม้มปากแน่น “ฉันไม่คิดจริงๆน้ำชา...ว่าเธอจะเป็นคนที่หน้าด้านและความคิดไร้ยางอายแบบนี้!

“...”คำผรุสวาทลั่นทำเอาเด็กสาวกอดกระเป๋าตัวสั่น ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อมองเห็นว่าแววตาของไฮโซสาวผู้ทำหน้าที่คนขับวาวไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดและคับแค้น  แต่แล้วชาลิดาก็ตัดสินใจรีบเปิดประตูวิ่งลงจากรถก่อนจะหมดโอกาส เธอรีบก้าวเท้าเร็วๆกลับห้องในขณะที่หอพักของเธอนั้นเงียบสนิทเพราะผู้คนออกไปทำงาน ชาลิดาไขกุญแจห้องมือสั่นอย่างหวาดกลัว แต่ก็ขืนใจไข่ประตูห้องออกเพื่อเข้าไปอยู่ด้านใน

แต่ว่า...

“จะหนีไปไหน! เก่งมากไม่ใช่เหรอ?!”คริสติน่าที่จอดรถและไล่ตามหลังมากระชากเรือนผมสีดำสนิทของเด็กสาวเอาไว้จนชาลิดาต้องร้องด้วยความเจ็บปวด

“คุณติ๊! ชาเจ็บ!

“เจ็บเป็นด้วยเหรอ? นึกว่าด้านจนไม่รู้สึกซะอีก!”ถ้อยคำรุนแรงยังกระทบใจอย่างต่อเนื่อง ชาลิดากลัวจนตัวสั่น น้ำตาไหลอย่างน่าสงสารก่อนจะถูกผลักเข้าไปในห้อง เสียงประตูห้องพักล็อคและไฟที่เปิดสว่างจนเห็นห้องพักเล็กๆตกแต่งของใช้หวานๆแบบเด็กสาวทั่วไป ดวงตาคมสวยหรี่ลงก่อนจะย่างเท้าเข้าไปหาอีกคนที่คิดว่าตนเองอาจจะถูกฆ่าตายที่นี่ก็เป็นได้

“ฉันบอกเธอแล้ว...ว่าอย่าลองดีกับฉัน”

“ชา...ชาแค่...”ได้แต่ก้มหน้าน้ำตาร่วงเผาะแต่เหมือนอีกฝ่ายไม่ได้สนใจ หล่อนดึงปลายคางเด็กสาวให้เงยขึ้นมองตัวเอง ก่อนจะแสยะยิ้มเล็กน้อย

“ใสซื่อ..หัวอ่อน...ดูโง่ๆ...แต่ก็แอบกินของชาวบ้าน ไม่แปลกจริงๆ”

“ฮึ่ก...”

“พี่คิมทำยังไงกับเธอบ้างล่ะ ไหนลองบอกฉันซิ”ฉับพลันนั้นชาลิดารู้สึกว่าโลกหมุนโคลงเคลง ร่างของเธอล้มลงไปบนเตียงก่อนจะถูกอีกฝ่ายคร่อมเอาไว้  เธอพยายามปัดป้องไม่ให้คริสติน่าเข้ามาบีบคอเธอ แต่สิ่งที่ผิดคาดและน่าตกใจยิ่งกว่าคือสองมืออีกฝ่ายไม่ได้มุ่งไปที่ลำคอ ทว่ากลับเคล้นเข้ากับหน้าอกเด็กสาวจนรู้สึกเจ็บ

“คุณติ๊..ฮือ..อย่าคะ..ฮึ่ก..ชาเจ็บ..ชา..เจ็บ..”

“ร้องไห้อ้อนวอนฉันเหรอ? ปากเก่งอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?!”ตะคอกจนเด็กสาวต้องรีบกลืนก้อนสะอื้นลงไป นิ้วยาวเรียวยาวสัมผัสเข้าความนุ่มนิ่มของหน้าอกเด็กสาว ก่อนจะขยับดึงกระดุมชุดของชาลิดาออกจากกัน บราเซียลูกไม้สีขาวถูกดึงขึ้น นิ้วมือบดขยี้ปลายถันไม่คิดผ่อนปรนจนเด็กสาวได้แต่ร้องไห้กระซิกเบือนหน้าหนีอย่างอับอาย

“ชา..ชากลัวแล้ว..ฮือ..ชาจะไม่ยุ่งแล้วค่ะ..ฮึ่ก..อย่าทำ..อย่าทำชาเลย...”เสียงร้องสั่นและเบาอย่างเกรงกลัวดังมาจากอีกคน ทว่าไม่ได้ทำให้ผู้ที่กำลังรังเกียจรังชังเปลี่ยนใจ ชาลิดากระตุกตัวเฮือกเมื่อรับรู้ว่ากำลังถูกปลายลิ้นสัมผัสเข้าหน้าอก เด็กสาวบิดเร่าอย่างหวั่นกลัว... อีกคนเป็นผู้หญิง..และกำลังทำกับเธอที่เป็นผู้หญิง...และเธอคิดว่ามันไม่ถูกไม่ควร

“คุณติ๊!..อย่าค่ะ..มัน..อ๊ะ..อา...อย่า...อ่า...”เด็กสาวเม้มปากไม่ให้เสียงครางน่าอายนั้นหลุดมาจาดริมฝีปาก มันไม่ได้ต่างอะไรกับสัมผัสของคิมหันต์แม้แต่น้อย และความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นกับเธอชาลิดาไม่อยากจะยอมรับนัก ฝ่ามือเรียวที่พยายามผลักไสอีกคนออกเริ่มจิกขยุ้มผ้าซีฟองสีชมพู ความรู้สึกหุนหันพลันแล่นตบตีกันจนพวงแก้มร้อน ร่างของเธอได้แต่ขยับอึกอักกับเตียงอย่างไม่สามารถปกป้องตัวเองได้

“ก็ชอบไม่ใช่เหรอ? แบบนี้”ถ้อยคำทำร้ายจิตใจยังคงตามมาไม่หยุด ชาลิดาได้แต่สายตาพยายามยกมือปิดหน้าอกตนไว้ แต่แล้วก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อรู้สึกถึงเล็บที่กรีดเข้ากับร่องใต้กระโปรง เด็กสาวพยายามหนีบขาเข้าหากัน แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นแม้แต่น้อย

“คุณติ๊!!

“ยังไงซะ ฉันกับพี่คิมก็เป็นแฟนกัน...ของเล่นของพี่คิมก็เหมือนของเล่นของฉันนั่นแหล่ะ!ถ้อยคำแพ่งจะเอาชนะของคริสติน่ายังกระทบความรู้สึกคนฟัง ชาลิดาพยายามห้ามแต่เหมือนจะสู้แรงอีกคนไม่ได้ ชั้นในสีขาวถูกถอดออกคาอยู่ข้อเท้า และสิ่งที่เธอรู้สึกว่าน่าอัปยศที่สุดก็เกิดขึ้น กระโปรงพลีทสีดำถลกขึ้นกองกับสะโพก ต้นขาถูกล็อคจนขยับไม่ได้ พร้อมกับความรู้สึกร้อนชื้นที่แม้แตะลากลงเพียงเบาๆ กลับทำเด็กสาวสะดุ้งจนตัวโยน

“อะ!

ทันทีที่ดอกไม้ของเธอถูกสำรวจด้วยการแหวกกลีบดอกจนเห็นเกสรเอ่อไปด้วยน้ำหวาน น้ำตาหยดโตก็ไหลพรูทั้งกลัวทั้งสับสน พยายามทุบตีให้อีกฝ่ายออกไป ทว่าปลายลิ้นที่ขยับซับของเหลวก็ทำเอาชาลิดากระตุกตัว เหมือนเรี่ยวแรงถูกดูดกลืนไปจนหมด เสียงที่ดังขึ้นจากระหว่างขาของเธอนั้นมันทำให้เด็กสาวรู้สึกประหวั่น ได้แต่นอนร้องไห้พลางอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง

“คุณ..คุณติ๊...อย่า...อย่าทำชาเลยค่ะ...คุณติ๊...อื้อ...อ๊า!”ปลายเสียงหลุดหวีดออกมาจนต้องตะครุบปากตนเองที่ไม่เชื่อฟังเมื่ออีกฝ่ายยังคงไม่ละไปจากพื้นที่ตรงนั้น เกสรเต่งตึงถูกสำรวจไปมาอย่างดื้อรั้น แม้น้ำหวานจะซึมออกมา ทว่าอีกฝ่ายก็เก็บกลืนลงคอไปหมด ร่างของเด็กสาวสั่นกระตุกพร้อมกับความรู้สึกที่เธอคิดว่าขาดก็เริ่มเติมเต็ม ชาลิดากรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนจะสะดุ้งกายอย่างจวนเจียนจะถึงที่หมาย ทว่าคริสติน่าก็ผงกใบหน้าออก มองร่างเด็กสาวที่อยู่ในท่วงท่าที่ดูไม่ดีสำหรับเจ้าตัวนัก ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากเข้ากับปากของคู่กรณี เด็กสาวดิ้นรนอยู่พักก็ยอมอยู่นิ่งๆอย่างเกรงกลัวเมื่อถูกบีบที่ต้นขาอย่างแรง

“เขาทำแบบนี้ใช่มั้ย?...ชอบใช่มั้ยล่ะ!

“ฮึ่ก..ฮือ..ไม่ค่ะ! อย่า!”ชาลิดาหวีดห้ามอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงนิ้วทั้งสองข้างที่เธอเพิ่งสังเกตว่ามันจิกพวงมาลัยรถไปก่อนหน้านี้กำลังดึงดันเข้าไปในตัวของเธอ เด็กสาวได้แต่ร้องไห้โฮออกมาอย่างทั้งกลัวและทั้งเจ็บ เธอได้แต่ข่วนท่อนแขนของคริสติน่าที่ดันไหล่เธอลงกับเตียง หน้าขาสอดเข้ากลางระหว่างขางัดสะโพกอีกฝ่ายขึ้น น้ำตาหยดไหลเต็มดวงตากลมโตอย่างเจ็บปวดทันทีที่อีกคนกระแทกนิ้วมือเข้าไปอย่างไม่คิดจะผ่อนปรน โดยที่แม้แต่คิมหันต์ก็ไม่เคยหักหาญหัวใจเธอได้ขนาดนี้มาก่อน

“อ๊า!...อ๊ะอ่ะ..อา..อย่า...อึ่ก..อ้า”ปากอิ่มเผยอครางปนสะอื้นออกมา และคริสติน่าเองก็พยายามข่มอารมณ์ของตัวเองอยู่เช่นกัน เธอขยับนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะพร้อมกับร่างที่สั่นเกร็ง หมุนควานจนชาลิดาได้แต่กัดปาก ความรู้สึกกระสันซ่านกำลังดำเนินอยู่เหนือเหตุผล และเธอก็อายที่จะยอมรับมันทันทีที่หัวแม่มืออีกคนสัมผัสไปบนไตเต่งขณะที่อีกสองนิ้วกำลังขยับวนอยู่ในกาย ก่อนจะขยับไหวอย่างถี่รัวจนเด็กสาวกรีดร้องออกมาอย่างไม่สามารถเก็บมันเอาไว้ได้

“อ๊า! อาา อื้ออ! อ้า..อ่า..อ๊าย!..อ๊าย!!”ชาลิดากระตุกกายไหวโยน ความร้อนพ่นเลอะออกมาจนเต็มนิ้วมือของเทพี ทุกสิ่งหยุดชะงักไปชั่วครู่..คริสติน่ามองนิ้วมือของตนที่ค่อยๆดึงออกมาก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นเลือดจางปนอยู่กับของเหลวใส

“เธอ ... เธอยังไม่ได้มีอะไร..กับพี่คิม..?”

“ไม่มี...ชากลัว...คุณคิมก็เลยรอ...แต่คุณ...”เจ้าตัวรีบหุบขาเข้าหากันก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมโปง “สมใจคุณแล้วใช่มั้ย?..ออกไป...”

“น้ำชา...”

“ออกไป! ชาไม่อยากเห็นคุณ..ออกไป๊!! ฮือ!!”เสียงกรีดร้องตามด้วยอาการร้องไห้โฮทำให้คริสติน่าได้แต่นั่งมึนไปหมด สมองของเธอว่างเปล่าและแทนที่ด้วยความรู้สึกผิด ได้แต่ล้างมือจัดเสื้อผ้าและออกมาจากห้องของชาลิดาด้วยความรู้สึกสับสน แต่ไหนแต่ไรเธอไม่เคยลดตัวลงไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่คิมหันต์ทำ... แต่ในครั้งนี้... แม้คิมหันต์กับเด็กน้ำชาจะทำร้ายใจเธอ แต่เธอก็ทำร้ายเด็กคนนั้นไม่ต่างกัน




ทั้งที่เธอสมควรจะสะใจที่ได้โต้ตอบชู้รักของชายคนรัก...แต่เธอกลับรู้สึกว่าทำอะไรบางอย่างผิดไปชนิดที่ว่าผิดมหันต์...





“ชา...ฉันเองนะ ฉันเข้าไปหาได้มั้ย?”

เสียงของคิมหันต์ดังขึ้นในตอนเย็น โดยชาลิดาซึ่งหลังจากที่คริสติน่ากลับไปก็เอาแต่นอนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดและอับอาย ก่อนจะค่อยๆไปอาบน้ำแต่งตัวและหายามาทานเอง เพราะการไม่มีใครทำให้เธอดูแลตัวเองได้ระดับหนึ่ง เด็กสาวค่อยๆเปิดประตูให้ ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าดวงตากลมโตนั้นบวมฉ่ำ

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมโทรมาไม่รับล่ะ ติน่าทำอะไรเรา?”ชายหนุ่มร้องพลันจับต้นแขนของชาลิดาไว้ เพียงเท่านั้นความทรงจำเมื่อตอนกลางวันก็หลั่งไหลเข้ามาทันที ชาลิดาตัวสั่นด้วยความกลัว แต่ก็ได้แต่เก็บอาการและสั่นศีรษะ

“ชาปวดหัวค่ะ...ชาแค่ปวดหัว”

“แล้วติน่า...”

“คุณติ๊..ไม่ได้ทำ..อะไรค่ะ”เธอตอบเบาๆและคิมหันต์ก็พาเธอมายังที่นอน ชาลิดาปฏิเสธมื้อเย็นเพราเธอกินไม่ลง แต่ก็ถูกคะยั้นคะยอให้ทานอะไรเสียหน่อยเพื่อที่จะได้ทานยาอีก ชายหนุ่มนั่งพิงหลังกับหัวเตียงพร้อมกับลูบศีรษะเด็กสาวที่นอนซบอยู่เช่นนั้น

“ชาอดทนไว้นะ...ติน่าก็แค่สงสัย...เขาทำอะไรเราไม่ได้หรอก ถ้าทุกอย่างลงตัวฉันจะเลิกกับเขาทันที...มันจะโอเค”

“ชา...”หล่อนได้แต่อ้าปากค้าง...สิ่งที่คิมหันต์พูดนั้นสำหรับเธอมันคงสายเกินไป

“เราจะอยู่ด้วยกัน...หรือถ้าเธอกลัวเขารู้ที่อยู่ ฉันจะเปิดคอนโดใหม่ให้เธอ ไม่ต้องกลัวนะ”

“ค่ะ...”ชาลิดาหลับตาเอียงแก้มซบตักชายหนุ่ม ก่อนจะรู้สึกถึงฝ่ามือของชายหนุ่มที่ลูบไล้ไปตามลำตัว

“น้ำชา..ฉันว่า...”

“คุณคิม...ชาไม่ไหวจริงๆค่ะ”เธอเอ่ยเสียงระโหย และชายหนุ่มที่เห็นท่าทีดังนั้นก็ไม่ได้เซ้าซี้ คิมหันต์พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะจัดท่าทางให้ชาลิดาได้นอน เขาเช็ดตัวให้กับอีกฝ่ายจนกระทั่งเจ้าตัวผล็อยหลับไปด้วยพิษไข้ คิมหันต์เห็นดังนั้นจึงเลื่อนเปิดประตูระเบียง ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาต่อสาย

“ติน่า..ทำอะไรอยู่ครับ คืนนี้เราไปดูหนังกันมั้ย”

((พี่คิม...ติ๊...ว่างค่ะ เราไปดูหนังกันก็ได้))ปลายสายตอบกลับมาเบาบางในเชิงไม่มีอารมณ์ขุ่นข้อง เสียงทุ้มนุ่มจึงกรอกลงไปอีกครั้ง

“อยู่ที่บ้านหรือคอนโดคะ...คืนนี้พี่ค้างด้วยนะ คิดถึงติน่าไงคะ... เดี๋ยวพี่เสร็จธุระพี่ไปหาค่ะ”เอ่ยเท่านั้นก็กดวางสาย ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องและพบว่าเจ้าของห้องกำลังนอนอยู่ คิมหันต์จึงดึงผ้าห่มคลุมกายให้ก่อนจะออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ





ทันทีที่เสียงประตูปิดลง...ชาลิดาก็คู้กายปิดหน้าก่อนจะร้องไห้ออกมาไม่หยุด...




*******************
#aphbKY ต้ะ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น