“เฮ้ยเดี๋ยว”
ชานยอลที่พยายามประนีประนอมเบิกตาเล็กน้อย
เมื่อถูกพลิกคว่ำกับที่นอนโดยที่อี้ฝานก็คร่อมช่วงสะโพกเอาไว้
สายรัดเสื้อคลุมเตรียมพร้อม ส่วนตัวเสื้อคลุมนั้นได้ปลิวออกไปทางไหนก็ไม่ทราบได้
นิ้วยาวของเด็กหนุ่มจิ้มลงแผ่นหลังของเซนเซย์อย่างใจเย็นเหมือนกำหนดจุด
ก่อนจะดึงสายรัดชุดเกี่ยวเป็นบ่วงรัดท่อนแขนของชานยอลแนบเข้ากับลำตัว
อี้ฝานทำซ้ำกับอีกข้างหนึ่งพลันดึงปลายสายสอดเข้าช่องบ่วงแล้วดึงขึ้น
“โอ๊ย เจ็บนะ!”
“เจ็บก็ดีครับ จะได้ไม่ดื้อ”
“...”
“เป็นเด็กดีเร็ว”อีกฝ่ายกระซิบที่ริมหูจนขนลุกซู่
ชานยอลพยายามขยับกายอย่างดื้อดึง
ในขณะที่อี้ฝานก็จิ้มนิ้วเหนือตำแหน่งเดิมและทำซ้ำอีกครั้งกับความยาวที่เหลือ
สายรัดชุดที่ถูกมัดเน้นสัดส่วนตรงหน้าอกสำหรับผู้ชายแบบง่ายๆก็เสร็จ
เด็กหนุ่มดันอีกคนให้พลิกหันหาตนเองพร้อมกับถูหัวแม่มือไปกับเม็ดไตแข็งที่ยิ่งเด่นชัด
“อ๊ะ!...อา..”
“ทะลึ่งจริงๆด้วย”พึมพำพร้อมกับแนบริมฝีปากประกบจูบลงไป
นิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งสองข้างหนีบไตอกดึงขึ้นจนเกิดเสียงสะท้านคราง
อี้ฝานถูหน้าขากับระหว่างขาของชานยอลพร้อมกับร่างโปร่งที่ขยับไหวบิดกายไปมาอย่างเริ่มควบคุมตนเองไม่ได้
“ฮะ..อ่าห์..นะ..นี่ไม่ใช่ฟิพตี้เฉดออฟเกรย์นะ”ชานยอลพยายามพูดในขณะที่อี้ฝานก็หรี่ตายิ้มๆ
“เหมือนนะ
อนาสตาเซียก็ไม่ค่อยจะมีหน้าอกเท่าไหร่”
“ไอ้บ้า...โอ๊ะ!..อาา”เสียงครางหลุดออกมาอีกครั้งและอี้ฝานก็ขยับยิ้มให้เล็กน้อย
“ชอบแบบนี้เหรอครับ?”
“อ๊ะ!..อื้อ!!”
“หรือคุณชอบแบบนี้มากกว่า”
“โอ้!..อ๊า!!”เสียงร้องดังลั่นเมื่ออีกฝ่ายจงใจหนีบผิวเนื้อจนเป็นจ้ำแดง
อี้ฝานหอบหายใจแรงเหมือนชักสนุกแม้อีกคนจะไม่เมา
“ทำไมไม่ตอบล่ะ...ผมเสียใจนะ”
“จะเข้า..อ่า..ก็เข้ามา!!”
“รอฟังเลยแหล่ะ”พึมพำพลางขยับถอดกางเกงออกไปให้พ้นทาง
ฝ่ามือกว้างนั้นขยับรูดแท่งเนื้อของตนเอง
(ที่ชานยอลก็ว่าน่าจะโตกว่าวัยเดียวกัน)
เอื้อมหยิบขวดเจลแบบปั๊ม
มาชโลมมือรูดไปกับแท่งเนื้อตัวเองโดยที่ชานยอลก็หรี่ตา
“โรคจิตอ่ะ”
“ให้มันเป็นธรรมชาติสิคุณ..หรืออยากแหกจะได้ไปล้าง”
“ไม่ต้อง!”ร้องทันทีเมื่ออี้ฝานทำท่าลุกขึ้น
แต่แล้วก็หยิบขวดปั๊มเจลใส่กลางลำตัวของชานยอล
พร้อมกับลูบมือไปกับส่วนชื้นแฉะไปมาจนอีกฝ่ายบิดเกร็ง
“อ๊ะ!..อื้อ!..อ่าห์…”
“เอ็กซ์ชะมัด”
“อิ๊...อ๋า...อาา”เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากพลันแลบลิ้นเลียปากตน
ก่อนจะเปลี่ยนใจทึ้งถุงน่องจนเสียงขาดแควกดังขึ้น
ชานยอลกระตุกตัวเล็กน้อยเมื่อท่อนขาเหลือเพียงถุงน่องตาข่ายติดขาแบบแยกจากกัน
อี้ฝานเลียไปตามปลีน่องเล็กๆนั่น พลันใช้ส่วนปลายถูไถไปกับช่องทางแฉะ
เขาขยับดันเข้า ซึ่งชานยอลก็เกร็งหนีบอยู่พัก
ก่อนจะค่อยๆผ่อนคลายเป็นเชิงอนุญาตให้เข้าไปหา
“ชิท!…อาาา...”
“อ่า...โคตรฟิต...ชอบแบบนี้แหล่ะ”รวบขาเข้ากอดพร้อมกับนั่งตั่งขากระแทกตัวเข้าจนเสียงครางกระเส่าเริ่มดัง
ชานยอลบิดกายเร่า พยายามจิกเล็บกับฝ่ามือตนเองทั้งที่อยากจะทึ้งศีรษะบิดตัวไปมา
แต่เขาพอใจที่จะอยู่ในสภาวะไม่เป็นอิสระ
เขาชอบที่เป็นฝ่ายลูกลงโทษแม้จะต้องคอยเบะหน้าเมื่อเห็นข้อมือหรือแขนขาเขียว
ทว่าชานยอลก็พอใจ เขาคิดว่านี่มันรสนิยมของเขาเกี่ยวกับมาโซคิสต์เล็กๆน้อยๆนี่
พอๆกับรสนิยมเด็กเปรตนี่ที่ชอบเลียเท้าชาวบ้านนี่ล่ะมั้ง
“ซี๊ด...อ่า...อื้มม”
“อืม...โอ๊ะ!..อ่ะอ่ะอ่าห์..ซี๊ด...อื้ออ
แรงๆซิ”
“โอเคแล้ว?..อ่าส์”
“มีแรงแค่นี้เหรอ? ก็บอกว่า..อ๊ะ!..แรงๆไง..อ๊า!!..โอ๊!..”เสียงครางลั่นดังมาจากร่างเพรียวลมนั้น
กายบิดเกร็งไปมาพร้อมกับกระเด้งดอนไปตามแรงกระทั้นที่หนักขึ้นราวกับหมันไส้คนปากเก่งที่เอาแต่ท้าทายทั้งๆที่ถูกมัดอยู่
ชานยอลถูกตลบพลิกขึ้น ลำตัวถูกกดแนบกับอี้ฝานที่เปลี่ยนมานอนข้างล่าง
สะโพกแอ่นขึ้นผ่อนความฝืนธรรมชาติขององศาสอดใส่
โดยที่เด็กหนุ่มก็เลื่อนมือกดแผ่นหลังให้แนบลงจนหน้าอกอยู่ระดับปาก
อีกข้างก็เลื่อนลงล่างใช้นิ้วถ่างแยกร่องก้นให้ขยายออก สะโพกแกร่งสวนขึ้นถี่รัว
โดยที่ชานยอลก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความกระสันซ่านจนน้ำตาไหลพรู
ทั้งช่องทางที่ถูกสวนขึ้นถี่ๆไม่ยอมหยุดไปพร้อมกับปลายลิ้นร้อนๆของอี้ฝานที่ตวัดถูติ่งเนื้อหน้าอกเต่งนั้นไปมา
“อ๊า!!...อาา...ยอม..ยอมแล้ว!..อื๊ออ”
“ฮืม...ยัง..เดี๋ยวก่อนสิ”
“มัน..อ๊า..มันเสียว..ไม่ไหว..อา..ไม่ไหวแล้ว!”ชานยอลสะบัดหน้าไปมา
“ไม่ไหวแล้ว...จะออก...อาาา”
“ออกก็ได้ ออกมาก่อน”อี้ฝานกล่าวอย่างเร่งรีบพลางฟาดแก้มก้นดังเพียะ
สะโพกกลมมนขยับโยกไปตามจังหวะที่ถูกชักนำ
พลางถูไถท่อนเนื้อไปกับผืนท้องที่มีมัดกล้ามเป็นลอนอ่อนนั้น
อี้ฝานเอื้อมมือมาจับมือของชานยอลไว้พร้อมกับกระแทกสวนแรงขึ้นจนเสียงหวีดร้องลั่น
ราวกับสติถูกทำลายลงในตอนนั้นเหมือนจะวูบไป...
“พ่อทำอะไรน่ะ!”
เด็กชายคนหนึ่งตะโกนออกมาอย่างกล้าๆกลัว
หุ่นยนต์ในมือตกลงกระทบพื้นขณะที่ค่อยๆออกมาจากตู้เสื้อผ้า
ชายสองคนที่กำลังนัวเนียอยู่บนเตียงก็หันมามองเด็กชายอย่างตกใจทำอะไรไม่ถูกไปเช่นกัน
ชายคนที่ทำท่าเหมือนเป็นฝ่ายรับก็ลุกขึ้นแต่งกายตัวเองลวกๆก่อนจะเข้ามาหาเด็กชายที่ถอยหลังกรูด
“ชานยอลฟังพ่อก่อน...”
“ผมเกลียดพ่อ!”
“ชานยอล...”
“ผมเกลียดพ่อที่สุด!!”
“...”
ชานยอลมองเฟอร์นิเจอร์ที่ขวางไปตามแนวนอนตามระดับสายตา
ไม่มีทางที่เฟอร์นิเจอร์ทั้งหลายจะตั้งอยู่ผิดที่ผิดทางของแรงโน้มถ่วงขนาดนั้น
นอกเสียจากตัวเขาที่กำลังโก้งโค้งเอาหน้าแนบหมอนแขนถูกรัดด้วยสายเสื้อคลุมแนบติดลำตัว
ส่วนถุงน่องเจ้าปัญหานั้นถูกฉีกจนขาดคลุมแค่ท่อนขา
และยังมีการจากอีกฝ่ายที่ค่อยๆขยับกายนอนซ้อนด้านหลังพร้อมกับสวนสะโพกเข้าหาเนิบๆ
“อยู่ๆก็เงียบไป
นึกว่าหัวใจวายตายไปแล้วซะอีก”
“ก็ไม่เสียวแล้ว
เอาหัวจุ่มๆรึเปล่าเนี่ย มีหนังสือให้อ่านสักเล่มมั้ย”
“เกินไปแล้วนะ...”เสียงทุ้มนั้นกระซิบพร้อมกับดึงสะโพกมนเข้าหาพร้อมกับสอดตัวเข้าย้ำลงไปลึกในท่าตะแคงจนเสียงร้องเบาๆดังออกมาจากลำคออีกฝ่าย
ส่วนที่พับอยู่กลางลำตัวก็เริ่มคายหยดขุ่นออกมาอีกหนหนึ่ง
เด็กหนุ่มขยับตัวขึ้นจับขายาวข้างหนึ่งพาดบ่า
อีกข้างก็ตรึงให้แยกออกกว้างพร้อมกับขยับเอวเข้าถี่รัวเหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เสียงครางสั่นดังออกมาจากร่างที่บิดเร่า คาวน้ำที่ไหลหลั่งออกมาอย่างไม่มีท่าทีจะหมด
รสจูบที่ยังเสนอสนองกันอย่างไม่คิดจะหน่าย
บางทีชานยอลก็เริ่มตลกและสมเพชตัวเองขึ้นมา...
“ปกตินายนอนกับผู้ชายรึเปล่า?”
คำถามดังขึ้นจากเซนเซย์ที่เช็ดผมอยู่หน้ากระจกและใช้ไดร์เป่าลวกๆในช่วงตีสาม
ชานยอลคิดว่ามันคงดีกว่าถ้าเขากลับไปนอนที่ห้องจนกว่าจะเช้า เพราะเตียงที่นี่มันเลอะน้ำเต็มผ้าปูจนแทบนอนไม่ได้
และเจ้าเด็กบ้าข้างหลังที่กำลังเช็ดผมเหมือนกัน
อู๋อี้ฝานสวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเดียว
ทั้งตัวมีมัดกล้ามเหมือนคนรักษาสุขภาพอย่างดี
ดูเผินๆไม่เหมือนเด็กไฮสคูลเสียด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเพราะตัวที่ดูโตเกินอายุหรือหน้าที่ดูแก่เกินอายุกันแน่
“ไม่เลย กับคุณคนแรกเลย
เปิดโลกสายเหลืองเลยแหล่ะ”
“...”ไอ้เด็กจังปรีย์...
“คุณอะ...ปกติไม่นอนกับผู้หญิง?”อี้ฝานยักคิ้วพร้อมกับชานยอลที่จัดทรงผมตัวเองไปเรื่อยๆ
“รสนิยม..ฉันไม่ชอบผู้หญิง”
“เก๋ๆอะ...พวกผู้หญิงห้องผมคงอกหักกันเต็ม
เล็งคุณกันทั้งวัน”
“นายว่าฉันแปลกมั้ย”ชานยอลเอียงหน้าให้อี้ฝานที่มองกลับมาเหมือนแปลกใจก่อนจะยักไหล่
“ไม่..ผมมองว่ามันเป็นทางเลือก
มันไม่ใช่เรื่องซีเรียสขนาดนั้น”
“ขนาดกับฉันคนแรกนายยังใส่ไม่ยั้งเลยนะ”
“ผมก็เหมือนคุณอะ
ตอนนั้นไม่รู้จักกันเกรงใจกันทำไม”
“...”ไอ้เด็กหัวกระบวยนี่
“ผมว่าเรา...”อี้ฝานทำท่าเหมือนจะชวนชานยอลที่ผุดลุกขึ้น
แต่ก็อยู่นิ่งๆเมื่อนิ้วเรียวยาวเกี่ยวแมสคาดปิดปาก
“เราจบกันแล้ว นายไม่ต้องขู่ฉันอีก
ฉันไม่แคร์หรอกถ้านายจะลงรูปพวกนั้น”
“ผมรู้อยู่แล้ว”เด็กหนุ่มยักไหล่ แต่ก็ต้องเลิกคิ้วสูงเมื่อเสียงเบาๆดังออกมาจากชานยอล
“ตอนเด็กๆฉันเกลียดพ่อมาก...พ่อฉันแต่งงานกับแม่
มีพี่ มีฉัน
แต่ท่านเป็นเกย์...ท่านทิ้งพวกเราไปอยู่กับผู้ชายคนใหม่กับอะไรที่ท่านชอบ”
“...”ใบหน้าหล่อจัดมองร่างสูงโปร่งที่คว้าโค้ทคลุมตัวพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ
ก่อนจะทิ้งท้ายแผ่วเบา
“แต่สุดท้ายฉันก็โตมาเป็นคนแบบที่ฉันเคยเกลียด”
////////////////////////////////////
จริงๆชานยอลไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมไปดราม่าเรื่องในอดีตใส่กับเด็กนั่นซึ่งดูเหมือนจะเอ๋อไปเลยทีเดียวที่เขาพูดแบบนั้น
เขาลืมตาขึ้นช้าๆเมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น
ชานยอลลุกขึ้นทำกิจวัตรประจำวันพร้อมกับแต่งตัวตามปกติ
เสียงมือถือดังขึ้นอีกครั้งและเขาก็กดรับสาย
“ฮัลโหลพี่”
“โอเค..ไม่เป็นไรหรอก
เงินออกแล้วฉันจะใช้คืนนะ”
“แม่เป็นยังไงบ้าง”
“เหรอ
ดูแลท่านแทนฉันด้วยนะ”
หลังจากวางสายพี่สาวที่โทรมาไต่ถามกรทำงานวันแรก
ชานยอลก็หยิบเอกสารการสอนที่เอากลับมาจากโรงเรียนพร้อมกับลิสต์หนังสือที่จะต้องใช้ในการสอนของเขาจากนี้
เขาคิดว่าถ้าทานอาหารเช้าเสร็จแวะไปห้องสมุดก็คงไม่เป็นไร...เขาทำอะไรก็ได้เพราะวันนี้ไม่มีชั่วโมงสอนใครเลยด้วยซ้ำ
“โย่ว ชันโยล
อรุณสวัสดิ์”มินซอกโบกมือไหวๆทักเซนเซย์หนุ่มที่สวมฮู้ดสีเทาทับด้วยโค้ทตัวยาวกับสกินนี่สีดำ
(ชานยอลมีเป็นสิบตัว เขาชอบกางเกงแบบนี้ที่สุดเพราะมันทำให้ท่อนขาของเขาดูดี)
ชานยอลยกมือทักกลับให้เพื่อนตัวเล็กที่ยิ้มหวานออกมา มินซอกแก่กว่าเขาสองปี แต่อนุญาตให้เขาเรียกแบบเพื่อนได้เพราะไม่อยากแก่ไปมากกว่านี้
“อรุณสวัสดิ์”
“กินอะไรมารึยัง ไปกินข้าวกันป่ะ”
“โอเคเลย”ส่งยิ้มให้ท่ามกลางสายตาเด็กนักเรียนที่จ้องเซนเซย์ตัวสูงผู้ไม่ได้จัดแต่งทรงผมมาในวันนี้เพราะไม่มีสอน
ผมหน้าม้าสีดำที่เริ่มยาวก็ถูกปัดไปข้างๆ ดวงตาโตดำขลับ
จมูกโด่งรั้นนิดๆและริมฝีปากอิ่มที่ไม่ได้แต่งเติมอะไรจนเกินงาม
ชานยอลไม่ใช่ผู้ชายออกสาว เขาใช้ชีวิตไปตามปกติและดูเป็นผู้ชายแมนๆซะด้วยซ้ำ
เว้นเอาไว้อย่างเดียวตอนเมาที่เขารู้สึกว่าอยากจะเป็นนิกกี้ มินาจ, ไมลี่ย์ ไซรัส
หรือคริสติน่าอากีเรลล่าขึ้นมา
“โอ๊ะ”มินซอกร้องเล็กน้อยเมื่อเห็นอู๋อี้ฝานที่แต่งชุดถูกระเบียบเดินสวนออกมาจากทางอาคารเรียน
ตัดผ่านพวกเขาทั้งสองคน
ชานยอลนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อดวงตาคมนั้นมองเขาเพียงแวบหนึ่งก่อนจะค้อมศีรษะทำความเคารพแล้วสาวเท้าจากไปเหมือนคนไม่รู้จักกัน
“...”
ก็ดีแล้วล่ะ...นี่แหล่ะที่เขาต้องการมาตลอด
ก็ดี…
ชานยอลเตรียมเอกสารการสอนสำหรับวันพรุ่งนี้เสร็จก็มานั่งเหม่อมองนักเรียนเล่นกีฬาอยู่ที่สนามข้างโรงยิมเพราะไม่รู้จะไปไหน
ตอนนี้ต่อให้เด็กนักเรียนถอดเสื้อวิ่งชานยอลก็ว่าตัวเองคงหื่นไม่ลง
ก็ทำเป็นไม่รู้จักก็ดีแล้วนี่..ทำไมต้องมองแบบนั้นด้วย
“เฮ้ ทำไมมานั่งแบบนี้แหล่ะ แดดเผาผมหมดพอดี”
“?”เสียงเรียกจากด้านล่างขณะที่ชานยอลยังนั่งกอดเข่าอยู่บนอัฒจันทร์ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง
ผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านล่างตรงหน้าเขาเป็นชายหนุ่มตัวเล็กประมาณอ.มินซอก
สวมเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกางเกงสีดำ ..ก็น่าจะเป็นอาจารย์ล่ะนะ
ชานยอลกะพริบตาปริบๆพลันเอ่ยตอบไปเบาๆ
“ผมไม่มีสอน”
“จริงดิ ถ้าจะดูกีฬาไปดูข้างในได้นะ
โรงยิมไง”ชานยอลพยักหน้าแล้วลุกขึ้นเดินลงมาหาอีกฝ่ายอย่างว่าง่ายทั้งที่ไม่รู้จักว่าใคร
แต่ชานยอลอยากมีอะไรทำเพื่อจะได้ลืมสายตาเจ้าเด็กนั่นไปเสียสักพักหนึ่ง พวกเขาทั้งสองเดินออกจากสนามโดยที่เสียงอีกคนก็ดังขึ้น
“ฉันชื่อพยอนแบคฮยอนนะ นายล่ะ”
“ปาร์คชานยอล ผมมาสอนวิชาญี่ปุ่นทางเลือก”
“ญี่ปุ่นทางเลือก?...อ๋อ..ฮ่ะๆ...แผนการผู้อำนวยการยองมินที่จะเปิดให้พวกเทรนนี่มาเรียนสินะ”อีกฝ่ายพูดอย่างไม่ยี่หระนัก
“แล้วคุณ..เอ่อ...”
“ฉันเกิดปีเก้าสอง”
“ผมก็เหมือนกัน”
“งั้นเราก็เพื่อนกัน หน้าตาอาจารย์ที่นี่โทนเดียวกันไปหมด
ไม่ค่อยมีพวกอาจารย์หน้าแก่อ่ะ
ฉันเลยไม่อยากให้มีรุ่นพี่รุ่นน้องอะไร”แบคฮยอนพูดด้วยท่าทีสบายๆ
โดยที่ชานยอลก็ใช้โปรแกรมสแกนบุรุษฆ่าเวลา ผมสีน้ำตาลทอง ผิวขาวจัด
ดวงตาไม่น่าชั้นเดียว..น่าจะสองชั้นหลบใน หางตาตกนิดหน่อย จมูกโด่งกำลังดี
ริมฝีปากเชิด มีตำหนิเหนือมุมปาก จัดว่าหน้าตาดี... แต่เตี้ยไปหน่อย
“แล้วนายสอนวิชาอะไร”ชานยอลถามขึ้น
โดยที่แบคฮยอนก็ยิ้มให้เล็กน้อย
“ฮับกิโด้น่ะ”
หล่อมากไอ้เชี่ยเตี้ยช่างแม่มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!
ชานยอลนั่งอ้าปากค้างขณะที่นั่งพิงผนังโรงยิมดูอยู่เขตรอบนอกในขณะที่แบคฮยอนซึ่งสวมชุดฮับกิโด้สีดำเข้าฝึกซ้อมกับนักเรียน
ชายหนุ่มร่างกะทัดรัดก้มหมอบต่ำพร้อมกับกวาดขาลงจนนักเรียนที่ตัวใหญ่กว่าแทบจะเท่าตัวล้มกันไปคนละทาง
ก่อนจะจับเด็กทุ่มพร้อมกับสองคน ใบหน้าได้รูปที่สะบัดพร้อมกับเหงื่อที่ปลิวออกมาราวกับละอองนี่มัน...
น่ากินอ่ะ...
“อาจารย์แบคฮยอนเป็นนักฮับกิโด้สายดำระดับสาม
คงจะขึ้นสายสองอีกไม่นานนี้ล่ะ”เสียงของอี้ฝานดังขึ้น
โดยที่ชานยอลก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเหล่ตาไปมองเด็กยักษ์ที่นั่งข้างตัวแล้วเงียบไป
“บอกฉันทำไม”
“ก็ไม่นึกว่าจะว่างมากจนมานั่งส่องผู้ชายทั่วโรงเรียนแบบนี้”
“เรื่องของฉัน บอกแล้วเราไม่รู้จักกัน”
“มันดีแล้วจริงๆเหรอ?”
“...”
“ผมเสียใจด้วยนะที่ครอบครัวคุณเป็นแบบนั้น
แต่ทุกคนไม่ได้เป็นแบบนั้น”ชานยอลแววตายุ่งเหยิงขึ้นมาเล็กน้อย
แต่สุดท้ายก็คว่ำปากพลันส่งเสียงออกมาง่ายๆ
“แล้วไงต่อล่ะ?”
“...”
“ยังไงซะถ้าลงเอยกับอาจารย์ที่นี่ชีวิตฉันมันก็ลงตัวแล้วล่ะ
อย่างน้อยก็ดูมีหลักมีฐานกว่าเด็กที่ดีแต่ใช้อำนาจพ่ออย่างนายไม่ใช่รึไง...”
ตึง!!
“!?”ดวงตาสวยเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่ออี้ฝานชกเข้ากับผนังใกล้ๆ
ทุกอย่างเหมือนจะเงียบสงัดไปทันที ดวงตาของอี้ฝานวาววับพร้อมกับเสียงของแบคฮยอนที่ดังขึ้น
“ทำอะไรกันน่ะ”
“...”อี้ฝานไม่ได้กล่าวตอบนอกเสียจากลุกขึ้นเดินออกไปอย่างไม่ได้พูดคุยกับแบคฮยอนสักคำ
ชานยอลเหล่มองผนังปูนที่เป็นรอยร้าวเล็กๆพลันหายใจแรงขึ้นมา...ถ้าเด็กนั่นเผลอมาต่อยเขาจะเป็นยังไงเนี่ย
“อู๋อี้ฝาน...”แบคฮยอนพึมพำ “นายเป็นอะไรรึเปล่า”
“ไม่เป็นไร”
“เด็กคนนี้”อาจารย์หนุ่มสบถ แต่ไม่ทันที่ชานยอลจะได้กล่าวถามอะไร
เสียงเรียกของมินซอกก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ชานยอล เห็นเด็กว่านายอยู่ที่นี่
ไปทานข้าวกันเถอะ!”พอเป็นอย่างนั้น ชานยอลจึงไม่ได้พูดคุยกับแบคฮยอนอีกนอกเสียจากขอตัวออกมาเท่านั้น
“เอ่อ..ฉันไปก่อนนะ”
“นายโอเคนะ?”
“ฉันโอเค”ชานยอลส่งยิ้มให้ก่อนจะลุกขึ้นไปหามินซอก
ในขณะที่แบคฮยอนก็เรียกนักเรียนเข้ารวมพลอีกครั้งหนึ่ง
ร่างสูงโปร่งเดินไปหามินซอกด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนักจนอีกฝ่ายเอ่ยถาม
“เป็นอะไรรึเปล่า?”
“ฉัน...”
“จริงสิ ได้ยินเสียงเหมือนอะไรกระแทกผนังด้วย
เด็กของอาจารย์แบคฮยอนไม่ได้พลาดหัวฟาดพื้นตายใช่ไหม?”
“ไม่หรอกน่า...ก็แค่...อู๋อี้ฝาน”
“หืม?”มินซอกเลิกคิ้วพร้อมกับชานยอลที่ก้มหน้าลงอย่างชั่งใจว่าจะเล่าเรื่องให้ฟังดีหรือไม่
แต่สุดท้ายก็ตัดใจเปิดปากเล่าเรื่องให้ฟังในที่สุด
“อ่า...สรุปคือนายรู้จักกับอู๋อี้ฝานมาก่อนอย่างนั้นสินะ”
มินซอกสรุปเบาๆจากเรื่องที่ชานยอลเล่า
(แม้จะไม่ได้เล่าบางเรื่องเช่นเรื่องนอนกันกี่ครั้ง ได้กันกี่ท่า) ก่อนจะยกตะเกียบคีบไชเท้าดองกินขณะที่ชานยอลก็กินข้าวกับซุปทะเลไปเงียบๆแล้วก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องโมโหที่เขาพูดถึงพ่อของเขาด้วย”
“อ่า...อี้ฝานเป็นประธานนักเรียนที่ค่อนข้างใจเย็นและไม่มีเรื่องกับใครนะ
แต่ทำไมถึงโมโหใส่นายได้เนี่ย... คนที่ทำให้คนใจเย็นโมโหใส่ได้เนี่ย...”มินซอกส่งเสียงค้างพร้อมกับชานยอลที่ทำหน้าคว่ำทันที
“หมายความว่าไงห๋า?”
“เปล่าซะหน่อย”อาจารย์ตัวเล็กยักไหล่
ในขณะที่ชานยอลก็เงยหน้าขึ้นมองเห็นฝั่งถนนข้างโรงอาหาร
อาจารย์โอเซฮุนกำลังปั่นจักรยานผ่านไป
แต่ที่ทำให้ชานยอลขมวดคิ้วฉับคือสิ่งมีชีวิตตัวเลกๆในชุดนักเรียนนั่งซ้อนท้ายพลันเกาะเอวอาจารย์พละเสียหนึบ
“อะไรกัน..ปีไหนแล้วยังมีมุกเจ็บขาเดินเองไม่ได้ให้ผู้ชายไปส่งอีกเหรอ”ชานยอลบ่น
พร้อมกับคนข้างๆที่เงยหน้าดูเหตุการณ์บ้าง
“อ๋อ..นั่นลู่หานปีสามน่ะ
อีกสามเดือนก็จะจบแล้วล่ะ เป็นเทรนนี่ของค่ายจีนที่มาทำบริษัทในเกาหลีด้วย”
“เฮอะ...”
“แต่ก็นะ
เดี๋ยวบรรลุนิติภาวะก็คงจะไปแต่งงานที่ต่างประเทศล่ะ
ก็พอเด็กคนนั้นเป็นถึงนายพลใหญ่ ตอนรู้เรื่องกันแรกๆสาวๆน้ำตาเช็ดหัวเข่ากันทุกคน”ชานยอลอ้าปากค้างก่อนจะหันไปมองมินซอกที่พยักหน้าเสริมคำพูดว่าเป็นเรื่องจริง
ก่อนที่ริมฝีปากสีชมพูจะเบะคว่ำไม่พอใจนักที่จะต้อนรับตัวเองเข้าสู่โครงการนกตัวแรกของโรงเรียนนี้...
ชานยอลนั่งเคาะปากกาอยู่ในห้องเพื่อทำเอกสารการสอนของวันศุกร์อย่างเบื่อหน่าย
สักพักก็ยืดตัวขึ้น ลองเปลี่ยนไปอ่านเว็บการ์ตูนเพื่อพักผ่อน หรือเดินไปหาของว่างทานก็ไม่ทำให้ชานยอลรู้สึกดีขึ้นมาได้
มันไม่เชิงรู้สึกผิด แต่มันสงสัยและไม่เข้าใจไปพร้อมๆกันอย่างที่เขาก็บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร
ชานยอลผ่อนลมหายใจอยู่พักก่อนจะสะดุ้งทำหลังตรงเมื่อผู้อำนวยการเดินเข้ามาในห้อง
“เป็นยังไงบ้างคุณปาร์ค
ผมไม่ได้มาสอบถามคุณเสียนานเลย”
“ผม..โอเคดีครับผู้อำนวยการ การสอนก็เป็นไปด้วยดี”เขาตอบ
“ผมไม่วกวนนะ ได้ข่าวจากอาจารย์มินซอกว่าคุณมีปัญหากับประธานนักเรียนเหรอ?”ผู้อำนวยการกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
แต่ทำเอาชานยอลตาขีดริมฝีปากขีดเป็นเส้นตรง
ไอ้ครูเปี๊ยกนั่น...
“ก็นิดหน่อยครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
“อา...คุณปาร์ค”ผู้อำนวยการผ่อนลมหายใจน้อยๆ “อู๋อี้ฝานเป็นประธานนักเรียนที่ดี
เป็นนักเรียนดีเด่น และครอบครัวของเขาก็สนับสนุนเล็กๆน้อยๆให้กับทางโรงเรียนเรามาโดยตลอด”
“...”นั่นไง...
“ผมไม่รู้ว่ามีเรื่องกันในจุดไหน
แต่ผมอยากให้ปรับความเข้าใจกันดีกว่า
และถ้าเป็นไปได้...ผมไม่อยากให้คุณปาร์คไปพูดถึงครอบครัวของเขา โดยเฉพาะคุณพ่อของอู๋อี้ฝาน”
“ครับ?”ชานยอลเงยหน้าขึ้น “คุณพ่อของเขา?”
“ชานยอล แย่แล้ว!”มินซอกพรวดพราดเข้ามาหาก็ส่งเสียงร้องก่อนจะสะดุ้งตกใจ
“โอ๊ะ! ผู้อำนวยการ”
“มีอะไรเหรออาจารย์คิม”
“ตอนนี้...ตอนนี้อู๋อี้ฝานกับอาจารย์พยอนกำลังสู้กันที่โรงยิมครับ!”
“สู้กัน?!”ชานยอลอุทานเสียงดังก่อนจะวิ่งไปทันที
เขาไม่รู้ว่าอี้ฝานไม่ชอบอะไรที่เขาพูด เขาบอกว่าอี้ฝานเอาแต่พึ่งพ่อ
หรือพยายามตอกย้ำว่าไม่รู้จักกัน แต่ชานยอลรู้ดีว่าการทำอย่างนั้นมันดีต่ออี้ฝานเอง
คนดีๆที่ไหนจะมาลึกซึ้งกับคนที่รู้จักแค่ข้ามคืน โดยเฉพาะคนอย่างปาร์คชานยอลที่ทำให้คนอื่นผิดหวังมานับครั้งไม่ถ้วน
เขาไม่อยากให้อี้ฝานสนใจอะไรเขาและไม่อยากให้มันจบลงอย่างเลวร้ายไปกว่านี้
“หยุดนะ!! หยุดเดี๋ยวนี้!!”
ชานยอลตะโกนพร้อมกับแทรกไปตามกลุ่มนักเรียนมุงในขณะที่อี้ฝานกับแบคฮยอนกำลังต่อสู้กัน
ร่างโปร่งดันกลุ่มนักเรียนออกไปจนทะลึ่งพรวดไปอยู่กลางสนามในขณะที่ทั้งคู่กำลังปล่อยลูกเตะสูงพร้อมกันพอดี
“เฮ้ย!!”
โครม!!
แม้เสียงร้องดังขึ้นแต่ทั้งอี้ฝานและแบคฮยอนก็ไม่สามารถเก็บอาวุธที่ปล่อยออกไปแล้วได้
เลยกลายเป็นว่าต่างคนต่างเตะชานยอลจนร่วงล้มลงไปกองกับพื้น
เสียงร้องเรียกชื่อชานยอลดังลั่นพร้อมกับกลุ่มคนที่กรูมาดูอาการของชานยอลที่นอนพังพาบกับพื้นพร้อมกับสติของเจ้าตัวที่ดับวูบไป
“เฮือก!!”
พลั่ก!
“โอ๊ย!! จะกุมกำปั้นดักทำไมเนี่ย”ชานยอลร้องขึ้นหลังจากที่ทะลึ่งพรวดขึ้นมาชนกับมะเหงกของอี้ฝานจนเด้งลงไปนอนเหมือนเดิมบนฟูกพักปฐมพยาบาลของห้องซ้อมฮับกิโด้
มือเรียวถูหน้าผากตัวเองป้อยๆก่อนจะมองเด็กยักษ์ที่สวมชุดฮับกิโด้สีขาวสายสีดำนั่งคุกเข่าสีหน้าไม่สบอารมณ์
“แล้วใครให้พรวดพราดเข้ามาไม่ทราบ โดนเตะคอหักตายจะว่ายังไง?”
“ก็นาย...”ชานยอลสีหน้าอิหลักอิเหลื่อขึ้นมา “นายท้าแข่งกับอาจารย์แบคฮยอนเพราะไม่พอใจที่ฉันพูดแบบนั้นใช่มั้ยล่ะ!”
“ดูละครมากไปมั้งคุณ”อี้ฝานหรี่ตาพลันถอนหายใจเฮ้อ
“ผมมาเข้าชมรมช่วงก่อนพักกลางวันช้า อาจารย์ก็เลยเรียกให้มาซ้อมแข่งสองคน
ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลย”
“อ้าว”
“ผมก็เรียนอยู่ชมรมนี้
ก็ซ้อมอยู่ดีๆก็มีคนบ้าเอาหน้ามารับเท้าคนอื่น สติดีรึเปล่าก็ไม่รู้”คำพูดของอี้ฝานเหมือนมีหมัดชกชานยอลจนแทบจะเงิบ
เซนเซย์ได้แต่เบะปากค้อนนักเรียนตัวใหญ่ก่อนจะผรุสวาทเสียงดัง
“จะกลับบ้าน!”
“จะทุ่มนึงอยู่แล้ว ให้คนขับรถผมไปส่งดีกว่า”
“ยุ่งน่ะ!”
“ผมเป็นห่วงหรอกนะ”เสียงของอี้ฝานดังขึ้นอีกครั้งและชานยอลก็เงียบไป
“ถ้าผมไม่ห่วง ผมคงปล่อยคุณนอนคลุกพื้นหรือไม่ก็ทิ้งไว้โรงพยาบาลไปแล้ว”
“..คนอื่นล่ะ”
“กลับไปหมดแล้วล่ะ อาจารย์แบคฮยอนตกใจแทบแย่”
“ขอโทษ”
“ไว้บอกอาจารย์เขาพรุ่งนี้แล้วกัน โอเคใช่มั้ยผมจะได้ไปส่ง”อี้ฝานทำท่าลุกขึ้น
แต่ก็ชะงักตัวเมื่อชานยอลขยุ้มชายชุดของอี้ฝานไว้
“ขอโทษนายนั่นแหล่ะ”
“...”
“ขอโทษที่ฉันพูดแบบนั้น...ฉันน่าจะคิดก่อนว่าบางทีความสัมพันธ์สำหรับบางคนมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ตัดออกไปง่ายๆ
ฉันอาจมองมันผิวเผินกว่านาย... และฉันไม่ควรก้าวก่ายเรื่องครอบครัวนายว่านายจะเป็นยังไง”
“...”
“ฉันมันก็แบบนี้แหล่ะ ชอบทำชาวบ้านเสียความรู้สึก
นายไม่ใช่คนเดียวที่ฉันทำให้เสียความรู้สึกหรอก สบายใจได้...”ชานยอลเสตาไปข้างๆก่อนจะเลิกคิ้วเมื่ออี้ฝานขยับตัวเข้าโอบกอดเอาไว้
“ไม่เป็นไร”
“...”
“ถ้าเป็นคุณ..ผมโอเค”เสียงกระซิบเบาๆของอี้ฝานในเวลานี้ทำเอาชานยอลแทบเป็นลมเพราะหัวใจทำงานหนัก
ดวงตาโตจ้องมองแววตาดุๆของอีกฝ่ายอยู่พักก่อนจะเบือนหน้าหนี
“รู้แล้ว”
“รู้แล้วก็ดีครับ”ว่าพลางลูบศีรษะเซนเซย์ที่กำลังทำปากยื่นไปมา
อี้ฝานขยับตัวก่อนจะหยิบเป้ขึ้น และชานยอลก็เอ่ยปากถามเบาๆ
“จะไปไหน”
“ไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องน้ำข้างๆ”เด็กหนุ่มกล่าว “ไปมั้ย?”
“...”
“อ่า...”
ทำไมต้องมาจบแบบนี้ด้วยเนี่ย....
ชานยอลกำลังด่าตัวเองอยูในใจด้วยถ้อยคำสารพัดสัตว์โลกเท่าที่จะคิดออกขณะที่กำลังจูบกับอีกฝ่ายอยู่ในห้องอาบน้ำของโรงยิม
ร่างโปร่งที่นั่งห้อยขาอยู่บนอ่างอาบน้ำอยู่แทรกด้วยร่างสูงใหญ่ที่โอบเอวไม่ให้หงายหลังตกลงไปและอีกข้างก็ปรับองศาของใบหน้าให้รสจูบพอเหมาะพอดีกัน
เรียวลิ้นทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดรัดสลับกับจูบซ้ำๆอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆ
จนอี้ฝานละมือจากใบหน้าของชานยอล จับมืออีกคนให้ลูบไล้ส่วนกลางลำตัวของตนเอง
นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามความยาว
บดอุ้งนิ้วหัวแม่มือกับส่วนปลายหนักๆจนเสียงทุ้มครางในลำคอ ก่อนที่อี้ฝานจะอุ้มอีกคนออกจากอ่างและเอาตัวเองเป็นฝ่ายหันหลังพิง
“อมให้หน่อย”
“...”ชานยอลที่ทั้งริมฝีปากและแก้มแดงไปหมดก็ผ่อนลมหายใจเบาๆก่อนจะแตะลิ้นลงกับส่วนปลาย
ใล้โพรงปากรวบมันเล็กน้อยแล้วผละออกลากลิ้นไปตามความยาว เสียงสูดริมฝีปากจากเด็กหนุ่มดังขึ้นเมื่อปลายลิ้นนั้นลากไล้ลงไปจนถึงโคน
“ซี๊ด..อ่าห์...อา...”
“อ..อื้ม”ชานยอลครางในลำคอพร้อมกับเลียลงไปถึงถุงเนื้อด้านล่าง
พร้อมกับฝ่ามือที่ขยับรูดส่วนแกนให้ อี้ฝานสอดมือเข้ากับกลุ่มผมนุ่มนั่นพร้อมกับเผลอขยุ้มเบาอย่างไม่รู้ตัว
เขาขยับตัวชานยอลออกก่อนจะขยับไปเปิดเป้ และชานยอลก็ขยับถอดกางเกงเพราะไม่ไหวเหมือนกัน
เจลลื่นๆชโลมลงทั้งช่องทางและส่วนที่จะชำแรกเข้า ชานยอลที่เตรียมจะเท้าแขนกับอ่างก็เบิกตาเล็กน้อยเมื่ออี้ฝานคว้าเอวของเขาไว้
“โอ๊ะ”
“ท่านั้นมันน่าเบื่อแล้ว”อี้ฝานพูดพลางจับชานยอลหันเข้าหาแล้วยกสะโพกขึ้น
ใบหน้าของเซนเซย์ตระหนกเล็กน้อยก่อนจะอุทานคำหยาบอย่างตกใจเมื่อท่อนแข็งๆค่อยดันสวนขึ้นมา
หลังของเข้าชนกับผนังของห้องอาบน้ำ ชานยอลทึ้งไหล่ของอี้ฝานพร้อมกับเบนหน้าหนี
ทว่าเด็กหนุ่มก็กระซิบเบาๆเสียก่อน
“มองหน้าผม”
“...”
“ตอนที่ผมจูบ..ค่อยหลับตา ผมก็จะทำเหมือนกัน”
“...ฉัน..อ่ะ...”หลุดร้องเบาๆเมื่ออีกฝ่ายลองสวนสะโพกน้อยๆ
ก่อนจะเร่งขยับให้เร็วขึ้นเมื่อพบว่ามันเข้าที่
ดวงตาสวยฉ่ำไปด้วยน้ำตาด้วยความกระสันซ่านพลันจิกชุดอีกฝ่ายเสียจนแน่น
แก้มยิ่งแดงปลั่งเมื่อต้องสบตาแถมยังส่งเสียงคราง และได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของอีกคน
“อ๊ะ!...อ๊า..อาอาอา...อาา”
“ซี๊ด...ฟิต...”
“อึ้ก...อื้อ...”
“เพิ่งทำไปเองนะ...อา..”
“อื้อ..อ๋า...อา...อ่า...อ่ะอ่ะอ่า...อ๊า...อื้ออ”ปลายประโยคเป็นเสียงในลำคอพร้อมกับหลับตาลงเมื่ออี้ฝานโน้มหน้าลงมาจูบ
จังหวะช่วงล่างยังคงรุกไล่และตอบรับให้แก่กันอย่างหาจุดพอใจไม่ได้
ชานยอลดิ้นเร่าตัวสั่นสะท้านแม้จะชนกับผนังห้องอาบน้ำ แก้มเนียนปลั่งเป็นสีแดงจางพร้อมกับลมหายใจถี่กระชั้น
ดวงตาฉ่ำเยิ้มปรือปรอยเหมือนกับจมดิ่งไปกับรสของกามารมณ์ที่ถอนตัวไม่ขึ้น
แขนเรียวขึ้นกระหวัดโอบรอบคออีกฝ่ายพร้อมกับรสจูบที่เกิดขึ้นอีกครั้ง..และอีกครั้ง
อาจเพราะคำว่าไม่เป็นไรของอี้ฝานก็ได้ที่ทำให้ชานยอลกลับเข้ามาอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้อีกครั้ง...
************
#aphbKY

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น