ความนุ่มนวลแตะลงที่กลีบปากเด็กสาวราวกับสัมผัสของขนนก
ก่อนจะละขึ้นจูบเบาๆที่กลางหน้าผาก
ชาลิดาลืมตาขึ้นมองอีกคนที่ส่งยิ้มแกนๆมาให้ก่อนจะก้มหลบสายตา
“มันดูไม่ดีเลยนะคะ ที่ชาทำท่าทางแบบนี้”
“ฉันเข้าใจ”คริสติน่าเท้าแขนกับหมอนตะแคงตัวมองเด็กสาว
“เธอ...ฉัน...เราทุกคนล้วนแต่เคยใสซื่อบริสุทธิ์...จนมีคนแย่ๆกับเรื่องแย่ๆเข้ามาในชีวิต”
“...”
“ถ้าเธอต้องการ...แล้วจะแสดงออกว่าเธอต้องการ
เธอก็ไม่ต้องอายหรอก เพราะเธอผ่านการไม่รู้อะไรมาแล้ว”ดวงตากลมโตหรุบลงอยู่ครู่
ท่าทางอึกอักชั่งใจนั้นทำให้สาวสวยย้ำริมฝีปากลงไปซ้ำหน ผละออกเล็กน้อย พวกเธอได้แต่มองหน้ากันในระยะประชิดท่ามกลางแสงไฟสลัวในห้อง
และชาลิดาก็เลือกที่จะหลับตาอีกหนหนึ่ง
รสจูบครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกแปลกแยกน้อยลงกว่าครั้งที่แล้ว
หลังจากที่หยุดความคิดว่ามันคือเรื่องที่ไม่ควรจะเป็น พอหลับตาลงชาลิดาก็รับรู้ว่ามันไม่ต่างกันแต่อย่างใด
ครั้งนี้เธอรู้สึกได้ว่าถูกอีกฝ่ายทะนุถนอม มากกว่าครั้งที่ผ่านมา
เธอหลับตาลงรับสัมผัสที่ลากไล้อย่างนุ่มนวล ทั้งฝ่ามือที่ลูบแผ่วๆกับสีข้างและปลายลิ้นที่แตะต้องเบาๆที่ริมฝีปากของเธอ
ปลายนิ้วอุ่นนั้นลากลงที่ชายเสื้อ ก่อนจะผละกลีบปากเพื่อถามความแน่ใจอีกครั้ง
“ชา...เธอโอเคมั้ย ฉันบอกแล้วว่าจะไม่ทำอะไร
ถ้าเธอบอกว่าไม่ ฉันก็จะไม่ทำ”
ดวงตาโตลืมขึ้นมองอีกฝ่ายแม้ว่าจะไม่เต็มดวงตาดีนัก
“ค่ะ”
“...”
“คุณทำได้”
คริสติน่าจูบลงกับพวงแก้มของเด็กสาว เธอซุกซอกคอลงไปสวนทางกับฝ่ามือที่ถลกเสื้อยืดขึ้น
เอื้อมมือลงไปดันแผ่นหลังอีกคนให้ยกขึ้นเล็กน้อยพร้อมแกะตะขอบราเซีย ชาลิดากอบลมหายใจเฮือกเมื่อหน้าอกถูกฝ่ามือสัมผัสและบีบเบาๆ
โดยสาวสวยก็ผละจากซอกคอเข้าแต้มจูบที่ริมฝีปาก ก้มถอลดไล่ลงถึงหน้าอก พลันใช้ริมฝีปากเชยชิมเนินเนื้อนิ่ม
กดจูบลงรอบๆพลันวกขึ้นใช้ปลายลิ้นแตะยอดและรวบริมฝีปากดูดดุน
อีกข้างก็ใช้ปลายนิ้วไถไปกับปลายถันที่เต่งตึง เด็กสาวส่งเสียงครางหวิว
ความรู้สึกร้อนวูบวาบราวแล่นขึ้นมาที่สองแก้ม
เรียวขาสตรีสองคนกำลังเสียดไถกันอยู่บนที่นอน และชาลิดาก็ตอบไม่ถูกนักว่าสิ่งที่เธอทำอยู่มันถูกต้องหรือไม่
“อ่า...อา...”เปล่งเสียงออกมาสั่นๆก่อนจะรีบปิดปากตัวเองไว้
ไม่มีทีท่าบีบบังคับให้ส่งเสียงจากอีกฝ่ายเช่นเดิม
ชาลิดารู้สึกสติตัวเองกำลังจะสั่นคลอน ท่อนขาของเธอรู้สึกถึงภาวะเกร็งเมื่อฝ่ามืออีกฝ่ายป่ายลงมา
และคริสติน่าก็ขยับลุกขึ้นพลันดึงกางเกงออกไปจากท่อนขาของเธอ เด็กสาวเผลอกัดหลังนิ้วพร้อมกับหลับตาลงอย่างขัดเขินที่จะมองเห็นว่าต้นขาของเธอถูกดันแยกออก
ดอกไม้ดอกนั้นถูกเชยชมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับนุ่มนวลและใจเย็น
ความชื้นซึมออกอีกหนเมื่อถูกสัมผัสด้วยความนุ่มนวลแนบเนื้ออย่างเนิบนาบ ชาลิดาผ่อนลมหายใจเฮือกสั้นๆ
สะโพกของเธอกำลังเสียแรงโน้มถ่วง มันยกลอยขึ้นไปโดยที่เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เสียงริมฝีปากดูดซับพร้อมปลายลิ้นที่ฉกไชราวกับงูร้ายนั้นทำให้เธอบิดเกร็งสะท้านไปทั้งตัว
“อ๊ะ! อาา...อื้อ..อื้มม..ชา..อ๊า”
คำพูดถูกสั่นไหวโดยความรู้สึกทางกายจนแทบไม่เป็นประโยค
เด็กสาวรู้สึกถึงของเหลวร้อนๆกำลังไหลออกมาจากตัวเอง
พร้อมกับความรู้สึกถึงเรียวนิ้วที่ชำแรกเข้าเพียงหนึ่ง
ค่อยๆหมุนเข้าหมุนออกกับตัวเธอ โดยเกสรตึงก็ถูกสัมผัสด้วยริมฝีปากอย่างเนิบนาบ
ชาลิดาส่งเสียงครางโดยที่เธอไม่สามารถควบคุมมันได้
สะโพกของเธอขยับขึ้นลงไปตามจังหวะเหล่านั้น
พลันเกร็งกายบิดเร่าพร้อมกับความเฉอะแฉะที่หลั่งไหลออกมา
เด็กสาวหอบหายใจแรงอยู่บนเตียงจนกระทั่งอีกคนค่อยๆขยับกายเอื้อมไปที่ลิ้นชักหัวเตียงชั้นล่างสุด
ชาลิดาขยับตัวขึ้นเล็กน้อย
ก่อนที่เธอจะเห็นว่าเจ้าของห้องกำลังทำอะไรบางอย่างกับเจ้าตัว ซิลิโคนที่ปลายข้างหนึ่งชี้ขึ้นไปด้านบนค่อยๆหายลับเข้าไปในตัวของสาวสวยที่ชาลิดาเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ท้องน้อยอีกคนเหมือนเป็นรอยสักดอกไม้
จนเหลือปลายอีกข้างชี้มาทางเธอ มันเหมือนของผู้ชาย
และเด็กสาวก็เริ่มรู้สึกหวั่นๆขึ้นมา
“คุณติ๊..มัน...”
“ไม่เป็นไร”เจลลื่นๆถูกชโลมลงกับอุปกรณ์นั้นและกลีบดอกไม้ที่ยังบีบตัว
“มันไม่ใหญ่มากหรอก”
“อ๊ะ..โอ๊ย..เจ็บค่ะ..อา!”ส่งเสียงครางเมื่อปลายชิ้นส่วนนั้นค่อยๆดันเข้ามาหา
แม้จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยแต่เด็กสาวกลับรู้สึกว่ามันแฝงไปด้วยความตื่นเต้น
เมื่ออีกฝ่ายดันเข้ามาเรื่อยๆจนร่างกายของพวกเธอแนบชิดกัน เด็กสาวส่งเสียงครางอาออกมาด้วยท่วงท่าที่ไม่ต่างกับชายหญิงนัก
สะโพกของเธอยกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยที่แขนข้างหนึ่งของคริสติน่าก็เกี่ยวข้อพับขาของเด็กน้อยอีกข้างหนึ่งเอาไว้ไม่ให้หุบเข้าหากัน ริมฝีปากจูบเบาๆอีกครั้ง ก่อนจะมองใบหน้าหวานใสของเด็กสาวที่ตอนนี้มีแต่เหงื่อกับน้ำตาของอารมณ์
“พร้อมนะ”
“...”ไม่ทันที่ชาลิดาจะให้คำตอบ ฝ่ามือเรียวของเทพีก็เอื้อมหยิบรีโมทก่อนที่การสั่นสะเทือนจะเกิดขึ้น
ปากอิ่มอ้าค้างด้วยความรู้สึกแปลกใหม่จนตัวกระตุก พร้อมกับคนด้านบนที่ขยับกานเข้าออกราวกับบุรุษ
ฝ่ามือของชาลิดาถูกกดลงกับที่นอน
ก่อนที่การกระแทกกระทั้นนั้นจะทำให้เธอสติกระเจิดกระเจิง
“อ๊า!..อ้า..คุณติ๊...ชา...ชา..อ๊า...อ๊ะอ๊ะ!..อ๊าย!”
“อ่า...ฉันชอบ...เสียงเธอจัง..อื้ม”
“อื๊อ!...อือ...โอย..อาอาอาา..อ้า...”อาจเป็นเจ้าตัวที่ไม่รู้ว่าเสียงครางกระเส่ากระสันนั้นปั่นป่วนอารมณ์คนฟังเท่าใด
ทั้งเรือนกายนิ่มนวลที่ไม่ว่าจะแตะตรงไหนก็ขึ้นสีไปหมด ชาลิดาอาจจะไม่สวยต้องใจคนหรือถูกชื่นชมออกนอกหน้า
แต่ก็มีความน่าหลงใหลเป็นของตัวเอง
และคริสติน่าก็ไม่ได้แปลกใจนักที่คนอย่างคิมหันต์ถึงยอมอดทนทั้งๆที่จะหักหาญใจเด็กคนนี้ยังไงก็ได้
เธอเองก็รู้สึก และก็รู้สึกว่าอีกคนก็จวนเจียนจะไม่ไหว
“อา..อ่ะอ่ะอ้ะ!...คุณติ๊...คุณติ๊คะ..อื้มม”
“หืม?...ว่าไง..อืมม”
“ชา..อ่าา..ชา..ไม่ไหว..อ๊าง...อ๊าา!!”เสียงร้องหวีดขึ้นเมื่ออารมณ์ถูกปั่นจนขึ้นจุดสูงสุด
ก่อนที่เด็กสาวจะกรี๊ดออกมาดังๆด้วยความกระสันซ่านจนแทบขาดใจ ร่างของชาลิดากระตุกเกร็งเป็นพักๆ
พร้อมกับซิลิโคนที่ถูกถอดออกโยนไปข้างๆ พวกเธอส่งยิ้มบางๆแม้จะเหนื่อยอ่อน
พลันกดจูบซ้ำลงไปอีกหนึ่งอย่างไม่รู้จักพอ
เหมือนกับรู้จักกับสิ่งๆหนึ่ง
แล้วพอใจในสิ่งนั้นจนถอนถอยออกไปไม่ได้...
ชาลิดารู้สึกตัวก็ตอนสายทั้งที่เธอไม่เคยตื่นสายมากขนาดนี้มาก่อน
เธอหยิบผ้าขนหนูที่เจ้าของห้องเตรียมไว้ให้ก่อนจะออกไปอาบน้ำ เธอเหลือบมองคริสติน่าที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่หน้าคอมพิวเตอร์แลปท็อปกับเอกสารสองสามอย่าง
ก่อนจะผละไปทำกิจวัตรของเธอจนเรียบร้อยก็เห็นว่าอีกคนยังนั่งอยู่ที่เก่า เส้นผมสีน้ำตาลทองถูกมวยขึ้นง่ายๆจนเห็นต้นคอระหง
แม้จะแค่ด้านหลังแต่อีกฝ่ายก็ดูสวยสดงดงามกว่าเธอไปทุกอย่าง จนไม่น่าเป็นไปได้เลยว่าเมื่อคืนมันจะเกิดขึ้นระหว่างเธอทั้งสองคน
“คุณติ๊คะ...”เด็กสาวส่งเสียงแผ่วเบา
และคนที่นั่งอยู่กับโต๊ะทำงานก็เงยหน้าขึ้น
“อือฮึ..กินข้าวสิ”สาวสวยลุกขึ้น
เธอสวมเสว็ตเตอร์คอวีสีขาวดำกับกางเกงยีนส์ขาสั้น แม้จะสวมเพียงรองเท้าฟองน้ำแต่ท่อนขาอีกฝ่ายก็ยังดูเรียวยาว
ชาลิดาเดินตามเจ้าของห้องไปที่ครัว ก่อนจะเห็นอาหารเช้าง่ายๆที่ถูกทำเตรียมไว้ให้เธออยู่บนโต๊ะ
และอีกคนก็นั่งลงที่นั่งตรงข้าม เทมูสลี่ลงชามก่อนจะตามด้วยนมสด พวกเธอทานอาหารกันเงียบๆ
จนกระทั่งคริสติน่าเอ่ยถามขึ้นอีกหนเมื่อมื้ออาหารจบลง
“แล้วเธอจะเอายังไงต่อไป”
“ชา...ว่าจะกลับต่างจังหวัดค่ะ
เพราะเหมยลี่ก็ไม่ทำที่นั่นแล้ว ชาเองก็ทนอึดอัดใจไม่ไหวเหมือนกัน”
“...”
“ที่จริงชาขนของไปหมดแล้ว เหลือแค่กระเป๋าอยู่ที่หอ
กลับจากที่นี่ไปก็คงไปบ้านเลย”ชาลิดาส่งยิ้มหม่นๆมาให้ “ขอบคุณนะคะ...แล้วก็ขอโทษสำหรับที่ผ่านมา”
คริสติน่าทอดสายตามองเด็กสาวนิ่งๆ...
“ในตอนนั้น...ที่ชามองคุณตอนที่คุณมาที่ออฟฟิศ...ชาคิดว่าเป็นเพราะชาระแวง
กลัวคุณจะมาเอาเรื่อง...แต่ในความรู้สึกระแวง... ชาคิดว่าคุณสวยมากๆเลย
ชาน่าจะคิดได้แต่แรก ว่าคุณคิมไม่มีทางเลือกชาแน่นอน
แต่เพราะความรั้นของชาเอง...มันเลยพังแบบนี้”
“มานี่ก่อนสิ”เจ้าของห้องลุกขึ้นพลางส่งมือให้ชาลิดา
เด็กสาวนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆยื่นมือไปแตะอีกฝ่าย
คริสติน่าพาอีกฝ่ายกลับมาที่ห้องนอน หยิบกระเป๋าใบเล็กหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วรวบเส้นผมสีดำยาวไปด้านหลัง
ชาลิดากะพริบตาปริบๆจนรู้สึกว่าอีกคนกำลังเอาอะไรบางอย่างทาลงบนหน้าของเธอ
แปรงพู่ใหญ่ๆปัดไปปัดมาทั่วหน้า หลังจากที่อีกฝ่ายสั่งให้หลับตาบ้างลืมตาองเพดานบ้าง
แปรงที่ดูเล็กกว่าเขี่ยๆขีดๆที่ดวงตาสองข้างของเธอ ไม่ทันได้อาปากถาม พู่กันอีกอันก็ป้ายลิปสติกลงริมฝีปากจนเด็กสาวไม่กล้าพูด
ได้แต่นั่งนิ่งๆจนเห็นว่าคริสติน่าส่งยิ้มน้อยๆออกมาที่มุมปาก แล้วยื่นกระจกให้
“เธอก็สวยแบบเธอ”อีกฝ่ายกล่าวเท่านั้น
และชาลิดาก็มองเห็นใครคนหนึ่งที่ใบหน้าดูตบแต่งให้มีสีสันจนดูดีกว่าเดิมที่เป็นหน้าซีดๆ
“ผู้หญิงไม่มีใครสวยกว่ากันหรอก มีแต่คนที่ดูแลตัวเองดีกว่ากัน ผู้ชายน่ะชอบคิดไปเองว่าผู้หญิงพยายามสวยเพื่อพวกเขา
ไม่ใช่เลย...มันเปลี่ยนไปแล้ว ผู้หญิงทุกคนสวยเพื่อตัวเอง ฉันไม่ได้สวยไปกว่าเธอ
ฉันแค่ดูแลตัวเองมากกว่าเธอ มันเป็นแบบนั้น”
ดวงตากลมสวยที่เด่นชัดขึ้นด้วยอายไลเนอร์และปัดมาสคาร่าจนดูหวานมองนิ่งๆพลันขยับหยีขึ้นเป็นเชิงยิ้ม“ขอบคุณนะคะ”
“น้ำชา”
“คะ?”
“ไปกับฉันมั้ย?”ถ้อยคำเชิญชวนไม่มีปี่ขลุ่ยของวีนัสทำให้เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้น
“ฉันจะไปเรียนเพิ่มเติมอีกหน่อย ไปออสเตเลียน่ะ ถ้าจบมาฉันอาจจะพร้อมที่จะทำงานมากขึ้น
ฉันไม่อยากเห็นหน้าคิมหันต์แล้ว เธอเองก็เหมือนกันใช่มั้ย”
“ชา...”
“ฉันไม่ได้บังคับ...ฉันแค่ให้เธอตัดสินใจ
ฉันไม่ได้ชอบเธอ เธอไม่ได้ชอบฉัน
พวกเราไม่ได้ชอบกันเลยและอาจจะเกลียดกันมาก่อนด้วยซ้ำ..”
“...”
“แต่พอเราอยู่ด้วยกัน...ฉันคิดว่าความรู้สึกมันเปลี่ยนไปได้
เราที่รู้ความรู้สึกของกันและกันดี เธอไม่คิดแบบนั้นเหรอ”สาวสวยขยับเข้ากอดชาลิดาพลันกดจูบลงกับขมับของเด็กสาวเบาๆ
โดยที่อีกคนก็อยู่นิ่งๆราวกับกำลังตัดสินใจ พร้อมกับประโยคที่กระซิบเบาๆที่ริมหู
“อย่างที่เคยพูด...เราไม่ควรมาเจ็บแบบนี้
แต่เราจะไปจากความรู้สึกพวกนี้ได้..ฉันคิดว่าพวกเราต้องเริ่มต้น”
“เด็กฝึกงานไม่มาทำงานกันรึไง
เหลวไหลกันใหญ่แล้วนะ”
คิมหันต์บ่นขรมขณะที่เข้างานอีกทีก็บ่ายวันต่อมา เพราะมัวแต่ไปเมาหัวราน้ำกับคลุกคลีกับเด็กในเลาจ์นทดแทนอารมณ์ที่ไม่ได้ถูกระบายเสียนาน
ชายหนุ่มเข้ามาที่ออฟฟิศด้วยความรู้สึกหงุดหงิด หลังจากที่พยายามไปง้อคริสติน่าแต่โดนทางบ้านของหญิงสาวขับไล่
ทั้งชาลิดาที่ติดต่อไม่ได้และไม่มาทำงาน นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน
“บอสคะ..เด็กสองคนลาออกไปแล้วค่ะ”เลขาสาวรายงานด้วยท่าทีสงบจนคิ้วเข้มกระตุก
“ใครอนุญาตให้ออก คิดจะออกก็ออกงั้นเหรอไง
มันจะมากไปแล้วนะครับ! ยังไงก็ติดต่อแจ้งทั้งคู่ด้วยว่าถ้าไม่มาทำงานให้ครบกำหนดเราจะไม่ออกเงินให้”
“ทั้งคู่ไม่เอาเงินเดือนค่ะ ลลิตาบอกแค่ว่าเธอจะไปอยู่กับแฟน ส่วนชาลิดา...”เลขาหัวหน้าหยิบซองจดหมายยื่นให้กับคิมหันต์
ก่อนจะผงกศีรษะแล้วออกจากห้องทำงานของชายหนุ่มไป ทิ้งไว้เพียงความงุนงงสงสัยกับคิมหันต์เพียงเท่านั้น
เขาเปิดจดหมายออกอ่าน ก่อนที่ทุกอย่างจะเหมือนอากาศถูกดูดจนหมดสิ้น...
‘ถึง คุณคิมหันต์...
ก่อนอื่นชาต้องขอบคุณมากๆสำหรับทุกอย่างที่คุณคิมได้ทำให้ชา
และชาก็ต้องขอโทษด้วยที่ชาคงทำงานกับคุณคิมต่อไปไม่ได้ ชาจะไม่พูดว่าสิ่งที่คุณคิมทำกับชาและคุณติ๊มีอะไรบ้าง
เพราะชาคิดว่าใจคุณคิมเองก็คงรู้ดี... พวกเราได้คุยกัน
และพวกเราตัดสินใจกันว่าพวกเราจะไปจากคุณคิมค่ะ คุณติ๊บอกว่าไม่มีอะไรจะคุยกับคุณคิมแล้ว
ชาเองก็รู้สึกได้ว่ามันพัง... และมันควรจะจบไปได้แล้ว นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับพวกเราคิดได้ตอนนี้
ขอคุณคิมอย่าทำให้เหมยลี่ลำบากใจ เพราะชาก็ไม่ได้บอกลี่ว่าชาไปไหน
ชาบอกแค่กลับบ้านเท่านั้น อย่าพยายามตามหาชา อย่าพยายามขอร้องให้พวกเรากลับไป
พวกเราคงไม่สามารถทำได้แม้แต่จะมองหน้าคุณ หวังว่าคุณคิมคงเข้าใจ
อีกเรื่องหนึ่ง
ชารักคุณคิมนะคะ...และตอนนี้ชาก็ยังรักอยู่ แต่ความรักที่ชาให้ไปกลับกลายเป็นแค่หมากเกมของคุณ...
คุณติ๊เธอก็พยายามเปลี่ยนสิ่งที่เธอเป็นเพื่อคุณคิม...
พวกเราแค่ต้องการความรักที่จริงใจ แต่เมื่อมันไม่ได้อะไร
พวกเราก็ต้องกลับมาดูแลตัวเองถูกมั้ยคะ
แต่ก่อนคุณคิมอาจเป็นฝ่ายเลือกว่าจะเลือกชาหรือคุณติ๊...แต่อะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นกับชา
และคุณคิมน่าจะรู้ว่าคุณติ๊เป็นแบบไหน ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วและชาจะขอเป็นฝ่ายเลือกบ้าง...
ชาเลือกคุณติ๊ค่ะ.
ชาลิดา’
***********************
#aphbKY

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น