วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Orgasm 1.25/2












“เฮ้ยเดี๋ยว”

ชานยอลที่พยายามประนีประนอมเบิกตาเล็กน้อย เมื่อถูกพลิกคว่ำกับที่นอนโดยที่อี้ฝานก็คร่อมช่วงสะโพกเอาไว้ สายรัดเสื้อคลุมเตรียมพร้อม ส่วนตัวเสื้อคลุมนั้นได้ปลิวออกไปทางไหนก็ไม่ทราบได้ นิ้วยาวของเด็กหนุ่มจิ้มลงแผ่นหลังของเซนเซย์อย่างใจเย็นเหมือนกำหนดจุด ก่อนจะดึงสายรัดชุดเกี่ยวเป็นบ่วงรัดท่อนแขนของชานยอลแนบเข้ากับลำตัว อี้ฝานทำซ้ำกับอีกข้างหนึ่งพลันดึงปลายสายสอดเข้าช่องบ่วงแล้วดึงขึ้น

“โอ๊ย เจ็บนะ!”

“เจ็บก็ดีครับ จะได้ไม่ดื้อ”

“...”

“เป็นเด็กดีเร็ว”อีกฝ่ายกระซิบที่ริมหูจนขนลุกซู่ ชานยอลพยายามขยับกายอย่างดื้อดึง ในขณะที่อี้ฝานก็จิ้มนิ้วเหนือตำแหน่งเดิมและทำซ้ำอีกครั้งกับความยาวที่เหลือ สายรัดชุดที่ถูกมัดเน้นสัดส่วนตรงหน้าอกสำหรับผู้ชายแบบง่ายๆก็เสร็จ เด็กหนุ่มดันอีกคนให้พลิกหันหาตนเองพร้อมกับถูหัวแม่มือไปกับเม็ดไตแข็งที่ยิ่งเด่นชัด

“อ๊ะ!...อา..”

“ทะลึ่งจริงๆด้วย”พึมพำพร้อมกับแนบริมฝีปากประกบจูบลงไป นิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งสองข้างหนีบไตอกดึงขึ้นจนเกิดเสียงสะท้านคราง อี้ฝานถูหน้าขากับระหว่างขาของชานยอลพร้อมกับร่างโปร่งที่ขยับไหวบิดกายไปมาอย่างเริ่มควบคุมตนเองไม่ได้

“ฮะ..อ่าห์..นะ..นี่ไม่ใช่ฟิพตี้เฉดออฟเกรย์นะ”ชานยอลพยายามพูดในขณะที่อี้ฝานก็หรี่ตายิ้มๆ

“เหมือนนะ อนาสตาเซียก็ไม่ค่อยจะมีหน้าอกเท่าไหร่”

“ไอ้บ้า...โอ๊ะ!..อาา”เสียงครางหลุดออกมาอีกครั้งและอี้ฝานก็ขยับยิ้มให้เล็กน้อย

“ชอบแบบนี้เหรอครับ?”

“อ๊ะ!..อื้อ!!”

“หรือคุณชอบแบบนี้มากกว่า”

“โอ้!..อ๊า!!”เสียงร้องดังลั่นเมื่ออีกฝ่ายจงใจหนีบผิวเนื้อจนเป็นจ้ำแดง อี้ฝานหอบหายใจแรงเหมือนชักสนุกแม้อีกคนจะไม่เมา

“ทำไมไม่ตอบล่ะ...ผมเสียใจนะ”

“จะเข้า..อ่า..ก็เข้ามา!!”

“รอฟังเลยแหล่ะ”พึมพำพลางขยับถอดกางเกงออกไปให้พ้นทาง ฝ่ามือกว้างนั้นขยับรูดแท่งเนื้อของตนเอง (ที่ชานยอลก็ว่าน่าจะโตกว่าวัยเดียวกัน)  เอื้อมหยิบขวดเจลแบบปั๊ม มาชโลมมือรูดไปกับแท่งเนื้อตัวเองโดยที่ชานยอลก็หรี่ตา

“โรคจิตอ่ะ”

“ให้มันเป็นธรรมชาติสิคุณ..หรืออยากแหกจะได้ไปล้าง”

“ไม่ต้อง!”ร้องทันทีเมื่ออี้ฝานทำท่าลุกขึ้น แต่แล้วก็หยิบขวดปั๊มเจลใส่กลางลำตัวของชานยอล พร้อมกับลูบมือไปกับส่วนชื้นแฉะไปมาจนอีกฝ่ายบิดเกร็ง

“อ๊ะ!..อื้อ!..อ่าห์…”

“เอ็กซ์ชะมัด”

“อิ๊...อ๋า...อาา”เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากพลันแลบลิ้นเลียปากตน ก่อนจะเปลี่ยนใจทึ้งถุงน่องจนเสียงขาดแควกดังขึ้น ชานยอลกระตุกตัวเล็กน้อยเมื่อท่อนขาเหลือเพียงถุงน่องตาข่ายติดขาแบบแยกจากกัน อี้ฝานเลียไปตามปลีน่องเล็กๆนั่น พลันใช้ส่วนปลายถูไถไปกับช่องทางแฉะ เขาขยับดันเข้า ซึ่งชานยอลก็เกร็งหนีบอยู่พัก ก่อนจะค่อยๆผ่อนคลายเป็นเชิงอนุญาตให้เข้าไปหา

“ชิท!…อาาา...”

“อ่า...โคตรฟิต...ชอบแบบนี้แหล่ะ”รวบขาเข้ากอดพร้อมกับนั่งตั่งขากระแทกตัวเข้าจนเสียงครางกระเส่าเริ่มดัง ชานยอลบิดกายเร่า พยายามจิกเล็บกับฝ่ามือตนเองทั้งที่อยากจะทึ้งศีรษะบิดตัวไปมา แต่เขาพอใจที่จะอยู่ในสภาวะไม่เป็นอิสระ เขาชอบที่เป็นฝ่ายลูกลงโทษแม้จะต้องคอยเบะหน้าเมื่อเห็นข้อมือหรือแขนขาเขียว ทว่าชานยอลก็พอใจ เขาคิดว่านี่มันรสนิยมของเขาเกี่ยวกับมาโซคิสต์เล็กๆน้อยๆนี่ พอๆกับรสนิยมเด็กเปรตนี่ที่ชอบเลียเท้าชาวบ้านนี่ล่ะมั้ง

“ซี๊ด...อ่า...อื้มม”

“อืม...โอ๊ะ!..อ่ะอ่ะอ่าห์..ซี๊ด...อื้ออ แรงๆซิ”

“โอเคแล้ว?..อ่าส์”

“มีแรงแค่นี้เหรอ? ก็บอกว่า..อ๊ะ!..แรงๆไง..อ๊า!!..โอ๊!..”เสียงครางลั่นดังมาจากร่างเพรียวลมนั้น กายบิดเกร็งไปมาพร้อมกับกระเด้งดอนไปตามแรงกระทั้นที่หนักขึ้นราวกับหมันไส้คนปากเก่งที่เอาแต่ท้าทายทั้งๆที่ถูกมัดอยู่ ชานยอลถูกตลบพลิกขึ้น ลำตัวถูกกดแนบกับอี้ฝานที่เปลี่ยนมานอนข้างล่าง สะโพกแอ่นขึ้นผ่อนความฝืนธรรมชาติขององศาสอดใส่ โดยที่เด็กหนุ่มก็เลื่อนมือกดแผ่นหลังให้แนบลงจนหน้าอกอยู่ระดับปาก อีกข้างก็เลื่อนลงล่างใช้นิ้วถ่างแยกร่องก้นให้ขยายออก สะโพกแกร่งสวนขึ้นถี่รัว โดยที่ชานยอลก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความกระสันซ่านจนน้ำตาไหลพรู ทั้งช่องทางที่ถูกสวนขึ้นถี่ๆไม่ยอมหยุดไปพร้อมกับปลายลิ้นร้อนๆของอี้ฝานที่ตวัดถูติ่งเนื้อหน้าอกเต่งนั้นไปมา

“อ๊า!!...อาา...ยอม..ยอมแล้ว!..อื๊ออ”

“ฮืม...ยัง..เดี๋ยวก่อนสิ”

“มัน..อ๊า..มันเสียว..ไม่ไหว..อา..ไม่ไหวแล้ว!”ชานยอลสะบัดหน้าไปมา “ไม่ไหวแล้ว...จะออก...อาาา”
“ออกก็ได้ ออกมาก่อน”อี้ฝานกล่าวอย่างเร่งรีบพลางฟาดแก้มก้นดังเพียะ สะโพกกลมมนขยับโยกไปตามจังหวะที่ถูกชักนำ พลางถูไถท่อนเนื้อไปกับผืนท้องที่มีมัดกล้ามเป็นลอนอ่อนนั้น อี้ฝานเอื้อมมือมาจับมือของชานยอลไว้พร้อมกับกระแทกสวนแรงขึ้นจนเสียงหวีดร้องลั่น

ราวกับสติถูกทำลายลงในตอนนั้นเหมือนจะวูบไป...





“พ่อทำอะไรน่ะ!”

เด็กชายคนหนึ่งตะโกนออกมาอย่างกล้าๆกลัว หุ่นยนต์ในมือตกลงกระทบพื้นขณะที่ค่อยๆออกมาจากตู้เสื้อผ้า ชายสองคนที่กำลังนัวเนียอยู่บนเตียงก็หันมามองเด็กชายอย่างตกใจทำอะไรไม่ถูกไปเช่นกัน ชายคนที่ทำท่าเหมือนเป็นฝ่ายรับก็ลุกขึ้นแต่งกายตัวเองลวกๆก่อนจะเข้ามาหาเด็กชายที่ถอยหลังกรูด

“ชานยอลฟังพ่อก่อน...”

“ผมเกลียดพ่อ!”

“ชานยอล...”

“ผมเกลียดพ่อที่สุด!!”




“...”

ชานยอลมองเฟอร์นิเจอร์ที่ขวางไปตามแนวนอนตามระดับสายตา ไม่มีทางที่เฟอร์นิเจอร์ทั้งหลายจะตั้งอยู่ผิดที่ผิดทางของแรงโน้มถ่วงขนาดนั้น นอกเสียจากตัวเขาที่กำลังโก้งโค้งเอาหน้าแนบหมอนแขนถูกรัดด้วยสายเสื้อคลุมแนบติดลำตัว ส่วนถุงน่องเจ้าปัญหานั้นถูกฉีกจนขาดคลุมแค่ท่อนขา และยังมีการจากอีกฝ่ายที่ค่อยๆขยับกายนอนซ้อนด้านหลังพร้อมกับสวนสะโพกเข้าหาเนิบๆ

“อยู่ๆก็เงียบไป นึกว่าหัวใจวายตายไปแล้วซะอีก”

“ก็ไม่เสียวแล้ว เอาหัวจุ่มๆรึเปล่าเนี่ย มีหนังสือให้อ่านสักเล่มมั้ย”

“เกินไปแล้วนะ...”เสียงทุ้มนั้นกระซิบพร้อมกับดึงสะโพกมนเข้าหาพร้อมกับสอดตัวเข้าย้ำลงไปลึกในท่าตะแคงจนเสียงร้องเบาๆดังออกมาจากลำคออีกฝ่าย ส่วนที่พับอยู่กลางลำตัวก็เริ่มคายหยดขุ่นออกมาอีกหนหนึ่ง เด็กหนุ่มขยับตัวขึ้นจับขายาวข้างหนึ่งพาดบ่า อีกข้างก็ตรึงให้แยกออกกว้างพร้อมกับขยับเอวเข้าถี่รัวเหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เสียงครางสั่นดังออกมาจากร่างที่บิดเร่า คาวน้ำที่ไหลหลั่งออกมาอย่างไม่มีท่าทีจะหมด รสจูบที่ยังเสนอสนองกันอย่างไม่คิดจะหน่าย

บางทีชานยอลก็เริ่มตลกและสมเพชตัวเองขึ้นมา...



“ปกตินายนอนกับผู้ชายรึเปล่า?”

คำถามดังขึ้นจากเซนเซย์ที่เช็ดผมอยู่หน้ากระจกและใช้ไดร์เป่าลวกๆในช่วงตีสาม ชานยอลคิดว่ามันคงดีกว่าถ้าเขากลับไปนอนที่ห้องจนกว่าจะเช้า เพราะเตียงที่นี่มันเลอะน้ำเต็มผ้าปูจนแทบนอนไม่ได้ และเจ้าเด็กบ้าข้างหลังที่กำลังเช็ดผมเหมือนกัน อู๋อี้ฝานสวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเดียว ทั้งตัวมีมัดกล้ามเหมือนคนรักษาสุขภาพอย่างดี ดูเผินๆไม่เหมือนเด็กไฮสคูลเสียด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเพราะตัวที่ดูโตเกินอายุหรือหน้าที่ดูแก่เกินอายุกันแน่

“ไม่เลย กับคุณคนแรกเลย เปิดโลกสายเหลืองเลยแหล่ะ”

“...”ไอ้เด็กจังปรีย์...

“คุณอะ...ปกติไม่นอนกับผู้หญิง?”อี้ฝานยักคิ้วพร้อมกับชานยอลที่จัดทรงผมตัวเองไปเรื่อยๆ

“รสนิยม..ฉันไม่ชอบผู้หญิง”

“เก๋ๆอะ...พวกผู้หญิงห้องผมคงอกหักกันเต็ม เล็งคุณกันทั้งวัน”

“นายว่าฉันแปลกมั้ย”ชานยอลเอียงหน้าให้อี้ฝานที่มองกลับมาเหมือนแปลกใจก่อนจะยักไหล่

“ไม่..ผมมองว่ามันเป็นทางเลือก มันไม่ใช่เรื่องซีเรียสขนาดนั้น”

“ขนาดกับฉันคนแรกนายยังใส่ไม่ยั้งเลยนะ”

“ผมก็เหมือนคุณอะ ตอนนั้นไม่รู้จักกันเกรงใจกันทำไม”

“...”ไอ้เด็กหัวกระบวยนี่

“ผมว่าเรา...”อี้ฝานทำท่าเหมือนจะชวนชานยอลที่ผุดลุกขึ้น แต่ก็อยู่นิ่งๆเมื่อนิ้วเรียวยาวเกี่ยวแมสคาดปิดปาก

“เราจบกันแล้ว นายไม่ต้องขู่ฉันอีก ฉันไม่แคร์หรอกถ้านายจะลงรูปพวกนั้น”

“ผมรู้อยู่แล้ว”เด็กหนุ่มยักไหล่ แต่ก็ต้องเลิกคิ้วสูงเมื่อเสียงเบาๆดังออกมาจากชานยอล

“ตอนเด็กๆฉันเกลียดพ่อมาก...พ่อฉันแต่งงานกับแม่ มีพี่ มีฉัน แต่ท่านเป็นเกย์...ท่านทิ้งพวกเราไปอยู่กับผู้ชายคนใหม่กับอะไรที่ท่านชอบ”

“...”ใบหน้าหล่อจัดมองร่างสูงโปร่งที่คว้าโค้ทคลุมตัวพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะทิ้งท้ายแผ่วเบา

“แต่สุดท้ายฉันก็โตมาเป็นคนแบบที่ฉันเคยเกลียด”





////////////////////////////////////




จริงๆชานยอลไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไปดราม่าเรื่องในอดีตใส่กับเด็กนั่นซึ่งดูเหมือนจะเอ๋อไปเลยทีเดียวที่เขาพูดแบบนั้น เขาลืมตาขึ้นช้าๆเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ชานยอลลุกขึ้นทำกิจวัตรประจำวันพร้อมกับแต่งตัวตามปกติ เสียงมือถือดังขึ้นอีกครั้งและเขาก็กดรับสาย

“ฮัลโหลพี่”

“โอเค..ไม่เป็นไรหรอก เงินออกแล้วฉันจะใช้คืนนะ”

“แม่เป็นยังไงบ้าง”

“เหรอ ดูแลท่านแทนฉันด้วยนะ”

หลังจากวางสายพี่สาวที่โทรมาไต่ถามกรทำงานวันแรก ชานยอลก็หยิบเอกสารการสอนที่เอากลับมาจากโรงเรียนพร้อมกับลิสต์หนังสือที่จะต้องใช้ในการสอนของเขาจากนี้ เขาคิดว่าถ้าทานอาหารเช้าเสร็จแวะไปห้องสมุดก็คงไม่เป็นไร...เขาทำอะไรก็ได้เพราะวันนี้ไม่มีชั่วโมงสอนใครเลยด้วยซ้ำ

“โย่ว ชันโยล อรุณสวัสดิ์”มินซอกโบกมือไหวๆทักเซนเซย์หนุ่มที่สวมฮู้ดสีเทาทับด้วยโค้ทตัวยาวกับสกินนี่สีดำ (ชานยอลมีเป็นสิบตัว เขาชอบกางเกงแบบนี้ที่สุดเพราะมันทำให้ท่อนขาของเขาดูดี) ชานยอลยกมือทักกลับให้เพื่อนตัวเล็กที่ยิ้มหวานออกมา มินซอกแก่กว่าเขาสองปี แต่อนุญาตให้เขาเรียกแบบเพื่อนได้เพราะไม่อยากแก่ไปมากกว่านี้

“อรุณสวัสดิ์”

“กินอะไรมารึยัง ไปกินข้าวกันป่ะ”

“โอเคเลย”ส่งยิ้มให้ท่ามกลางสายตาเด็กนักเรียนที่จ้องเซนเซย์ตัวสูงผู้ไม่ได้จัดแต่งทรงผมมาในวันนี้เพราะไม่มีสอน ผมหน้าม้าสีดำที่เริ่มยาวก็ถูกปัดไปข้างๆ ดวงตาโตดำขลับ จมูกโด่งรั้นนิดๆและริมฝีปากอิ่มที่ไม่ได้แต่งเติมอะไรจนเกินงาม ชานยอลไม่ใช่ผู้ชายออกสาว เขาใช้ชีวิตไปตามปกติและดูเป็นผู้ชายแมนๆซะด้วยซ้ำ เว้นเอาไว้อย่างเดียวตอนเมาที่เขารู้สึกว่าอยากจะเป็นนิกกี้ มินาจ, ไมลี่ย์ ไซรัส หรือคริสติน่าอากีเรลล่าขึ้นมา

“โอ๊ะ”มินซอกร้องเล็กน้อยเมื่อเห็นอู๋อี้ฝานที่แต่งชุดถูกระเบียบเดินสวนออกมาจากทางอาคารเรียน ตัดผ่านพวกเขาทั้งสองคน ชานยอลนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อดวงตาคมนั้นมองเขาเพียงแวบหนึ่งก่อนจะค้อมศีรษะทำความเคารพแล้วสาวเท้าจากไปเหมือนคนไม่รู้จักกัน

“...”

ก็ดีแล้วล่ะ...นี่แหล่ะที่เขาต้องการมาตลอด

ก็ดี…






ชานยอลเตรียมเอกสารการสอนสำหรับวันพรุ่งนี้เสร็จก็มานั่งเหม่อมองนักเรียนเล่นกีฬาอยู่ที่สนามข้างโรงยิมเพราะไม่รู้จะไปไหน ตอนนี้ต่อให้เด็กนักเรียนถอดเสื้อวิ่งชานยอลก็ว่าตัวเองคงหื่นไม่ลง ก็ทำเป็นไม่รู้จักก็ดีแล้วนี่..ทำไมต้องมองแบบนั้นด้วย

“เฮ้ ทำไมมานั่งแบบนี้แหล่ะ แดดเผาผมหมดพอดี”

“?”เสียงเรียกจากด้านล่างขณะที่ชานยอลยังนั่งกอดเข่าอยู่บนอัฒจันทร์ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านล่างตรงหน้าเขาเป็นชายหนุ่มตัวเล็กประมาณอ.มินซอก สวมเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกางเกงสีดำ ..ก็น่าจะเป็นอาจารย์ล่ะนะ ชานยอลกะพริบตาปริบๆพลันเอ่ยตอบไปเบาๆ

“ผมไม่มีสอน”

“จริงดิ ถ้าจะดูกีฬาไปดูข้างในได้นะ โรงยิมไง”ชานยอลพยักหน้าแล้วลุกขึ้นเดินลงมาหาอีกฝ่ายอย่างว่าง่ายทั้งที่ไม่รู้จักว่าใคร แต่ชานยอลอยากมีอะไรทำเพื่อจะได้ลืมสายตาเจ้าเด็กนั่นไปเสียสักพักหนึ่ง พวกเขาทั้งสองเดินออกจากสนามโดยที่เสียงอีกคนก็ดังขึ้น

“ฉันชื่อพยอนแบคฮยอนนะ นายล่ะ”

“ปาร์คชานยอล ผมมาสอนวิชาญี่ปุ่นทางเลือก”

“ญี่ปุ่นทางเลือก?...อ๋อ..ฮ่ะๆ...แผนการผู้อำนวยการยองมินที่จะเปิดให้พวกเทรนนี่มาเรียนสินะ”อีกฝ่ายพูดอย่างไม่ยี่หระนัก

“แล้วคุณ..เอ่อ...”

“ฉันเกิดปีเก้าสอง”

“ผมก็เหมือนกัน”

“งั้นเราก็เพื่อนกัน หน้าตาอาจารย์ที่นี่โทนเดียวกันไปหมด ไม่ค่อยมีพวกอาจารย์หน้าแก่อ่ะ ฉันเลยไม่อยากให้มีรุ่นพี่รุ่นน้องอะไร”แบคฮยอนพูดด้วยท่าทีสบายๆ โดยที่ชานยอลก็ใช้โปรแกรมสแกนบุรุษฆ่าเวลา ผมสีน้ำตาลทอง ผิวขาวจัด ดวงตาไม่น่าชั้นเดียว..น่าจะสองชั้นหลบใน หางตาตกนิดหน่อย จมูกโด่งกำลังดี ริมฝีปากเชิด มีตำหนิเหนือมุมปาก จัดว่าหน้าตาดี... แต่เตี้ยไปหน่อย

“แล้วนายสอนวิชาอะไร”ชานยอลถามขึ้น โดยที่แบคฮยอนก็ยิ้มให้เล็กน้อย

“ฮับกิโด้น่ะ”







หล่อมากไอ้เชี่ยเตี้ยช่างแม่มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!

ชานยอลนั่งอ้าปากค้างขณะที่นั่งพิงผนังโรงยิมดูอยู่เขตรอบนอกในขณะที่แบคฮยอนซึ่งสวมชุดฮับกิโด้สีดำเข้าฝึกซ้อมกับนักเรียน ชายหนุ่มร่างกะทัดรัดก้มหมอบต่ำพร้อมกับกวาดขาลงจนนักเรียนที่ตัวใหญ่กว่าแทบจะเท่าตัวล้มกันไปคนละทาง ก่อนจะจับเด็กทุ่มพร้อมกับสองคน ใบหน้าได้รูปที่สะบัดพร้อมกับเหงื่อที่ปลิวออกมาราวกับละอองนี่มัน...

น่ากินอ่ะ...

“อาจารย์แบคฮยอนเป็นนักฮับกิโด้สายดำระดับสาม คงจะขึ้นสายสองอีกไม่นานนี้ล่ะ”เสียงของอี้ฝานดังขึ้น โดยที่ชานยอลก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเหล่ตาไปมองเด็กยักษ์ที่นั่งข้างตัวแล้วเงียบไป

“บอกฉันทำไม”

“ก็ไม่นึกว่าจะว่างมากจนมานั่งส่องผู้ชายทั่วโรงเรียนแบบนี้”

“เรื่องของฉัน บอกแล้วเราไม่รู้จักกัน”

“มันดีแล้วจริงๆเหรอ?”

“...”

“ผมเสียใจด้วยนะที่ครอบครัวคุณเป็นแบบนั้น แต่ทุกคนไม่ได้เป็นแบบนั้น”ชานยอลแววตายุ่งเหยิงขึ้นมาเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็คว่ำปากพลันส่งเสียงออกมาง่ายๆ

“แล้วไงต่อล่ะ?”

“...”

“ยังไงซะถ้าลงเอยกับอาจารย์ที่นี่ชีวิตฉันมันก็ลงตัวแล้วล่ะ อย่างน้อยก็ดูมีหลักมีฐานกว่าเด็กที่ดีแต่ใช้อำนาจพ่ออย่างนายไม่ใช่รึไง...”

ตึง!!

!?”ดวงตาสวยเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่ออี้ฝานชกเข้ากับผนังใกล้ๆ ทุกอย่างเหมือนจะเงียบสงัดไปทันที ดวงตาของอี้ฝานวาววับพร้อมกับเสียงของแบคฮยอนที่ดังขึ้น

“ทำอะไรกันน่ะ”

“...”อี้ฝานไม่ได้กล่าวตอบนอกเสียจากลุกขึ้นเดินออกไปอย่างไม่ได้พูดคุยกับแบคฮยอนสักคำ ชานยอลเหล่มองผนังปูนที่เป็นรอยร้าวเล็กๆพลันหายใจแรงขึ้นมา...ถ้าเด็กนั่นเผลอมาต่อยเขาจะเป็นยังไงเนี่ย

“อู๋อี้ฝาน...”แบคฮยอนพึมพำ “นายเป็นอะไรรึเปล่า”

“ไม่เป็นไร”

“เด็กคนนี้”อาจารย์หนุ่มสบถ แต่ไม่ทันที่ชานยอลจะได้กล่าวถามอะไร เสียงเรียกของมินซอกก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ชานยอล เห็นเด็กว่านายอยู่ที่นี่ ไปทานข้าวกันเถอะ!”พอเป็นอย่างนั้น ชานยอลจึงไม่ได้พูดคุยกับแบคฮยอนอีกนอกเสียจากขอตัวออกมาเท่านั้น

“เอ่อ..ฉันไปก่อนนะ”

“นายโอเคนะ?”

“ฉันโอเค”ชานยอลส่งยิ้มให้ก่อนจะลุกขึ้นไปหามินซอก ในขณะที่แบคฮยอนก็เรียกนักเรียนเข้ารวมพลอีกครั้งหนึ่ง ร่างสูงโปร่งเดินไปหามินซอกด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนักจนอีกฝ่ายเอ่ยถาม

“เป็นอะไรรึเปล่า?”

“ฉัน...”

“จริงสิ ได้ยินเสียงเหมือนอะไรกระแทกผนังด้วย เด็กของอาจารย์แบคฮยอนไม่ได้พลาดหัวฟาดพื้นตายใช่ไหม?”

“ไม่หรอกน่า...ก็แค่...อู๋อี้ฝาน”

“หืม?”มินซอกเลิกคิ้วพร้อมกับชานยอลที่ก้มหน้าลงอย่างชั่งใจว่าจะเล่าเรื่องให้ฟังดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดใจเปิดปากเล่าเรื่องให้ฟังในที่สุด




“อ่า...สรุปคือนายรู้จักกับอู๋อี้ฝานมาก่อนอย่างนั้นสินะ”

มินซอกสรุปเบาๆจากเรื่องที่ชานยอลเล่า (แม้จะไม่ได้เล่าบางเรื่องเช่นเรื่องนอนกันกี่ครั้ง ได้กันกี่ท่า) ก่อนจะยกตะเกียบคีบไชเท้าดองกินขณะที่ชานยอลก็กินข้าวกับซุปทะเลไปเงียบๆแล้วก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องโมโหที่เขาพูดถึงพ่อของเขาด้วย”

“อ่า...อี้ฝานเป็นประธานนักเรียนที่ค่อนข้างใจเย็นและไม่มีเรื่องกับใครนะ แต่ทำไมถึงโมโหใส่นายได้เนี่ย... คนที่ทำให้คนใจเย็นโมโหใส่ได้เนี่ย...”มินซอกส่งเสียงค้างพร้อมกับชานยอลที่ทำหน้าคว่ำทันที

“หมายความว่าไงห๋า?”

“เปล่าซะหน่อย”อาจารย์ตัวเล็กยักไหล่ ในขณะที่ชานยอลก็เงยหน้าขึ้นมองเห็นฝั่งถนนข้างโรงอาหาร อาจารย์โอเซฮุนกำลังปั่นจักรยานผ่านไป แต่ที่ทำให้ชานยอลขมวดคิ้วฉับคือสิ่งมีชีวิตตัวเลกๆในชุดนักเรียนนั่งซ้อนท้ายพลันเกาะเอวอาจารย์พละเสียหนึบ

“อะไรกัน..ปีไหนแล้วยังมีมุกเจ็บขาเดินเองไม่ได้ให้ผู้ชายไปส่งอีกเหรอ”ชานยอลบ่น พร้อมกับคนข้างๆที่เงยหน้าดูเหตุการณ์บ้าง

“อ๋อ..นั่นลู่หานปีสามน่ะ อีกสามเดือนก็จะจบแล้วล่ะ เป็นเทรนนี่ของค่ายจีนที่มาทำบริษัทในเกาหลีด้วย”

“เฮอะ...”

“แต่ก็นะ เดี๋ยวบรรลุนิติภาวะก็คงจะไปแต่งงานที่ต่างประเทศล่ะ ก็พอเด็กคนนั้นเป็นถึงนายพลใหญ่ ตอนรู้เรื่องกันแรกๆสาวๆน้ำตาเช็ดหัวเข่ากันทุกคน”ชานยอลอ้าปากค้างก่อนจะหันไปมองมินซอกที่พยักหน้าเสริมคำพูดว่าเป็นเรื่องจริง ก่อนที่ริมฝีปากสีชมพูจะเบะคว่ำไม่พอใจนักที่จะต้อนรับตัวเองเข้าสู่โครงการนกตัวแรกของโรงเรียนนี้...





ชานยอลนั่งเคาะปากกาอยู่ในห้องเพื่อทำเอกสารการสอนของวันศุกร์อย่างเบื่อหน่าย สักพักก็ยืดตัวขึ้น ลองเปลี่ยนไปอ่านเว็บการ์ตูนเพื่อพักผ่อน หรือเดินไปหาของว่างทานก็ไม่ทำให้ชานยอลรู้สึกดีขึ้นมาได้ มันไม่เชิงรู้สึกผิด แต่มันสงสัยและไม่เข้าใจไปพร้อมๆกันอย่างที่เขาก็บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร ชานยอลผ่อนลมหายใจอยู่พักก่อนจะสะดุ้งทำหลังตรงเมื่อผู้อำนวยการเดินเข้ามาในห้อง

“เป็นยังไงบ้างคุณปาร์ค ผมไม่ได้มาสอบถามคุณเสียนานเลย”

“ผม..โอเคดีครับผู้อำนวยการ การสอนก็เป็นไปด้วยดี”เขาตอบ

“ผมไม่วกวนนะ ได้ข่าวจากอาจารย์มินซอกว่าคุณมีปัญหากับประธานนักเรียนเหรอ?”ผู้อำนวยการกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม แต่ทำเอาชานยอลตาขีดริมฝีปากขีดเป็นเส้นตรง

ไอ้ครูเปี๊ยกนั่น...

“ก็นิดหน่อยครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

“อา...คุณปาร์ค”ผู้อำนวยการผ่อนลมหายใจน้อยๆ “อู๋อี้ฝานเป็นประธานนักเรียนที่ดี เป็นนักเรียนดีเด่น และครอบครัวของเขาก็สนับสนุนเล็กๆน้อยๆให้กับทางโรงเรียนเรามาโดยตลอด”

“...”นั่นไง...

“ผมไม่รู้ว่ามีเรื่องกันในจุดไหน แต่ผมอยากให้ปรับความเข้าใจกันดีกว่า และถ้าเป็นไปได้...ผมไม่อยากให้คุณปาร์คไปพูดถึงครอบครัวของเขา โดยเฉพาะคุณพ่อของอู๋อี้ฝาน”

“ครับ?”ชานยอลเงยหน้าขึ้น “คุณพ่อของเขา?”

“ชานยอล แย่แล้ว!”มินซอกพรวดพราดเข้ามาหาก็ส่งเสียงร้องก่อนจะสะดุ้งตกใจ “โอ๊ะ! ผู้อำนวยการ”

“มีอะไรเหรออาจารย์คิม”

“ตอนนี้...ตอนนี้อู๋อี้ฝานกับอาจารย์พยอนกำลังสู้กันที่โรงยิมครับ!

“สู้กัน?!”ชานยอลอุทานเสียงดังก่อนจะวิ่งไปทันที เขาไม่รู้ว่าอี้ฝานไม่ชอบอะไรที่เขาพูด เขาบอกว่าอี้ฝานเอาแต่พึ่งพ่อ หรือพยายามตอกย้ำว่าไม่รู้จักกัน แต่ชานยอลรู้ดีว่าการทำอย่างนั้นมันดีต่ออี้ฝานเอง คนดีๆที่ไหนจะมาลึกซึ้งกับคนที่รู้จักแค่ข้ามคืน โดยเฉพาะคนอย่างปาร์คชานยอลที่ทำให้คนอื่นผิดหวังมานับครั้งไม่ถ้วน เขาไม่อยากให้อี้ฝานสนใจอะไรเขาและไม่อยากให้มันจบลงอย่างเลวร้ายไปกว่านี้

“หยุดนะ!! หยุดเดี๋ยวนี้!!

ชานยอลตะโกนพร้อมกับแทรกไปตามกลุ่มนักเรียนมุงในขณะที่อี้ฝานกับแบคฮยอนกำลังต่อสู้กัน ร่างโปร่งดันกลุ่มนักเรียนออกไปจนทะลึ่งพรวดไปอยู่กลางสนามในขณะที่ทั้งคู่กำลังปล่อยลูกเตะสูงพร้อมกันพอดี

“เฮ้ย!!

โครม!!

แม้เสียงร้องดังขึ้นแต่ทั้งอี้ฝานและแบคฮยอนก็ไม่สามารถเก็บอาวุธที่ปล่อยออกไปแล้วได้ เลยกลายเป็นว่าต่างคนต่างเตะชานยอลจนร่วงล้มลงไปกองกับพื้น เสียงร้องเรียกชื่อชานยอลดังลั่นพร้อมกับกลุ่มคนที่กรูมาดูอาการของชานยอลที่นอนพังพาบกับพื้นพร้อมกับสติของเจ้าตัวที่ดับวูบไป






“เฮือก!!

พลั่ก!

“โอ๊ย!! จะกุมกำปั้นดักทำไมเนี่ย”ชานยอลร้องขึ้นหลังจากที่ทะลึ่งพรวดขึ้นมาชนกับมะเหงกของอี้ฝานจนเด้งลงไปนอนเหมือนเดิมบนฟูกพักปฐมพยาบาลของห้องซ้อมฮับกิโด้ มือเรียวถูหน้าผากตัวเองป้อยๆก่อนจะมองเด็กยักษ์ที่สวมชุดฮับกิโด้สีขาวสายสีดำนั่งคุกเข่าสีหน้าไม่สบอารมณ์

“แล้วใครให้พรวดพราดเข้ามาไม่ทราบ โดนเตะคอหักตายจะว่ายังไง?”

“ก็นาย...”ชานยอลสีหน้าอิหลักอิเหลื่อขึ้นมา “นายท้าแข่งกับอาจารย์แบคฮยอนเพราะไม่พอใจที่ฉันพูดแบบนั้นใช่มั้ยล่ะ!

“ดูละครมากไปมั้งคุณ”อี้ฝานหรี่ตาพลันถอนหายใจเฮ้อ “ผมมาเข้าชมรมช่วงก่อนพักกลางวันช้า อาจารย์ก็เลยเรียกให้มาซ้อมแข่งสองคน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลย”

“อ้าว”

“ผมก็เรียนอยู่ชมรมนี้ ก็ซ้อมอยู่ดีๆก็มีคนบ้าเอาหน้ามารับเท้าคนอื่น สติดีรึเปล่าก็ไม่รู้”คำพูดของอี้ฝานเหมือนมีหมัดชกชานยอลจนแทบจะเงิบ เซนเซย์ได้แต่เบะปากค้อนนักเรียนตัวใหญ่ก่อนจะผรุสวาทเสียงดัง

“จะกลับบ้าน!

“จะทุ่มนึงอยู่แล้ว ให้คนขับรถผมไปส่งดีกว่า”

“ยุ่งน่ะ!

“ผมเป็นห่วงหรอกนะ”เสียงของอี้ฝานดังขึ้นอีกครั้งและชานยอลก็เงียบไป “ถ้าผมไม่ห่วง ผมคงปล่อยคุณนอนคลุกพื้นหรือไม่ก็ทิ้งไว้โรงพยาบาลไปแล้ว”

“..คนอื่นล่ะ”

“กลับไปหมดแล้วล่ะ อาจารย์แบคฮยอนตกใจแทบแย่”

“ขอโทษ”

“ไว้บอกอาจารย์เขาพรุ่งนี้แล้วกัน โอเคใช่มั้ยผมจะได้ไปส่ง”อี้ฝานทำท่าลุกขึ้น แต่ก็ชะงักตัวเมื่อชานยอลขยุ้มชายชุดของอี้ฝานไว้

“ขอโทษนายนั่นแหล่ะ”

“...”

“ขอโทษที่ฉันพูดแบบนั้น...ฉันน่าจะคิดก่อนว่าบางทีความสัมพันธ์สำหรับบางคนมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ตัดออกไปง่ายๆ ฉันอาจมองมันผิวเผินกว่านาย... และฉันไม่ควรก้าวก่ายเรื่องครอบครัวนายว่านายจะเป็นยังไง”

“...”

“ฉันมันก็แบบนี้แหล่ะ ชอบทำชาวบ้านเสียความรู้สึก นายไม่ใช่คนเดียวที่ฉันทำให้เสียความรู้สึกหรอก สบายใจได้...”ชานยอลเสตาไปข้างๆก่อนจะเลิกคิ้วเมื่ออี้ฝานขยับตัวเข้าโอบกอดเอาไว้

“ไม่เป็นไร”

“...”

“ถ้าเป็นคุณ..ผมโอเค”เสียงกระซิบเบาๆของอี้ฝานในเวลานี้ทำเอาชานยอลแทบเป็นลมเพราะหัวใจทำงานหนัก ดวงตาโตจ้องมองแววตาดุๆของอีกฝ่ายอยู่พักก่อนจะเบือนหน้าหนี

“รู้แล้ว”

“รู้แล้วก็ดีครับ”ว่าพลางลูบศีรษะเซนเซย์ที่กำลังทำปากยื่นไปมา อี้ฝานขยับตัวก่อนจะหยิบเป้ขึ้น และชานยอลก็เอ่ยปากถามเบาๆ

“จะไปไหน”

“ไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องน้ำข้างๆ”เด็กหนุ่มกล่าว “ไปมั้ย?”

“...”





“อ่า...”

ทำไมต้องมาจบแบบนี้ด้วยเนี่ย....

ชานยอลกำลังด่าตัวเองอยูในใจด้วยถ้อยคำสารพัดสัตว์โลกเท่าที่จะคิดออกขณะที่กำลังจูบกับอีกฝ่ายอยู่ในห้องอาบน้ำของโรงยิม ร่างโปร่งที่นั่งห้อยขาอยู่บนอ่างอาบน้ำอยู่แทรกด้วยร่างสูงใหญ่ที่โอบเอวไม่ให้หงายหลังตกลงไปและอีกข้างก็ปรับองศาของใบหน้าให้รสจูบพอเหมาะพอดีกัน เรียวลิ้นทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดรัดสลับกับจูบซ้ำๆอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆ จนอี้ฝานละมือจากใบหน้าของชานยอล จับมืออีกคนให้ลูบไล้ส่วนกลางลำตัวของตนเอง นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามความยาว บดอุ้งนิ้วหัวแม่มือกับส่วนปลายหนักๆจนเสียงทุ้มครางในลำคอ ก่อนที่อี้ฝานจะอุ้มอีกคนออกจากอ่างและเอาตัวเองเป็นฝ่ายหันหลังพิง

“อมให้หน่อย”

“...”ชานยอลที่ทั้งริมฝีปากและแก้มแดงไปหมดก็ผ่อนลมหายใจเบาๆก่อนจะแตะลิ้นลงกับส่วนปลาย ใล้โพรงปากรวบมันเล็กน้อยแล้วผละออกลากลิ้นไปตามความยาว เสียงสูดริมฝีปากจากเด็กหนุ่มดังขึ้นเมื่อปลายลิ้นนั้นลากไล้ลงไปจนถึงโคน

“ซี๊ด..อ่าห์...อา...”

“อ..อื้ม”ชานยอลครางในลำคอพร้อมกับเลียลงไปถึงถุงเนื้อด้านล่าง พร้อมกับฝ่ามือที่ขยับรูดส่วนแกนให้ อี้ฝานสอดมือเข้ากับกลุ่มผมนุ่มนั่นพร้อมกับเผลอขยุ้มเบาอย่างไม่รู้ตัว เขาขยับตัวชานยอลออกก่อนจะขยับไปเปิดเป้ และชานยอลก็ขยับถอดกางเกงเพราะไม่ไหวเหมือนกัน เจลลื่นๆชโลมลงทั้งช่องทางและส่วนที่จะชำแรกเข้า ชานยอลที่เตรียมจะเท้าแขนกับอ่างก็เบิกตาเล็กน้อยเมื่ออี้ฝานคว้าเอวของเขาไว้

“โอ๊ะ”

“ท่านั้นมันน่าเบื่อแล้ว”อี้ฝานพูดพลางจับชานยอลหันเข้าหาแล้วยกสะโพกขึ้น ใบหน้าของเซนเซย์ตระหนกเล็กน้อยก่อนจะอุทานคำหยาบอย่างตกใจเมื่อท่อนแข็งๆค่อยดันสวนขึ้นมา หลังของเข้าชนกับผนังของห้องอาบน้ำ ชานยอลทึ้งไหล่ของอี้ฝานพร้อมกับเบนหน้าหนี ทว่าเด็กหนุ่มก็กระซิบเบาๆเสียก่อน

“มองหน้าผม”

“...”

“ตอนที่ผมจูบ..ค่อยหลับตา ผมก็จะทำเหมือนกัน”

“...ฉัน..อ่ะ...”หลุดร้องเบาๆเมื่ออีกฝ่ายลองสวนสะโพกน้อยๆ ก่อนจะเร่งขยับให้เร็วขึ้นเมื่อพบว่ามันเข้าที่ ดวงตาสวยฉ่ำไปด้วยน้ำตาด้วยความกระสันซ่านพลันจิกชุดอีกฝ่ายเสียจนแน่น แก้มยิ่งแดงปลั่งเมื่อต้องสบตาแถมยังส่งเสียงคราง และได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของอีกคน

“อ๊ะ!...อ๊า..อาอาอา...อาา”

“ซี๊ด...ฟิต...”

“อึ้ก...อื้อ...”

“เพิ่งทำไปเองนะ...อา..”

“อื้อ..อ๋า...อา...อ่า...อ่ะอ่ะอ่า...อ๊า...อื้ออ”ปลายประโยคเป็นเสียงในลำคอพร้อมกับหลับตาลงเมื่ออี้ฝานโน้มหน้าลงมาจูบ จังหวะช่วงล่างยังคงรุกไล่และตอบรับให้แก่กันอย่างหาจุดพอใจไม่ได้ ชานยอลดิ้นเร่าตัวสั่นสะท้านแม้จะชนกับผนังห้องอาบน้ำ แก้มเนียนปลั่งเป็นสีแดงจางพร้อมกับลมหายใจถี่กระชั้น ดวงตาฉ่ำเยิ้มปรือปรอยเหมือนกับจมดิ่งไปกับรสของกามารมณ์ที่ถอนตัวไม่ขึ้น แขนเรียวขึ้นกระหวัดโอบรอบคออีกฝ่ายพร้อมกับรสจูบที่เกิดขึ้นอีกครั้ง..และอีกครั้ง


อาจเพราะคำว่าไม่เป็นไรของอี้ฝานก็ได้ที่ทำให้ชานยอลกลับเข้ามาอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้อีกครั้ง...



************

#aphbKY

  



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น