วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

(S)He 1.5/2










Title : She 1.5
Pairing : WUYIFAN x PARK CHANYEOL
Author : RUNAWAY05
Note : หงุง



ในเวลานี้อู๋อี้ฝานกำลังแบกเป้ตามสมาชิกกลุ่มที่ออกมาถ่ายภาพนอกสถานที่เพื่อเอาไว้ใช้ประกอบพรีเซนต์บอร์ด เนื่องจากผู้กุมอำนาจกลุ่มอย่างลู่หานนั้นประกาศชัดเจนว่าจะไม่ใช้ภาพที่มาจากอินเตอร์เน็ต ชายหนุ่มสัมผัสลมช่วงกลางวันนานๆแทบจะเป็นครั้งแรกหลังจากเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่ด้วยซ้ำ

“ร้อนชะมัด พอรึยัง ฉันง่วงแล้ว”และเช่นเดิม...เสียงเหนื่อยหน่ายปนรำคาญของโอเซฮุนยังคงดังมาเป็นระยะ จากที่เขาฟังๆเพื่อนกลุ่มเดิมที่เคยเล่าตอนไปดื่มเมื่อหลายวันก่อน เซฮุนเป็นนายแบบอิสระ เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังอยู่แล้ว แต่แค่มาลงเรียนที่นี่เพื่อฆ่าเวลาหรืออะไรสักอย่าง ส่วนลู่หานคนนั้นก็เป็นนักศึกษาจีนที่อยู่ปักกิ่ง มาลงเรียนที่นี่เพื่อพักผ่อนและเผื่อจะได้เป็นดารา (อันนี้เจ้าตัวพูดเอง) ส่วนชานยอลเป็นนักศึกษาเจ้าถิ่นที่ขี้เกียจลงเรียนภาษาจีนที่ค่าเรียนแพงเป็นสองเท่าที่เขามาเรียนที่นี่ เลยมาลงเรียนคลาสปะปนแบบนี้อาเพื่อเรียนภาษาไปด้วยในตัว

“ยังไม่พอ นายไปถ่ายตรงนั้น”นิ้วเล็กๆชี้ไปยังมุมหนึ่งของเมือง และอีกฝ่ายก็แบมือ

“กล้องมา”

“เอามือถือนายถ่ายสิ”

“ทำไมต้องมือถือฉันด้วยล่ะ เปลืองเมมโมรี่จะตาย”

“ไม่มีน้ำใจ”

“ว่าใคร”

“ว่าหมา”

“เดี๋ยวจะโดน

“เอาน่ะๆ เซฮุนเอากล้องฉันไปก็ได้”ชานยอลว่าพลางถอดสายสะพายกล้องส่งให้เซฮุนอย่างอ่อนใจ วันนี้เจ้าตัวไม่ได้ทำผมเซ็ตเป็นกระบัง ปล่อยเป็นผมหน้าม้าสีเข้มเหมือนเห็ด...เห็ดอะไรสักอย่าง นาเมโกะ ที่รูปร่างมันคล้าย... เออ ช่างมันเถอะ

“จะเที่ยงแล้วนะ หาอะไรกินมั้ย?”

“อืม...ก็ดีเหมือนกัน”ลู่หานหันมารับคำและเซฮุนก็แทบชูไม้ชูมือแทบจะทันที ชานยอลเปิดมือถืออยู่พักก่อนจะพูดขึ้น

“แถวนี้มีร้านอาหารอยู่นะ รีวิวดีเลยแหล่ะ ไปกันมั้ย ราคาไม่แพงมากด้วย อยู่ไม่เกินสองร้อยเมตร”

“แพงก็ไม่เป็นไรมั้ง มีคนบอกว่าจะออกแต่เงินนี่นา”ร่างเล็กหันไปเบ้ปากใส่ชายร่างสูงที่สวมบินนี่จนเห็นเพียงเส้นผมสีเทาโผล่ออกมาเล็กน้อย ซึ่งเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นขยี้ศีรษะกลมก่อนว่าสั้นๆ

“พูดมาก รีบไปเลยไป”

“เพิ่งสระหัวมานะเว้ย”

“ตีกันมากเดี๋ยวก็ได้กันเองหรอก”อี้ฝานพูดขึ้นแต่เหมือนจะเลือกเวลาพูดผิดหรือไม่เขาก็ไม่แน่ใจ เพราะทั้งคู่สะดุ้งโหยงก่อนจะผละออกจากกันอัตโนมัติขณะเดินเท้าไปยังร้านเป้าหมายที่อยู่ไม่เกินสองร้อยเมตรตามที่คนนำทางบอก

“ใครจะเอาเจ้าเตี้ยนี่ หนวกหูตายห่ะ”เซฮุนพึมพำพร้อมกับลู่หานที่ส่งเสียงขึ้นมา

“คิดว่าฉันจะเอานายรึไงวะ”

“ละครหัวค่ำไปได้”อี้ฝานบ่นก่อนจะสาวเท้านำไปหาชานยอลที่หยุดอยู่หน้าร้านแห่งหนึ่ง ทั้งสี่คนเข้าไปนั่งจับจองพื้นที่และสั่งอาหารทานตามปกติ ขณะที่นั่งๆกันอยู่ลู่หานก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“จบงานกลุ่มนี้ฉันก็ต้องกลับจีนอีกแล้วล่ะ ที่นั่นใกล้เปิดเรียนแล้วด้วย”

“อา...มาอีกทีก็ธันวาเลยสินะ”ชานยอลว่าพลางเปิดเมนู เท่าที่อี้ฝานรู้ก็คือสองคนนี้ค่อนข้างสนิทกันเพราะลงเรียนแล้วเจอกันบ่อยๆ ชายหนุ่มเลือกน้ำชาร้อนเมื่อชานยอลเอียงเมนูมาหาเป็นเชิงถามว่าจะเอาเครื่องดื่มอะไรเพิ่มหรือไม่

“ห้าเดือนเลยเหรอ ทำไมไปนานจังวะ”เซฮุนเท้าคางบ่นอีกรอบ ก่อนทำหน้าเหลอหลาเมื่อลู่หานเบ้ปากยิ้มๆ

“หลงเสน่ห์ฉันแล้วอะเด่ะ”

“อ่ะ...ฉันหมายถึงอี้ฝานโน่น..ไม่ใช่นาย กลับไปเรียนนานๆเลยหูฉันจะได้หายอื้อ”อี้ฝานเงยหน้าเลิกคิ้วเมื่อทั้งโต๊ะหันมามองเขา และชายหนุ่มก็พยักหน้ารับ

“อ่าใช่..ฉันก็ต้องกลับเหมือนกัน”

“ที่กวางโจวใช่ม่า”ลู่หานว่า “ไว้ฉันจะแวะไปหานะ”

“ได้สิ”อี้ฝานพยักหน้ารับ ก่อนจะสังเกตว่าชานยอลนั้นเงียบๆไป แต่ก็คงเป็นเพราะวันนี้อากาศร้อน พวกเขาทานข้าวตามปกติและออกไปถ่ายรูป เดินไปบ่นไปกันอีกครั้ง ให้พูดตามตรงอี้ฝานก็ค่อนข้างเสียดายที่ต้องกลับ เพราะกลุ่มนี้สำหรับเขาค่อนข้างโอเคทีเดียว

หลังจากถ่ายภาพและเดินเตร็ดเตร่กันอยู่พักใหญ่ พวกเขาก็ซื้ออาหารเซ็ตและเครื่องดื่มมากินกันที่ห้องของอี้ฝาน (ซึ่งเขาเองก็คิดเหมือนกันว่าเสียเวลาดูแม่แมวนะ แต่คงไม่เป็นไร) โชจูหกขวดคืนนี้อาจจะรสดีสู้เหล้าในผับไม่ได้ แต่เพราะมีคนคุยด้วยแล้วได้แบ่งปันเรื่องราวให้กันมันย่อมดีกว่า

“สุดท้ายก็เหลือแค่พวกเราสินะ”เซฮุนว่าขึ้นขณะที่ยังนั่งดื่มกับอี้ฝานที่ห้องนั่งเล่น ส่วนชานยอลกับลู่หานก็นอนพับกันไปคนละทาง อี้ฝานนั่งแทะถั่วลิสงพร้อมกับหยิบมือถือมาเช็คดูว่าวันนี้แม่แมวจะอัพรูปหรือไม่ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อนึกได้ว่าวันนี้ไม่ใช่วันอัพเดท

“นายจะนอนนี่มั้ย?”อี้ฝานถามไปงั้นๆและเซฮุนก็วางขวดโชจูลง

“ไม่ล่ะ ฉันจะกลับไปนอนที่ห้อง ไปนะ”

“เดินทางดีๆล่ะ”อี้ฝานว่าพร้อมกับเซฮุนที่เหมือนจะเดินออกไปจากห้อง แต่แล้วก็หันกลับมาแบกลู่หานขึ้นหลังไม่พูดไม่จา “เฮ้ย”

“เฮ้ยอะไร นายก็จัดการของนายไปสิ ฉันจะจัดการของฉัน”

“ของนายเหรอ?”อี้ฝานหรี่ตา...โธ่ไอ้ซึนเดเระ...

“เออน่ะ ฝันดี ไปละ ถ้าชานยอลตื่นก็บอกว่าไม่ต้องห่วง”เซฮุนกล่าวรวบรัดก่อนจะแบกลู่หานออกไป เสียงปิดประตูดังขึ้นและอี้ฝานก็เดินไปล็อคพร้อมกับหันมามองชานยอลที่ยังนอนอยู่ตรงโซฟา ในขณะที่ว่าจะให้อีกคนไปนอนในห้องแล้วเขามานอนโซฟา หรือว่านอนด้วยกันดี อี้ฝานก็คิดอะไรมาได้อย่างหนึ่ง

ให้ชานยอลนอนที่นี่แหล่ะ ส่วนเขาก็นอนในห้อง ดูแกเลอรี่แม่แมวต่อไป แฮ่แฮ่....

เมื่อคิดได้ดังนั้นก็มีจุดหมายให้ชีวิต อี้ฝานเดินไปหยิบผ้าห่มกับหมอนสำรองในตู้ที่ได้มาฟรีตอนซื้อที่นอน พร้อมกับเสียบมือถือเตรียมทิชชู่รอสำหรับค่ำคืนนี้ จะว่าไปก็คิดถึงชุดกระโปรงตัวจิ๋วลายสก็อตตัวนั้น.. แต่ยังไงสำหรับอี้ฝานชุดเมดก็คือที่สุดอยู่ดีแหล่ะนะ เขากระตุกตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงกระป๋องล้มพร้อมกับเสียงอุทานขอชานยอลที่ดังขึ้นด้านนอก

“เฮ้ย”ชายหนุ่มอุทานเล็กน้อยเมื่อออกมาที่ห้องนั่งเล่นเจอชานยอลกำลังพยุงตัวกับโซฟาพร้อมกับกระป๋องเครื่องดื่มที่เคเก้ไปอีกทาง “เกิดอะไรขึ้น”

“ฉัน...จะลุกแต่ล้มไปชนกระป๋องน่ะ”ชานยอลส่งยิ้มแห้งๆให้ “ลู่หานล่ะ”

“เซฮุนแบกไปแล้วล่ะ”เขาตอบไปตามตรงและชานยอลก็ยิ้มออกมานิดๆ

“สมใจเขาแล้วล่ะ...ว่าแต่ นายเอาหมอนกับผ้าห่มออกมาทำไม? นายจะปล่อยให้ฉันนอนหนาวในห้องนั่งเล่นนี่เหรอ?”

“เอ่อ...”...ใช่เลย

“...”

“เปล่า ฉันจะไปจัดที่นอนในห้องน่ะ..พอดีได้ยินเสียงเลยติดมือมาด้วย”ได้แต่แก้ตัวน้ำขุ่นๆเมื่อดวงตาสวยนั้นจ้องมองมา ชานยอลพยักหน้ารับรู้ก่อนจะลากตัวตามอี้ฝานเข้ามาในห้อง พร้อมกับชายหนุ่มที่บ่นใจว่าคืนนี้คงชวดชมแม่แมว หรือชวนชานยอลดูด้วยกันดีแล้วไปสาวแหนในห้องน้ำเอา

“มีกางเกงให้ฉันเปลี่ยนมั้ย”ชานยอลเอ่ยถาม และอี้ฝานก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า

“เลือกเอาเลย ฉันอาบน้ำก่อน”

“อืม...”เข้าตัวครางรับตาปรือ คงจะทั้งมึนทั้งง่วง อี้ฝานไม่ได้ว่าอะไรต่อนอกเสียจากรีบสาวเท้าเข้าห้องน้ำ ไม่มีอะไรประกันว่าคืนนี้จะได้ดูเลยลักลอบฆ่าว่าที่ลูกหลานไปรอบนึงก่อน ไม่อัพเดท ไม่มีมือถือ แต่เขายังมีจินตนาการ...

เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็เจอชานยอลกำลังสวมบ็อกเซอร์กับเสื้อยืดตัวใหญ่สีขาวของเจ้าตัว จากท่าทีนั้นเหมือนจะยังเลือกชุดไม่เสร็จ อี้ฝานก็ไม่ได้ไปเจ้ากี้เจ้าการอะไรนอกจากนั่งลงบนเตียงแล้วเช็ดผมก่อนจะเริ่มชวนคุยเพราะมันค่อนข้างเงียบไปนิด

“บอกที่บ้านรึยังว่านายจะนอนที่นี่”

“บอกแล้ว...”ร่างโปร่งนั้นส่งเสียงกลับมา “ไม่มีกางเกงปกติบ้างเหรอ”

“เสื้อผ้าฉันก็ปกติหมดนะ”อี้ฝานย่นคิ้วก่อนจะจ้องมองชานยอลที่ยังก้มดูเสื้อผ้าในลิ้นชัก ต้นขาเล็กๆขาวๆนั่นทำให้เขาคิดถึงแม่แมวขึ้นมาแปลกๆ ชายหนุ่มจ้องอยู่นาน สมองคิดว่าจะทำยังไงดี หลังจากประมวลผลเห็นชานยอลยืนรื้อเสื้อผ้าแบบวนไปวนมาก็เข้าใจได้ว่าไม่ใช่ท่าทางคนปกติ ต้องเมาเท่านั้นถึงจะทำอะไรเพี้ยนๆแบบนั้นได้

“ชานยอล”

“อืม”

“ขาเล็กจังวะ”

“โก่งด้วย โคตรเสียเซลฟ์เลย ฉันเลยไม่ค่อยชอบใส่ขาสั้น”เจ้าตัวตอบงึมงำกลับมาก่อนจะหันมามองอี้ฝานที่เดินเข้ามาหาใกล้ๆ “มีอะไร”

“วันนี้แม่แมวไม่อัพรูป”

“ก็ช่างสิ บอกฉันทำไมล่ะ”

“อยู่นิ่งๆให้ทีได้มั้ย”อี้ฝานทำใจกล้าเอ่ยกับชานยอลที่มองเขาตาปรือแล้วยอมยืนนิ่งๆตรงหน้า ท่อนขาเล็กๆที่มีเสื้อตัวใหญ่กรอมหน้าขานั้นทำเอาอี้ฝานสบถหยาบคายออกมาในใจ “ห้ามเตะ ห้ามต่อย ห้ามตบ ห้ามโวยวายด้วย”

“รู้แล้ว”ชานยอลพูดน้ำเสียงติดรำคาญเล็กน้อย อี้ฝานจึงค่อยๆย่อตัวลงตรงหน้าอย่างระมัดระวัง เขาเลียริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อมองเห็นขาอ่อนเนียนเกลี้ยงนั่น

“ทำไมไม่มีขนขาเลยวะ”

“เรื่องของฉันน่า”เสียงของชานยอลพึมพำกลับมา อี้ฝานจึงค่อยๆกดจูบลงกับต้นขาข้างหนึ่ง เสียงผ่อนลมหายใจดังขึ้นหนึ่งเฮือก โดยที่ชายหนุ่มก็ค่อยๆใช้ลิ้นแตะลากไปกับพื้นที่ขาวนุ่มนั้น เขาระมัดระวังตัวไม่ให้แสดงอาการหื่นแตกมากไปกว่านี้ แต่ก็อดเผลอไม่ได้จนต้องงับเนื้อบริเวณต้นขาด้านในเบาๆจนชานยอลสะดุ้ง “เฮ้...มากไปแล้วนะ”

“นิ่งๆน่ะ”เอ่ยพลางค่อยๆถูหน้าไปกับขาอ่อนที่ดึงบ็อกเซอร์ให้ร่นยกขึ้น เสียงลมหายใจของชานยอลค่อยๆกระท่อนกระแท่นก่อนจะพิงตัวไว้กับตู้เสื้อผ้า “เอาขาพาดมาเลย”

“นี่เปลี่ยวขนาดนี้เลยเหรอ”เอ่ยถามพลางมองอี้ฝานที่ดึงท่อนขาให้ขาพาดไหล่ “อย่าเอาหน้ามาใกล้ เดี๋ยวก็โดนไอ้นั่นหรอก”

“พูดเหมือนใหญ่”

“ฟาดโถแตกได้แล้วกัน”

“ขี้โม้ว่ะ” อี้ฝานหัวเราะก่อนจะซบหน้าลงไป ชานยอลผ่อนลมหายใจเฮือกพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปาก สำหรับอี้ฝานกลิ่นก็ไม่เลวร้ายอะไรนัก บ่งบอกได้ว่าอีกคนค่อนข้างจะอนามัย..อย่างน้อยก็มากกว่าสาวๆที่เขาเคยนอนแล้วกัน

“พอรึยัง”ชานยอลเริ่มถาม “ฉันง่วงแล้วนะ”

“ง่วงหรือขึ้น”

“ก็รู้ยังจะถามอีก”บ่นเบาพร้อมกับขาที่ถูกยกออกนอกบ่า อี้ฝานลุกขึ้นพร้อมกับดึงชานยอลมานั่งตักอยู่ข้างเตียง อี้ฝานยังยืนยันคำเดิมว่าเขาไม่ได้อยากทำแบบนั้นกับใครก็ได้ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกขึ้นมาอย่างหนึ่งว่านอกจากแม่แมวก็มีชานยอลนี่แหล่ะที่เขาอยากจะทำ

“ก็ไม่บอกล่ะ”

“เฮ้!”อุทานเบาๆพร้อมกับถูกจูบหนักๆที่ต้นคอจนไหล่ห่อ ฝ่ามือกว้างเร่งเข้าถอดบ็อกเซอร์ตัวนั้นออก พร้อมกับกอบกุมส่วนกลางลำตัวของชานยอลพร้อมกับขยับมือช้าๆ อี้ฝานไม่คิดมากนักถ้าต้องทำแบบนี้ ทำเองก็บ่อย ทำให้คนอื่นก็คงไม่เป็นไร

“แบบนี้...ดีมั้ย?”

“ฮื่อ..อ๊ะ..อา...อย่าขยี้..ตรงนั้น”ถึงเสียงจะทุ้มก็เถอะแต่ใครจะสน ในเมื่อเนื้อตัวของชานยอลนั้นนิ่มกว่าที่คิด แถมกลิ่นตัวก็ค่อนข้างจะหอมเป็นกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ อู๋อี้ฝานเริ่มรู้สึกว่าตนเองนั้นมือสั่นจนแทบจะควบคุมสติไม่ได้ยามได้ซุกไซ้ไปกับซอกคอระหงนั่น...

แทบจะลืมไปด้วยซ้ำว่าที่กำลังทำๆอยู่เป็นผู้ชาย...

“อ้า..อ้า!...อ่า...อ๊ะ..อ๊ะ..อ่า!”ทันทีที่เสียงร้องสะท้านดังขึ้น อี้ฝานก็รู้สึกถึงของเหลวร้อนที่ไหลซึมตามร่องนิ้วมือ พร้อมกับชานยอลที่พิงกายกับตัวเขาพลางผ่อนหมายใจเล็กน้อย อี้ฝานคว้าทิชชู่ที่อยู่ไม่ไกลนักเช็ดมือ ก่อนจะบอกคนที่กำลังหอบเบาๆ

“ช่วย...ช่วยหน่อยดิ”

“...” ชานยอลค่อยๆขยับกายลุกขึ้น เสื้อยืดสีขาวที่กรอมช่วงต้นขาไม่ได้ทำให้อี้ฝานรู้สึกตื่นตัวไปมากกว่าคราบน้ำสีขาวที่ไหลตามต้นขาด้านในออกมา เขาไม่รอเวลาอีกนอกเสียจากพยายามแกะกางเกงไปให้พ้นตัวในตอนนี้ ริมฝีปากนุ่มนวลที่ค่อยๆแตะลงพร้อมกับสัมผัสราวกับเคอะเขิน แต่อี้ฝานก็พยายามประคับประคองไปเรื่อยๆ พยายามบอกให้ฟันไปครูดตรงนั้นมากนัก เอาจริงๆพอเห็นว่าอีกคนกำลังซบอยู่ระหว่างขา มันช่างต่างกับพวกผู้หญิงที่ทำให้มากนัก

“อ่า..แบบนั้น..ซี๊ด...โคตรดีเลย...”

เสียงอู้อี้ดังขึ้นเหมือนตอบกลับ อี้ฝานกัดฟันกรอดพลันดึงชานยอลไว้เพราะเกรงว่าจะปล่อยใส่ให้อีกคนเลอะไปเปล่าๆ เขาดึงร่างโปร่งขึ้นคร่อมตัก โดยที่ชานยอลก็สั่นหน้าแทบจะทันที

“ไม่ใส่...ไม่ใส่นะ”

“ถูข้างนอกนี่แหล่ะ ไม่ไหวแล้ว”เจ้าของห้องพูดเสียงกระเส่าพลันสอดท่อนเนื้อตนเข้าไปที่ร่องก้นอันชื้นแฉะ พวงแก้มของชานยอลกำลังแดงจัดโดยที่อี้ฝานไม่รู้ว่ากำลังเมาอยู่หรือว่าอับอาย แต่เอาเป็นว่าเขาจะขอโทษทีหลังก็แล้วกัน ชายหนุ่มคิดแบบนั้นพลันกอดร่างของชานยอลไว้กับตัว แขนอีกข้างโอบช่วงต้นขาให้หนีบแกนกายเอาไว้พลันขยับเข้าถี่รัว โดยที่มือของอกฝ่ายก็จิกทึ้งไหล่ของเขาอยู่ครู่ก่อนจะค่อยๆคลายออกพร้อมกับความร้อนที่พ่นเลอะจนชุ่มร่องแคบๆนั่น พวกเขาทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งๆ ก่อนที่อี้ฝานจะค่อยๆยื่นใบหน้าไปจูบริมฝีปากอวบอิ่มนั้นอย่างบางเบา


โอเค..ถ้าCATCY027จะมีผู้ชายสักคนนึงมาทำให้หัวใจของหล่อนสดใส...



เขาก็จะมีผู้ชายมาทำให้ใจเขาสดใสได้เหมือนกันแหล่ะน่า...
(มันใช่เหรอวะเนี่ย)





*************
เหมือนจะไม่ใช่(-_-;  )

#aphbKY จา 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น