ไม่นานนักคิมหันต์ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ห้องพักของคริสติน่า
เพราะอีกคนก็อยากอยู่แบบเป็นส่วนตัวจึงได้ซื้อห้องคอนเอาไว้แยกกับที่บ้าน
และชายหนุ่มเองก็นานๆครั้งถึงเดินทางมาค้างที แน่นอนว่าเขาไม่อยากค้าง
ค้างไปก็เท่านั้น มันจบลงด้วยคำว่ารอทั้งที่เขาก็อยากมีสัมพันธ์ทางกายเหมือนคู่รักทั่วไป
แต่เขาทำไม่ได้..ไม่ใช่เขาไม่อยากทำ แต่อีกฝ่ายไม่อยากทำ
หนึ่งในหลายๆความคิดของคิมหันต์นั้น..หนึ่งคือเขาคิดว่าน่าจะมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างทางที่คนรักของเขาอาสามาส่งเด็กฝึกงาน
ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเขาเธอไม่ใช่คนโง่ อยากได้อะไรก็ต้องได้
และคริสติน่าคนนั้นก็อยู่เหนือเขาแทบทุกอย่างในชนชั้นสังคม
อิทธิพลของพ่อและพี่ชายของหล่อนทำให้เขาทำอะไรเธอไม่ได้เลย... ดังนั้น
ถ้าเขารักชาลิดาขึ้นมาจริงๆมันก็คงเป็นเรื่องยากยิ่งสำหรับการตัดสัมพันธ์
“พี่คิม...เพิ่งเลิกงานเหรอคะ ทำไมมาดึกดื่น”
“พี่ไปคุยงานกับลูกค้ามาน่ะค่ะ รบกวนเรารึเปล่า”เอ่ยเสียงนุ่มนวลกับอีกฝ่ายที่สวมเสื้อคลุมชุดนอนผ้าซาตินสีมุก
ใบหน้าไร้เครื่องสำอางแต่ก็ยังสวยสง่านั้นยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะเชิญคิมหันต์เข้ามาด้านใน
“ไม่หรอกค่ะ พี่คิมจะนอนที่นี่มั้ยคะ”เอ่ยถามดั่งปกติ
เพราะการนอนคือนอนด้วยกันเฉยๆโดยไม่มีอะไรเลย
คิมหันต์ขยับยิ้มนิดหน่อยพลางเอ่ยปากเมื่อหญิงสาวรินน้ำเปล่าให้
“ขอบคุณนะคะที่ไปส่งเด็กฝึกงานให้พี่
ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย?”เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อดวงตางามนั้นจ้องนิ่งๆ
ก่อนจะเอ่ยแก้ตัวเสียงอ่อน “หมายถึงน้องไม่งอแงใช่มั้ยคะ”
“ไม่ค่ะ...มีคนกล้าทำแบบนั้นกับติ๊ด้วยเหรอคะ”หล่อนขยับยิ้มพลางนั่งลงที่ชุดโซฟาส่วนรับแขก
โทรทัศน์เปิดเอาไว้เหมือนไม่ให้เงียบมากกว่าจะตั้งใจดู
คิมหันต์ส่งยิ้มให้อีกครั้งและเปรยขึ้นเนิบนาบ
“จริงๆพี่ก็อยากให้ติน่าหุ้นกับทางพี่นะ
จะได้ทำงาน คุณแม่จะได้ไม่ว่าด้วย”
“ติ๊อยากต่อเอกอีกค่ะ...ติ๊ยังไม่พร้อมจะทำงานเลย
ติ๊ยังเอาใจใส่อะไรได้ไม่ดีพอ”แววตาของเธอหม่นลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงชาลิดาเมื่อกลางวัน
“แต่ถ้าเรียนจบ..ติ๊อาจจะพร้อมแล้วก็ได้”
“พี่อยากให้เรามีอะไรร่วมกันให้มากขึ้นนะ...พี่อยากดูแลติน่านะคะ...”ฝ่ามือของคิมหันต์ลากเข้ากับต้นขาของหญิงสาว
โดยคริสติน่าก็นิ่งไป ใบหน้างามมองชายคนรักที่ส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้
ก่อนที่ชายหนุ่มจะขยับตัวเข้าจูบริมฝีปากของเธอ
จุมพิตบางเบานั้นราวกับถนอมเธอเฉกเครื่องแก้ว
และคริสติน่าก็ไม่ได้ปัดป้องขัดขืนลงล้มลงไปบนโซฟา เธอคิดว่าเธออาจจะต้องยอม...
ถึงจะแอบสงสารเด็กคนนั้นที่ร้องไห้ฟูมฟายแค่ไหน
แต่ยังไงก็หนีความจริงไม่ได้อยู่ดีว่าคิมหันต์เลือกเธอ ในขณะที่อีกฝ่ายก็กระหยิ่มเมื่อหญิงคนรักที่ปฏิเสธมาตลอดยินยอมอย่างว่าง่าย
ฝ่ามือของเขาแตะไล้วนเวียนที่ต้นขา ก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปใต้สาบชุด
คริสติน่าหลับตาอยู่พัก ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างบางเบา
“พี่คิม..พอเถอะค่ะ”
“หืม?”ชายหนุ่มที่เหมือนปลุกเร้าอารมณ์ไปแล้วเกือบครึ่งเลิกคิ้วอย่างแปลกใจในขณะที่สาวสวยก็ขยับชุดให้เข้าที่ดังเก่า
“มีอะไรคะ? พี่ว่ามันโอเคแล้วนะถ้าเราจะทำแบบนั้น เราคบกันมาหลายปีแล้วนะ”
“ติ๊ทำไม่ได้ค่ะ”หล่อนกล่าว “ติ๊ทำไม่ได้จริงๆ...พี่คิมก็รู้ว่าติ๊เป็นยังไง”
“ติน่า...นี่มันไม่ใช่ จะให้พี่รอแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะแต่งกันงั้นเหรอ?”
“แล้วพี่รอได้มั้ยล่ะคะ”
“พี่รอได้นะ..แต่...”
“ได้จริงๆเหรอคะ?”สายตาที่เจือแววคาดคั้นทำให้คิมหันต์นิ่งไป
“พี่กล้าพูดจริงๆเหรอคะว่ารอได้? พี่รอด้วยการพาเด็กน้ำชาไปทำอะไรกันถึงไหนต่อถึงไหน
นั่นคือฆ่าเวลารอเหรอคะ?!”
“ติน่า...”ชายหนุ่มพึมพำ
แม้จะตกใจเล็กน้อยแต่คิมหันต์ก็คิดว่าเขาเองเดาไม่ผิดเท่าไหร่ถ้าอีกคนจะจับได้ขึ้นมา
“ฟังพี่ก่อน...เด็กคนนั้นอยากมีที่ฝึกงาน แล้วพี่ก็แค่เมตตาไปเท่านั้น
ยังไงพี่ก็เลือกเราอยู่แล้ว
ทำไมพี่ต้องไปเลือกเด็กธรรมดาบ้านๆแทนเราที่คบกันมานานด้วยล่ะคะ”
“...”
“เชื่อพี่สิติน่า...มันแค่นอกกาย...ถ้าพวกเราพัฒนาความสัมพันธ์ตรงนี้..พี่ก็ไม่มีคนอื่นแล้ว”
“พี่คิมเปลี่ยนติ๊ไม่ได้หรอกนะคะ!”หญิงสาวที่ทนคำพูดของคิมหันต์ไม่ได้ก็ส่งเสียงขึ้น
“พี่คิมไม่เข้าใจเหรอว่าติ๊ไม่ได้ชอบผู้ชาย!
แต่ที่ติ๊ยอมให้พี่คิมเพราะติ๊เองก็เคยหวังว่าสักวันมันคงจะดีขึ้น..แต่ไม่เลยค่ะ...
ไม่เลย พี่คิมพ้นเด็กคนนี้ไปติ๊จะเชื่อได้เหรอว่าพี่จะไม่มีใครอีก”
“เราก็ต้องคิดด้วยสิคะว่าเราเองก็ไม่ยอมให้พี่เหมือนกัน!”ชายหนุ่มโต้ตอบและใบหน้างามก็แววตาวาววับอย่างโกรธขึ้ง
“พี่คิมรู้มั้ย...เวลาผู้หญิงชอบผู้ชายสักคนแล้วพอรู้ว่าเขาเป็นเกย์...ผู้หญิงเกือบทั้งร้อยยอมถอยออกมา...ในขณะที่ผู้ชาย..ผู้ชายแบบพี่...ที่เอาแต่จะดันทุรังกดให้ผู้หญิงด้อยค่ากว่าเสมอ
แก้ทอมเหรอ? นิ้วเย็นเอ็นอุ่นอะไรน่ะอย่ามาพูดเลย! มันก็แค่ความเห็นแก่ตัวที่ไม่คิดจะยอมรับเพศสภาพของใครต่างหาก!”หล่อนตวาดเสียงกร้าวโดยที่คิมหันต์ก็นิ่งอึ้งไป “พี่บอกว่าแค่นอกกาย...ถ้าเรามีอะไรกันแล้วเราก็นอกกายเหมือนกันมั้ยล่ะคะ?
ตอนนี้ติ๊ไม่แน่ใจแล้วว่าพี่คิมพูดอะไรกับเด็กน้ำชา...พูดอย่างที่พูดกับติ๊รึเปล่า...
หรือพี่พูดแบบนี้กับนางแบบทุกคนที่เข้ามาถ่ายปกหนังสือให้พี่!!”
“มันจะมากไปแล้วนะคริสติน่า!”
“ออกไป! ออกไปให้พ้น!!”หญิงสาวคว้าปืนที่แอบไว้ใต้หมอนอิงมาจ่อใส่คิมหันต์ที่ตั้งท่าก้าวเข้ามาหา
ก่อนจะลดปืนลงระดับเป้ากางเกงอีกฝ่าย “อย่าลองดิกับติ๊...เข้ามาติ๊ยิงจริงๆ”
“โอเคพี่ขอโทษที่เสียงดัง..แต่ว่าเรา...”
“มันไม่มีตอนต่อไปแล้วล่ะค่ะพี่คิม...มันพังแล้ว...”ริมฝปากสวยแสยะยิ้มเล็กน้อย “ทุกอย่าง...เด็กนั่นก็ด้วย
เธอรู้แล้วว่าติ๊รู้...ทุกสิ่งที่พี่ทำมันทำให้ทุกอย่างพังหมดแล้ว”
“...”
“ติ๊จะไม่บอกพ่อว่าพี่ทำอะไรลงไปบ้าง...ติ๊ไม่อยากเห็นหน้าพี่
เราอย่าเจอกันอีกเลยค่ะ”หล่อนกล่าวแค่นั้นก่อนจะสะบัดปากกระบอกปืนเป็นเชิงไล่
คิมหันต์เองก็ได้แต่ยกมือทั้งสองข้างก่อนจะออกมาจากห้องของอีกฝ่ายแต่โดยดี
เขากลับไปที่รถพลางทุบพวงมาลัยอย่างหัวเสีย ก่อนจะโทรหาใครอีกคนหนึ่ง
“เฮ้ยบี
มึงเปิดห้องวีไอพีที่ร้านมึงไว้..เออกูจะไป เปิดเหล้าเหมือนเดิม
เตรียมเด็กให้กูด้วย!”
ลลิตามองเพื่อนสาวที่เก็บของใส่กล่องหลังจากที่อีกฝ่ายยืนกรานว่าจะย้ายออกเพื่อกลับต่างจังหวัดในวันต่อมาซึ่งเป็นวันหยุด
เรื่องราวที่ถ่ายทอดโดยชาลิดาแม้จะปนเปื้อนไปด้วยน้ำตาและเล่าข้ามบางเรื่องไปนั้นทำให้เธอสะท้อนใจอย่างบอกไม่ถูก จนอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอีกหน
“ชา..ทำไมแกไม่บอกฉันแต่แรก...”
“ฉันขอโทษ...ฉัน...”มือขาวที่พับผ้าใส่กระเป๋าเดินทางชะงักลงและอีกคนก็เอื้อมมือลูบศีรษะเพื่อนเบาๆ
“ไม่ต้องพูดแล้ว...ไม่ต้องนึกถึงมันอีก...ฉันน่าจะเอะใจท่าทางคุณติ๊แกสักหน่อย”ลลิตาถอนใจ
“ฉันเองไม่มีแกก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน อย่างที่ฉันบอก พี่เซนไม่ให้ฉันทำ
แต่ก็ยอมเพราะมีแกทำด้วย .. ตอนนี้ก็คงพอสำหรับฉันเหมือนกัน”
“ลี่...”ชาลิดาเงยหน้ามองเพื่อนที่ส่งยิ้มมาให้
“ไม่ต้องฝึกงานพ่อพี่เซนก็อยากให้ฉันไปทำบัญชีให้อู่เขาอยู่แล้วล่ะ
แกนั่นแหล่ะจะทำยังไงต่อ”เพื่อนสาวกล่าวถึงชายคนรักซึ่งเป็นลูกชายอู่ซ่อมรถเจ้าดังแถวชานเมือง
ซึ่งอีกคนก็คอยลงมาดูแลระหว่างที่แฟนสาวมาฝึกงานในกรุงเทพซึ่งกำลังติดต่อกับรถบริการขนส่งเก็บข้าวของๆชาลิดากลับบ้านที่ต่างจังหวัด
“ไม่รู้สิ...แต่มันคงดีกว่าอยู่แบบนี้
ฉันสู้หน้าใครไม่ได้แล้ว”
“ฉันเข้าใจ”ลลิตาพูดแผ่ว
ก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงไหล่กว้าง ใบหน้าหล่อเหลาจะเข้ามาในห้อง
“ชา..พี่ติดต่อรถเรียบร้อยแล้วนะ เราจะเอากระเป๋าเสื้อไว้ใช่มั้ย”
“ค่ะพี่เซน...ขอโทษนะคะที่ลำบากพี่”
“ไม่เป็นไร...แล้วที่ว่าจะไปหาคุณคริสติน่าอะไรนั่นน่ะ...คิดดีแล้วใช่มั้ย
พี่รู้จักกับนิติคอนโดนั้นนะ น่าจะช่วยเราได้”ชายหนุ่มคนเดิมกล่าวถามและสีหน้าของลลิตาก็กังวลนิดหน่อย
“ฉันว่าแกอย่าไปเลยชา...เดี๋ยวแกจะโดนเขาตบเขาตีเอาอีก”เอ่ยย้ำให้กับเด็กสาวที่ยังพับเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทาง
ดวงตากลมโตนั้นหรุบลงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยล้า
“ไม่เป็นไรลี่..ฉันทำผิดกับเขา
จะโดนบ้างก็สมควรแล้วล่ะ”
หลังจากที่มีปากเสียงกับคิมหันต์รุนแรง
คริสติน่าก็เอาจัดการเรื่องของตัวเองอย่างไม่สนใจชายหนุ่มอีก
ชีวิตของเธอนอกจากจีจี้ก็ยังมีเพื่อนหลายคนคอยให้ไปปรับทุกข์มากมาย
และที่เลวร้ายไปหน่อยก็คือพอทุกคนรู้ว่าเธอได้ตัดสัมพันธ์กับเจ้าของนิตยสารหนุ่มคนนั้น
วีกรรมวีรเวรที่คิมหันต์ไปก่อไว้ก็เข้าสู่ประสาทหูเธอจนหมดราวกับทุกคนเก็บกดมานาน
พ่วงด้วยบทสรุปคืนนั้นที่เธอเพิ่งรู้ทีหลังก็คืออีกฝ่ายหลังจาก(โดนไล่ให้)ออกจากห้องเธอไป ก็ไปดื่มอยู่ที่สีลม
พร้อมกับเด็กสาวๆร้านเจ้าประจำที่เจ้าของน่าจะเป็นเพื่อนกัน คริสติน่าจึงรู้สึกโชคดีอย่างประหลาดที่พ้นเงาผู้ชายคนนี้ไปเสียได้
หลังจากทานข้าวกับเพื่อนๆที่ร้านเธอก็ปฏิเสธที่จะไปดิ้นผับไฮโซอย่างที่เคยไป
ใจของเธอยังเหนื่อยล้าและยังไม่พร้อมนัก ซึ่งทุกคนก็เข้าใจไม่เซ้าซี้
หญิงสาวจึงขับรถหรูคันเดิมของเจ้าตัวกลับมาที่คอนโด
เธอให้เหตุผลที่ยังไม่กลับบ้านพักนี้ว่าต้องการสมาธิ อยากอยู่เพื่อคิดอะไรลำพัง
คริสติน่าเลี้ยวรถก่อนที่สายตาจะสะดุดกับใครสักคนที่เดินท่อมๆอยู่หน้ารั้ว
แต่เธอก็ไม่ได้สนใจจนกระทั่งขับรถกลับมาในห้อง
เช็ดเครื่องสำอางและเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ตามนิสัย เสียงอินเตอร์โฟนดังขึ้น และเธอเองก็ไม่ได้สั่งดิลิเวอรี่
ดังนั้นคนที่น่าจะมาเพื่อก่อความรำคาญให้จึงไม่น่าจะเป็นคนอื่นได้อีก
“?!”
ดวงตาของสาวสวยเบิกเล็กน้อย
เมื่อแทนที่จะพบผู้ชายจอมงี่เง่าที่เธอเพิ่งตะเพิดไปเมื่อวันก่อน กลับเป็นเด็กสาวที่สวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลพันผ้าพันคอจนเกือบครึ่งหน้า
เส้นผมสีดำยาวที่กาลครั้งหนึ่งเธอเคยสัมผัสว่ามันช่างนิ่มราวกับเส้นไหม ดวงตาที่เริ่มเจ่อไปด้วยหยดน้ำราวคนเจ้าน้ำตานั้นทำให้คริสติน่ากลอกตาขึ้นฟ้าก่อนจะยอมเปิดประตู
“มีอะไรอีก”
“ชา...”ริมฝีปากอิ่มอ้าออกนิดหน่อย “ชามาขอโทษคุณ”
“...”
“ชา...”น้ำเสียงของอีกคนเริ่มขาดหาย
ชาลิดาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ต่อหน้าคนๆนี้เธอถึงรู้สึกกลัว และนอกจากความเกรงกลัวมันก็พ่วงด้วยความรู้สึกผิดจนเธอขยับปากไม่ไหว
หญิงสาวเจ้าของห้องถอนหายใจปลงก่อนจะกล่าวเสียงอ่อน
“เข้ามาก่อนสิ”
“...”อีกคนพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะตามคริสติน่าเข้ามาโดยดี
ดวงตากลมโตมองวีนัสที่สวมเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงทรงเอสีกรมท่า เส้นผมถูกมวยเกลียวแบบธรรมชาติ
แต่ใบหน้าที่จางเครื่องสำอางลงนั้นทำให้เด็กสาวไม่แน่ใจว่าอีกคนเพิ่งมาหรือกำลังจะออกไป
ชาลิดานั่งลงกับโซฟา ก่อนที่เครื่องดื่มจะถูกวางลงให้
“กินไปเถอะ..ไม่ตายหรอก มีอะไรก็ว่ามา”
“ชา...แค่ไม่อยากเงียบอีกแล้ว...”อีกคนก้มหน้าเงียบไปพักใหญ่
จนสุดท้ายก็รวมคำพูดของตนอย่างช้าๆ “ชา...เห็นแก่ตัวเหมือนที่คุณติ๊ว่าจริงๆ...”
“...”
“ตอนแรกชาไม่เข้าใจ...ทำไมคุณติ๊ต้องโมโห
เพราะชาไม่ได้แย่งคุณคิม แต่คืนนั้น...หลังจากคุณติ๊กลับไป
คุณคิมมาหาชา...แล้วก็ออกไปหาคุณติ๊ทั้งที่เมื่อกี้เขายังอยู่กับชา
เพียงเพราะชามีอะไรกับเขาไม่ไหว”น้ำตาหยดโตร่วงเผาะในขณะที่คริสติน่าก็สีหน้าปวดร้าวขึ้นมาอีกครั้ง
“มันเจ็บ...มันเจ็บจังเลยค่ะ...ชาเอาแต่คิดว่านี่เหรอสิ่งที่ชาควรได้..แล้วชาก็นึกถึงตอนที่คุณติ๊มองชาอยู่ในรถ...พวกเราสองคน...พวกเราก็แค่อยากได้ความรักที่จริงใจ”
“...”
“ทำไมหัวใจของเรา...ต้องถูกเขาเอาไปเล่นแบบนั้น...คำพูดที่เขาโทรหาคุณ
มันไม่เหมือนกับข้ออ้างที่เขาบอกชามาตลอด
คุณติ๊พูดถูก...พื้นที่ของชามันก็แค่พื้นที่ของเมียน้อย...
แต่ชาแค่อยากมาขอโทษที่ทำเป็นไม่เข้าใจความรู้สึกของคุณติ๊...
และพื้นที่ที่ชาว่าชาไม่ต้องการมันแล้วค่ะ ชาจะออกไปจากพื้นที่ตรงนั้น...ชาจะไป”
“คืนนั้น”คริสติน่าที่หลับตานิ่งๆอยู่พักก็ขยับริมฝีปากอย่างบางเบา
“เขามาหาฉันจริงๆ”
“...”
“แต่เราก็ทะเลาะกันใหญ่โต...สุดท้ายฉันก็ไล่ตะเพิดเขาออกไปจากห้อง
พวกเราจบแล้วน้ำชา...เธอไปตอนนี้มันก็ไม่มีผลอะไรอีกแล้ว”น้ำเสียงอ่อนแรงของอีกฝ่ายทำเอาชาลิดาได้แต่กัดปากร้องไห้
“พอผิดหวังกับใครสักคนเรื่องหนึ่ง...เรื่องเล็กๆทั้งหลายที่ฉันพยายามผ่อนปรนให้มันผุดขึ้นมาในใจฉันมากมายเหลือเกิน...มันพังแล้ว...พังลงทุกอย่าง
ต่อให้ไม่มีเธอ...ถ้าฉันดันทุรังคบกับเขาต่อ เขาก็ต้องมีคนอื่นเพื่อมาเอาชนะฉันอยู่ดี...ฉันรู้จักดีว่าเขาเป็นคนยังไง”
“คุณติ๊...ชา..ขอโทษค่ะ...”
“ไม่มีประโยชน์ที่เธอจะมาที่นี่หรอก...ฉันกับเขาจบลงแล้ว
ที่เหลือก็คือเธอ แต่กับฉัน...มันเหนื่อยเหลือเกินน้ำชา...ทั้งความต้องการของฉัน
ทั้งสิ่งที่เขาทำ...ฉันเหนื่อยแล้ว...ฉันไม่เอาอีกแล้ว”น้ำเสียงขมขื่นนั้นทำเอาชาลิดาได้แต่ก้มหน้าร้องไห้พลางพร่ำคำขอโทษไม่ยอมหยุด
“ชาไม่เอาแล้วค่ะ..ชาเอง..ชาเองก็ไม่รู้ว่าคุณคิมจะหยุดเมื่อไหร่...ชาทนต่อไปไม่ได้แล้วค่ะ”คริสติน่ามองเด็กสาวที่เอาแต่ก้มหน้าน้ำตาไหลพรูก็นึกสงสาร
คำพูดโหดร้ายของคิมหันต์ที่กล่าวถึงเด็กคนนี้ยังอยู่ในสมองเธอ
และเธอก็ไม่อยากยอมรับนักว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอโทโสจนใช้ปืนพกจ่ออีกฝ่ายเพื่อไล่ออกไปจากห้อง
“อย่าร้องเลย...พวกเรา...เธอพูดถูก...พวกเราไม่สมควรมาเจออะไรแบบนี้”เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งข้างชาลิดา
สองแขนโอบกอดเด็กสาวไว้แล้วกดให้ซบลงกับไหล่อย่างนุ่มนวล
ในขณะที่อีกคนก็ร้องไห้จนตัวสั่น “แล้วก็เรื่องนั้น..ฉันไม่รู้มาก่อน...และฉันก็เสียใจจริงๆ”
“ฮือ...ฮึ่ก”
“ฉันเองก็พลาดที่คิดว่าสักวันฉันจะเปลี่ยนได้...เขาเองก็พลาดที่คิดว่าสักวันจะเปลี่ยนฉันได้...มันไม่เหลืออะไรแล้ว...มันจบลงแล้ว...ร้องออกมาเถอะ
ฉันก็อยากจะลองร้องแบบนั้นบ้างเหมือนกัน”คำพูดของคริสติน่าทำให้ชาลิดาที่ซบหน้ากับอีกคนร้องไห้หนักไปกว่าเก่า
เวลาผ่านพ้นไปจนไม่รู้ว่ากี่ชั่วโมงสำหรับเสียน้ำตา
เด็กสาวยังพิงโซฟานิ่งๆมองเจ้าของห้องที่หยิบเสื้อกับกางเกงขาสั้นมาให้
“มันดึกมากแล้ว ไปอาบน้ำสิ นอนที่นี่ล่ะ”
“...”ดวงตากลมโตยังจดจ้องอีกคนจนสาวสวยเอ่ยแผ่ว
“ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก”
เด็กสาวพยักหน้ารับก่อนจะรับชุดและผ้าขนหนูมาจากฝ่ายตรงข้าม
เธอเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะอาบน้ำทำความสะอาดตัว สมองของชาลิดาว่างเปล่า
เหมือนการเสียน้ำตาครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกโล่งในหัวใจยิ่งขึ้น เธออาบน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อยก่อนจะมานั่งปักหลักที่โซฟาไม่ไปไหน
จนกระทั่งคริสติน่าไปอาบน้ำบ้าง ชาลิดาจึงได้แต่ตอบข้อความของลลิตาว่าเธอยังไม่ตายและตัดสายคิมหันต์พร้อมกับบันทึกบล็อกเบอร์เพื่อไม่ให้มีการโทรเข้ามาอีก
แต่หนักเข้าเพราะเบอร์ไม่คุ้นยังโทรมาเรื่อยๆ เธอจึงส่งข้อความไปบอกเพื่อนว่าเธอโอเคดี แบตเตอรี่กำลังจะหมดและตัดสินใจปิดเครื่อง
หลังจากที่พวกเธอดื่มน้ำผลไม้กันคนละแก้วเพราะเจอเรื่องหนักหนาเกินกว่าจะกินอะไรลงไป
บนเตียงในห้องนอนที่ดูหรูหราของคริสติน่าปรากฏเจ้าของห้องที่เรือนผมสีน้ำตาลทองเคลียช่วงอกสวมเสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงขาสั้นเป็นชุดนอน
กับเด็กสาวผมสีดำยาวจนถึงกลางหลังสวมเสื้อยืดตัวบางกางเกงขาสั้นเนื้อบางเบา พวกเธอเหม่อมองไปบนเพดานทั้งหญิงสาวใบหน้าสวยสง่ากับเด็กสาวใบหน้าหวานใสตามธรรมชาติ
ผู้ซึ่งถูกชายคนหนึ่งทำลายความรู้สึกจนพังพินาศทั้งคู่
“คุณติ๊...”ชาลิดาเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเบาๆ
“อื้ม”
“คุณคิม...เขาพูดเรื่องชามั้ยคะ”เด็กสาวเว้นลมหายใจออกไปเล็กน้อย
“เขาพูดถึงชายังไง”
“ไม่ค่อยดีนักหรอก...ฟังไปเดี๋ยวเธอก็ร้องไห้เอาเปล่าๆ”
“เขาบอกชา...เขาบอกว่าเขาจะเลิกกับคุณ”คำพูดเบาๆนั้นทำให้คริสติน่าหันมามองพลันตะแคงกายฟังอย่างสนใจ
“เล่าต่อไปซิ”
“เขาบอกว่า...เขาไม่มีความสุขเวลาอยู่กับคุณติ๊
เขาบอกว่าคุณติ๊ไม่ยอมให้เขา ตอนนั้นชายังแอบคิดว่าทำไมกันนะ...คุณคิมออกจะดีแบบนี้
มันน่าจะเป็นพื้นฐานสัมพันธ์ของคนรักไม่ใช่เหรอ”
“...”
“เพราะเขายืนยันมาตลอดว่าจะเลิกกับคุณแน่นอน...ชาก็ตกหลุมลงไปเต็มๆเลยล่ะค่ะ
ชาเลยไม่ยอมรับที่คุณติ๊บอกชาตอนนั้น...เพราะชาไม่ได้แย่งเขา...แต่คุณคิมเป็นคนเข้ามา”
“คนเลวนั่น...”คริสติน่าสบถ “เขาพยายามเอาชนะฉัน...ก่อนจะเป็นเธอเขาก็เล็กๆน้อยๆกับคนอื่นมาตลอด
และฉันก็ตาบอดจนมองไม่เห็น
ฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย...ฉันหลอกตัวเองว่าสักวันฉันจะเปลี่ยนตัวเองได้
เขาเองก็แพ่งจะคิดว่าสักวันเขาจะเปลี่ยนฉันได้
จนมาเป็นเธอ...แล้วมันก็พังครืนลงแบบนี้”
“คุณติ๊ไม่ได้ชอบผู้ชาย?”ดวงตากลมโตมองอีกคน
ก่อนจะนิ่งไปเมื่อนึกถึงตอนที่อีกฝ่ายมาส่งเธอที่หอตอนนั้น
“พูดเหมือนเธอไม่รู้”เจ้าตัวกล่าวสบายๆ “แล้วเวลาเธอนอนกับเขา..ก็ไม่ได้ใส่เหรอ?”
“ไม่ค่ะ...”เด็กสาวเอ่ยแผ่วเบา “แค่ถู...แล้วก็ใช้ปาก...”
“พูดมาเถอะฉันไม่โกรธหรอก”
“ค่ะ...ใช้ปากแล้วก็มือ...คุณคิมชอบให้เอาหน้าอกหนีบ
ชาเจ็บ..แต่ชาก็ไม่กล้าพูด ถ้าเขาทำให้ เขาก็ทำท่าเหมือนเมื่อย ไม่อยากทำ บางทีเขาเสร็จแล้วเขาก็นอนเลยค่ะ...ชารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้”เสียงหัวเราะขื่นๆดังขึ้นเพียงครู่
“แต่เพราะเขาดีกับชา...ชาเลยให้มันเป็นเรื่องแค่นี้แล้วก็แล้วกันไป”
“เห็นแก่ตัวจริงๆ”เจ้าของห้องบ่นขรม รู้สึกโชคดีอีกครั้งที่ไม่เผลอตัวไปหลับนอนกับผู้ชายแบบนี้
แต่แล้วหล่อนก็เลิกคิ้วขึ้นเมื่อเสียงของชาลิดาเปล่งออกมาแม้จะแผ่วเบา
“แต่ตอนนั้น...ที่คุณติ๊... ชาโกรธคุณมาก แล้วก็อายด้วย
ชาเอาแต่คิดว่าทำไมคุณถึงมาทำกับชาแบบนี้”
“ฉันขอโทษนะ...ขอโทษ”
“ชาควรจะรู้สึกกลัวคุณ...แต่มันน่าอายจริงๆค่ะที่ชาเอาแต่นึกถึงความรู้สึกตอนนั้น
มันไม่ถูกต้องเลยในความคิดของชา..พวกเราเป็นผู้หญิง...แล้วก็”ริมฝีปากอ้าค้างไปครู่เมื่อพบว่าสายตาของคริสติน่าที่นอนตะแคงยังจดจ้องมาหาตน
ก่อนจะพูดขึ้นบ้าง
“เรารู้ที่ผู้ชายไม่รู้ว่าต้องรู้...ทำในสิ่งที่ผู้ชายไม่รู้ว่าต้องทำ...เพราะเราเป็นผู้หญิง”
“...”
“เธอรังเกียจมันรึเปล่า?”คำถามที่ดูไม่มีจุดมุ่งหมายนั้นทำให้เด็กสาวนิ่งงันไปโดยปริยาย
ชาลิดามองหน้าอีกคนในขณะที่ห้องนอนก็มีเพียงแสงไฟสลัวจากด้านนอกสอดส่องเข้ามา
และสุดท้ายเด็กสาวก็แค่สั่นหน้าไปเบาๆ
“ตอนนั้น..ชากลัวคุณ”
“...”
“ตอนนี้ชาไม่รู้”คำพูดซื่อๆของอีกฝ่ายทำให้สาวสวยขยับยิ้ม
คริสติน่ากระเถิบกายขึ้นพลันลูบศีรษะของชาลิดาเบาๆ
นิ้วยาวยกทัดใบหูพลันก้มหน้าลงเกือบจนประชิด
“เธอไม่ควรพูดแบบนี้ทั้งที่รู้ว่าฉันเป็นยังไงนะ”
“...”ดวงตากลมสวยที่คริสติน่าบันทึกเป็นรายละเอียดแรกก่อนจะต่อด้วยเส้นผมยาวๆสีดำขลับได้หลับลง
ริมฝีปากได้รูปที่ค่อยๆเผยอออกเล็กน้อยทำให้คนมองกลืนน้ำลาลงคออย่างยากลำบาก
ก่อนจะค่อยๆโน้มใบหน้าลงจูบกลีบปากนุ่มนวลนั้นอย่างเนิบช้าในที่สุด
******************
#aphbky

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น