Title : (S)he 2/2
Pairing : WUYIFAN x PARK CHANYEOL
Author : RUNAWAY05
Note : ยาวไปยาวไป...
กว่าอี้ฝานจะมาถามตัวเองว่าทำอะไรลงไป...ก็ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น...
จริงๆแล้วอี้ฝานไม่ใช่คนที่ชอบตั้งคำถามกับตัวเองเท่าไหร่นัก
แต่ครั้งนี้มันอดไม่ได้ที่เขาต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่าทำอะไรกับชานยอลลงไป แน่นอนว่ามันดี
และเขาไม่ใช่คนที่ถูกใจใครง่าย แต่พอเห็นชานยอลลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เก็บขยะเงียบๆคนเดียวในขณะที่อี้ฝานยังนั่งโง่ๆอยู่บนเตียง
เขาก็รู้สึกผิดในหัวใจขึ้นมาพิกลเพราะเขาไม่ได้ถามว่าชานยอลโอเคมั้ย
มันดูโง่ๆอีกล่ะที่เพิ่งมานึกได้ว่าไม่ได้ถาม
และอีกคนที่ยอมร่วมมืออาจจะเพราะอารมณ์พาไป
“หิวรึยัง?”ชานยอลเดินกลับเข้ามาในห้องนอนและพบว่าอี้ฝานยังนั่งอยู่ที่เดิม
ไม่มีการทำอะไรให้ชีวิตไปมากกว่านั้น ดวงตาสวยทอดมองชายหนุ่มอยู่พักก็ถอนหายใจ “เสียใจอยู่เหรอ?”
“ฉันต้องถามนายมากกว่า”
“?”
“กับฉัน...นายอาจจะเสียใจ”อี้ฝานพูด
แต่ชานยอลก็ไหวไหล่เล็กน้อย
“อย่าคิดแทนฉันเลย”
“ฉัน...อ่า ยังไงดี”
“หืม?”ชานยอลเลิกคิ้วนิดหน่อย
และอี้ฝานก็เม้มปากไปชั่วครู่
“คือฉัน..ยังไงดี นายอาจจะไม่เต็มใจที่ฉันทำ
โอเคฉันขอโทษ...แต่ว่าฉัน....”
“ทำไม? นายรู้สึกผิดกับแม่แมวเหรอ?”
“อ่า..จะว่าอย่างนั้นก็ไม่เชิง...แต่คือฉัน
ฉันไม่ได้ทำแบบนี้กับผู้ชาย
และไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นนาย...ยังไงฉันก็ต้องขอโทษอีกที
แต่ฉันไม่อยากให้นายเอามาคิดต่อจากนี้”
“ไม่อยากให้ฉันเอามาคิดต่อ?”ชานยอลหัวเราะเหอะ “นี่นายคิดว่าฉันจะเรียกร้องอะไรหลังจากนี้เหรอไง?”
“ไม่ใช่แบบนั้น...ยังไงล่ะ
เดี๋ยวฉันก็กลับจีนแล้ว มันเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ..แต่...”
“เดี๋ยว...เดี๋ยวนะ”ชานยอลยกมือขึ้นแววตายุ่งเหยิงเล็กน้อย
“นายบอกว่ามันเป็นประสบการณ์?”
“...”
“ที่นายทำ..ฉันคือประสบการณ์ของนาย เพื่อที่นายจะไปชื่นชมคนที่ถ่ายรูปแบบไม่เห็นหน้าใช่มั้ย?”
“ชานยอล...”อี้ฝานผ่อนลมหายใจเล็กน้อย “ฉันอาจดูเหมือนคลั่งไคล้เธอ...แต่ฉันรู้ว่าพวกเราต้องเจอความจริง
ตอนนี้เธอคนนั้นก็เหมือนจะมีความรัก ฉันเองก็เหมือนกัน”
“...”
“กับผู้หญิงสักคน”
“พอเลย”ชานยอลตัดบท “ประสบการณ์เกย์ของนายมันจบลงแล้ว
ขอบคุณที่ให้เกียรติ และฉันจะไม่มาที่นี่อีก ที่เหลือฉันจะทำเอง”ชานยอลเดินไปคว้าเป้ากับเสื้อแจ็คเก็ตมาสวมในขณะที่อี้ฝานก็รู้สึกเหมือนพูดไม่ออกไปเช่นกัน...แต่ที่รู้ๆเขาไม่ได้ต้องการจะสื่อสารแบบนั้น
เขาเข้าใจว่าชานยอลเองก็คงจะเป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิงคนหนึ่งและไม่อยากให้คิดมากกับเรื่องนี้...แต่เขาไม่ได้หวังให้เป็นแบบนี้สักนิด
“เฮ้ ฟังก่อนสิ”
“เอาทิชชู่ไปทิ้งด้วย กี่วันแล้วก็ไม่รู้!”
“นายก็ดีนะแต่ว่าฉัน..”
“พูดมากโดดหน้าต่างไปเลยไป!”
ปัง!
“พูดอะไรผิดวะเนี่ย...”อี้ฝานพึมพำกับตนเองอย่างไม่ใคร่จะแน่ใจ
แล้วทำไมชานยอลต้องมาโมโหเขาด้วย...
ทั้งที่เขาพยายามจะบอกให้อีกคนไม่ต้องคิดมากกับสิ่งที่เขาทำ
และเขาก็ขอโทษที่ทำลงไปแบบนั้นถึงจะไม่ได้ใส่เข้าไปก็เถอะ
“โว้ย!!”
เมื่อไม่มีรู้จะระบายความรู้สึกยังไง...อี้ฝานก็ได้แต่เอาหมอบทุบหัวตัวเองก่อนจะร้องออกมาดังๆ..
ชีวิตหลังจากนั้นกลุ่มของเขาก็เหมือนจะสวรรค์และนรกมาอยู่ใกล้ๆกัน
ลู่หานกับเซฮุนที่แต่ก่อนคอยแหย่คอยกัดกันตลอดก็ยังเหมือนเดิม
แต่ที่เพิ่มเติมคือไม่ได้จ้องจะกัดกันให้ตายเหมือนแรกๆ
มิหนำซ้ำตามด้วยรัศมีแปลกๆที่อี้ฝานคิดว่าสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ไม่น่าจะผิด
อย่างน้อยก็ขยับไปนั่งเรียนข้างๆกันแหย่กันแล้วหัวเราะคิกๆคักๆผิดกับเขา...เขาที่อยู่ในนรกเพราะที่นั่งข้างเขาว่างเปล่า
ลู่หานบอกว่าชานยอลไม่มาเรียนแล้ว เหมือนจะติดธุระกับทางบ้านกะทันหัน
ต้องอยู่ช่วยเลยมาเรียนตลอดเหมือนเคยไม่ได้ แต่งานเสร็จเรียบร้อยและซอนแซงนิมก็ไม่ได้สนใจจำนวนนักเรียนที่หายไปนัก
“ขอบติดดอกไม้หรือรูปหัวใจดีอะ”ลู่หานตัดกระดาษออกมาคลี่ดูเป็นสองลายโดยที่ผู้ประกาศว่าจะออกแต่เงินก็นั่งเท้าคางมอง
“ชอบอันไหนก็เอาอันนั้นแหล่ะ”
“ก็ถามนี่”
“ก็ตามใจอะ”
“ขี้เกียจคิดล่ะไม่ว่า”
“ชอบอะไรฉันก็ชอบด้วย”ไม่พูดเปล่าจิ้มแก้มกันหนุงหนิงต่อหน้าอี้ฝานที่เหล่มองเพดานห้องเผื่อจะเจอจิ้งจกสักตัว
ชีวิตยิ่งอับเฉาติดลบไปกว่าเก่า ลู่หานเองก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมนอกจากเพลิดเพลินไปกับโอเซฮุนคนหัวหงอก...
นี่คงจะเรียบร้อยโรงแรมคังนัมแล้วมั้ง
หลังจากที่ชานยอลไม่อยู่
อี้ฝานก็ใช้ชีวิตกับกลุ่มใหม่บ้าง ดื่มกับกลุ่มเก่าๆบ้าง
หลายคนในกลุ่มเก่ารู้เขาว่าชื่นชอบแม่แมว ก็พยายามปลอบใจเขาเรื่องที่หล่อนแคปชั่นแนบรูป
ซึ่งตอนนี้กลับไปไม่มีแคปชั่นเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีชุดนางพยาบาล กี่เพ้าซีทรู
และพวกชุดนอนไม่ได้นอนทั้งหลายให้สมาชิกน้ำลายไหลเล่น
แต่อี้ฝานกลับไม่รู้สึกหื่นเหมือนเก่า สมองของเขามีแต่เรื่องของชานยอลเต็มไปหมด
เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเขายังลืมกลิ่นหอมอ่อนๆนั่นไม่ได้... ทำไมถึงยังจำความรู้สึกตอนที่จูบริมฝีปากของชานยอลได้...
ทั้งที่เขาไม่เคยจูบกับคู่นอนคนไหนมาก่อน...
จากที่เคยถามตัวเองว่าเขาทำอะไรลงไป..ก็เริ่มกลับมาถามตัวเองว่าทำไมเขาถึงกล้าทำ...
อีกสองอาทิตย์ก็ใกล้หมดคอร์สเรียนและเขาก็ต้องเดินทางกลับ
ชีวิตของอี้ฝานนั้นน่าเบื่อเสมอ
แม้จะต้องทำเอกสารเล็กๆน้อยๆก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองยุ่งยาก
เขาไม่ได้ข่าวของชานยอลอีกและก็เริ่มเบื่อหน้าเซฮุนกับลู่หานมาตงิดๆ
เขายังเป็นอี้ฝานคนเดิมที่ไม่สนอกสนใจอะไรทั้งนั้นและขังตัวเองไว้กับโลกส่วนตัวต่อไป
เขาไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะใครสักคน ไม่มีใครเปลี่ยนเขา เพราะคนเหล่านั้นรู้ดีว่าเปลี่ยนเขาไม่ได้
“เฮ้ อี้ฝาน ทำเอกสารกลับบ้านรึยัง”ลู่หานทักเขาขณะที่กำลังเลิกเรียนเพื่อกลับที่พัก
และชายหนุ่มก็พยักหน้าไปนิดหน่อย
“เรียบร้อยแล้วล่ะ”
“ได้คุยกับชานยอลรึยัง”ลู่หานเอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้งและเป็นประโยคที่ทำให้อี้ฝานเงียบไป
“อ่า..แบบนี้คงยังใช่ม่า เฮ้อ...”
“เฮ้ออะไรล่ะ ไม่มีเรื่องต้องติดต่อกันแล้วนี่”อี้ฝานว่าแสร้งทำเสียงเย็นชาแต่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของลู่หานลอยมาข้างๆ
(เฉียงไปล่างๆหน่อยเพราะเตี้ย)
“น่ะ ชานยอลฝากฉันมาบอกนายว่า ไปที่บ้านเขาหน่อย
เขาอยากคุยด้วย ที่อยู่ก็ตามนี้”มือเรียวเล็กส่งกระดาษให้ ทว่าอี้ฝานยังมีสีหน้าไม่มั่นใจนัก
“แต่ฉัน...”
“จะกลับแล้วนะ อะไรที่มันดีต่อกัน ทำให้กัน
มันก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอ”ลู่หานแย้มริมฝีปากก่อนจะรับสาย “ฮัลโหลเซฮุน อื้อ
จะออกไปแล้ว ไปก่อนนะ”
“อื้ม”ชายหนุ่มยกมือโบกให้เล็กน้อยแล้วก้มหน้าอ่านที่อยู่บนกระดาษ
สมองมีแต่ประโยคที่ว่านี่มันเรื่องอะไรกันวะเนี่ยเต็มไปหมด
หน่วยตาคมจดจ้องไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ขณะที่กำลังชั่งใจว่าไปหรือไม่ไปดี
ไปเถอะ...อย่างน้อยก็ได้คุยเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน...
ไม่ไปหรอก...คุยไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา...
ไปดีกว่า...อย่างน้อยก็พูดคุยสักครั้ง
ไม่เจอหลายวันเลยนะ...
อี้ฝานพยักหน้าให้ตัวเองนิดหน่อยเมื่อรับรู้เป้าหมายของตนเองแล้วว่า....ไม่ไปดีกว่า...กลับไปนอนดูแม่แมวให้คุ้มเน็ตที่ซื้อแพคเก็จมาดีกว่าเยอะ...
“ลุง ไปตรงนี้ครับ!”
อี้ฝานส่งเสียงขึ้นจนคนขับแท็กซี่ตกใจในช่วงใกล้มืดเพราะเอาแต่ถามตัวเองว่าจะไปดีหรือไม่อยู่หลายชั่วโมง
และอี้ฝานตัดสินใจว่าจะไปเพราะวันนี้แม่แมวไม่อัพรูป
เขาไม่อยากจะคิดหรือถามตัวเองอีกแล้วว่าเขาทำอะไรลงไปและกำลังจะทำอะไร
ใช่...แม่แมวนี่ตรงสเป็คสุดๆแม้จะเป็นอกกระดานไวท์บอร์ด แต่ชานยอลก็ทำให้เขารู้สึกอยากจะกอดแน่นๆ
อยากจะร่ำรี้ร่ำไรให้โดนตบพอแสบๆคันๆ มันนิยามไม่ถูก และมันคงดีถ้าเขาได้บอกกับชานยอลว่าเขาไม่ได้ให้ราคากับชานยอลเป็นเพียงประสบการณ์เกย์ช่วงปิดเทอมให้ลงบอร์ดเรื่องเสียวเล่นๆ
เอาล่ะ..อย่าไปฟังความคิดเลอะเทอะของเขาเลย เขาแค่อยากคุยกับชานยอลให้เข้าใจ
ประเด็นเนื้อๆมันก็มีเท่านั้น
“อ้าว”เมื่อมาถึงอี้ฝานก็อุทานเมื่อบ้านของชานยอลที่เหมือนร้านอาหารนั้นไฟมืดสนิท
แขวนป้ายปิดร้านสี่วัน แล้วเขามาทำตุ๊กแกอะไรที่นี่ หรือลู่หานจะหลอกเอา... คงไม่มั้ง
ชายหนุ่มหันซ้ายหันขวาสักครู่ ก่อนจะสังเกตเห็นประตูเหล็กดัดเล็กๆข้างร้านมีผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูออกมา
“วันนี้ร้านปิดนะคะ เจ้าของร้านไปต่างจังหวัดค่ะ”
“เอ่อ..ผมมาหาชานยอลน่ะครับ”อี้ฝานตอบกลับอย่างเงอะงะ
โดยที่ผู้หญิงคนนั้น (ซึ่งเหมือนชานยอลย่อส่วนและใส่วิก) ก็ส่งยิ้มให้
“อ๋อ ชานยอลอยู่ข้างบนจ้ะ เพื่อนชานยอลสินะ
วันนี้พี่มีธุระช่วยกันเฝ้าบ้านให้หน่อยน้า”หล่อนโบกมือพลันส่งยิ้มหวานก่อนจะขับรถเก๋งสีดำออกไป
อี้ฝานยืนมึนอยู่ครู่ ก่อนจะเปิดรั้วและปิดให้อย่างเรียบร้อย
ในใจคิดล่ะยังไงคืนนี้ก็จะนอนเป็นเพื่อนให้ได้ ต่อให้ต้องนอนโซฟาด้านล่าง
เฝ้าบ้านคนเดียวมันอันตรายจะตายไปนี่นา
“เฮ้...ชานยอล อยู่ไหนน่ะ”อี้ฝานเดินรอบชั้นล่างแต่ก็ไม่พบใคร..นี่มันจะเหมือนหนังเฮอเร่อไปทุกทีแล้วนะ...
เขาหันซ้ายหันขวาก่อนจะย่างเท้าขึ้นไปชั้นบน สายตาไล่มองประตูห้องก่อนจะไล่เปิดมันทุกบานแต่ก็ไม่พบใครสักคน...
ไม่ได้นัดมาฆ่าอะไรงี้หรอกนะ...
จนไปถึงประตูสีฟ้าอ่อนบานหนึ่ง
อี้ฝานตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปก่อนจะผงะเมื่อพบเพียงความมืดมิด เขาเห็นเงารางๆของผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่
ใบหน้าหล่อซีดลงเล็กน้อย ในใจคิดแล้วว่าเจอของดีแน่นอน
อี้ฝานรีบคว้าสวิตช์ไฟเปิดจนห้องสว่าง
แต่สิ่งที่เขาผมมันทำให้เขาอึ้งอิมกี่ไปกว่าเก่า
“เฮ้ย...”
ไม่รู้เหมือนกันว่าระยะนี้อู๋อี้ฝานร้องเฮ้ยไปกี่ครั้ง
แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งล่าสุด เพราะในห้องนั้นปรากฏผ้าม่านสีกรมท่า เตียงสีน้ำตาล
พื้นปาร์เก้และกระจกบานยาว ตู้เสื้อผ้าสามตู้ซึ่งดูมากกว่าตู้เสื้อผ้าคนปกติ
และของใครสักคนที่สวมชุดเมดนั่งมองเขาอยู่บนเตียง...
คือจากสถานที่และเครื่องแต่งกาย..ยังไงก็เป็นCATCY027ชัดๆ
“ทำไม...”
“ถ้านายอ่านชื่อไอดีว่าแคทซี่
มันก็คือแคทซี่ แต่ถ้านายคิดซะบ้าง นายก็น่าจะรู้ว่าซีวายคือชื่อย่อของชื่อฉัน”ชานยอลกอดอกไขว่ห้างจนอี้ฝานเผลอกลืนน้ำลายไปอึกหนึ่ง
“กำลังคิดว่าถ้ามาช้ากว่านี้จะไปเปลี่ยนชุดแล้วก็ปลง ว่านายคงไม่อยากคุยกับฉันจริงๆ”
“ฉัน...”ร่างสูงยืนนิ่งพูดไม่ออกไปสักพัก
สุดท้ายก็นั่งยองลงนวดขมับตัวเอง “โอ๊ย..ทำไมโง่แบบนี้วะ แต่นายโคตรมิด..มิดอะ...คือไม่ได้ทำให้รู้สึกแบบนั้นเลยแต่ว่าแบบ ฉันพูดหื่นๆไปตั้งเยอะ...เฮ้ย
อะไรวะเนี่ย”
“เป็นอะไร?”ชานยอลลุกขึ้นลงไปนั่งตรงหน้าของอี้ฝาน
“ตกใจมากรึไง ฉันแค่จะให้นายดูก่อนกลับ ว่าฉันเป็นของฉันแบบนี้แหล่ะ
ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายเห็นฉันเป็นยังไง...แต่ที่ฉันอยากบอกไว้อย่าง...
แคปชั่นพวกนั้น...ฉัน..”
“...”
“ฉันหมายถึงนายมาตลอด...”อี้ฝานค่อยๆละมือจากศีรษะตนเองมองชานยอลที่ผินหน้าออกไปข้างๆ
“เออ..แต่ ก็นั่นแหล่ะ ถ้านายคิดว่าจะตกลงปลงใจกับผู้หญิงสักคนฉันก็ไม่ว่าอะไร...
มันก็แค่ความรู้สึกของฉัน ฉันเป็นแบบนี้ มันก็รสนิยมของฉัน ฉันเปลี่ยนใจนายไม่ได้
นายเองก็เปลี่ยนฉันไม่ได้เหมือนกัน”
“ที่ฉันพูดแบบนั้น..ฉันคิดว่านายเป็นผู้ชายที่กำลังมองหาสาวสักคนต่างหาก”อี้ฝานพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด
“ฉันไม่ได้รู้สึกกับใครไปทั่วนะ และฉันก็รู้สึกกับนายทั้งสองแบบเลยแล้วก็...โอ๊ย!!ไม่รู้แล้วโว้ย!!”
“...”ชานยอลขมวดคิ้วมองอี้ฝานที่มองกลับ
ต่างมองกันอยู่พักจนกระทั่งคนในชุดเมดหลับตาลงแล้วส่งเสียงต่ำ “จับอะไรอยู่ห๋า...”
“ก็..แค่ลองลูบดู”ทั้งที่ช่วงจริงจังแต่มือของอี้ฝานยังบีบอยู่ตรงสะโพกของชานยอล
รอยยิ้มค่อยๆผุดออกมาจากมุมปากของพวกเขาทั้งสองคน
ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกแบบนี้มันคือยังไง
แต่พวกเขารู้แค่ว่าพวกเขาพร้อมจะช่างแม่งสำหรับคำถามทั้งหมด แขนเรียวโอบรอบคอของอีกฝ่ายพร้อมกับแม่แมวนี่ขยับยิ้มมุมปากนิดๆ
“ไม่ทราบว่านายท่านล็อคบ้านดีรึยัง?”
“ล็อคแน่น...แบบแม่นายกลับมาแล้วเข้าบ้านไม่ได้เลย”อี้ฝานกระซิบพร้อมกับจูบริมฝีปากสีชมพูสดนั้นเบาๆ
กลิ่นสตอเบอรี่ที่ริมฝีปากนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าไม่เลวเลย เขาค่อยๆนั่งขัดสมาธิและยกชานยอลนั่งคร่อมตักแล้วเหยียดขาออก
ฝ่ามือค้างที่สะโพกเริ่มออกแรงขยำพร้อมกับริมฝีปากที่แนบกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เสียงครางเบาๆที่ริมฝีปากดังขึ้นสลับกับเสียงจูบ
รสหวานบดเบียดที่ทำให้หัวใจสั่นสะท้านนั้นยังคงความต่อเนื่องราวกับไม่มีวันจบ
ชานยอลห่อไหล่เล็กน้อยเมื่อถูกนิ้วหัวแม่มือของอี้ฝานกระตุ้นเบาๆที่หน้าอก
นิ้วมือไล่แตะกับต้นคอของอีกฝ่ายในขณะที่ริมฝีปากแยกจากกันพร้อมกับเสียงครางออดในลำคอนั้น
“อื้ม...อ่า...เจ็บนะ..อย่าทำแรงสิ”
“ขยับขึ้น”อี้ฝานบอกเสียงเบาและชานยอลก็ยอมยกตัวขึ้นจนใบหน้าของชายหนุ่มพอดิบพอดีกับส่วนอก
อี้ฝานใช้ลิ้นแลบเลียไปตามผ้าลูกไม้ซีทรูผืนบางนั่นจนร่างโปร่งบิดเกร็ง ชานยอลขูดนิ้วไปกับบ่ากว้างพร้อมกับฝ่ามือของอี้ฝานที่ขยับล่วงเข้าใต้กระโปรงตัวสั้นพลันบีบแก้มก้นนั้นอย่างมันมือ
ส่วนอกเปียกแฉะไปทั้งเนื้อผ้าขนเห็นติ่งเนื้อนูนโผล่ออกมา ซึ่งเจ้าตัวก็ขบกัดกลีบปากตนเองเล็กน้อย
ก่อนจะสะดุ้งเมื่อนิ้วยาวเกี่ยวสายจีสตริงพร้อมกับดึงขึ้น
“อ๊ะ! ไม่ได้เก็บนะ”
“ทำไมไม่เก็บล่ะ”อี้ฝานเงยหน้าถาม โดยที่คำตอบก็ปรากฏแทบจะทันที
“กะว่าถ้าไม่ยอมฉันจะปล้ำ”
“หน้าอย่างฉันเนี่ยนะไม่ยอม”ว่าพร้อมกับยักคิ้วให้แม่แมวแก้มแดงเบ้ปากกลับมา
อี้ฝานใช้ลิ้นสะกิดไตนูนนั่นอีกครั้ง มือข้างหนึ่งก็วุ่นวายกับร่องก้นอีกคน
ส่วนอีกข้างก็ช้อนข้างแก้มนุ่มพร้อมกับดันหัวแม่มือแตะริมฝีปากนิ่มนั่น
และชานยอลก็ไม่ได้ทำให้เสียงอารมณ์เมื่อเจ้าตัวเปิดปากพร้อมกับดูดเลียแม่มือข้างนั้น
“อื้อ..อืม...”
“ให้ตาย..ฉัน...”ชายหนุ่มสบถพร้อมกับชานยอลที่ก้มหน้าลงกระซิบเบา
“นั่งตรงเตียงดีกว่ามั้ง”
“เจ๋ง”เขาตอบรับพร้อมกับแม่แมวที่ค่อยๆขยับลุกขึ้นนั่งรออยู่ข้างเตียง
อี้ฝานถอดกางเกงตัวนอกและเสื้อฮู้ดออกเหลือบ็อกเซอร์และเสื้อกล้ามสีดำ
เขานั่งลงที่ขอบเตียงพร้อมกับร่างโปร่งที่ขยับมานั่งย่ออยู่กลางระหว่างขา พอเห็นอีกฝ่ายแต่งเต็มยศขนาดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามันช่างระทึกเป็นสามเท่า
มือเรียวนั้นไล้ลูบพร้อมกับเกี่ยวขอบบ็อกเซอร์ลง ท่อนเนื้อดีดผงาดออกมาหายใจภายนอก
และเขาก็ค่อนข้างอายนิดๆเมื่อคุณแม่แมวยังเอานิ้วแตะๆตรงส่วนปลายนั่นเล่นเหมือนทำความรู้จัก
“ไม่มีตาล่ะ”
“มีก็แปลกสิ”อี้ฝานตอบ และนิ้วเรียวนั้นก็ขยับทัดปอยผมกับใบหูก่อนจะค่อยๆเลียส่วนปลายไปมาพลันค่อยๆรับตัวตนของเขาเข้าไป
ในตอนนั้นเขาไม่อยากจะคิดว่าถ้าเขาเอาแต่นอนดูแม่แมวที่ห้องไม่ออกมาหาชานยอลจะเป็นยังไงกันแน่
จะได้รับสัมผัสที่ชวนคลั่งแบบนี้ไหม
แล้วใครสอนให้เลียลงพวงไปถึงข้างล่าง..มันสยิวนะเนี่ยไม่รู้เรอะ
“อ่า....อืม..แบบนั้นแหล่ะ...อีกนิดนึง..อ่า..ซี๊ด...”
“อึ้ก..อื้อ..อื้อ..อือ...”
“เดี๋ยว..มันจะออก...”อี้ฝานดึงไว้ไม่ให้ตัวเองล่มไปก่อน
เขาดึงให้ชานยอลขยับลุกขึ้นนั่งหันหลังทับตักเขาก่อนจะถามอย่างเร่งรีบ “ใส่ได้มั้ย?”
“เจลอยู่ใต้หมอน...”ร่างโปร่งที่หอบเล็กน้อยตอบกลับมาเบาๆ
พร้อมกับเสียงของคนข้างหลังที่ถามอีกที
“เคยเหรอ?”
“เคย..ของเล่นเยอะแยะ”
“เซี้ยวไปแล้ว”อี้ฝานพึมพำ
ก่อนจะบีบเจลใส่ตัวเองและถูมันกับร่องก้นอีกคนอย่างเร่งรีบ เขาดึงสายจีสตริงสีดำนั่นเบี่ยงออกไปข้างๆพร้อมกับค่อยๆกดตัวเองเข้าไป
มือเรียวข่วยครูดกับหน้าขาของอี้ฝานพร้อมกับเสียงร้องเบาๆ
“เจ็บ..เจ็บอ่ะ...มันแสบ..”
“ไหนว่าเคยไง”
“เคยแต่เล็กๆนี่..อ๊ะ!”เผลอหลุดร้องเมื่อส่วนหยักครูดเข้าถูกจุด
เสียงผ่อนลมหายใจแรงขึ้นพร้อมกับท่าทางที่ปรับกันอยู่สักพัก และอี้ฝานก็ให้ชานยอลเอี้ยวมือมาจับแขนตัวเองไว้
พร้อมกับตรึงฝ่ามือกับเอวคอดพร้อมกับกระแทกตัวเข้า
“อ่ะ!..อ้า!...จุกนะ..อ๊ะ!...อา!!”
“บีบฉันเจ็บเหมือนกันล่ะ..อ่า...”
“อื้อ..อือ...อิ๊...อ๋า!”เสียงหลุดร้องนั่นไม่รู้ว่าเพราะอารมณ์หรือจงใจปลุกปั่นให้อารมณ์ปรวนแปร
อี้ฝานกระแทกกายเข้าถี่พร้อมกับสาว(?)ชุดเมดที่ขยับกายกระเด้งดอน เสียงครางยังดังมาจากชานยอลและเขาก็คิดว่ามุมนี้นี่มันช่างสวยเสียนี่กระไร
พอขยับตัวไปได้พักใหญ่ชานยอลก็ร้องสั่นพร้อมกับกระตุกเกร็งเป็นพักๆ
ซึ่งเหมือนว่าเจ้าตัวจะไปถึงเป้าหมายก่อนเขาเสียอีก
“เตียงแคบไปนะ”ชายหนุ่มว่าขณะจับแม่แมวชุดเมดนอนหงายไปกับผืนเตียง
ชานยอลจับวิกผมของตนเองก่อนจะกล่าวขึ้นบางเบา
“ตอนนั้นนายอยากดูชุดเมด..แล้วฉันก็แคปชั่นว่าอยากนอนกับนายล่ะ”
“คอมพลีท”อี้ฝานกระตุกยิ้มเล็กน้อยซึ่งดูดีกว่าตอนหื่นแตกเป็นปกติ
จีสตริงตัวจิ๋วสีดำถูกถอดออกกองลงกับพื้นห้อง กระโปรงซีทรูถลกร่นจนเห็นคราบน้ำนองเลอะไปทั่วระหว่างขาของอีกคน
อี้ฝานดันตัวเข้าไปอีกครั้งพร้อมกับเอ่ยปากถามชานยอลอีกสักหน
“หายเจ็บรึยัง?”
“โอเค...อะ..อ่า..โอเคแล้ว...อื้ม..อื้ม”กล่าวตอบขณะที่กายก็ยังเขยื้อนไปกับที่นอนสีน้ำตาล
อี้ฝานคิดว่ามันเพอเฟคต์ เมื่อสิ่งที่จินตนาการมาตลอดกลายเป็นเรื่องจริง
และตอนนี้มันก็ดีมากๆด้วย เขาจับข้อเท้าเล็กๆยกขึ้นพลางเอ่ยเสียงกระเส่า
“เจ็บหลังหน่อยนะ”
“หืม?..โอ๊ะ..อ๊า..โอ้!”เสียงนั้นหลุดครางสยิวออกมาเมื่ออี้ฝานตรึงท่อนขาแยกออกพลันกระแทกตัวลงไป
แรงกระทบหลายต่อหลายครั้งนั้นกลบความเจ็บปวดลงจนเหลือแต่ความตื่นเต้น
ใบหน้าหวานนั่นกำลังบ่งบอกถึงความต้องการ มือเรียวสองข้างขยับขยุ้มไปกับวิกผมสีน้ำตาลทอง
แต่มันไม่ได้ทำให้อีฝานรู้สึกว่ามันปลอม..
นี่เป็นของจริงสำหรับเขา...เป็นสัมผัสจริงๆที่ดีมากและเรียกได้ว่าดีเกินพอ...
ทันทีที่เสียงครางดังขึ้นอีกครั้ง..ความคิดถึงก็แปรสภาพเป็นคาวน้ำพ่นเลอะเทอะไปทั่วเตียง...
แม้จะพอทราบเหตุผลที่ชานยอลเริ่มแต่งหญิงเพราะสถานะทางสังคมที่ถูกเปรียบเทียบกับพี่สาวบ่อยๆ
พี่สาวของชานยอลเก่งทุกอย่างในขณะที่อีกคนค่อนข้างธรรมดา
ทำให้ชานยอลเริ่มติดนิสัยแต่งเป็นผู้หญิงเพื่อที่จะได้มีความภูมิใจเหมือนเป็นพี่สาว
และปรึกษาจิตแพทย์เกี่ยวกับอาการทรานเวสติซึม(สภาพผู้มีรสนิยมชอบแต่งกายข้ามเพศ)มาบ้าง
แต่อี้ฝานก็ไม่รู้ว่าชานยอลเริ่มที่จะซื้อชุดนอนตามเว็บมาใส่แล้วถ่ายรูปลงจนกลายเป็นแม่แมวตอนไหน
เขาไม่ได้ถาม เขารู้ว่ามันเป็นความสุขของชานยอลและเขาก็จะไม่ขอให้อีกฝ่ายเลิกเพื่อที่ทำให้เขาเห็นคนเดียว
เขาไม่ชอบทำให้คนที่เขาชอบไม่มีความสุข ความรู้สึกแม้จะไม่ได้นิยามว่าเป็นความรัก
อาจจะมีความใคร่มากอยู่ แต่มันไม่ควรมีคำถาม อี้ฝานคิดแบบนั้นและยืนยันอีกครั้งว่าเขาจะช่างแม่งซ้ำอีกทีเป็นคำตอบ
“ฮัลโหล”ชายหนุ่มนั่งแท็กซี่หลังจากเปิดเบอร์อีกครั้งในเดือนธันวาคม
เขากรอกเสียงลงไปพร้อมกับเสียงที่ตอบกลับมา
((ถึงแล้วเหรอ? ทำกับข้าวรอแล้วนะ))
“ถึงแล้ว กำลังนั่งรถไปล่ะ”ชายหนุ่มหนีบมือถือกับซอกคอพลันเลื่อนนิ้วกับไอแพดไปด้วย
“ผ้ากันเปื้อนตัวนั้นน่ารักดีนี่”
((ใส่อยู่...รีบมาสิ))เสียงเบาๆที่ตอบกลับมาปลายสายทำเอาอี้ฝานรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา
ชานยอลก็แบบนี้... รู้ว่าเขาแพ้อะไรก็ยิ่งมาทำใส่เสียอย่างนั้น
ชายหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะส่งเสียงทันที
“พี่ครับ เหยียบมิดเลยพี่!”
เสียงหัวเราะคิกคักไล่มาตามสาย
และอี้ฝานก็คิดว่าช่างกวนอารมณ์ให้ขุ่นเสียเหลือเกิน เขาไม่แคร์นักหากจะมีแฟนที่ชอบแต่งหญิง
เพราะสำหรับคนขี้เบื่ออย่างเขาแบบนี้ถือว่าตอบโจทย์
แท็กซี่คันเดิมแล่นไปตามถนนกรุงโซล ในหน้าหนาวเริ่มต้นข้นอีกครั้งที่นี่
และมันคงจะดีถ้ามีใครอีกคนข้างๆซึ่งส่งเสียงมาตามสาย
อี้ฝานคิดว่า....หากบอกรักกับแม่แมวในชุดผ้ากันเปื้อนตัวเดียวนี่มันคงจะดีไม่น้อย...
((อี้ฝาน...รักนะ~))
****************
#aphbKY

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น