Title : She 1.5
Pairing : WUYIFAN x PARK CHANYEOL
Author : RUNAWAY05
Note : หงุง
ในเวลานี้อู๋อี้ฝานกำลังแบกเป้ตามสมาชิกกลุ่มที่ออกมาถ่ายภาพนอกสถานที่เพื่อเอาไว้ใช้ประกอบพรีเซนต์บอร์ด
เนื่องจากผู้กุมอำนาจกลุ่มอย่างลู่หานนั้นประกาศชัดเจนว่าจะไม่ใช้ภาพที่มาจากอินเตอร์เน็ต
ชายหนุ่มสัมผัสลมช่วงกลางวันนานๆแทบจะเป็นครั้งแรกหลังจากเข้ามาใช้ชีวิตที่นี่ด้วยซ้ำ
“ร้อนชะมัด พอรึยัง ฉันง่วงแล้ว”และเช่นเดิม...เสียงเหนื่อยหน่ายปนรำคาญของโอเซฮุนยังคงดังมาเป็นระยะ
จากที่เขาฟังๆเพื่อนกลุ่มเดิมที่เคยเล่าตอนไปดื่มเมื่อหลายวันก่อน
เซฮุนเป็นนายแบบอิสระ เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังอยู่แล้ว
แต่แค่มาลงเรียนที่นี่เพื่อฆ่าเวลาหรืออะไรสักอย่าง ส่วนลู่หานคนนั้นก็เป็นนักศึกษาจีนที่อยู่ปักกิ่ง
มาลงเรียนที่นี่เพื่อพักผ่อนและเผื่อจะได้เป็นดารา (อันนี้เจ้าตัวพูดเอง)
ส่วนชานยอลเป็นนักศึกษาเจ้าถิ่นที่ขี้เกียจลงเรียนภาษาจีนที่ค่าเรียนแพงเป็นสองเท่าที่เขามาเรียนที่นี่
เลยมาลงเรียนคลาสปะปนแบบนี้อาเพื่อเรียนภาษาไปด้วยในตัว
“ยังไม่พอ นายไปถ่ายตรงนั้น”นิ้วเล็กๆชี้ไปยังมุมหนึ่งของเมือง
และอีกฝ่ายก็แบมือ
“กล้องมา”
“เอามือถือนายถ่ายสิ”
“ทำไมต้องมือถือฉันด้วยล่ะ เปลืองเมมโมรี่จะตาย”
“ไม่มีน้ำใจ”
“ว่าใคร”
“ว่าหมา”
“เดี๋ยวจะโดน”
“เอาน่ะๆ เซฮุนเอากล้องฉันไปก็ได้”ชานยอลว่าพลางถอดสายสะพายกล้องส่งให้เซฮุนอย่างอ่อนใจ
วันนี้เจ้าตัวไม่ได้ทำผมเซ็ตเป็นกระบัง
ปล่อยเป็นผมหน้าม้าสีเข้มเหมือนเห็ด...เห็ดอะไรสักอย่าง นาเมโกะ ที่รูปร่างมันคล้าย...
เออ ช่างมันเถอะ
“จะเที่ยงแล้วนะ หาอะไรกินมั้ย?”
“อืม...ก็ดีเหมือนกัน”ลู่หานหันมารับคำและเซฮุนก็แทบชูไม้ชูมือแทบจะทันที
ชานยอลเปิดมือถืออยู่พักก่อนจะพูดขึ้น
“แถวนี้มีร้านอาหารอยู่นะ รีวิวดีเลยแหล่ะ
ไปกันมั้ย ราคาไม่แพงมากด้วย อยู่ไม่เกินสองร้อยเมตร”
“แพงก็ไม่เป็นไรมั้ง มีคนบอกว่าจะออกแต่เงินนี่นา”ร่างเล็กหันไปเบ้ปากใส่ชายร่างสูงที่สวมบินนี่จนเห็นเพียงเส้นผมสีเทาโผล่ออกมาเล็กน้อย
ซึ่งเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นขยี้ศีรษะกลมก่อนว่าสั้นๆ
“พูดมาก รีบไปเลยไป”
“เพิ่งสระหัวมานะเว้ย”
“ตีกันมากเดี๋ยวก็ได้กันเองหรอก”อี้ฝานพูดขึ้นแต่เหมือนจะเลือกเวลาพูดผิดหรือไม่เขาก็ไม่แน่ใจ
เพราะทั้งคู่สะดุ้งโหยงก่อนจะผละออกจากกันอัตโนมัติขณะเดินเท้าไปยังร้านเป้าหมายที่อยู่ไม่เกินสองร้อยเมตรตามที่คนนำทางบอก
“ใครจะเอาเจ้าเตี้ยนี่ หนวกหูตายห่ะ”เซฮุนพึมพำพร้อมกับลู่หานที่ส่งเสียงขึ้นมา
“คิดว่าฉันจะเอานายรึไงวะ”
“ละครหัวค่ำไปได้”อี้ฝานบ่นก่อนจะสาวเท้านำไปหาชานยอลที่หยุดอยู่หน้าร้านแห่งหนึ่ง
ทั้งสี่คนเข้าไปนั่งจับจองพื้นที่และสั่งอาหารทานตามปกติ ขณะที่นั่งๆกันอยู่ลู่หานก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“จบงานกลุ่มนี้ฉันก็ต้องกลับจีนอีกแล้วล่ะ
ที่นั่นใกล้เปิดเรียนแล้วด้วย”
“อา...มาอีกทีก็ธันวาเลยสินะ”ชานยอลว่าพลางเปิดเมนู
เท่าที่อี้ฝานรู้ก็คือสองคนนี้ค่อนข้างสนิทกันเพราะลงเรียนแล้วเจอกันบ่อยๆ
ชายหนุ่มเลือกน้ำชาร้อนเมื่อชานยอลเอียงเมนูมาหาเป็นเชิงถามว่าจะเอาเครื่องดื่มอะไรเพิ่มหรือไม่
“ห้าเดือนเลยเหรอ ทำไมไปนานจังวะ”เซฮุนเท้าคางบ่นอีกรอบ
ก่อนทำหน้าเหลอหลาเมื่อลู่หานเบ้ปากยิ้มๆ
“หลงเสน่ห์ฉันแล้วอะเด่ะ”
“อ่ะ...ฉันหมายถึงอี้ฝานโน่น..ไม่ใช่นาย
กลับไปเรียนนานๆเลยหูฉันจะได้หายอื้อ”อี้ฝานเงยหน้าเลิกคิ้วเมื่อทั้งโต๊ะหันมามองเขา
และชายหนุ่มก็พยักหน้ารับ
“อ่าใช่..ฉันก็ต้องกลับเหมือนกัน”
“ที่กวางโจวใช่ม่า”ลู่หานว่า “ไว้ฉันจะแวะไปหานะ”
“ได้สิ”อี้ฝานพยักหน้ารับ
ก่อนจะสังเกตว่าชานยอลนั้นเงียบๆไป แต่ก็คงเป็นเพราะวันนี้อากาศร้อน
พวกเขาทานข้าวตามปกติและออกไปถ่ายรูป เดินไปบ่นไปกันอีกครั้ง
ให้พูดตามตรงอี้ฝานก็ค่อนข้างเสียดายที่ต้องกลับ
เพราะกลุ่มนี้สำหรับเขาค่อนข้างโอเคทีเดียว
หลังจากถ่ายภาพและเดินเตร็ดเตร่กันอยู่พักใหญ่ พวกเขาก็ซื้ออาหารเซ็ตและเครื่องดื่มมากินกันที่ห้องของอี้ฝาน
(ซึ่งเขาเองก็คิดเหมือนกันว่าเสียเวลาดูแม่แมวนะ แต่คงไม่เป็นไร) โชจูหกขวดคืนนี้อาจจะรสดีสู้เหล้าในผับไม่ได้
แต่เพราะมีคนคุยด้วยแล้วได้แบ่งปันเรื่องราวให้กันมันย่อมดีกว่า
“สุดท้ายก็เหลือแค่พวกเราสินะ”เซฮุนว่าขึ้นขณะที่ยังนั่งดื่มกับอี้ฝานที่ห้องนั่งเล่น
ส่วนชานยอลกับลู่หานก็นอนพับกันไปคนละทาง อี้ฝานนั่งแทะถั่วลิสงพร้อมกับหยิบมือถือมาเช็คดูว่าวันนี้แม่แมวจะอัพรูปหรือไม่
แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อนึกได้ว่าวันนี้ไม่ใช่วันอัพเดท
“นายจะนอนนี่มั้ย?”อี้ฝานถามไปงั้นๆและเซฮุนก็วางขวดโชจูลง
“ไม่ล่ะ ฉันจะกลับไปนอนที่ห้อง ไปนะ”
“เดินทางดีๆล่ะ”อี้ฝานว่าพร้อมกับเซฮุนที่เหมือนจะเดินออกไปจากห้อง
แต่แล้วก็หันกลับมาแบกลู่หานขึ้นหลังไม่พูดไม่จา “เฮ้ย”
“เฮ้ยอะไร นายก็จัดการของนายไปสิ
ฉันจะจัดการของฉัน”
“ของนายเหรอ?”อี้ฝานหรี่ตา...โธ่ไอ้ซึนเดเระ...
“เออน่ะ ฝันดี ไปละ ถ้าชานยอลตื่นก็บอกว่าไม่ต้องห่วง”เซฮุนกล่าวรวบรัดก่อนจะแบกลู่หานออกไป
เสียงปิดประตูดังขึ้นและอี้ฝานก็เดินไปล็อคพร้อมกับหันมามองชานยอลที่ยังนอนอยู่ตรงโซฟา
ในขณะที่ว่าจะให้อีกคนไปนอนในห้องแล้วเขามานอนโซฟา หรือว่านอนด้วยกันดี
อี้ฝานก็คิดอะไรมาได้อย่างหนึ่ง
ให้ชานยอลนอนที่นี่แหล่ะ ส่วนเขาก็นอนในห้อง
ดูแกเลอรี่แม่แมวต่อไป แฮ่แฮ่....
เมื่อคิดได้ดังนั้นก็มีจุดหมายให้ชีวิต
อี้ฝานเดินไปหยิบผ้าห่มกับหมอนสำรองในตู้ที่ได้มาฟรีตอนซื้อที่นอน พร้อมกับเสียบมือถือเตรียมทิชชู่รอสำหรับค่ำคืนนี้
จะว่าไปก็คิดถึงชุดกระโปรงตัวจิ๋วลายสก็อตตัวนั้น.. แต่ยังไงสำหรับอี้ฝานชุดเมดก็คือที่สุดอยู่ดีแหล่ะนะ
เขากระตุกตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงกระป๋องล้มพร้อมกับเสียงอุทานขอชานยอลที่ดังขึ้นด้านนอก
“เฮ้ย”ชายหนุ่มอุทานเล็กน้อยเมื่อออกมาที่ห้องนั่งเล่นเจอชานยอลกำลังพยุงตัวกับโซฟาพร้อมกับกระป๋องเครื่องดื่มที่เคเก้ไปอีกทาง
“เกิดอะไรขึ้น”
“ฉัน...จะลุกแต่ล้มไปชนกระป๋องน่ะ”ชานยอลส่งยิ้มแห้งๆให้
“ลู่หานล่ะ”
“เซฮุนแบกไปแล้วล่ะ”เขาตอบไปตามตรงและชานยอลก็ยิ้มออกมานิดๆ
“สมใจเขาแล้วล่ะ...ว่าแต่
นายเอาหมอนกับผ้าห่มออกมาทำไม? นายจะปล่อยให้ฉันนอนหนาวในห้องนั่งเล่นนี่เหรอ?”
“เอ่อ...”...ใช่เลย
“...”
“เปล่า ฉันจะไปจัดที่นอนในห้องน่ะ..พอดีได้ยินเสียงเลยติดมือมาด้วย”ได้แต่แก้ตัวน้ำขุ่นๆเมื่อดวงตาสวยนั้นจ้องมองมา
ชานยอลพยักหน้ารับรู้ก่อนจะลากตัวตามอี้ฝานเข้ามาในห้อง
พร้อมกับชายหนุ่มที่บ่นใจว่าคืนนี้คงชวดชมแม่แมว
หรือชวนชานยอลดูด้วยกันดีแล้วไปสาวแหนในห้องน้ำเอา
“มีกางเกงให้ฉันเปลี่ยนมั้ย”ชานยอลเอ่ยถาม
และอี้ฝานก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า
“เลือกเอาเลย ฉันอาบน้ำก่อน”
“อืม...”เข้าตัวครางรับตาปรือ คงจะทั้งมึนทั้งง่วง
อี้ฝานไม่ได้ว่าอะไรต่อนอกเสียจากรีบสาวเท้าเข้าห้องน้ำ
ไม่มีอะไรประกันว่าคืนนี้จะได้ดูเลยลักลอบฆ่าว่าที่ลูกหลานไปรอบนึงก่อน ไม่อัพเดท
ไม่มีมือถือ แต่เขายังมีจินตนาการ...
เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็เจอชานยอลกำลังสวมบ็อกเซอร์กับเสื้อยืดตัวใหญ่สีขาวของเจ้าตัว
จากท่าทีนั้นเหมือนจะยังเลือกชุดไม่เสร็จ
อี้ฝานก็ไม่ได้ไปเจ้ากี้เจ้าการอะไรนอกจากนั่งลงบนเตียงแล้วเช็ดผมก่อนจะเริ่มชวนคุยเพราะมันค่อนข้างเงียบไปนิด
“บอกที่บ้านรึยังว่านายจะนอนที่นี่”
“บอกแล้ว...”ร่างโปร่งนั้นส่งเสียงกลับมา “ไม่มีกางเกงปกติบ้างเหรอ”
“เสื้อผ้าฉันก็ปกติหมดนะ”อี้ฝานย่นคิ้วก่อนจะจ้องมองชานยอลที่ยังก้มดูเสื้อผ้าในลิ้นชัก
ต้นขาเล็กๆขาวๆนั่นทำให้เขาคิดถึงแม่แมวขึ้นมาแปลกๆ ชายหนุ่มจ้องอยู่นาน
สมองคิดว่าจะทำยังไงดี หลังจากประมวลผลเห็นชานยอลยืนรื้อเสื้อผ้าแบบวนไปวนมาก็เข้าใจได้ว่าไม่ใช่ท่าทางคนปกติ
ต้องเมาเท่านั้นถึงจะทำอะไรเพี้ยนๆแบบนั้นได้
“ชานยอล”
“อืม”
“ขาเล็กจังวะ”
“โก่งด้วย โคตรเสียเซลฟ์เลย ฉันเลยไม่ค่อยชอบใส่ขาสั้น”เจ้าตัวตอบงึมงำกลับมาก่อนจะหันมามองอี้ฝานที่เดินเข้ามาหาใกล้ๆ
“มีอะไร”
“วันนี้แม่แมวไม่อัพรูป”
“ก็ช่างสิ บอกฉันทำไมล่ะ”
“อยู่นิ่งๆให้ทีได้มั้ย”อี้ฝานทำใจกล้าเอ่ยกับชานยอลที่มองเขาตาปรือแล้วยอมยืนนิ่งๆตรงหน้า
ท่อนขาเล็กๆที่มีเสื้อตัวใหญ่กรอมหน้าขานั้นทำเอาอี้ฝานสบถหยาบคายออกมาในใจ “ห้ามเตะ
ห้ามต่อย ห้ามตบ ห้ามโวยวายด้วย”
“รู้แล้ว”ชานยอลพูดน้ำเสียงติดรำคาญเล็กน้อย
อี้ฝานจึงค่อยๆย่อตัวลงตรงหน้าอย่างระมัดระวัง เขาเลียริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อมองเห็นขาอ่อนเนียนเกลี้ยงนั่น
“ทำไมไม่มีขนขาเลยวะ”
“เรื่องของฉันน่า”เสียงของชานยอลพึมพำกลับมา
อี้ฝานจึงค่อยๆกดจูบลงกับต้นขาข้างหนึ่ง เสียงผ่อนลมหายใจดังขึ้นหนึ่งเฮือก โดยที่ชายหนุ่มก็ค่อยๆใช้ลิ้นแตะลากไปกับพื้นที่ขาวนุ่มนั้น
เขาระมัดระวังตัวไม่ให้แสดงอาการหื่นแตกมากไปกว่านี้
แต่ก็อดเผลอไม่ได้จนต้องงับเนื้อบริเวณต้นขาด้านในเบาๆจนชานยอลสะดุ้ง “เฮ้...มากไปแล้วนะ”
“นิ่งๆน่ะ”เอ่ยพลางค่อยๆถูหน้าไปกับขาอ่อนที่ดึงบ็อกเซอร์ให้ร่นยกขึ้น
เสียงลมหายใจของชานยอลค่อยๆกระท่อนกระแท่นก่อนจะพิงตัวไว้กับตู้เสื้อผ้า “เอาขาพาดมาเลย”
“นี่เปลี่ยวขนาดนี้เลยเหรอ”เอ่ยถามพลางมองอี้ฝานที่ดึงท่อนขาให้ขาพาดไหล่
“อย่าเอาหน้ามาใกล้ เดี๋ยวก็โดนไอ้นั่นหรอก”
“พูดเหมือนใหญ่”
“ฟาดโถแตกได้แล้วกัน”
“ขี้โม้ว่ะ” อี้ฝานหัวเราะก่อนจะซบหน้าลงไป
ชานยอลผ่อนลมหายใจเฮือกพร้อมกับยกมือขึ้นปิดปาก สำหรับอี้ฝานกลิ่นก็ไม่เลวร้ายอะไรนัก
บ่งบอกได้ว่าอีกคนค่อนข้างจะอนามัย..อย่างน้อยก็มากกว่าสาวๆที่เขาเคยนอนแล้วกัน
“พอรึยัง”ชานยอลเริ่มถาม “ฉันง่วงแล้วนะ”
“ง่วงหรือขึ้น”
“ก็รู้ยังจะถามอีก”บ่นเบาพร้อมกับขาที่ถูกยกออกนอกบ่า
อี้ฝานลุกขึ้นพร้อมกับดึงชานยอลมานั่งตักอยู่ข้างเตียง อี้ฝานยังยืนยันคำเดิมว่าเขาไม่ได้อยากทำแบบนั้นกับใครก็ได้
แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกขึ้นมาอย่างหนึ่งว่านอกจากแม่แมวก็มีชานยอลนี่แหล่ะที่เขาอยากจะทำ
“ก็ไม่บอกล่ะ”
“เฮ้!”อุทานเบาๆพร้อมกับถูกจูบหนักๆที่ต้นคอจนไหล่ห่อ
ฝ่ามือกว้างเร่งเข้าถอดบ็อกเซอร์ตัวนั้นออก
พร้อมกับกอบกุมส่วนกลางลำตัวของชานยอลพร้อมกับขยับมือช้าๆ อี้ฝานไม่คิดมากนักถ้าต้องทำแบบนี้
ทำเองก็บ่อย ทำให้คนอื่นก็คงไม่เป็นไร
“แบบนี้...ดีมั้ย?”
“ฮื่อ..อ๊ะ..อา...อย่าขยี้..ตรงนั้น”ถึงเสียงจะทุ้มก็เถอะแต่ใครจะสน
ในเมื่อเนื้อตัวของชานยอลนั้นนิ่มกว่าที่คิด แถมกลิ่นตัวก็ค่อนข้างจะหอมเป็นกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ
อู๋อี้ฝานเริ่มรู้สึกว่าตนเองนั้นมือสั่นจนแทบจะควบคุมสติไม่ได้ยามได้ซุกไซ้ไปกับซอกคอระหงนั่น...
แทบจะลืมไปด้วยซ้ำว่าที่กำลังทำๆอยู่เป็นผู้ชาย...
“อ้า..อ้า!...อ่า...อ๊ะ..อ๊ะ..อ่า!”ทันทีที่เสียงร้องสะท้านดังขึ้น
อี้ฝานก็รู้สึกถึงของเหลวร้อนที่ไหลซึมตามร่องนิ้วมือ พร้อมกับชานยอลที่พิงกายกับตัวเขาพลางผ่อนหมายใจเล็กน้อย
อี้ฝานคว้าทิชชู่ที่อยู่ไม่ไกลนักเช็ดมือ ก่อนจะบอกคนที่กำลังหอบเบาๆ
“ช่วย...ช่วยหน่อยดิ”
“...” ชานยอลค่อยๆขยับกายลุกขึ้น
เสื้อยืดสีขาวที่กรอมช่วงต้นขาไม่ได้ทำให้อี้ฝานรู้สึกตื่นตัวไปมากกว่าคราบน้ำสีขาวที่ไหลตามต้นขาด้านในออกมา
เขาไม่รอเวลาอีกนอกเสียจากพยายามแกะกางเกงไปให้พ้นตัวในตอนนี้ ริมฝีปากนุ่มนวลที่ค่อยๆแตะลงพร้อมกับสัมผัสราวกับเคอะเขิน
แต่อี้ฝานก็พยายามประคับประคองไปเรื่อยๆ พยายามบอกให้ฟันไปครูดตรงนั้นมากนัก
เอาจริงๆพอเห็นว่าอีกคนกำลังซบอยู่ระหว่างขา มันช่างต่างกับพวกผู้หญิงที่ทำให้มากนัก
“อ่า..แบบนั้น..ซี๊ด...โคตรดีเลย...”
เสียงอู้อี้ดังขึ้นเหมือนตอบกลับ
อี้ฝานกัดฟันกรอดพลันดึงชานยอลไว้เพราะเกรงว่าจะปล่อยใส่ให้อีกคนเลอะไปเปล่าๆ
เขาดึงร่างโปร่งขึ้นคร่อมตัก โดยที่ชานยอลก็สั่นหน้าแทบจะทันที
“ไม่ใส่...ไม่ใส่นะ”
“ถูข้างนอกนี่แหล่ะ ไม่ไหวแล้ว”เจ้าของห้องพูดเสียงกระเส่าพลันสอดท่อนเนื้อตนเข้าไปที่ร่องก้นอันชื้นแฉะ
พวงแก้มของชานยอลกำลังแดงจัดโดยที่อี้ฝานไม่รู้ว่ากำลังเมาอยู่หรือว่าอับอาย
แต่เอาเป็นว่าเขาจะขอโทษทีหลังก็แล้วกัน ชายหนุ่มคิดแบบนั้นพลันกอดร่างของชานยอลไว้กับตัว
แขนอีกข้างโอบช่วงต้นขาให้หนีบแกนกายเอาไว้พลันขยับเข้าถี่รัว โดยที่มือของอกฝ่ายก็จิกทึ้งไหล่ของเขาอยู่ครู่ก่อนจะค่อยๆคลายออกพร้อมกับความร้อนที่พ่นเลอะจนชุ่มร่องแคบๆนั่น
พวกเขาทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งๆ ก่อนที่อี้ฝานจะค่อยๆยื่นใบหน้าไปจูบริมฝีปากอวบอิ่มนั้นอย่างบางเบา
โอเค..ถ้าCATCY027จะมีผู้ชายสักคนนึงมาทำให้หัวใจของหล่อนสดใส...
เขาก็จะมีผู้ชายมาทำให้ใจเขาสดใสได้เหมือนกันแหล่ะน่า...
(มันใช่เหรอวะเนี่ย)
*************
เหมือนจะไม่ใช่(-_-; )
#aphbKY จา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น