วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

DRUG 1/2









Title : DRUG 1/2
Pairing : KRIS x CHANYEOL
Author : RUNAWAY05
Note : ดรัก





ฉันถ่ายรูปนายไว้ มีเรื่องจะคุยด้วย มาที่ตึกเก่าหลังคาบสุดท้าย

ปาร์คชานยอลมีความลับที่บอกใครไม่ได้อยู่เรื่องหนึ่ง...นั่นคือเขามีตุ๊กตาหมีเน่าขนาดห้าสิบเซนติเมตรในห้องนอน...

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกหากเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดจะมีตุ๊กตาหมีในห้องนอน ทว่าเรื่องที่แย่กว่านั้นคือชานยอลใช้มันเพื่อระบายความรู้สึกทางเพศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแทบจะทุกวัน คราวนี้แหล่ะที่เขารู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องปกติของคนอื่นเป็นแน่นอน เพราะจะมีคนอาจหาว่าเขาเป็นพวกโรคจิตที่ระบายความใคร่กับตุ๊กตา เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเป็นแบบนี้ แต่กับตัวเขามันเลิกที่จะรู้สึกไม่ได้

แต่เรื่องที่แย่ก็คือจู่ๆเขาก็ได้รับจดหมายลับจากใครสักคนหนึ่งซึ่งในนั้นมีรูปที่เขากำลังขึ้นคร่อมตุ๊กตาหมีในห้องนอน เป็นภาพถ่ายจากมุมสูง (ซึ่งข้างบ้านเขามีหอพักปลูกสร้างอยู่ข้างๆเป็นตึกสูง และเขาพลาดเองที่ไม่ยอมปิดหน้าต่างในวันนั้น)  และข้อความนัดเจอที่ดาดฟ้าตึกเก่าหลังคาบสุดท้าย หัวใจของชานยอลแทบหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม หลักฐานมาเสียขนาดนี้ หากไม่ไปก็คงไม่ได้ ชานยอลไม่คิดว่าตัวเองจะรู้สึกย่ำแย่ได้ขนาดนี้มาก่อน สองเท้าค่อยๆย่างไปตามบันไดหัวใจตุ้มต่อม... อา..ชานยอลไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาทำอะไรแบบนี้ แม้มันจะทำให้เขามีความสุขก็ตามที แต่ถ้าแม่เขารู้ คุณครูรู้ เพื่อนๆรู้ มันต้องขายหน้ามากแน่ๆ เขาไม่อยากหมดอนาคตแม้จะรู้ดีว่ากำลังถูกแบล็คเมลก็ตาม

“ปิดประตูด้วย”เสียงห้วนห้าวนั้นทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับห่อไหล่ ดวงตากลมโตค่อยๆเงยมองชายหนุ่มที่ยืนพิงกับรั้วกั้นดาดฟ้า เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงสวมชุดนักเรียนมัธยมปลายเหมือนกับเขาทับด้วยโค้ทตัวยาวเนื้อหนา ชานยอลสั่นขึ้นมาทันที...พวกนี้ต้องเป็นโอตาคุที่หาทางรีดไถหรือทำมิดีมิร้ายเขาแน่ๆ

“อยะ..อย่าเอารูป...ไปบอกใครนะ...”

“...”

“ฉัน...นายจะให้ฉันทำอะไร...ฉัน...มีเงินไม่เยอะนะ...”ชานยอลชิงพูดขึ้นก่อนอย่างยากลำบากก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจน้อยๆ

“นายคิดว่าเงินแก้ปัญหาได้ทุกอย่างเหรอ?”

“...”

“ฉันแค่อยากรู้ว่านายทำแบบนั้นลงไปทำไม?”น้ำเสียงอีกฝ่ายใส่อารมณ์เล็กน้อยจนร่างโปร่งเผลอห่อไหล่ ชานยอลกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะกล่าวเสียงเบาหวิว

“ฉัน..ฉันแค่อยากระบาย...”

“ไม่มีเพื่อนรึไง?”

“เอ๊ะ?”

“ไม่มีใครให้คำปรึกษาเหรอไง ถึงได้ไปบีบคอตุ๊กตาหมีแบบนั้น?! มันผิดอะไร?”

“ห๋า...”ชานยอลหน้าเหวอ โดยที่อีกฝายก็กอดอกถอนหายใจ

“ไม่อยากให้ฉันบอกใครใช่มั้ย?”

“..อื้อ”

“พาไปที่ห้องหน่อยสิ”




ชานยอลสมองหมุนติ้วราวกับกำลังดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ตที่ความเร็วไม่ถึงสิบกิโลไบท์ ร่างสูงโปร่ง ผมทรงเห็ดสีดำสนิทพันผ้าพันคอสวมชุดนักเรียนมัธยมปลายคลุมด้วยเสื้อโค้ทเดินนำอีกฝ่ายที่ยังเดินตามหลังมาอย่างไม่คิดห่างระยะ ส่วนตัวแล้วชานยอลยังไม่ไว้ใจคนๆนี้ง่ายๆ จึงได้แต่ย่างเท้าช้าช้านำทางไปพร้อมกับส่งข้อความหามารดาว่าจะมีเพื่อนมาที่บ้าน เผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้ปลอดภัยไว้ก่อน

มือของเขาบิดลูกบิดช้าๆและแผ่วเบา ห้องของชานยอลก็เป็นห้องเด็กผู้ชายธรรมดา ไม่ได้พิเศษหรือสีชมพูหวานติดดาวเรืองแสงเป็นห้องนอนเด็กผู้หญิง นอกจากตุ๊กตาตัวพอดีมือก็มีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ที่หัวเตียงเพียงเท่านั้น เขาเบี่ยงตัวไปแอบอยู่แถวๆผ้าม่านในขณะที่ผู้มาใหม่ก็กวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะไปหยุดที่ตุ๊กตาหมีตัวนั้น

ชื่อแซ่ก็ไม่บอกแล้วมาเดินเพ่นพ่านบ้านคนอื่นเฉยเลย..ประหลาดชะมัด...

“ซักบ้างมั้ยเนี่ย”

“ซักเดือนละครั้ง”เขาตอบ และอีกฝ่ายก็หันไปมองตุ๊กตาตัวเล็กตัวน้อยที่กองหัวเตียงจำนวนหนึ่ง

“นั่นล่ะ”

“ไม่ได้ซักอะ”

“ไม่ซักก็เอาตากแดดตากลมซะบ้างเดี๋ยวก็เป็นภูมิแพ้ หรือว่าเป็นไปแล้วก็ไม่รู้”ชานยอลจมหน้าลงกับผ้าพันคอทันทีเหมือนเต่า และนักสำรวจก็เดินมาที่หน้าต่างก่อนจะชี้มือไปยังห้องหนึ่งซึ่งระเบียงตรงกับหน้าต่างห้องชานยอลพอดี “นั่นแหล่ะห้องฉัน”

“อื้อ...”

“ฉันเป็นเพื่อนบ้านที่ไม่ดีนักหรอกนะ แต่มีอะไรก็ปรึกษาฉันได้ ไม่ใช่ทำร้ายตุ๊กตาแบบนั้น อย่าเห็นว่ามันเจ็บไม่เป็นแล้วจะทำยังไงกับมันก็ได้”อีกฝ่ายพูดขึ้นมาอีกครั้ง และในประโยคนั้นทำให้ชานยอลโล่งใจขึ้นมา เด็กหนุ่มขยับยิ้มแย้มก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายใจขึ้น

“อย่างนี้นี่เอง...ฉันนึกว่านายรู้แล้วว่าฉันเอาตุ๊กตาหมีช่วยตัวเองซะอีก”

“...”ใบหน้าคมนั่นหันมามองชานยอลนิ่งๆ โดยที่ชานยอลก็นิ่งไปด้วยเมื่อนึกออกว่าตัวเองได้รั่วครั้งยิ่งใหญ่ออกไป

“...”..ชิบ...

“จริงๆฉันก็เห็นคราบขาวๆนะแต่ไม่อยากคิดแบบนั้นอะ”มือนั้นดึงตุ๊กตาหมีมาดูก่อนจะที่ชานยอลจะปรี่เข้าไปดันไปอีกคนออก

“เฮ้ย! พอ!! ไม่ต้องดู...ไม่ต้องดู๊...”







นั่นแหล่ะจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชานยอลรู้จักกับคริส... คริสเป็นเด็กลูกครึ่งที่โตมาในประเทศเกาหลีแต่ยังเล็ก จะให้เรียกว่าฝรั่งพูดเกาหลีได้ก็คงยากไป จะให้เรียกคนเกาหลีหน้าฝรั่งก็ดูยังไงๆเหมือนกัน เอาเป็นว่าพวกเขาทั้งสองคนอยู่กันคนละห้อง และห้องเรียนของคริสอยู่คลาสดีกว่าเขาเล็กน้อย หลังจากที่คริสรู้ว่าตุ๊กตาหมีตัวนั้นมีไว้ทำอะไรเจ้าตัวก็ไม่ได้มาถามซอกแซกเขาอีก แต่กลับจับตุ๊กตาตัวนั้นซักจนสะอาดแทน บางทีหมอนั่นก็ควรจะรู้ว่าเวลาเอาเจ้าหมีใส่ลงไปในอ่างแล้วเดินย่ำมันทำร้ายหัวใจชานยอลมากแค่ไหน

หากจะเรียกว่าความสนิท..พวกเขาอาจจะสนิทกันแค่หลังเลิกเรียน ในขณะที่เรียนชานยอลก็จะอยู่กับพวกเพื่อนๆที่เล่นกันเป็นลิงเป็นค่างให้ครูด่าตามปกติ ส่วนคริสก็จะอยู่กลุ่มกับเพื่อนๆหัวกะทิผู้เป็นที่รักของอาจารย์ แต่เมื่อไหร่ที่ใกล้จะกลับบ้าน พวกเขาสองคนก็จะมานัดเจอกันตรงม้านั่งใต้อาคาร แรกเริ่มทุกคนก็แปลกใจว่าทำไมคริสถึงมาสนิทกับเด็กห้องห่วยอย่างเขา หรือทำไมเขาถึงไปสนิทกับเด็กเก่งคะแนนท็อปได้ และความสงสัยก็คลายไปจนไม่มีใครมาถามเมื่อคำตอบคือแค่บ้านใกล้กัน

แต่จริงๆเพราะตุ๊กตาก็เลยดูมีอะไรมากกว่านั้น...

“นี่..ฝากเด็กๆหน่อยสิ”

“ห๋า?”

“นี่อะ แม่ฉันบอกจะเอาไปทิ้ง ขอฝากไว้หน่อย”คริสเปิดเป้ที่มีตุ๊กตาจำนวนหนึ่งอัดแน่นอยู่ในนั้น “ท่านบอกว่าโตป่านนี้ยังจะเล่นตุ๊กตา อารมณ์เสียเลย”

“ก็ได้...แต่นายซักเองนะ”

“ปกติฉันก็ซักเองป้ะ ตุ๊กตาที่บ้านนายฉันยังซักให้เลย”คริสเปิดโคล่าดื่มขณะที่นั่งเล่นกันอยู่บริเวณร่มไม้ ภาพเด็กหนุ่มสองคนสูงยาวเข่าดี หน้าตาไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อยู่ข้างกันเหมือนแม่เหล็กดึงดูดสายตาสาวๆเป็นปกติ แต่ทั้งคู่เลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็นไปเสีย

“นายจะไปบ้านฉันก่อนใช่ม่า แม่ฉันชอบนายน่าดูเลย”ชานยอลกล่าว และอีกฝ่ายก็หัวเราะเล็กน้อย

“ลูกชายเพื่อนแม่*ก็แบบนี้”

“หมันไส้”ร่างโปร่งแย้มริมฝีปากเล็กน้อย “ไปกันเถอะ ไปซักพวกนี้กัน ฉันซื้อตุ๊กตาสีขาวมาใหม่ด้วยอะ”

“ชอบทำสกปรกยังจะซื้อสีขาวมาอีกนะนายเนี่ย”คริสว่าพลางยืดตัวก่อนจะพากันกลับบ้าน มันก็ประมาณสองสามเดือนที่พวกเขารู้จักกัน และคริสก็สามารถเข้านอกออกในบ้านเขาได้สะดวกเพราะเจ้าตัวออกจะเป็นที่ปลื้มปริ่มของแม่ เวลาที่คริสอยู่ด้วยชานยอลจะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองมีครูคหกรรมมาอยู่ใกล้ๆ เพราะอีกฝ่ายพาเขาเย็บซ่อมตุ๊กตา ซักตุ๊กตา บางทีก็พาทำกับข้าวจนเขาเองหลังจากขี้เกียจทำก็เริ่มจะหัดเป็นขึ้นมา

เมื่อมาถึงบ้านทักทายคุณแม่เรียบร้อย คริสก็ถอดถุงเท้าพับกางเกงครึ่งแข้งเตรียมอุปกรณ์ซักตุ๊กตา เพราะวันนี้มีแบบทั้งซักด้วยเครื่องได้และซักแห้งเท่านั้น ชานยอลที่เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นก็เดินเตาะแตะเข้ามาหา

“ให้ช่วยอะไรมั้ย?”

“จำที่ฉันสอนซักตุ๊กตาด้วยเครื่องได้มั้ย?”

“อ้า..ได้”ชานยอลรับคำพลางหิ้วตุ๊กตาส่วนหนึ่งที่คริสถอดเสื้อผ้าเหล่าตุ๊กตาแยกกองไว้ให้ เด็กหนุ่มใช้ถุงน่องพี่สาวเก่าๆคลุมส่วนไหมพรมของตุ๊กตาบางตัวแล้วมัดให้เรียบร้อย เพราะถุงน่องจะช่วยไม่ให้พวกไหมพรมพันกัน จากนั้นก็จับพวกมันใส่ปลอกหลอนขนาดใหญ่และมัดปากปลอกหมอนเอาไว้  ร่างโปรงเทน้ำยาซักฟอกก่อนจะกดซักตามปกติก่อนจะเดินมาดูคริสที่เช็คความเรียบร้อยของตุ๊กตา

“เบคกิ้งโซดาที่ฉันขอไว้อยู่ไหนเหรอ”

“อ่า นี่ไง”ชานยอลเดินไปหยิบถ้วยเบคกิ้งโซดาที่ขอแม่เทใส่ถ้วยมาถ้วยหนึ่ง วางให้กับร่างสูงที่ยังง่วนอยู่หน้าโต๊ะพับที่ชานยอลเอามากางไว้ให้

“พวกนี้มันซักด้วยน้ำไม่ได้ เราต้องซักแห้ง โรยเบคกิ้งโซดาไว้ให้ทั่ว ทิ้งไว้ชั่วโมงนึง แล้วเอาผ้าหรือฟองน้ำเช็ดออกเบาๆ มันจะช่วยดูดกลิ่นอับออกไป”

“อ่าฮะ”

“ส่วนถ้าเป็นตุ๊กตาเด็กเล็กเนี่ย ก็เอาเบคกิ้งโซดาผสมน้ำแล้วก็เอาตุ๊กตาไปแช่ไว้สักยี่สิบนาที แล้วก็บีบน้ำตากแทนใช้พวกน้ำยาปรับผ้านุ่ม แต่อันนี้แค่โรยทิ้งไว้ก็พอ”

“โอเค”ชานยอลรับคำก่อนจะช่วยกันโรยเบคกิ้งโซดาไว้กับตุ๊กตา ระหว่างที่รอเช็ดผงเบคกิ้งโซดาออกพวกเขาก็นั่งเล่นกันที่ชานบ้านในช่วงตอนเย็น อากาศค่อนข้างเย็นสบายกว่าทุกวันทำให้วันนี้ค่อนข้างจะดี แต่ไม่ดีพอที่จะตากพวกตุ๊กตานอกจากต้องฝากแม่ของชานยอลให้ช่วยตากในตอนเช้า

“นายเก่งเรื่องดูแลพวกตุ๊กตามากเลย ..อยากเปิดร้านขายตุ๊กตาเหรอ?”ชานยอลเท้าคางมองคริสที่นั่งนิ่งๆก่อนจะหันมายิ้มให้

“ก็ไม่เชิงนะ...ฉันอยากเป็นครูอนุบาลล่ะ ไม่เข้ากับหน้าเลยสินะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันเปล่าว่าเลยนะนั่น”

“แต่ฉันเป็นไม่ได้”รอยยิ้มจางๆของคริสทำให้ชานยอลหยุดเสียงหัวเราะลง “แม่ฉันอยากให้ฉันเป็นเหมือนพ่อ ทำงานเป็นซีอีโอบริษัทดังๆ เงินเดือนเยอะๆ อยู่อย่างสบายๆ”

“...”

“แต่แม่ก็ไม่ได้คิดว่าพ่อก็ทิ้งพวกเราไปเหมือนกัน...”

“เฮ้...”ชานยอลร้องเบาๆและไหล่กว้างก็ยกขึ้นนิดหน่อย

“ช่างเถอะ พูดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา”

“นายพูดได้นะ”ดวงตากลมสวยจดจ้องใบหน้าด้านข้างของคริส “ฉันก็เหมือนกัน...พ่อฉันหายไปนานแล้ว...และก็ไม่ได้ข่าวท่านอีกเลย พ่อฉันเป็นนักปีนเขา ในวันที่พายุหิมะกระหน่ำ ฉันจำได้ว่าแม่ขอร้องไม่ให้พ่อไป แต่พ่ออยากไปตามหาความฝันของพ่อ...โดยทิ้งพวกเราไว้ข้างหลัง”

“...”ดวงตาคมหันมามองอีกฝ่ายที่หรุบตาลงมองพื้น

“อีกสามเดือนหลังจากที่พ่อหายไป บริษัทประกันก็มา...พ่อฉัน... ท่านเหลือแค่เงินประกันไว้ให้แม่ แม่กับพี่สาวต้องทำงาน บางเรื่องเงินก็ไม่ใช่ทุกอย่าง ถ้าเลือกได้ฉันอยากลำบากแบบมีท่าน ดีกว่าสบายแบบไม่มีท่าน”

“ฉันชวนนายดราม่ารึเปล่านะ”

“ไม่เลย มันเรื่องปกติแล้วล่ะ แล้วพ่อนายเขา...”

“เขามีครอบครัวใหม่”คริสตอบเบา “เมียน้อยได้เชิดหน้าชูตา ส่วนเมียหลวงต้องมาอยู่อพาร์ทเมนท์กลางเก่ากลางใหม่ เสียค่าใช้จ่ายให้ทุกเดือนเหมือนกับการที่มีฉันคือหน้าที่ต้องรับผิดชอบ... ฉันจำอ้อมกอดของพ่อไม่ได้ พวกท่านทะเลาะกันตลอดช่วงตอนที่ฉันยังเด็ก จะยิ้มจะร้องไห้ฉันก็มีแค่ตุ๊กตาหมี มันเศร้านะ”

“นายเลยโมโหที่เห็นว่าฉัน..เอ่อ...บีบคอตุ๊กตา?”ใบหน้าคมยิ้มออกมาน้อยๆเมื่อได้ยินประโยคนั้น

“อะไรทำนองนั้นล่ะ...เราทุกคนมีแผล..คนละแผลสองแผล และมียาสำหรับรักษาต่างกันไป แผลมันอยู่ในใจ...มันไม่เห็นหรอก”

“...”

“มันรักษาได้ด้วยความรู้สึก”






หลังจากเอาผ้าเช็ดผงเบคกิ้งโซดาออกจากตุ๊กตาจนเรียบร้อย คริสก็กลับบ้านตอนหกโมงเย็นพอดี เด็กหนุ่มสาวเท้าไปยงลิฟต์ก่อนจะพบมารดาถือตะกร้าจ่ายตลาดวิ่งมา เขากดลิฟต์ค้างเอาไว้พร้อมกับรับตะกร้าจากมารดามาตามปกติ

“พักนี้กลับเย็นจังลูก แม่เป็นห่วงนะ”

“ผมไปติวหนังสือน่ะครับ เพื่อนอยู่บ้านข้างๆตึกเรานี่เอง คะแนนเขาเยอะกว่าผมก็เลยให้เขาช่วยสอน”คริสปดมารดาไปแบบนั้นและหล่อนก็ส่งยิ้มมาให้

“อ่า..อย่างนั้นเหรอ? คริสต้องพยายามให้มากกว่านี้นะลูก ใครที่เหนือกว่าเราก็ไปขอความรู้เขาเอาไว้ รู้จักคนมากๆเราจะได้ไปอยู่ที่สูงๆได้”หล่อนระบายยิ้ม “วันนี้สอบย่อยเป็นยังไงจ๊ะ”

“...”คริสส่งกระดาษคะแนนให้กับผู้เป็นแม่ที่รับมาก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ จนลิฟต์มาถึงชั้นเป้าหมายสองแม่ลุกก็พากันเดินออกไปโดยที่มารดาก็ลูบแก้มผู้เป็นลูกชายอย่างนุ่มนวล

“เก่งมากลูก...แต่อย่าลืมว่าโลกนี้มีคนเก่งกว่าเรานะ พยายามอีกนิดนึงนะลูก..ให้ได้เหมือนพ่อเขา...”








วันนี้เนื่องจากแม่ของคริสต้องไปธุระต่างจังหวัด เขาต้องเฝ้าบ้านคนเดียว แต่หลังจากที่ชานยอลกับแม่ของอีกฝ่ายเกลี้ยกล่อมให้มาค้างที่นี่ไปก่อน เพราะอยู่คนเดียวมันอันตราย แม่ของคริสก็ยอมด้วยเหตุผลส่วนหนึ่งเชื่อไปแล้วว่าชานยอลคือเด็กเรียนเก่งและจะช่วยคริสได้ บางทีเขาเองก็รู้สึกตลกร้ายที่แม่เห็นผลประโยชน์มาก่อน แต่เขาก็เชื่อว่าก่อนหน้านั้นไม่คงไม่ได้นึกถึงแบบนี้จนกระทั่งสภาพสังคมแปรเปลี่ยนกันและกันไป

“เอาตัวนี้แทนเอ็กซ์ แล้วนายก็เอาเอาตรงนี้มาคูณตัวนี้จนหายไป แล้วเอาตัวนี้คูณตัวนี้จนหายไปอีก ก็เหลือตัวนี้กับเอ็กซ์ เพราะฉะนั้น ตัวนี้ก็เท่ากับเอ็กซ์”

“โอ๊ย..ยากชะมัด”ชานยอลพึมพำพร้อมกับเกาศีรษะเล็กน้อย หลังจากถูๆลบๆกระดาอยู่หลายครั้งก็ส่งสมุดการบ้านให้อีกคนตรวจ “เป็นไง”

“แบบนี้แหล่ะถูกแล้ว แต่ทำไมนายเขียนเอ็กซ์ขี้เหร่จัง”

“ทำไมอะ ฉันไม่ได้เรียนคัดลายมือภาษาอังกฤษนี่”ส่งเสียงเถียงจนโดนขยี้ผมไปหนหนึ่ง

“ก็หัดใหม่ ลุกขึ้นมานั่ง”

“หัดเองได้น่า”

“อย่าดื้อ”

“ฮ่อย...”ชานยอลถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นนั่งดีดี ดินสอกดลายตุ๊กตาหมีถูกจับเข้าสู่มือเจ้าของ ก่อนที่ฝ่ามือของคริสจะจับมือของชานยอลไว้แล้วบังคับให้เขียนตัวเอ็กซ์ใหม่อีกรอบ

“ขีดลงมาดีๆ อย่ามือสั่นสิ อย่างกับลายมืออนุบาล”

“อย่าบ่นเซ่ เขียนอยู่นี่ไง”เอ่ยพึมพำก่อนจะมองมืออีกคนที่ใหญ่กว่าจนคลุมมือเขาเกือบมิด ทั้งที่ชานยอลมั่นใจว่าตนนั้นไม่ใช่พวกมือบางมือสวยอะไร

“ไม่ใช่แบบนี้...อีกรอบนึง”เสียงกระซิบและลมหายใจที่ปัดแถวๆลำคอทำให้ชานยอลขนลุกขึ้นมาแปลกๆ แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะถอยหนี มันเป็นความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็นิยามไม่ถูก ฝ่ามือที่ถูกกุมจับลากเขียนตัวเอ็กซ์ไปหลายๆตัวจนเกือบเต็มกระดาษ และในตอนนั้นชานยอลก็รู้สึกขึ้นมาว่าคริสไม่ควรมาค้างที่นี่ในคืนนี้...

เขาต้องการตุ๊กตาหมีสักตัว...

“ใช้ได้แล้วนี่”เมื่ออีกคนปล่อยมืออก ชานยอลก็ขยับตัวตรง ความรู้สึกแปลกๆในใจนี่เขาก็นิยามไม่ถูกเหมือนกัน ต่างคนต่างกระวีกระวาดเก็บของเพื่อนอนพักผ่อน ไฟหัวเตียงถูกดับลงและต่างคนต่างนอนเพดานไม่กล่าวอะไรออกมาแม้แต่คำ...

“ฝันดีนะ”เสียงทุ้มของคริสกล่าวแบบนั้นพร้อมกับตะแคงหันหลังท่ามกลางกองตุ๊กตาเต็มหัวเตียงราวกับเป็นอาณาจักรของพวกเขา ชานยอมองแผ่นหลังกว้างๆนั่นอยู่สักครู่ สุดท้ายจึงค่อยๆยื่นมือไปแตะแผ่นหลังของอีกคนพร้อมกับขยับตัวเข้าไปกอดไว้ “?”

“ฉันติดนอนกอดหมีน่ะ”ชานยอลเอ่ยเบาๆและอีกคนก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ความเงียบเหล่านั้นคือข้อความเชิงอนุญาตให้ชานยอลแนบใบหน้าลงไปช้าๆ


มันอาจจะเป็นราตรีแรกที่ทำให้ชานยอลคิดถึงอะไรบางอย่างที่มากขึ้นเกี่ยวกับคริสก็ได้...



************

*ลูกชายเพื่อนแม่ = เป็นวลีเอาไว้เรียกคนที่มีลักษณะเด่น ทั้งสวย รวย นิสัยดี เรียนเก่ง เป็นบุคคลที่เราไม่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวันหรือไม่ค่อยได้เจอนั่นเอง เลยเปรียบเขาหรือเธอคนนั้นว่าเป็นลูกของเพื่อนแม่ที่แม่มักจะเอามาสรรเสริญให้ฟัง

#aphbKY

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น